0 Views

สุดยอดผู้อุทิศตนที่อยู่ในระดับตัวอ่อนดินมีสีหน้าเคร่งขรึม ชายร่างยักษ์ที่เขากำลังเผชิญหน้าในตอนนี้กำลังกดดันเขามากเหลือเกิน

 

ตราบใดที่การโจมตีของเขาไม่ได้พุ่งตรงไปยังจุดสำคัญ คู่ต่อสู้ของเขาก็จะไม่หลบมัน คู่ต่อสู้ของเขากำลังต่อสู้แบบพลีชีพ

 

“ชิบหาย ขวานของข้าอยู่ไหน ? ใครก็ได้ส่งมาให้ข้าซิ” หงเป่าแผดเสียง เขารู้สึกหงุดหงิดที่เขาไม่สามารถโค่นสุดยอดผู้อุทิศตนลงได้

 

“รับด้วยขอรับใต้เท้า” มีคนแหกเข้ามาในการต่อสู้ในทันที เขาวิ่งไปยังพื้นที่ห่างไกลเพื่อหยิบขวานของหงเป่า แล้วโยนไปยังทิศทางของเขา

 

ณ ตอนนี้ ผลลัพธ์ของการต่อสู้ได้ถูกกำหนดแล้ว เหลือพลทหารม้าไม่ถึง 30 นาย แถมจำนวนยังลดลงอย่างรวดเร็วด้วย พวกเขาหนีไม่พ้นแม้ว่าต้องการหนีก็ตาม

 

บางคนพยายามเฆี่ยนม้าเพื่อหลบหนี แต่ก็โดนลูกธนูยิงในทันที

 

คนที่เหลือไม่สามารถใช้ความพยายามในการกดดันชนเผ่าได้เลย

 

คู่ต่อสู้ของหงเป่าไม่ต้องการให้เขาจับขวาน

 

สุดยอดผู้อุทิศตนมีปัญหาในการถ่วงเวลาหงเป่าแล้วเมื่อเขามีขวานเพียงเล่มเดียว นอกจากนี้เขาสามารถบอกได้ว่าหงเป่ายังไม่ทันได้ใช้กำลังทั้งหมดของเขาเลย ถ้าหากหงเป่ามีขวาน 2 เล่มล่ะก็ เขาจะไม่สามารถต่อต้านอีกฝ่ายได้

 

“เจ้าชายที่เจ็ดหนีไปแล้วงั้นรึ ? ถ้าเค้าหนีไปแล้ว ข้าเองก็สามารถหนีตามไปได้นะ” สุดยอดผู้อุทิศตนคิดกับตัวเอง อย่างไรก็ตาม จากมุมมองของเขา เขาไม่สามารถบอกได้ว่าเจ้าชายที่เจ็ดถูกใครบางคนหยุดไว้

 

เมื่อสุดยอดผู้อุทิศตนที่มาพร้อมกับเจ้าชายที่เจ็ดได้เห็นชายสองคนปรากฏตัวตรงหน้าพวกเขา เขาจึงพูดกับเจ้าชายที่เจ็ดอย่างนุ่มนวล “ฝ่าบาท ท่านไปก่อนเลยขอรับ”

 

เจ้าชายที่เจ็ดกัดฟันแล้วหนีไปอย่างรีบเร่งโดยไม่ได้หันหลังกลับมา

 

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนพวกนี้ถึงต้องการฆ่าตน มีเพียงฉีจี่เซียวหรือไม่ก็หงอู่เท่านั้นที่สามารถส่งสุดยอดจำนวนมากขนาดนี้มาได้

 

เนื่องจากคนพวกนี้ดูไม่เหมือนว่ามาจากกองทัพ จึงบอกเป็นนัยว่าพวกเขาถูกฉีจี่เซียวส่งมา

 

ทำไมกัน ? เราเองก็ไม่ได้เป็นผู้มีพรสวรรค์และไม่ได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษจากพี่น้อง 11 คนของเราซักหน่อย นอกจากนี้เราก็ไม่ได้ทำอะไรให้ฉีจี่เซียวโกรธเคืองเลยด้วย ทำไมพระองค์ถึงต้องการฆ่าเรากันล่ะ ?

