0 Views

หลังจากที่สระผมให้ลูกค้าแล้ว อันเฟยก็ห่อผมของลูกค้าด้วยผ้าเช็ดตัว เมื่อหล่อนเงยหน้าขึ้น หล่อนก็เห็นเหยินปาเชียนยืนอยู่มุมร้าน ด้วยเหตุนี้ หล่อนจึงอ้าปากด้วยความประหลาดใจแล้วเปล่งเสียงดัง “อ๊ะ”

 

“เปลี่ยนงานแล้วหรอน้อง ?” เหยินปาเชียนถามแล้วยิ้มออกมา

 

“ค่..ค่ะ” ริมฝีปากของอันเฟยอ้าขึ้นแล้วหุบลงพร้อมกับเปล่งเสียงออกมา ดูเหมือนว่าหล่อนจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อพูดออกมาเพียงแค่คำเดียว หล่อนมักจะเขียนลงบนกระดาษเพื่อถ่ายทอดข้อความที่หล่อนจะสื่อ

 

“พี่ได้อ่านข้อความแล้ว พี่จะส่งข้อความบอกเมื่อพี่ว่างนะ” เหยินปาเชียนพูดออกมา “ขอโทษที่ทำให้หนักใจ พอดีพี่ต้องการให้เราตัดผมให้พี่หน่อยน่ะ”

 

“อ๊ะ !” อันเฟยพยักหน้าอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนคำว่า ‘อ๊ะ’ หล่อนจะสามารถพูดออกมาได้ง่ายกว่าคำอื่น

 

เหยินปาเชียนหย่อนหัวลงแล้วให้อันเฟยชโลมแชมพูลงหัวแล้วเกาหัวให้ มือของอันเฟยนั้นนุ่มมาก อีกทั้งหล่อนยังใส่ใจมากในตอนที่หล่อนสระผมให้เหยินปาเชียน หลังจากนั้น เหยินปาเชียนก็นั่งลงบนเก้าอี้แล้วให้ช่างตัดผมตัดทรงลานบิน เหลือผมสั้น ๆ ไว้ข้างบน เขาดูคล้ายกับนักโทษที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกจากคุกยังไงยังงั้น

 

เนื่องด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ชาวต้าเย่าจึงไม่สนใจเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายสักเท่าไหร่ ทรงหัวโล้นเป็นทรงผมที่เห็นได้ทั่วไป อย่างเช่นสงผีก็หัวโล้นเช่นกัน และเมื่อดูสงผีเป็นตัวอย่าง เหยินปาเชียนมักจะเกี่ยวข้องกับคนหัวโล้นที่น่าเกรงขามอยู่เสมอ

[ตำนานจีนเล่ากันว่าทุกครั้งที่คนเราตัดผม สุขภาพร่างกายจะแย่ลงเล็กน้อย เนื่องด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว ชาวต้าเย่าจึงไม่ค่อยตัดผม]

 

คนเราจะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไรถ้าพวกเขาไม่ได้หัวโล้น…

 

น่าเสียดายที่เขาไม่ได้แข็งแกร่งขึ้นถึงแม้ว่าเขาจะหัวโล้นก็ตาม…ช่างน่าเศร้าจริง ๆ…

 

ก่อนที่จะออกจากร้านทำผม เหยินปาเชียนก็หาเวลาส่งข้อความบอกอันเฟย

 

 

 

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เหยินปาเชียนนั่งอยู่ในภัตตาคาร คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเขาคือเฉินชิ่ง เขาไม่ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากนัก

 

ในทางกลับกัน เหยินปาเชียนนั้นเปลี่ยนไปเยอะ หลัก ๆ แล้ว เขาอ้วนขึ้นกว่าแต่ก่อน อารมณ์ของเขาสงบกว่าเดิม และไม่ลุกลี้ลุกลนเท่าเมื่อก่อน อย่างไรก็ตาม เขาต้องพบกับความเสี่ยงที่จะถูกตัดหัวในโลกนั้นอยู่ตลอดเวลา การที่จะไม่สงบสติอารมณ์สำหรับเขาจึงเป็นเรื่องยาก

 

“มีอะไรรึเปล่าเพื่อน ?” เฉินชิ่งถามหลังจากที่มองเหยินปาเชียนมาได้สักพักแล้ว

 

ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เหยินปาเชียนชวนให้เขามากินข้าวด้วย เหยินปาเชียนอาจไม่ใช่คนที่ชอบคิดริเริ่ม แต่มันก็เป็นเรื่องปกติที่เขาจะนัดเจอ โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาไม่ได้เจอหน้ากันมานาน

