0 Views

จักรพรรดินีนั่งอยู่บนบัลลังก์ในท้องพระโรง นางมองไปหาทุกคนแล้วถามออกมา “หากพวกเจ้ามีอะไรจะพูดล่ะก็ พูดมาเลย”

 

“ฝ่าบาท ข้าน้อยรู้ว่าฝ่าบาทประสงค์จะมีรัชทายาท แต่ชายผู้นี้ไม่คู่ควรกับฝ่าบาทเลยขอรับ” ชายร่างใหญ่ก้าวไปข้างหน้าแล้วพูดออกมา

 

“ชายผู้นี้ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า แถมยังอ่อนแอเกินไปขอรับ ข้าน้อยมีความรู้สึกว่าเค้าไม่คู่ควรกับฝ่าบาทขอรับ”

 

“ฝ่าบาท ข้าน้อยหวังว่าฝ่าบาทจะทรงทบทวนการตัดสินพระทัย ยังไงซะ นี่ก็เป็นการตัดสินพระทัยครั้งสำคัญมากนะขอรับ”

 

“ฝ่าบาท มีคนดีมากมายนับไม่ถ้วน เหตุใดฝ่าบาทจึงมิทรงหาคู่ครองที่เหมาะสมในหมู่คนเหล่านี้ขอรับ ?”

 

“ฝ่าบาท ชายผู้นี้ไม่คู่ควรกับฝ่าบาทอย่างแน่นอนขอรับ”

 

จักรพรรดินีนั่งอยู่บนบัลลังก์ นางเท้าคางด้วยหลังมือแล้วมองไปดูฉากอื้อฉาวข้างล่าง นางรู้สึกสนุกสนานมากทีเดียว

 

เมื่อเหล่าข้าราชการโต้เถียงกันได้สักพัก นางก็ลุกขึ้นนั่งตัวตรงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “เป็นอะไรกันล่ะ ? ข้าต้องได้รับการอนุมัติจากพวกเจ้าก่อนที่จะเลือกใครซักคนมาสมรสด้วยรึ ?”

 

เมื่อได้ยินถ้อยคำนี้ ทุกคนต่างก็เงียบลง

 

แต่ทว่า บางคนยังคงพูดออกมา “ฝ่าบาทต้องไตร่ตรองการตัดสินพระทัยอีกครั้งนะขอรับ”

 

“ตอนนี้ข้าได้เลือกคู่ครองแล้ว มันสําคัญด้วยหรอว่าเค้าแข็งแกร่งหรือไม่ ? ในโลกนี้จะยังใครแข็งแกร่งกว่าข้าอีก ? นอกเหนือจากหลี่หยวนจู๋กับอีก 5 คนนั่น เจ้าบอกได้มั้ยล่ะว่าใครแข็งแกร่งกว่าข้า ?” จักรพรรดินีพูดอย่างเย็นชา “แล้วก็นะ พวกนั้นอาจเอาชนะข้าไม่ได้ในตอนนี้หรอก”

 

“ถึงพวกเค้าจะไม่ได้แข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอเท่าไรนัก แต่ว่าชายคนนี้น่ะทั้งอ่อนแอและบอบบาง เค้าอาจจะไม่สามารถมีรัชทายาทกับฝ่าบาทได้ขอรับ” ใครบางคนได้พูดเสริม

 

“ด้วยพระคลังหลวง เจ้าไม่คิดหรอว่าพวกเราสามารถผลักดันให้เค้าขึ้นสู่ระดับกงจักรดินได้น่ะ ? ตลกสิ้นดี” จักรพรรดินีเยาะเย้ย

 

“เอ่ออ…” ทุกคนถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว

 

ถ้าหากจักรพรรดินีต้องการที่จะผลักดันคนโง่ขึ้นสู่ระดับกงจักรดิน นางสามารถทำได้แน่นอน ถึงแม้ว่าระดับกงจักรดินจะไม่สามารถทำให้คนเป็นสุดยอดได้ แต่มันก็ยังทำให้เขาสามารถมีรัชทายาทได้

 

“แต่ชายคนนี้ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเลยนะขอรับ…” ชายคนหนึ่งพูดออกมา

 

“แล้วมันจะเป็นยังไงล่ะถ้าไม่รู้หัวนอนปลายเท้า เจ้ากลัวอะไรรึ ?” จักรพรรดินีตอบคำถามชายคนนั้น

 

มีอะไรให้กลัวล่ะ ?

