0 Views

หลังจากได้ฟังสิ่งที่เหยินปาเชียนพูดออกมา จักรพรรดินีก็เกือบหัวเราะน้ำตาเล็ด

 

นางตอบกลับหลังจากมองมาที่เขาเป็นเวลานาน “ข้าประทับใจเจ้ามาก แล้วเหตุใดตอนนี้เจ้าถึงกลายเป็นคนขี้ขลาดไปได้ล่ะ ?”

 

เหยินปาเชียนตอบอย่างระวังปาก “สิ่งที่ฝ่าบาทได้ตรัสเมื่อสักครู่นี้ล้วนเป็นคำพูดจากใจจริงขอรับ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการขั้นที่ 9 หรือเว่ยยู่หลิวก็ตาม ทุกคนต่างได้หลั่งเลือดและมีส่วนช่วยเหลือแก่ต้าเย่า ถ้าหากพวกเค้าทำผิด พวกเค้าก็ควรจะถูกลงโทษ แต่ทว่า พวกเค้ามักจะไม่สามารถได้รับการปฏิบัติอย่างเรียบง่ายโดยเหล่าผู้ที่อาศัยความเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงเล็กน้อย ถ้าหากบรรดาข้าราชการและพลทหารผู้ที่ฝากตัวรับใช้อย่างดีเยี่ยม และได้หลั่งเลือดให้กับแคว้นของตนดันมาประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้ด้วย พวกเค้าก็คงจะรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่งเลยล่ะขอรับ”

 

จักรพรรดินีเผยรอยยิ้มออกมา “ข้าไม่ได้บอกว่าเจ้าทำผิดซะหน่อย”

 

ด้วยความจริงในสายตาของจักรพรรดินี สิ่งที่เหยินปาเชียนได้ทำลงไปนั้นตรงกับความตั้งใจที่แท้จริงของนาง ทุกวันนี้ บุตรหลานของข้าราชการผู้ทรงอำนาจเหล่านี้ค่อนข้างใช้อำนาจทีเดียว

 

ในเวลาปกติ เราจะทำเป็นไม่เห็นการกระทำที่ใช้อำนาจทุกอย่างที่พวกเธอทุกคนได้ทำลงไป

 

แต่ในส่วนของการปล้นและทำร้ายข้าราชสำนักนั้น มึงคิดว่าพวกมึงเป็นใครกันแน่วะ ?

 

“ฝ่าบาททรงต้องการให้ข้าน้อยหาฝูงหมาป่าด้วยสังขารของข้าน้อยผู้นี้ ข้าไม่สามารถแบกเสาหรือยกของหนักได้ แม้แต่การฆ่าไก่ข้าก็ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ข้าน้อยเกรงว่าข้าจะไม่มีชีวิตรอดกลับมาขอรับ” เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

“เจ้าไม่ต้องการขึ้นไปดูพระราชวังชิงซินชั้นที่ 2 รึ ? สิ่งของมีค่าดั้งเดิมของแคว้นเฮ่าทั้งหมดถูกจัดเก็บไว้ในนั้น ถ้าหากว่าเจ้าสามารถหาสิ่งที่เหมาะสมได้ ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่สามารถขึ้นสู่เวทีสุดยอดได้ อย่างน้อยที่สุดเจ้าก็จะได้รับอะไรบางอย่างจากมัน” จักรพรรดินียิ้มอย่างเต็มที่

 

“เรื่องนั้นข้าน้อยก็ต้องการขึ้นไปดูอยู่หรอก แต่ข้าน้อยก็รู้ขีดจำกัดของตัวข้าเอง” เหยินปาเชียนลดศีรษะลงแล้วตอบอย่างตรงไปตรงมา

 

“ไม่ว่าเจ้าจะอ่อนแอเกินไปที่จะจับไก่หรือกำลังวางแผนที่จะใช้วิธีการอื่นเพื่อจัดการกับเรื่องนี้ก็ตาม ไม่ว่ายังไงข้าก็ยังต้องการเห็นหมาป่าภูเขาอยู่ดี ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่สามารถจับมันได้ก็ไม่เป็นไร สิ่งที่เจ้าต้องทำคือพักแรมบนภูเขาซักคืน ถือเป็นการลงโทษที่ไปสอนให้เจ้าหนุ่มตระกูลตู้พูดออกมาแบบนั้น”

 

ถ้าหากเป็นคนอื่น การลงโทษจะไม่ผ่อนปรนขนาดนี้

 

นอกจากนี้ มีเพียงไม่กี่คนที่กล้าต่อรองกับข้าแบบนี้

 