 

อย่างไรก็ตาม เหยินปาเชียนไม่ค่อยนัดให้เขามาเจอกันเพื่อกินข้าวเที่ยง โดยปกติแล้ว พวกเขามักจะนัดกันกินข้าวเย็นในเวลากลางคืน

 

ถึงพวกเขาอาจจะได้เจอกันในตอนนี้ แต่พวกเขามักจะยุ่งมากในตอนเที่ยง ดังนั้นพวกเขาจึงมักจะนัดเจอกันตอนกลางคืน เพราะพวกเขาว่างแล้วนั่นเอง

 

“มีเรื่องที่อยากให้นายช่วยอยู่น่ะ เราอยากให้นายช่วยเราซื้อของบางอย่างให้” เหยินปาเชียนพยักหน้าแล้วพูดออกมา

 

“ของอะไรหว่า ? ถ้านายต้องการให้เราช่วย แสดงว่าสิ่งที่นายต้องการนั้นไม่ธรรมดา อย่าบอกนะว่านายต้องการอาวุธปืนน่ะ ?” เห็นได้ชัดว่าเฉินชิ่งล้อเขาเล่น เป็นไปไม่ได้เลยที่เหยินปาเชียนจะต้องการซื้ออาวุธปืน แล้วก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะต้องการยาเสพติด เฉินชิ่งรู้ใจเหยินปาเชียนมาก เขาจะไม่แตะต้องสิ่งเหล่านี้ เว้นเสียแต่เขาจะถูกใครบางคนโกงมา แถมยังเป็นไปได้ว่าเขาได้พบกับปัญหาอีกด้วย

 

โดยปกติแล้ว มันไม่ยากสำหรับเฉินชิ่งเลยที่จะหาสิ่งเหล่านี้

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เหยินปาเชียนพูดต่อมาทำให้เขาต้องตกตะลึง

 

“เราอยากได้ปืนพก หน้าไม้ แล้วก็ระเบิดน่ะ” เหยินปาเชียนไล่รายการอย่างใจเย็น

 

เฉินชิ่งมองไปที่เหยินปาเชียนราวกับคนแปลกหน้าปรากฏตัวต่อหน้าเขา เขาถามออกไปด้วยเสียงที่ลดต่ำลง “นายคิดจะทำอะไรกันแน่ ? อนาคตที่สดใสอยู่ข้างหน้านายแล้ว อย่าทำอะไรใจร้อนนักสิ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็จะช่วยให้นายแก้ปัญหานะ มีวิธีที่ถูกต้องในการทำสิ่งต่าง ๆ แต่ทำไมนายถึงใช้วิธีการเหล่านี้ล่ะ ? นายบ้าไปแล้วรึไง ?”

 

เหยินปาเชียนไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “นายคิดมากเกินไปแล้ว เราดูเป็นคนแบบนั้นในสายตาของนายรึไง ?”

 

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ เฉินชิ่งก็ถอนหายใจ แล้วเขาก็พูดต่อ “เมื่อกี้นายทำให้เราตกใจมาก เรารู้ว่านายไม่ใช่คนที่ห้าวหาญ เรายังคิดอยู่เลยว่ามีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นกับนาย”

 

“เรากำลังจะเข้าป่าเป็นเวลาหลายวัน ที่นั่นอันตรายมากเลยล่ะ เราต้องมีอาวุธเพื่อป้องกันตัวบ้าง”

 

“ถึงอย่างนั้นก็เหอะ นายต้องการระเบิดจริง ๆ หรอ ?” เป็นที่เข้าใจได้ว่าการที่เหยินปาเชียนต้องการปืนหรือหน้าไม้ถ้าหากว่าเขาจะเข้าป่าจริง ๆ แต่เขาอยากได้ระเบิดจริง ๆ เหรอ ? อาวุธชนิดนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะพกพาด้วยความประมาท

 

“เราบอกไปแล้วว่าเรากำลังจะเข้าป่า มีสัตว์ป่าดุร้ายมากมายอยู่ที่นั่น บางครั้งปืนอาจไม่มีประโยชน์ด้วยซ้ำ”

 

“นายเอาปืนไรเฟิลติดตัวไปก็ได้นะ เมื่อนายใช้มัน นายจะสามารถฆ่าทุกสิ่งที่เข้ามาในเส้นทางด้วยการยิงเพียงนัดเดียว”

