0 Views

เหยินปาเชียนมองไปในห้องที่เขาอาศัยอยู่ แล้วก็รู้สึกตกตะลึงอยู่ในใจ

 

นี่เราถูกปล้นอย่างหนักหน่วงเลยหรอเนี่ย ?

 

ทำไมถึงไม่มีใครถามความคิดเห็นเราบ้างนะ ?

 

ถึงเราจะไม่กล้าบอกจริง ๆ ว่า “ไม่ได้” ก็เถอะ

 

ข้อยุติตอนนี้เป็นยังไงบ้างนะ ?

 

หนีหรอ ? เป็นไปไม่ได้หรอก นอกจากนี้เขาอาจจะหนีไม่พ้นด้วยซ้ำ

 

การที่เป็นคนแปลกหน้าในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะออกจากพระราชวังไป แล้วเขาจะวิ่งไปไหนได้ล่ะ ? เขาอาจไม่สามารถบอกทิศทางในตอนที่ออกจากเมืองหลานได้ด้วยซ้ำ

 

ยิ่งตัวเขาเอง เขาเชื่อว่าอาจถูกใครบางคนจับตัวได้ในวันเดียวด้วยซ้ำ

 

ไม่รู้ว่าเหยินปาเชียนจมอยู่กับความคิดของตัวเองนานแค่ไหน กว่าเขาจะได้ยินเสียงฝีเท้า แล้วก็มีใครบางคนเปิดประตูออก

 

องค์จักรพรรดินียืนอยู่ที่ประตูแล้วมองมาที่เขา หลังจากนั้นนางก็นั่งลงที่โต๊ะภายในห้อง

 

“ฝ่าบาท !” เหยินปาเชียนลุกขึ้นทันที

 

จักรพรรดินีพยักหน้าด้วยความอ่อนโยน หลังจากนั้นไม่นาน ในห้องนั้นก็จมอยู่ในความเงียบสงัดในช่วงเวลาสั้น ๆ

 

เหยินปาเชียนมีสิ่งที่จะพูดอยู่เต็มอก แต่เขาก็ไม่กล้าพูดอะไร

 

“เจ้ามีอะไรอยากพูดงั้นรึ ?” จักรพรรดินีถามทันที

 

เหยินปาเชียนไขว้เขวเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าจักรพรรดินีจะถามตนจริง ๆ

 

“ตามที่ข้าน้อยได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ หากไม่มีการพระราชสมภพขององค์ฝ่าบาท ก็จะมีแต่ความมืดมิดชั่วนิรันดร์ ความงดงามและเสน่ห์ของฝ่าบาทไม่มีผู้ใดเทียบได้ขอรับ ข้าน้อยรู้สึกทราบซึ้งเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณและความโปรดปรานให้เป็นคนในสถานภาพของฝ่าบาท ข้าน้อยจะไม่ลังเลที่จะบุกน้ำลุยไฟเพื่อฝ่าบาท แต่ข้าน้อยก็กลัวด้วยขอรับ ข้าน้อยน่ะอ่อนแอและต่ำต้อย แถมยังไม่ได้มีส่วนสนับสนุนในต้าเย่าเลย ตัวข้าเมื่อเทียบกับฝ่าบาท ก็เหมือนหิ่งห้อยกับดวงอาทิตย์อันร้อนแรง ข้าน้อยได้รับพระมหากรุณาธิคุณและความโปรดปรานจากฝ่าบาทได้อย่างไรกัน” เหยินปาเชียนคิดอยู่พักหนึ่ง เขาตัดสินใจที่จะพูดน้ำท่วมทุ่งก่อนที่จะพูดอย่างอื่นต่อไป

 

ถ้าเป็นไปได้ เขาคงจะอยากดูถูกตัวเองเป็นแมลงตัวเหม็นจากท่อน้ำทิ้งด้วยซ้ำ

 

จักรพรรดินีมองมาที่เขา นางพยักหน้าแล้วพูดออกมา “ดูสิ เจ้าก็ไม่ได้ดูแย่มากซักหน่อย แถมเจ้ายังพูดในสิ่งที่ข้าชอบฟังด้วยนะ เจ้าคือคนที่ใช่”

 

เมื่อได้ยินสิ่งที่จักรพรรดินีพูดแล้ว เหยินปาเชียนก็พูดไม่ออก เขาประจบสอพลอนางมากเกินไปรึเปล่า ?