จักรพรรดินีมองไปที่เหยินปาเชียนด้วยสายตาทิ่มแทง แล้วทำท่าทางแบบว่า ‘หากเจ้ายังกล้าต่อรองกับข้าล่ะก็ ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าใครคือเจ้านาย’

 

เมื่อได้ยินสิ่งที่จักรพรรดินีพูด มันเป็นสิ่งที่เหยินปาเชียนคิดไว้แล้ว “เรื่องนั้นข้าน้อยจะรับใช้ฝ่าบาทด้วยความภักดี และจะไม่ลังเลที่จะดำน้ำลุยไฟเพื่อฝ่าบาทแต่เพียงผู้เดียวขอรับ”

 

ถึงแม้ว่าเล่ห์เหลี่ยมที่ตู้ฉางคงใช้นั้นเหยินปาเชียนไม่ได้เป็นคนสอนก็ตาม สิ่งใดก็ตามที่เขาพูดในตอนนี้ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ไปเลย

 

“แล้วข้าจะรอหมาป่าภูเขาจากเจ้า จงจำไว้ว่าให้เอาขาข้างที่สั้นกลับมา เพราะมันจะมีรสชาติดีกว่ากว่า” เหยินปาเชียนเดินจากไปอย่างอึมครึมหลังจากที่จักรพรรดินีพูด

 

เหยินปาเชียนถอนหายใจด้วยความสิ้นหวัง และกลับไปที่ด้านข้างนกจ้องเขา เขาถอดซองใส่ปืนพกและช่วงบน ใส่เสื้อเกราะกันกระสุน จากนั้นจึงประดับด้วยสิ่งของ 2 ชิ้นก่อนหน้านี้อีกครั้ง ในขณะเดียวกัน ในกระเป๋ามียาสลบและกระสุนห้อยอยู่ที่เอว

 

เขาผูกมีดรบไว้กับขา

 

ท้ายที่สุดเขาก็แบกลูกธนูหน้าไม้ไว้ที่หลัง แล้วถือหน้าไม้ไว้ในมือ และสุ่มเลือกทิศทางที่จะเดินขึ้นเขา

 

ในขณะนั้น เมื่อเหยินปาเชียนไปพบกับจักรพรรดินีแล้ว ทุกคนต่างก็เดินแยกกันไปตามทางขึ้นเขา ภูเขาแห่งนี้ทอดยาวไปไกลจนไม่รู้ขอบเขต และไม่รู้ว่าจะทอดยาวไปอีกไกลแค่ไหน

 

ถ้าหากนี่เป็นเนินเขาเล็ก ๆ ก็คงจะไม่สามารถรองรับสัตว์ป่าดุร้ายได้ และคงจะไม่จำเป็นต้องล่าสัตว์ที่นี่

 

ด้านหลังเหยินปาเชียนมีขุนนางหลายคนที่จากแคว้นอื่นทั้ง 3 แคว้น หลังจากที่เตรียมการมามากพอแล้ว พวกเขาก็ใช้เวลาในการเดินขึ้นไปบนภูเขา

 

ส่วนทางด้านขุนนางเหล่านี้ การล่าครั้งใหญ่มีไว้ให้พวกเขาได้สนุกสนานกันเท่านั้น ถึงแม้ว่ารางวัลของจักรพรรดินีจะน่าสนใจมาก และจูงใจผู้คนจำนวนมาก แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ล่าอย่างจริงจัง

 

อย่างไรก็ตาม มีวัยรุ่นชนเผ่ามากกว่า 200-300 คน และไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะต่อสู้เพื่อตำแหน่ง 3 อันดับแรก มีเพียงไม่กี่คนที่มีความเชื่อมั่นเท่านั้นที่ขึ้นไปยังภูเขาได้ในช่วงแรก ๆ

 

ดูเหมือนว่าผู้คนจำนวนน้อยมากที่มักจะขึ้นมายังภูเขาแห่งนี้อยู่บ่อย ๆ มีต้นไม้สูงที่มีลำต้นหนาอยู่ทุกหนทุกแห่ง เมื่อเขาเดินเข้าไปในป่า มันก็กลายเป็นมืดมัวลงในทันที เพราะบนยอดต้นไม้ได้บดบังแสงแดดส่วนใหญ่ที่สาดส่องเข้ามา

 

เหยินปาเชียนถือหน้าไม้ที่บรรจุลูกธนูซึ่งเขาเริ่มรู้สึกไม่สะดวกหลังจากเพิ่งเดินเข้าป่า

 

มีเถาวัลย์อยู่เต็มไปหมด และเขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากดึงมีดรบออกมาตัดออก เพื่อที่เขาจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้