 

เหยินปาเชียนส่ายหน้า การใช้ปืนไรเฟิลจะดูโจ่งแจ้งเกินไป ถึงแม้ว่าหน้าไม้จะถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงด้วยก็ตาม แต่ก็ไม่เด่นชัดเท่าปืนไรเฟิล ถึงแม้ว่าองค์จักรพรรดินีสงสัยในตัวเขาเล็กน้อย แต่เขาก็ยังไม่สามารถกระตุ้นความสงสัยของคนอื่นได้

 

นอกจากนี้ ถ้าหากเขาตกอยู่ในอันตรายจริง ๆ และอีกฝ่ายเป็นมนุษย์ การถือปืนไรเฟิลจะทำให้บุคคลนั้นไหวตัวทัน

 

ปืนพกจะเป็นที่สังเกตน้อยกว่าปืนไรเฟิล แถมระเบิดยังดูคล้ายกับอิฐโลหะ ทำให้จุดสนใจในตัวเขาเองลดลงไปในตัว

 

อาจจะมีคนโง่ที่พยายามหยิบจับลูกระเบิดที่เขาขว้างก็ได้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ทำเช่นนั้น พวกเขาก็พยายามรักษาระยะให้ห่างจากระเบิดมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

ไอเดียของเหยินปาเชียนคือการใช้หน้าไม้เป็นอาวุธหลักของตน ถ้าเขาตกอยู่ในอันตรายจริง ๆ เขาก็จะใช้ปืนพกที่มีกระบอกเก็บเสียง นี่อาจทำให้เขาเป็นที่สังเกตน้อยที่สุด และป้องกันไม่ให้ผู้อื่นรู้เรื่องอาวุธของตนมากนัก

 

“ปืนพก หน้าไม้ ระเบิด กระบอกเก็บเสียง กระสุนปืน ลูกธนู เสื้อเกราะกันกระสุนน้ำหนักเบา แล้วก็ยาชา ต้องเป็นยาชาที่มีฤทธิ์แรง แล้วเราก็อยากได้มีดรบด้วย” เหยินปาเชียนอธิบายด้วยความใจเย็น เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตอยู่รอด เขาจึงต้องพยายามอย่างมากเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมมากขึ้นอีก

 

เมื่อเฉินชิ่งได้ยินสิ่งที่เหยินปาเชียนร้องขอ เขาก็ขมวดคิ้วแล้วพูดออกมา “เรารู้สึกว่านายไม่ได้กำลังจะเตรียมตัวเดินทางเข้าป่าเลยนะ เหมือนกับว่านายกำลังเตรียมทำสงครามมากกว่า แต่เราจะไม่ถามอะไรอีกแล้ว เราจะช่วยนายหาสิ่งที่นายต้องการให้เอง นายมีข้อกำหนดในสิ่งที่นายอยากได้มั้ย ? แล้วนายต้องการเมื่อไหร่ ?”

 

“ไม่มีอะไรมาก ขอให้มีประสิทธิภาพก็พอแล้ว นายน่าจะรู้ว่าเราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้เลย แต่เราต้องการมันอย่างเร่งด่วน เราต้องการช้าสุดมะรืนนี้ ให้ดีที่สุดก็ให้ได้วันพรุ่งนี้เลย นอกเหนือจากนั้น เราก็ยังต้องการหาสถานที่ที่เราสามารถฝึกยิงปืนได้ เราไม่คุ้นเคยกับการใช้อาวุธปืนน่ะ เพราะงั้น เราต้องทำความคุ้นเคยกับมัน” เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

เฉินชิ่งพยักหน้าแล้วตอบกลับ “การหาสถานที่ฝึกยิงปืนไม่ใช่ปัญหา เรารู้จักสนามยิงปืน ในส่วนที่เหลือ เราจะช่วยนายหาเอง ไม่น่าจะมีปัญหามากหรอก”

 

หลังจากที่พูดจบ เฉินชิ่งก็หยิบมือถือออกแล้วโทรไปหลายสาย จากนั้น เขาก็ได้รับข้อความ แล้วเขาก็ส่งต่อให้เหยินปาเชียน “โทรไปยังเบอร์นี้แล้วบอกว่าเฮยจื่อส่งมาให้ เราจะติดต่อสนามยิงปืนให้ทีหลังแล้วจะส่งเบอร์ให้นะเพื่อน”

 