 

“เพราะเจ้ารู้ว่าตัวเองนั้นอ่อนแอ ในวันพรุ่งนี้เจ้าจะต้องตามข้าไปที่พระราชวังชิงซินชั้น 2 มาเอาคัมภีร์ศิลปะการต่อสู้ไป เจ้าจะต้องฝึกฝนจนกว่าจะบรรลุถึงระดับกงจักรดิน หากข้าไม่พอใจในความคืบหน้าของเจ้าล่ะก็ เจ้าคงรู้ผลที่จะตามมาสินะ” จักรพรรดินีเตือนพร้อมกับมองมาที่เขา

 

“ขอรับ ฝ่าบาท” เหยินปาเชียนไม่รู้ว่าจะรู้สึกมีความสุขหรือเศร้าดี จริง ๆ แล้วเขาตั้งใจจะตีสนิทตู้ฉางคงเพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งของกับคัมภีร์ศิลปะการต่อสู้ของเขา ในท้ายที่สุด สิ่งต่าง ๆ ได้เปลี่ยนไปก่อนที่แผนการของเขาจะเริ่มด้วยซ้ำ ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นอีกแล้ว เพราะเขาสามารถไปรับคัมภีร์ที่พระราชวังชิงซินได้โดยตรง คัมภีร์ศิลปะการต่อสู้เล่มนั้นจะต้องดีกว่าเล่มที่ตู้ฉางคงมีอย่างแน่นอน

 

“หากเจ้าคิดว่าเจ้าไม่ได้มีส่วนสนับสนุนเลย ถ้างั้นก็จงแสดงสิ่งที่เจ้ารู้ออกมา ตอนนี้ข้ามีคำถามสำหรับเจ้า เจ้าสามารถสร้างอาวุธให้นักรบชนเผ่าของข้าได้มั้ย ?”

 

เหยินปาเชียนลังเลอยู่พักหนึ่ง ตอนนี้เขามีตัวเลือก 2 อย่าง ตัวเลือกแรกคือ หลีกเลี่ยงการสร้างอาวุธเพื่อป้องกันตัวเองจากการเสียหน้า ข้อดีคือ ยังดีกว่าไม่มี ข้อเสียคือ ข้อเท็จจริงของพวกเขาทุกคน ตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่าเขารู้วิธีประจบสอพลอและถูกคนอื่นไม่ชอบเข้าให้ การปฏิบัติของเขาจะน่ากังวลถ้าหากความคืบหน้าในการฝึกตนไม่เป็นไปตามมาตรฐานของจักรพรรดินีในอนาคต

 

ก่อนหน้านี้ เขาไม่เต็มใจอย่างยิ่งที่จะถูกพาเข้าไปในพระราชวัง แต่ถ้าเขาถูกขับไล่หลังจากถูกนำตัวเข้ามาแล้ว ผลที่ตามมาก็จะยิ่งเป็นเรื่องน่าสลดใจขึ้นไปอีก

 

ในกรณีนี้ เขาทำได้แค่เลือกตัวเลือกที่ 2 เท่านั้น นอกจากนี้เขาจะต้องเก่งในทุกสิ่งที่ทำ เพื่อให้สามารถยืนหยัดในตำแหน่งได้อย่างมั่นคง ส่วนที่เหลือขึ้นอยู่กับความคืบหน้าในการฝึกตน

 

เขาเงยหน้าขึ้นแล้วตอบจักรพรรดินีรวดเดียว “ข้าน้อยไม่มั่นใจใจว่ามีเหมืองแร่เหล็กอยู่ภายในเขตแดนของต้าเย่ามั้ยขอรับ ? ถ้าไม่มีเหมืองแร่เหล็ก ข้าน้อยเกรงว่ามันจะใช้การไม่ได้ถึงแม้ว่าจะมีแผนก็ตามขอรับ”

 

“มีอยู่ 2 แห่ง แต่มีการผลิตที่จำกัด และผู้คนมากมายต่างก็บาดเจ็บกันทุกปี นอกจากนี้มันเป็นเรื่องยากมากที่จะกลั่นแร่เหล็กที่สกัดออกมาน่ะ” เมื่อได้เห็นว่าเขามีแผนการ จักรพรรดินีก็พอใจมากทีเดียว

 

