0 Views

เมื่อเตรียมใบไผ่และน้ำให้เถียนเถี่ยนและกุ๋นกุ่นในเช้าวันรุ่งขึ้นแล้ว เหยินปาเชียนก็พาคนจำนวนหนึ่งมายังพื้นที่ราบใกล้ ๆ ห้องครัวเพื่อหาวัสดุทำเครื่องหนัง

 

เสาทุกต้นที่ปักบนที่ว่างแปลงใหญ่ถูกเชื่อมด้วยเชือกต่อกัน สิ่งที่แขวนอยู่บนเชือกคือขนและหนังสัตว์ชนิดต่าง ๆ ขนและหนังสัตว์เหล่านี้ได้ผ่านการล้างแบบลวก ๆ มาแล้ว และตอนนี้ก็กำลังตากลมอยู่บนเชือกให้แห้ง

 

มีหนังวัวและหนังแพะ ผู้คนเกือบร้อยคนอาศัยอยู่ในสวนสัตว์ ซึ่งรวมไปถึงคนงานและคนในครอบครัวของพวกเขาด้วย เนื่องจากความกระหายของชาวต้าเย่า ปริมาณเนื้อสัตว์ที่บริโภคทุกวันนั้นเยอะมาก อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็ต้องฆ่าวัวสามตัวและแพะซักตัว ซึ่งแพะในโลกนี้ตัวใหญ่กว่าม้าในยุคโบราณซะอีก

 

เมื่อฆ่าสัตว์ทุกวัน ขนและหนังของพวกมันจะถูกล้างและตากแห้งแบบนี้ จากนั้นขนและหนังสัตว์เหล่านี้จะวางกองเป็นกลุ่มแล้วจึงจัดเก็บไว้ในโกดัง เมื่อสะสมได้ปริมาณหนึ่งแล้ว พวกเขาจึงขายมันและนำรายได้มาซื้อเหล้าดื่ม

 

มูลค่าของขนและหนังสัตว์พวกนี้ที่ผ่านการล้างแบบลวก ๆ นั้นต่ำมาก ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจึงไม่ค่อยสนใจนัก

 

นอกจากนี้ ยังมีหนังสัตว์ที่ถูกลอกออกมาเมื่อมันตายในสวนสัตว์ ในบรรดาหนังสัตว์พวกนี้ เหยินปาเชียนยังได้เห็นหนังของเสือเขี้ยวดาบด้วย บนหนังสีเหลืองมีลายสีดำขนาดใหญ่และเข้มกว่าลายบนตัวเสือ มันดูคล้ายกับหนังของเสือดาวมากกว่าซะอีก แต่ทว่า รูปร่างของเสือเขี้ยวดาบนั้นมีขนาดใหญ่และไม่มีจุดวงกลมเช่นกัน

 

ว่ากันว่ามีเสือเขี้ยวดาบสองตัวต่อสู้กันเมื่อวานนี้ และก็มีตัวนึงถูกกัดจนตาย

 

ขนและหนังที่ตากลมจนแห้งที่นี่ทั้งหมดนั้นสมบูรณ์มาก เหยินปาเชียนปิดจมูกของตัวเองแล้วก็มองไปที่มัน สิ่งที่พวกเขาทำนั้นเพียงพอที่จะให้คนม้วนหนังและนำมันออกไปได้ทันที

 

ถึงแม้ว่าขนและหนังถูกล้างแล้ว แต่ก็ยังคงมีกลิ่นเหม็นสาบโชยออกมา ขนและหนังสัตว์พวกนี้ยังล่อแมลงวันจำนวนมากและแมลงตัวเล็กอื่น ๆ ให้บินว่อนในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย

 

“ขูดเนื้อเยื่อกับเศษเนื้อออกจากหนังสัตว์ซะสิ !” เหยินปาเชียนพาเถ่เตาและเถิงหูหลุมาดูแล้วก็แนะนำพวกเขา

 

ในจำนวนคนงานสิบคนที่อยู่ใต้อำนาจเขา สามคนอยู่ที่ห้องกักเก็บน้ำแข็งและห้าคนก็ไปไถนา จึงมีแค่พวกเขาสองคนที่ยังคงอยู่ตรงนี้

 