เหยินปาเชียนพยักหน้า ด้วยอุปกรณ์นี้ เขาจะแข็งแกร่งมาก เขาได้เตรียมการเท่าที่เขาจะทำได้ ส่วนที่เหลือก็จะขึ้นอยู่กับดวง

 

ส่วนอาหารที่เหลือ ไม่มีใครพูดถึงมันอีกเลย

 

ตามที่เฉินชิ่งเคยกล่าวไว้ ในฐานะเพื่อน เขาก็จะช่วยให้เหยินปาเชียนได้สิ่งที่ต้องการ เขาไม่สนใจอย่างอื่นอีกแล้ว

 

เหยินปาเชียนรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่เฉินชิ่งไม่ได้ถามคำถามเพิ่มเติมอีก นี่เป็นหนึ่งในหลายมุมที่เขาชอบมากที่สุดในตัวเฉินชิ่ง

 

 

 

บ่ายวันนั้น เมื่อออกมาจากภัตตาคารแล้ว เหยินปาเชียนก็ขึ้นรถแล้วโทรไปยังเบอร์ที่เฉินชิ่งให้ไว้ทันที หลังจากที่บอกชื่อของเฮยจื่อแล้ว ชายที่อยู่ปลายสายก็ให้ช่องทางการดำเนินการแก่เหยินปาเชียน ช่องทางแรกคือการติดต่อผ่านแอพวีแชท แล้วอีกฝ่ายจะวางอาวุธปืนไว้ในสถานที่หนึ่งให้เหยินปาเชียนมารับไป ช่องทางที่สองคือการให้เหยินปาเชียนมารับอาวุธปืนจากพวกเขาเอง

 

 

เหยินปาเชียนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอาวุธปืนเลย ดังนั้นเขาจึงต้องการเห็นมันด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้น เขาจึงเลือกช่องทางที่สอง

 

อีกฝ่ายระบุให้เขาไปยังจุดนัดพบ หลังจากรอได้สักพัก รถตู้ก็จอดที่ริมถนน ที่เบาะหลังมีชายคนหนึ่ง เขาส่งหมวกไอ้โม่งให้เหยินปาเชียนแล้วพูดออกมา “มันเป็นกฎ !”

 

ชายคนนั้นมีกล้ามโตดูเถื่อนมาก ถ้าเป็นเมื่อก่อน เหยินปาเชียนจะอยู่ห่างจากผู้ชายคนนี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เคยชินกับการเห็นชนเผ่าแล้ว เขาก็รู้สึกว่าชายคนนี้ดูธรรมดาและไม่ได้น่ากลัวแต่อย่างใด

 

เหยินปาเชียนพยักหน้า เขาสวมหมวกไอ้โม่งอย่างง่าย ๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ขายคนนี้เฉินชิ่งเป็นคนแนะนำมา ความปลอดภัยของเขาน่าจะรับประกันได้

 

 

 

รถตู้ขับไปประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าถึงจะจอด เหยินปาเชียนไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน จากนั้น เขาก็ถูกพาเข้าไปในบ้าน เมื่อเดินลงบันไดแล้ว หมวกไอ้โม่งของเขาก็ถูกถอดออก สภาพแวดล้อมรอบตัวดูเลือนราง ดูเหมือนว่าเขาจะอยู่ในห้องใต้ดิน

 

ความหลากหลายของอาวุธปืนในห้องใต้ดินนั้นมีจำกัด แตกต่างไปจากสิ่งที่เหยินปาเชียนคิดไว้ เขาคิดว่าจะมีอาวุธปืนพร่างพรายเรียงรายกันเป็นแถว อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดถึงเรื่องนี้แล้ว เขาก็รู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างดูเข้าท่า ถึงยังไงก็เถอะ เขาก็ไม่ได้อยู่ในต่างแดน

 

มีอาวุธปืนอยู่ประมาณ 10 ชนิด มีปืนพก ปืนไรเฟิล และปืนลูกซอง มีปืนพกทั้งหมด 5 แบบ บนกำแพง มีหน้าไม้ 2 คัน คันใหญ่และคันเล็ก ทั้งสองคันมีกล้องติดอยู่ด้วย

 

“ทุกอย่างอยู่ที่นี่แล้ว ลองดูเลย”

 

ตอนนี้เองที่เหยินปาเชียนสังเกตเห็นชายวัยกลางคนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่มุมหนึ่ง

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

ติดตามอัพเดทนิยายตอนใหม่ล่าสุดได้ทาง

Facebook Fanpage: R-Zan Fanpage