“ข้าน้อยรู้วิธีการกลั่นแร่ให้เป็นโลหะขอรับ ส่วนการขยายการผลิตนั้น ข้าน้อยเกรงว่าจะสามารถคำนวณหลังจากที่ได้ดูหน้างานแล้วขอรับ” เหยินปาเชียนพูดต่อ

 

จักรพรรดินีพยักหน้า ถ้าหากว่าเหยินปาเชียนมีแผนล่ะก็ อย่างน้อยการขาดแคลนอาวุธก็อาจลดลงไปได้บ้าง

 

หลังจากนั้น นางก็ยื่นเหรียญตราให้กับเหยินปาเชียน “ด้วยเหรียญตรานี้ เจ้าสามารถเข้าใช้ส่วนใดก็ได้ของพระราชวังได้อย่างอิสระ ยกเว้นพระคลังหลวง คลังแสง และที่อื่น เจ้าจะต้องตามข้าไปที่พระราชวังชิงซินในวันพรุ่งนี้”

 

นางออกจากบ้านทันทีที่พูดจบ

 

 

 

หลังจากที่จักรพรรดินีออกไปแล้ว เหยินปาเชียนก็นอนลงบนเตียงทันที

 

จนถึงตอนนี้ เขายังคงรู้สึกราวกับว่าอยู่ในความฝัน

 

หลังจากนั้นสักพัก เขาก็ลุกขึ้นแล้วเปิดดูสัมภาระของตนที่วางไว้ด้านข้าง ข้างในนั้นเป็นสิ่งที่เขาเอากลับมาจากดาวโลก ในตอนนั้นเอง จู่ ๆ เหยินปาเชียนก็นึกถึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา

 

เราจะกลับไปยังโลกคืนนี้นี่หว่า แล้วเราจะไปที่พระราชวังชิงซินกับจักรพรรดินีในวันพรุ่งนี้ได้ยังไงกันล่ะเนี่ย ?

 

กลัวว่าจักรพรรดินีจะส่งใครบางคนมาในวันพรุ่งนี้ แล้วเห็นว่าเราหายตัวไปน่ะสิ

 

พวกเค้าจะคิดว่าเราหลบหนีมั้ยวะเนี่ย ?

 

เหยินปาเชียนทุบตัวเองด้วยกำลังทั้งหมดที่มี เมื่อครู่นี้จิตใจของเขาสับสนมาก เขาได้ลืมเรื่องนี้ไปแล้วจริง ๆ ด้วย

 

ตอนนี้เราควรทำยังไงดี ?

 

ถึงองค์จักรพรรดินีจะรู้ดีว่าเราจะหายไปทุก 3 วัน แต่คราวนี้มันต่างกันน่ะสิ

 

ก่อนหน้านี้ อย่างน้อยพวกเราก็อยู่ห่างไกลกัน และองค์จักรพรรดินีนั้น ด้วยหัวใจของประมุข ก็แค่หลับหูหลับตาง่าย ๆ เอง

 

ตอนนี้เรากำลังจะหายตัวไปในคืนแรกที่เข้ามาในพระราชวัง ความคิดขององค์จักรพรรดินีอาจไม่พอใจขึ้นมาได้

 

เราควรทำยังไงดี ?

 

เราควรควรตีสนิทองค์จักรพรรดินีตอนนี้เลยมั้ย

 

เหยินปาเชียนเดินไปรอบบ้านแล้วเดินกลับมารื้อค้นสัมภาระของตน ในที่สุดเขาก็หยิบกล้องถ่ายรูปออกมา เขาครุ่นคิดว่าควรส่งของขวัญอีกครั้งหรือไม่

 

หลังจากที่ครุ่นคิดอย่างหนัก ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถหลอกนางได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน จะดีกว่าถ้าเขายอมสารภาพกับองค์จักรพรรดินี ยังไงซะเขาก็อยู่ในพระราชวัง และนางก็คงจะรู้เรื่องไม่ช้าก็เร็ว

 

ส่วนเรื่องอื่น ๆ เขาจะปล่อยให้ขึ้นอยู่กับชะตากรรม อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อย่างน้อยก็ยังดีกว่าต้องกังวลต่อไป

 

เหยินปาเชียนวางกล้องถ่ายรูปไว้ที่เดิม เขาดึงประตูให้เปิดออกมาแล้วก้าวออกมายาว ๆ เขาแบกความคิดทั้งหมดออกไป และเดิมพันด้วยทุกสิ่งที่เขามี

 