 

 

 

หลังจากเดินในป่าไม่ถึงชั่วโมง ไม่มีใครอยู่นอกจากตัวเขาเองในบริเวณโดยรอบ มันเงียบไปหมด และได้ยินแต่เสียงนกและเสียงสัตว์ที่เขาไม่รู้จักเป็นครั้งคราว

 

สภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้เหยินปาเชียนรู้สึกกระวนกระวายใจ

 

อย่างไรก็ตาม ที่นี่คือป่าในต่างโลก ก่อนที่เขาจะมาถึง เขารู้อยู่แล้วว่ามีสัตว์ป่าดุร้ายมากมายที่ซุ่มซ่อนอยู่ภายใน

 

“เชี่ย” เหยินปาเชียนสบถออกมา ทันใดนั้น กิ่งไม้แถว ๆ เท้าทำให้เขาขนลุก เมื่อมองดูใกล้ ๆ เขาก็ได้รู้ว่ามันคืองูตัวหนาเท่ากับขอบถ้วยที่ยกหัวขึ้น มันทำให้เขาตกใจกลัวแทบตาย

 

เหยินปาเชียนหยุดเดินทางชั่วขณะ และไม่มั่นใจว่าเขาควรถอยกลับหรือไม่

 

ถ้าหากเขาเคลื่อนไหวไม่ดีแล้วถูกงูกัด มันจะไม่คุ้มค่าเลย ไม่รู้ว่างูตัวนี้มีพิษมากหรือเปล่า

 

มันจะกลายเป็นเรื่องตลกถ้าหากเขาถูกงูพิษกัดตายในขณะที่เขาเดินเข้าไปในป่า

 

เหยินปาเชียนค่อย ๆ ก้าวถอยหลังไปสองก้าว เขาไม่กล้าเพิ่มความแรงในการเคลื่อนไหวเพราะเขากลัวว่าจะทำให้มันคลั่ง

 

หลังจากถอยหลังกลับไปสองก้าวแล้ว เจ้างูก็ลดหัวลงแล้วเลื้อยเข้าไปในพุ่มไม้ด้านข้าง

 

“เห้อออ” เหยินปาเชียนถอนหายใจยาว ๆ เพราะเมื่อครู่นี้เขาร้อนรนมาก

 

เมื่อประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งทำให้เหยินปาเชียนได้รับผลกระทบอย่างมาก เขาจึงหาต้นไม้ต้นเล็กแล้วสับกิ่งไม้ส่วนหนึ่งมา จากนั้นเขาก็ปอกผิวส่วนเกินของกิ่งไม้ออกแล้วเปลี่ยนเป็นแท่งไม้ การที่เขากวาดไปพร้อมกับเดินต่อไปแบบนี้ จะช่วยให้เขาสามารถขัดขวางงูต่าง ๆ ที่อยู่บนพื้นได้

 

ในไม่ช้า แท่งไม้นี้ก็ได้ทำหน้าที่ของมันแล้ว เขาไม่ได้ใช้มันบนพื้น แต่ใช้มันกับเถาวัลย์ที่ห้อยอยู่แทน เขาใช้แท่งไม้เพื่อเคลียร์มันออกจนเดินต่อไปได้อีกครั้ง

 

หลังจากนั้น เหยินปาเชียนก็ระมัดระวังยิ่งขึ้น

 

เขากำลังทุกข์ทรมานมาก สถานที่แห่งนี้คือจุดวิกฤตตามที่เขากังวล

 

เขาเดินต่อไปข้างหน้า และทันใดนั้น เขาก็ได้ยินบางอย่างคล้ายกับเสียงแมวร้อง เขาจึงหยุดเดิน และหลังจากนั้นไม่นาน เสียงสั่นไหวดังมาจากพุ่มไม้ใกล้กับเขา ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างหาทางออกจากพุ่มไม้

 

เหยินปาเชียนยกหน้าไม้ขึ้นมาทันทีแล้วเล็งไปที่พุ่มไม้ เขาเตรียมพร้อมยิงหากมีตัวอะไรโผล่หัวออกมา

 

เมื่อความสั่นไหวของพุ่มไม้แรงขึ้น หัวของกระต่ายสีขาวก็โผล่ออกมา มันมีขนาดประมาณสุนัข และปากเต็มไปด้วยเขี้ยวอันแหลมคม

 

เหยินปาเชียนคุ้นเคยกับมันมาก สิ่งนี้สามารถพบได้ในสวนสัตว์แล้วมันก็ไม่ใช่กระต่ายด้วย มันเรียกว่าตัวปา (巴兽: Bā Shòu) มีนิสัยดุร้าย และอยู่กันเป็นฝูงใหญ่