 

ทุกคนต่างหาข้ออ้างที่จะทำให้นางยกเลิกคำสั่ง ถึงแม้ว่าบุคคลที่นางเลือกนั้นอยู่ในระดับกงจักรดิน นางก็สามารถตบให้ตายในครั้งเดียวได้ มีอะไรให้กลัวล่ะ ?

 

เมื่อได้ยินคำพูดของจักรพรรดินีแล้ว ก็ไม่มีใครกล้าที่จะพูดว่า “ฝ่าบาทเปลี่ยนผู้มีคุณสมบัติพร้อมสมรสเป็นคนอื่นไม่ได้แล้วเหรอ ? อย่างน้อยก็น่าจะให้เหตุผลในการเลือกคู่ครองหน่อย ?”

 

“เค้าดูเหมือนเจ้าชายที่เจ็ด เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเค้าจะไม่เกี่ยวข้องกัน ฝ่าบาทพึงทรงระมัดระวัง ถ้าเค้ามาจากราชวงศ์เซี่ยขึ้นมาจริง ๆ และฝ่าบาททรงรับเค้าเป็นพระสวามีแล้ว ต้าเย่าจะประสบปัญหาใหญ่ขอรับ” ชายอีกคนพูดอีกครั้ง

 

“ราชวงศ์เซี่ยไม่มีความสามารถในการทำเช่นนั้น ข้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าเค้าไม่เกี่ยวข้องกับมหาจักรวรรดิเซี่ย” จักรพรรดินียกมือตอบ ราชวงศ์เซี่ยไม่สามารถทำให้ใครบางคนปรากฏตัวออกมาอย่างไม่มีที่มาที่ไปได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ สิ่งที่เหยินปาเชียนผลิตนั้นก็ไม่ได้มาจากมหาจักรวรรดิเซี่ยอีกด้วย

 

หลังจากที่คัดค้านอยู่พักหนึ่ง เหล่าข้าราชการก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของจักรพรรดินีได้ เมื่อเห็นสถานการณ์นี้ หงอู่จึงก้าวไปข้างหน้าแล้วพูดออกมา “ฝ่าบาท ข้าไม่คัดค้านการตัดสินพระทัยของฝ่าบาท แต่ข้าสงสัยว่าเหตุใดฝ่าบาทถึงทรงเลือกเค้าล่ะขอรับ ?”

 

จักรพรรดินียื่นมือสีขาวบริสุทธิ์ออกมาเกาคาง

 

เมื่อคิดได้สักพัก นางจึงตอบกลับ “เค้าไม่น่ารำคาญ”

 

นั่นคือคำตอบของจักรพรรดินี

 

5 คำ – เค้าไม่น่ารำคาญ

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นางก็ต้องหาคนที่จะมีรัชทายาทด้วย จักรพรรดินีเองก็รู้ความจริงข้อนี้ดี

 

แต่ทว่าในโลกนี้จะมีผู้ชายสักกี่คนที่คู่ควรกับนางล่ะ ?

 

ทุกคนรู้จักนางในฐานะสุดยอดผู้ทรงพลังอันดับ 7 ของโลก อย่างไรก็ตาม ด้วยความแข็งแกร่งของนางในปัจจุบัน อันดับของนางอาจสูงกว่านี้ก็เป็นได้

 

ถึงแม้ว่าจะมีบุคคลที่ทรงพลังมากกว่านาง พวกเขาก็อาจจะมีอายุมากกว่าครึ่งศตวรรษกันแล้ว

 

นางขึ้นครองบัลลังก์เมื่ออายุ 16 ปี นอกเหนือจากข้าราชสำนักและทหารหลวงแล้ว นางจะมีผู้ชายสักกี่คนที่เคยติดต่อกันมาก่อนล่ะ ?