ด้านนอกบ้านเป็นสวนที่มีขนาดอย่างน้อย 300-400 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังมีลำธารเล็ก ๆ ซึ่งไหลผ่านลานบ้าน แมลงอะไรก็ไม่รู้กำลังกระพือปีกและส่งเสียงในยามค่ำคืน

 

เหยินปาเชียนก้าวยาว ๆ ไปที่ประตูลานบ้าน และได้เห็นทหารหลวงยืนอยู่ตรงนั้น

 

“นักเล่าเรื่องเหยิน !” ทหารหลวงคนนั้นลังเลในตอนที่เขาหันหน้ามามองตน ดูเหมือนจะไม่มั่นใจว่าจะเรียกตนว่าอย่างไรดี แต่นั่นคือตำแหน่งปัจจุบันของเหยินปาเชียน

 

“ข้ามีเรื่องสำคัญ ข้าต้องการเข้าเฝ้าพระองค์” เหยินปาเชียนพูดพร้อมกับกำมือข้างหนึ่งไว้

 

“ตามข้ามา นักเล่าเรื่องเหยิน” ทหารหลวงพยักหน้า

 

หลังจากที่ก้าวออกไปไม่กี่ก้าว เหยินปาเชียนก็นึกถึงอะไรบางอย่าง

 

นี่เราสามารถเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดินีเมื่อไหร่ที่ต้องการก็ได้หรอเนี่ย ?

 

เป็นไปได้เหรอ ?

 

บางทีจักรพรรดินีอาจสั่งการไว้ล่วงหน้าแล้วก็เป็นได้

 

ถึงแม้ว่าเราจะลบเลือนเรื่องนั้นออกจากใจไปได้ จักรพรรดินีอาจจะทำไม่ได้เนี่ยสิ

 

พระองค์กำลังรอให้เราสารภาพกับนางงั้นเหรอ ?

 

เหยินปาเชียนรู้สึกเย็นยะเยือกที่หลังคอเมื่อคิดถึงสิ่งนี้เรื่องนี้

 

 

 

จักรพรรดินีกลับมาที่พระราชวังแล้ววางกระจกไว้ยังจุดที่ไม่ไกลจากโซฟาจนเกินไป

 

นางเดินไปที่กระจกแล้วมองจากด้านข้าง นางสามารถมองเห็นภาพสะท้อนของวัตถุที่อยู่ห่างไกลได้อย่างชัดเจน ไม่มีความผิดรูปผิดร่างเลยแม้แต่น้อย เมื่อเทียบกับกระจกทองแดงแล้วมันดีกว่ามาก

 

จักรพรรดินียืนอยู่หน้ากระจก นางมองดูผู้หญิงภายในกระจกอยู่เงียบ ๆ หลังจากนั้นสักพักใหญ่ ๆ นางก็เบนความสนใจไปที่ตัวอักษรด้านข้างกระจกแล้วยื่นมือออกมาสัมผัส

 

มันช่างแวววาวซะเหลือเกิน

 

มีคำที่ถูกสลักไว้ด้านหลังกระจก

 

หลังจากนั้นไม่นาน จักรพรรดินีก็ดึงความสนใจของตนหันกลับมาแล้วนอนลงบนโซฟา

 

ชิงยวนกับหงหลวนซึ่งอยู่ข้าง ๆ รีบเสิร์ฟผลไม้กับไวน์

 

“พวกเจ้าทั้งสองมีอะไรจะพูดรึเปล่า ?” จักรพรรดินีเงยหน้าแล้วมองดูใบหน้าของพวกเธอ ดูเหมือนว่าพวกเธอมีอะไรบางอย่างจะพูด “ข้าปฏิบัติต่อพวกเจ้าทั้งสองอย่างดีเสมอมา ถ้ามีอะไรในใจพวกเจ้าล่ะก็ พูดออกมาเลยสิ”

 

หงหลวนวางผลไม้ไว้ด้านหนึ่ง เธอเดินไปที่ข้างหลังจักรพรรดินีแล้วนวดไหล่ให้นาง เธอกลืนคำพูดที่อยู่ปลายลิ้นแล้วพูดอย่างอื่นออกมา “ฝ่าบาทมีคนที่ทรงเลือกอยู่แล้ว พวกเราทั้งสองคนต่างก็มีความสุขกับฝ่าบาทอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

ติดตามอัพเดทนิยายตอนใหม่ล่าสุดได้ทาง

Facebook Fanpage: R-Zan Fanpage