 

ความสามารถในการต่อสู้ของตัวปาไม่ถือว่าแข็งแกร่ง แต่คุณลักษณะเฉพาะคือมันจะไม่คำนึงถึงว่าสิ่งใดก็ตามที่มันเห็น ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือเสือเขี้ยวดาบ มันจะวิ่งเข้าไปกัด

 

ในตอนนั้นเอง เหยินปาเชียนได้สังเกตตัวปาอยู่พักนึง แล้วค้นพบว่ามันเป็นเช่นนี้ โดยทั่วไปแล้ว สัตว์ที่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่ตัวใหญ่กว่าตัวมันเอง จะไม่ทำท่าทางถูกกระตุ้นอย่างเช่นตัวปา

 

จากความทรงจำของเหยินปาเชียน มีสัตว์อีกเพียงชนิดเดียวที่เหมือนกับตัวปา ก็น่าจะเป็นห่านที่เลี้ยงในหมู่บ้านนั่นเอง

 

เนื่องจากองค์ประกอบเฉพาะในด้านการมองเห็นของห่านนั้น สิ่งใดก็ตามที่มันมองเห็นจะมีขนาดเล็กกว่าในความเป็นจริง ดังนั้นมันจึงกล้าวิ่งเข้าไปจิก ห่านคือเป็นผู้มีอำนาจในหมู่บ้าน เด็ก ๆ ที่เติบโตในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะถูกข่มขู่โดยห่านพวกนี้มาก่อน

 

เมื่อครั้งที่เหยินปาเชียนยังเด็ก เขามักจะเดินทางไปยังหมู่บ้านกับพ่อเพื่อไปหาปู่ และแล้วเขาก็ถูกห่านสีขาวตัวใหญ่ไล่ไปหลายร้อยเมตรในครั้งแรกที่เขาเดินกลับ เขาถูกจิกไปทั่วและเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำตั้งแต่หัวจรดเท้า ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาเห็นห่าน เขาก็จะเดินเลี่ยง

 

ต่อมา เมื่อน้องชายของเหยินปาเชียนโตขึ้นมาเล็กน้อย เขาได้พาน้องชายกลับไปที่หมู่บ้าน เขาจงใจยั่วยุให้น้องชายไปดูห่าน ในตอนท้ายจึงเห็นได้ชัดว่าพลังการต่อสู้ของห่านนั้นไม่ธรรมดา ในที่สุดน้องชายของเขาก็ร้องไห้กลับบ้าน

 

ตัวปานี้ให้ความรู้สึกแบบเดียวกัน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าความคลางแคลงใจของตนถูกต้องหรือไม่ก็ตาม เหยินปาเชียนยิงหน้าไม้ออกไปโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว

 

ตัวปากระโดดข้างหน้าแล้วลูกธนูก็ปักบนหัวมัน ทำให้เกิดรอยเลือดพุ่งออกมาในทันที แม้แต่หูครึ่งหนึ่งของมันก็กระเด็นไปด้วยเลือด ทำให้ตัวปาคลุ้มคลั่งแล้วกระโจนเข้าหาเหยินปาเชียน

 

สัตว์ป่าที่ได้รับบาดเจ็บเป็นอะไรที่ยากที่จะจัดการมากที่สุด คำพูดนี้ไม่ผิดแต่อย่างใด

 

เมื่อมองไปที่ตัวปาซึ่งกำลังกระโจนใส่ตน เหยินปาเชียนไม่มีเวลาที่จะใส่ลูกธนู เขาใช้หน้าไม้กดหัวของมันโดยตรง

 

เจ้าตัวนี้มีขนาดเกือบเท่าสุนัข มันค่อนข้างแข็งแกร่งทีเดียว และเกือบจะตรึงเหยินปาเชียนไว้ เหยินปาเชียนต้องกัดฟันใช้หน้าไม้ในมือเพื่อต้านเขี้ยวอันแหลมคมของศัตรู หัวของตัวปาพยายามยืดไปข้างหน้าเท่าที่จะทำได้ มันต้องการกัดเนื้อออกจากร่างกายของเหยินปาเชียน มันใช้กรงเล็บข่วนหน้าอกของเหยินปาเชียน เสื้อผ้าของเขาถูกฉีกออกในทันที โชคดีที่เสื้อเกราะกันกระสุนนั้นสามารถรับมือกับความต้องการของมันได้

 