คนงานทั้งสองใช้เวลาตลอดช่วงเช้าเพื่อจัดการหนังสัตว์ หลังจากนั้น พวกเขาก็แช่หนังสัตว์ลงในน้ำ หนังพวกนี้น่าจะพร้อมใช้งานหลังจากแช่เป็นเวลาสองวัน

 

หนังสัตว์ที่เหลือถูกห่อและโยนไปข้าง ๆ เหยินปาเชียนได้นำพัดลมธรรมชาติมาและพาคนงานสองคนไปยังเขตไป๋ฉีด้วย เขาต้องการหาช่างตีเหล็กมาทำต้นแบบตามแบบพัดลมที่เขามี

 

เขาคิดจะออกไปเพียงลำพัง แต่เมื่อพิจารณาทัศนคติของชาวต้าเย่าต่อบุคคลภายนอกไม่ดีเท่าไหร่ และความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขายอดเยี่ยมมากเมื่อเทียบกับตัวเขาเอง มันคงจะสายเกินไปที่จะตะโกนเรียกหากเขาพบกับเหตุร้าย

 

ในที่สุด เขาก็รอคอยเถ่เตาและเถิงหูหลุ และเพิ่งจะออกไปในตอนบ่าย

 

 

 

เมื่อมาถึงเขตไป๋ฉีแล้ว ก็ยังคงเป็นเจ้าของร้านคนเดิม เหยินปาเชียนยื่นพัดลมให้เขาดู

 

“ท่านทำของแบบนี้ได้มั้ย ? ท่านเปลี่ยนส่วนประกอบบางส่วนได้นะ เช่นใบพัดหรือไม่ก็ฐานอาจทำด้วยโลหะหรือไม้ก็ได้”

 

“นี่คืออะไร ?” เจ้าของร้านมองไปที่พัดลมมีความอยากรู้อยากเห็นเต็มไปหมด

 

เขาไม่เคยเห็นสิ่งนั้นมาก่อนเลย

 

เหยินปาเชียนจ่อพัดลมไปที่เจ้าของร้านแล้วก็ใช้มือข้างหนึ่งดึงสายไปจนสุด

 

ใบพัดเริ่มหมุนในทันที ลมก็พัดตรงไปยังเจ้าของร้าน

 

เมื่อสายยืดตัวและเขาคลายสายในมือออกแล้ว พัดลมก็เริ่มหมุนกลับไปในทิศทางตรงกันข้าม

 

การได้สัมผัสลมที่พัดเข้าหน้าโดยตรง ดวงตาของเจ้าของร้านช่างตีเหล็กก็เบิกกว้างขึ้น “ของชิ้นนี้น่าสนใจดีนะ”

 

เมื่อเขารับพัดลมแล้ว เจ้าของร้านก็ใช้มือดึงสายจากด้านหลัง ทันใดนั้น ใบพัดของพัดลมก็เริ่มหมุน เมื่อเขาปล่อยสายในมือของเขาอีกครั้ง มันก็หมุนกลับไปในทิศทางตรงกันข้าม

 

จากนั้น เขาก็จ่อพัดลมไปที่ตัวเอง ดึงสาย แล้วก็ปล่อย เขาดึงสายอีกครั้งแล้วก็ปล่อยไปเรื่อย ๆ…

 

ซักพัก เขาก็รู้สึกเพลิดเพลินจนลืมเหยินปาเชียนและคนอื่นที่ยังอยู่ในร้าน

 

เมื่อเห็นว่าเจ้าของร้านมีความสุขกับพัดลม เหยินปาเชียนก็รอซักพักก่อนที่เขาจะขัดจังหวะเจ้าของร้าน “แล้ว ท่านสามารถทำของแบบนี้ได้มั้ย ?”

 

“หืมม ? โอ้ว !” เจ้าของร้านตอบสนองทันที “พวกเราจะต้องรื้อดูองค์ประกอบของมันก่อน จะไม่เป็นไรใช่มั้ย ?”

 

“ได้เลย เวลาท่านจะทำอะไรให้ดึงฝาครอบด้านหลังออกนะ”

 

เจ้าของร้านทำตามคำแนะนำของเหยินปาเชียนและดึงฝาครอบออก

 

องค์ประกอบภายในพัดลมนั้นดูเรียบง่าย มีแค่แบริ่ง ปะเก็น และสายเท่านั้น เมื่อดูแว้บแรก มันดูเรียบง่ายมากทีเดียว

 

จากนั้น เจ้าของร้านก็เกิดสงสัยขึ้นมา “ท่านทำของสิ่งนี้ที่ไหนรึ ?”