 

เจ้าชายที่เจ็ดกัดฟันแน่น เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่เขาสามารถมีชีวิตรอดได้ เขาจะต้องล้างแค้นสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้อย่างแน่นอน

 

ในขณะที่เจ้าชายที่เจ็ดกำลังจะเข้าป่า เขาก็ได้ยินเสียงควับอยู่ข้างหลังในทันที ทันใดนั้นเขาจึงกระโดดไปด้านข้าง หลังจากนั้นเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณโดยรอบ

 

ต้นขาของเขาถูกแทงด้วยหอก มันกำลังทำลายกระดูกต้นขาของเขาอยู่

 

ชายร่างยักษ์ที่มีรอยแผลเป็นรูปกรงเล็บ 5 รอยบนหน้าเดินไปหาเจ้าชายที่เจ็ด ถ้าหากแผลเป็นยาวขึ้นอีกเล็กน้อย ดวงตาของเขาก็จะหายไป ในขณะนี้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า

 

จากขอบตาของเขา เขาเห็นสุดยอดผู้อุทิศตนกำลังวุ่นวายกับชาย 2 คน ถ้าหากเขามีเจตนาหลบหนี ชายทั้งสองจะต่อสู้กับเขาในรูปแบบพลีชีพอย่างแน่นอน

 

สิ่งนี้ได้ส่งอาการหนาวสั่นลงกระดูกสันหลัง

 

ชนเผ่ามองว่าการตายในการต่อสู้นั้นเพื่อเป็นเกียรติ ถ้าหากบุคคลหนึ่งเสียชีวิตในการต่อสู้ ศพจะถูกฝังในที่หนึ่งในภูเขาหกหมื่น เพื่อให้วิญญาณวีรชนสามารถอยู่ร่วมกับวิญญาณของบรรพบุรุษนับไม่ถ้วนได้

 

ดังนั้นจึงดูเหมือนว่าชนเผ่าไม่รู้ถึงความเจ็บปวดและไม่ได้เกรงกลัวความตาย

 

นี่ก็คือหนึ่งในเหตุผลที่แคว้นอื่นเกรงกลัวต้าเย่า

 

เมื่อได้เห็นชายร่างยักษ์กำลังเดินมาหาตนอย่างช้า ๆ เจ้าชายที่เจ็ดก็ตัวสั่นด้วยความกลัว

 

ความกลัวตายได้กลืนจิตใจของเขาไปแล้ว

 

เขาไม่เคยคิดว่าจะตายที่นี่ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ถ้าหากเขารู้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น เขาก็จะไม่ไปที่ต้าเย่าเป็นอันขาด

 

ถ้าหากไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าเขาต้องการเลือดกิเลน เขาก็จะไม่ไปที่ต้าเย่าเป็นการส่วนตัว

 

เขาไม่คิดว่าตัวเองจะลงเอยในสถานการณ์นี้

 

“เหตุใดฉีจี่เซียวถึงต้องการฆ่าเรา ? ทำไมกัน ?” เจ้าชายที่เจ็ดโหยหวนด้วยความสิ้นหวัง หน้าของเขากระตุกด้วยความโกรธพร้อมกับขว้างขวดที่เขาถือไว้แน่นตลอดเวลาออกไป

 

ชายร่างยักษ์ตรงหน้าเขาไม่มีเจตนาจะตอบคำถามของเขา เขาใช้หอกอีกเล่มเพื่อตรึงเจ้าชายที่เจ็ดลงไปกับพื้น แล้วตัดหัวของเขาด้วยการใช้มีดเฉือน

 

ในขณะที่เจ้าชายที่เจ็ดถูกหอกตรึงอยู่กับพื้น ใบหน้าก็ปรากฏขึ้นในใจเขา

 

เป็นเพราะมันรึเปล่า ? ว่าแต่ทำไมล่ะ ?