เหยินปาเชียนสบถออกมา เขาหยิบปืนออกจากเอวแล้วยิงออกไป 2 นัดในทันที มีเลือดไหลออกมา 2 สายจากร่างของตัวปาก่อนที่มันจะร้องด้วยความเจ็บปวดแล้วล้มลงไป

 

เหยินปาเชียนไม่กล้าลังเล เขาจึงรีบหันกลับแล้ววิ่งไป

 

เจ้าตัวนี้อยู่กันเป็นฝูง ในกรณีที่ฝูงของมันโผล่ออกมาหลังจากที่ฆ่าพวกของมัน เขาเชื่อว่าเขาจะประสบปัญหาใหญ่

 

แต่ทว่า ยิ่งคุณกลัวสิ่งใดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสเจอมากขึ้นเท่านั้น มีเสียงเหมือนเสียงแมวดังก้องอยู่ข้างหลัง

 

เหยินปาเชียนวิ่งย้อนกลับ แล้วมองดูสภาพโดยรอบ หลังจากที่เขาเริ่มวิ่งได้สักพัก เขาก็พบกับต้นไม้ที่มีความหนาและความสูงที่เหมาะสมโดยดูเหมือนจะไม่มีเถาวัลย์ที่เป็นอันตรายอยู่ด้านบนมากนัก เขาสะพายหน้าไม้ไว้ที่หลังแล้วรีบปีนขึ้นต้นไม้เป็นอันดับแรก

 

ในขณะนั้น ร่างสีขาว 5-6 ร่าง โผล่ออกมาในระยะที่ไม่ไกลจากเขามากนัก พวกมันมีเสียงร้องคล้ายแมว พวกมันวิ่งเข้ามาทางเหยินปาเชียน มีฟองราวกับว่าพวกมันเป็นโรคพิษสุนัขบ้า

 

 

 

หลังจากที่เหยินปาเชียนออกไปได้ไม่นาน ทหารหลวงเด็กมากคนหนึ่งได้ขึ้นรถม้าพระที่นั่งขององค์จักรพรรดินี เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งแล้วพูดออกมา “ฝ่าบาท..”

 

“อู่ฟาง จงเข้าไปในป่า ไปเฝ้าดูนักเล่าเรื่องเหยิน เจ้าไม่จำเป็นต้องทำอะไรตราบใดที่เค้ายังไม่ตาย เข้าไปช่วยเค้าเฉพาะตอนที่เค้าตกอยู่ในอันตรายเท่านั้น อย่าให้เค้าเจอตัวเจ้า ถ้าเค้าหลบซ่อนตัวอยู่ในสถานที่บางแห่งล่ะก็ จงคิดหาวิธีล่อให้เค้าออกมาให้ได้” จักรพรรดินีสั่งการพร้อมกับแกว่งแก้วไวน์อย่างนุ่มนวล

 

ชิงยวนและหงหลวนเหลือบมองให้กันด้วยรอยยิ้มบนหน้า

 

เจตนารมณ์ของพระองค์ชัดเจนมาก ไม่ว่าเหยินปาเชียนจะใช่คนที่สอนตู้ฉางคงหรือไม่ก็ตาม เค้าก็ยังน่าสงสัยอยู่ดี พระองค์ยังมิทรงต้องการหาหลักฐาน พระองค์ทรงต้องการหลักฐานสำหรับสิ่งที่พระองค์ต้องการทำรึเปล่านะ ?

 

เจตนารมณ์ของพระองค์นั้นง่ายมาก พระองค์จะไม่ปล่อยให้เค้าตาย แต่พระองค์ก็จะไม่ปล่อยให้เค้าหลบซ่อนอยู่ในที่ที่หนึ่งด้วยความสบายอกสบายใจ เค้าจะต้องถูกสั่งสอนล่ะนะ

 

แต่ทว่า จักรพรรดินีปฏิบัติกับบุคคลนั้นแบบพิเศษ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ชิงยวนกับหงหลวนเห็นนางละเอียดลออมากกว่าคนอื่นเช่นนี้ ถ้าเป็นคนอื่นล่ะก็ บุคคลนั้นจะถูกประหารชีวิต หรือไม่ก็ถูกส่งไปยังกองกำลังทหารที่ชายแดน

 

“ขอรับฝ่าบาท” ทหารหลวงพยักหน้า เขาถอดชุดเกราะออกแล้วเปลี่ยนเป็นชุดของคนธรรมดาแล้วจึงเดินเข้าไปในป่า

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

ติดตามอัพเดทนิยายตอนใหม่ล่าสุดได้ทาง

Facebook Fanpage: R-Zan Fanpage