 

“ทำไมเหรอ ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“พวกเราทำให้เหมือนของชิ้นนี้ไม่ได้หรอก มันเป็นงานที่สมบูรณ์มาก ความหนาของชิ้นส่วนทุกชิ้นเหมือนกันมาก ข้าสงสัยว่าใครกันที่ทำของชิ้นนี้ออกมาได้” เจ้าของร้านบอกกับเหยินปาเชียนขณะที่เขาชี้ไปที่แบริ่งภายในพัดลม

 

เหยินปาเชียนก็ครุ่นคิดในทันที โดยปกติแล้ว ช่างตีเหล็กในโลกนี้จะไม่สามารถผลิตสิ่งที่เทียบเคียงได้กับแบริ่งที่ผลิตในโลกยุคใหม่

 

“ขอให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากันและไม่ส่งผลต่อการใช้งานก็พอแล้วล่ะ แต่ต้องเรียบและราบรื่น มิเช่นนั้นมันจะส่งผลต่อกำลังที่ใช้ในการดึงสายได้ แถมยังเกิดเสียงรบกวนอีกด้วย” เหยินปาเชียนพูดออกมา

 

เจ้าของร้านเกาคางแล้วพูดออกมา “ถ้างั้นก็ทำได้อยู่”

 

“แล้วก็นะ พวกเราไม่มีของชิ้นนี้ที่นี่เลย” เจ้าของร้านพูดขณะที่เขาชี้ไปที่ส่วนประกอบชิ้นหนึ่งในพัดลม

 

เหยินปาเชียนชำเลืองมอง มันคือปะเก็นนั่นเอง

 

ปะเก็นสามารถใช้เอ็นสัตว์ทำได้ แต่คงไม่จำเป็นต้องบอกเรื่องนี้กับเจ้าของร้านหรอก

 

“เมื่อไหร่ต้นแบบเสร็จ ข้าจะมาตรวจสอบอีกที หากมันใช้งานได้เหมือนกัน ข้าขออีก 20 อันนะ แต่ว่าข้าไม่อนุญาติให้ท่านเปิดเผยอะไรเกี่ยวกับพัดลม แล้วข้าก็ไม่อนุญาตให้ส่งงานชิ้นนี้ให้กับคนอื่นนะ” เหยินปาเชียนย้ำเตือน

 

ในตอนแรก เขาต้องการขยายกำหนดเวลา แต่เขาก็ได้รู้ว่าการผลิตพัดลมธรรมชาตินั้นเรียบง่ายและทุกคนสามารถเข้าใจวิธีการผลิตได้ ถึงแม้ว่าเขาจะควบคุมเจ้าของร้านไม่ให้เผยแพร่วิธีการทำพัดลม แต่ผู้คนก็สามารถทำเลียนแบบได้โดยการหาช่างตีเหล็กคนอื่น ดังนั้น เขาจึงกำหนดขอบเขตที่สามเดือน ตราบใดที่สินค้าของเขาเป็นชุดแรกของตลาด และเขาได้รับเงินจำนวนหนึ่งแล้ว แค่นั้นก็เพียงพอ

 

“สามเดือนนั้นไม่นานเลย แต่ตามที่ท่านพูด อย่างน้อยที่สุดท่านจะต้องสั่งอีก 20 ชิ้น” เจ้าของร้านตอบ

 

“ตราบใดที่ต้นแบบที่ท่านทำใช้งานได้ก็ทำตามนั้นเลย ถ้ามันใช้งานไม่ได้ ทำไมทุกคนถึงเข้ามาท่านเพื่อให้ทำสิ่งของพวกนี้กันล่ะ ?” เหยินปาเชียนตอบกลับ

 

“อย่าดูถูกความสามารถของข้าไปหน่อยเลย ถึงจะทำได้ไม่เหมือนของชิ้นนี้ แต่ถ้าเพื่อให้ออกมาเป็นพัดลที่มเรียบและราบรื่นล่ะก็ไม่ใช่ปัญหาหรอก” เจ้าของร้านทุบหน้าอกของตัวเองอย่างแรงแล้วพูดออกมา แม้แต่เหยินปาเชียนก็รู้สึกว่าเขาสามารถสร้างความเสียหายให้กับอวัยวะภายในของเขาได้เลย