 

 

 

ใกล้กับขบวน การต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว พลทหารม้าทั้งหมด 100 นายเสียชีวิต แม้แต่ม้าก็ไม่ไว้ชีวิต ซากศพกระจัดกระจายไปทั่วทุกหนทุกแห่ง

 

ดวงตาของเว่ยกู่กำลังจ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้า แต่ร่างกายของเขาอยู่ห่างออกไปหลายเมตร

 

สุดยอดผู้อุทิศตนระดับตัวอ่อนดินซึ่งก่อนหน้านี้คิดว่าทำการหลบหนีได้ไม่ทันการ ในตอนนั้นเอง นอกเหนือจากหงเป่าแล้ว ก็มีชายประมาณ 6 คนกอดกันแล้วหัวเราะซึ่งกันและกัน

 

“เจ้าน่ะช้าสุด”

 

ด้วยดวงตาสีแดงคู่นั้น หงเป่าตะโกนด้วยความโกรธ “แม่งเอ๊ย ไอ้ห่านี่แม่งเจ้าเล่ห์ชิบหาย”

 

ขวานขนาดเท่าวงล้อ 2 เล่มในมือของเขานั้นมีรูปร่างคล้ายกับกังหัน เขาขุดดินลึกประมาณ 1 เมตรจากพื้นดินรอบตัวเอง พื้นดิน 100 เมตรรอบตัวเขาถูกปกคลุมไปด้วยรอยแตก

 

ถึงแม้ว่าคู่ต่อสู้ของเขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง

 

สุดยอดผู้อุทิศตนหัวเราะอย่างขมขื่น เขารู้ว่าไม่สามารถมีชีวิตรอดได้ในวันนี้ อย่างไรก็ตาม ในฐานะสุดยอดระดับตัวอ่อนดิน เขาไม่ยอมที่จะตายไปทั้งแบบนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะตาย เขาก็ต้องลากคู่ต่อสู้ของเขาไปด้วย

 

ในไม่ช้าเขาก็พบช่องโหว่ หลังจากนั้นเขาก็แทงเข้าหาขวานที่กำลังแกว่ง ดาบในมือของเขาหายไปและปรากฏที่คอของหงเป่าในทันที

 

“ฟืบบบ” ขวานในมือขวาของหงเป่าหมุนเร็วขึ้นมาก โดยแยกลำตัวส่วนบนของสุดยอดออกจากครึ่งล่าง

 

ขวานอีกเล่มที่อยู่ในมือซ้ายของหงเป่าลอยขึ้นไปในอากาศ และมือซ้ายของเขาก็ปรากฏตรงหน้าลำคอเขา

 

ชนเผ่ามีความสามารถในการป้องกันที่ทรงพลังมาก ดาบของสุดยอดผู้อุทิศตนเจาะทะลุฝ่ามือซ้ายของหงเป่าและติดอยู่ตรงนั้น เพียงแต่ทำให้เกิดบาดแผลขนาดเล็กบนคอของเขาเท่านั้น

 

“โธ่เอ๊ย เป็นไอ้หนุ่มที่ค่อนข้างน่ารำคาญเลยนะ แม้แต่ตอนที่มันกำลังจะตาย มันก็พยายามจะลากเราไปด้วย” หงเป่าขวานขวานของตนไปอีกด้านหนึ่ง เขาใช้มือขวาดึงดาบออกจากฝ่ามือซ้าย จากนั้นเขาก็ใช้ดาบตรึงศีรษะของสุดยอดผู้อุทิศตนคนไว้กับพื้น

 

“ไปดูว่ามีใครรอดชีวิตอีกมั้ย ข้าจะข้ามไปหยุดไม่ให้ไอ้เวรนั่นหลบหนีไปได้” หงเป่าตะโกออกมา เขาหยิบขวานของตนขึ้นมาแล้วมุ่งหน้าไปยังจุดต่อสู้จุดอื่น

 

อย่างไรก็ตาม ในตอนที่เขามาถึง การต่อสู้ก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว สุดยอดผู้อุทิศตนคนนั้นถูกล้อมรอบและถูกสุดยอดกงจักรดิน 8 คนสังหารแล้ว ก่อนที่เขาจะตาย เขาได้ฆ่าไป 1 คนและได้ทำให้ 3 คนบาดเจ็บ

 

หงเป่าไปดูชายร่างกำยำที่ถูกตัดหัว เขารู้สึกสงสารชายคนนี้เล็กน้อย นอกจากปากเหม็น เขาก็เป็นเพื่อนที่ค่อนข้างดีทีเดียว

 

“แบกร่างเค้าไว้ พวกเราจะทิ้งเค้าไว้ไม่ได้ ต่อมาพวกเราจะหาที่ทำความสะอาดร่างกายเค้าแล้วส่งไปยังภูเขา” หงเป่าเตือนลูกน้องของตน

 

“ขอรับ” ทุกคนตอบกลับและไม่ได้พูดอะไรอีก หนึ่งในลูกน้องของหงเป่ายกศพขึ้นมาแล้วแบกวางไว้บนหลังของเขา เขาไม่สนใจแม้แต่ความจริงที่ว่าร่างกายของตนเปียกโชกไปด้วยเลือดจากศพ

 

ยังไงซะ นี่ก็เป็นเลือดของสหายของตน เขาจึงไม่ถือแต่อย่างใด

 

 

 

หลังจากนั้น หงเป่าก็กระทืบแล้วบดขยี้ศีรษะของสุดยอดผู้อุทิศตนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ด้านข้างเขา ชายร่างยักษ์ที่มีรอยแผลเป็นรูปกรงเล็บ 5 รอยบนหน้าส่งศีรษะของเจ้าชายที่เจ็ดของหงเป่ามาให้ “นี่ขอรับใต้เท้า”

 

หงเป่าหยิบศีรษะขึ้นมามองดู จากนั้นเขาก็พูดออกมา “ภารกิจสำเร็จแล้ว เก็บกวาดจุดเกิดเหตุแล้วเตรียมถอยกลับ”

 

ในขณะที่เขากำลังจะกลับไป ก็มีใครบางคนตะโกนอกมา “ใต้เท้า มีกลุ่มคนอยู่ใกล้ ๆ ขอรับ ข้าคิดว่าเป็นกลุ่มพ่อค้าที่กลับมาจากต้าเย่าขอรับ”

 

“พวกมันเห็นพวกเรามั้ย ?”

 

“เห็นขอรับ ตอนนี้พวกเค้ากำลังถอยกลับแล้วขอรับ”

 

“ฆ่าทิ้งให้หมด” หงเป่าพูดออกมาอย่างเยือกเย็น เขาเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปในระยะไกล มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งหนีไปอย่างรีบเร่ง

 

ชาย 8 คนของหงเป่าไล่ตามกลุ่มพ่อค้าไป ส่วนคนที่เหลือก็ทำให้ซากศพเสียโฉมเพื่อลบบาดแผลที่มีเอกลักษณ์

 

อย่างเช่น บาดแผลที่เกิดจากคทา ผู้คนของมหาจักรวรรดิเซี่ยไม่ค่อยใช้อาวุธประเภทนี้ ในทางกลับกัน มันเป็นอาวุธที่ชนเผ่าหลายคนชื่นชอบ

 

เมื่อหงเป่าออกเดินทางด้วยรถม้าของเจ้าชายที่เจ็ด เขาก็มองเข้าไปข้างใน ภายในรถม้ามีสาวงามโดดเด่นที่มีมีดสั้นพุ่งเข้าหาหน้าอกของเธอ ดูเหมือนว่าเธอจะตายไปแล้ว

 

ใบหน้าของเธอถูกปกคลุมด้วยคราบน้ำตา

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

ติดตามอัพเดทนิยายตอนใหม่ล่าสุดได้ทาง

Facebook Fanpage: R-Zan Fanpage