 

“ข้าขอให้ท่านฝากของชิ้นนี้ไว้กับข้าเพื่อให้ข้าศึกษามันได้มั้ย ?” เจ้าของร้านถามออกมา เขาปัดพัดลมเล่นอย่างไม่หยุดหย่อน เหยินปาเชียนก็เกิดสงสัยว่ามันเป็นเพราะเขาชอบพัดลมหรือเป็นเพราะเขาสนใจในแบริ่งที่อยู่ข้างในกันแน่

 

“ได้ ๆ แล้วท่านจะใช้เวลาในการทำนานเท่าไหร่ ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“ท่านน่าจะมารับของได้มะรืนนี้” เจ้าของร้านตอบ

 

เหยินปาเชียนนับจำนวนวัน เขาน่าะกลับไปยังดาวโลกอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ “ข้าจะให้เวลาท่านอีกก็แล้วกัน เดี๋ยวข้าจะกลับมาในอีกสามวันข้างหน้า”

 

เมื่อฝากพัดลมไว้ที่ร้านแล้ว เหยินปาเชียนก็ออกมาพร้อมกับเถิงหูหลุและเถ่เตา

 

เขาได้กลับมาที่สวนสัตว์ แล้วก็จัดการกับขนและหนังสัตว์ต่อ

 

 

 

ในตอนบ่าย เหยินปาเชียนถูกเรียกตัวไปที่พระราชวัง และถูกพาตัวไปที่ห้องครัวหลวงโดยตรง

 

“ท่านเหยิน !” เมื่อได้เห็นเหยินปาเชียน ใบหน้าของผู้ดูแลโกวก็หยีอยู่พักนึง ในที่สุดเขาก็ต้องก้มหัวลงและเรียกเขาว่าท่าน

 

นิสัยแบบนี้เป็นสิ่งที่เหยินปาเชียนชื่นชอบในชาวต้าเย่า ตราบใดที่พวกเขาพูดอะไรบางอย่างออกมา พวกเขาจะทำตามสิ่งที่พูดอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่เต็มใจที่จะทำก็เถอะ แต่ก็ยังคงรักษาคำพูดไว้ นอกจากนี้ เขามองไปยังชายผิวแทนที่เย่อหยิ่งหน้าบึ้งตึงก้มหัวพร้อมกับเรียกเขาว่าท่าน เหยินปาเชียนรู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง

 

ส่วนคนอื่น ๆ ในห้องครัวหลวงเรียกเขาว่าท่านด้วยความบริสุทธิ์ใจมากขึ้น

 

ยังไงซะ เครื่องเทศที่เหยินปาเชียนนำมาก็ได้ขยายขอบเขตความรู้ของพวกเขา แถมยังทำให้พวกเขามีความมั่นใจที่จะพูดว่านี่คือห้องครัวหลวงแห่งต้าเย่าอีกด้วย อย่างน้อยที่สุดก็มีส่วนประกอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด

 

แม้แต่ห้องครัวหลวงในแคว้นหยูนและมหาจักรวรรดิเซี่ย ก็ไม่สามารถเทียบกับห้องครัวหลวงแห่งแคว้นต้าเย่าได้เลย

 

“ท่านเหยิน วันนี้ท่านจะทำอะไรรึ ?” พ่อครัวคนหนึ่งจากห้องครัวหลวงถามออกมา ในตอนแรก มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างน่าอายที่จะเรียกเขาว่าท่านเหยิน ยังไงก็เถอะ เมื่อเรียกเขาไม่กี่ครั้ง มันก็ติดซะแล้ว

 

เหยินปาเชียนมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เขาก็จะคุ้นเคยกับอาหารจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นปกติอยู่แล้ว

 

เมื่อคิดได้ซักพัก เขาก็ตบมือแล้วพูดออกมา “วันนี้ข้าจะทำอาหารพิเศษสองเมนู ได้แก่ ไก่ตุ๋นเห็ดหอมและหมูทอดผัดเปรี้ยวหวาน แล้วก็มีซุปลูกชิ้นเนื้อวัวด้วย เมนูสุดท้ายก็จะเป็นผลไม้ถาดล่ะ”

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

ติดตามอัพเดทนิยายตอนใหม่ล่าสุดได้ทาง

Facebook Fanpage: R-Zan Fanpage