 

สำหรับชนเผ่า นางไม่ได้พิจารณาเลยแม้แต่น้อย ทุกคนตัวสั่นด้วยความกลัวเมื่อเห็นนาง ส่วนขุนนางจากแคว้นอื่น นางรู้สึกว่าพวกเขานั้นน่าเบื่อสุด ๆ

 

ในทางกลับกัน ถึงแม้ว่าเหยินปาเชียนจะอ่อนแอและบอบบาง นางก็รู้สึกว่าเขานั้นน่าสนใจทีเดียว

 

เขารู้วิธีที่จะร้องไห้ได้ตามสั่ง พูดจาประจบประแจง และเขาก็มีไม้เด็ดมากมาย อย่างน้อยที่สุด เขาก็เป็นชายหนุ่มที่ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว

 

สำหรับคนที่อยู่ระดับแนวหน้าของโลกอย่างนาง นางไม่สนใจหรอกว่าเหยินปาเชียนจะมีสถานะหรือความแข็งแกร่งหรือไม่ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาจะไม่แข็งแกร่งเท่ากับนาง ในสายตาของนาง เขาก็แค่ “ค่อนข้างน่าสนใจ”

 

นางชอบลูกอมเหล่านั้นมาก

 

นางชอบกระจกใบนั้นมาก

 

และนางก็ชอบคำพูดที่เขาพูดเมื่อครู่นี้มากด้วย

 

นางประทับใจเขามากเพียงเพราะเขาได้ทำบางสิ่งที่ทำให้ตนพอใจเท่านั้นเอง

 

ด้วยการเลือกเขามาเป็นคู่ครองของตน นางสามารถหยุดทุกคนที่มาบอกให้ตนแต่งงานได้

 

หงอู่มองไปยังจักรพรรดินีด้วยความรู้สึกที่คลุมเครือและยากที่จะเข้าใจอยู่ในใจ เขาหวังอย่างจริงจังว่านางจะไม่เลือกไอ้หนุ่มนั่นมาแต่งงานด้วย เขาดูราวกับคุณพ่อที่ไม่ต้องการให้ลูกสาวไปแต่งงานกับกุ๊ยยังไงยังงั้น

 

ด้วยความแข็งแกร่งกับสถานะของเหยินปาเชียนแล้ว เหตุใดจักรพรรดินีถึงตกหลุมรักเขาได้ล่ะ ?

 

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ข้าราชสำนักได้แนะนำผู้มีคุณสมบัติพร้อมสมรสที่มีศักยภาพให้กับนาง แต่นางไม่สนใจเลยแม้แต่คนเดียว เมื่อเขารู้สึกเป็นห่วงในตัวนาง นางจึงเลือกคู่สมรสที่ไม่ได้คาดไว้ในทันที ยิ่งไปกว่านั้น เหตุผลในการตัดสินใจของนางคือ “เค้าไม่น่ารำคาญ”

 

“ฝ่าบาท ทำไมฝ่าบาทมิทรงพระราชทานตำแหน่งข้าราชการกับเค้าก่อนล่ะ เมื่อเค้าบรรลุถึงระดับกงจักรดินและฝ่าบาททรงรู้สึกว่าเค้าพร้อมแล้วล่ะก็ ฝ่าบาทก็สามารถประกาศให้เค้าเป็นราชาของฝ่าบาทได้ขอรับ” หงอู่พูดออกมาหลังจากที่รักษาไว้ซึ่งช่วงเวลาแห่งความสงบ

 

“เซอร์หงอู่ !” ทุกคนตกตะลึง พวกเขาไม่ได้คาดหวังให้เขาพูดออกไปแบบนั้น

 

“ข้าเห็นด้วยกับคำพูดของแม่ทัพผู้ช่วยแคว้น” ฉีชิงผู้ที่รักษาไว้ซึ่งความสงบตลอดทั้งคืนได้พูดออกมาทันที

 

“ถ้างั้นนี่จะเป็นแผนการก็แล้วกัน พวกเจ้าทุกคนออกไปได้” จักรพรรดินีสรุปอย่างตรงไปตรงมา

 

เนื่องจากหงอู่กับฉีชิงได้แสดงจุดยืน และจักรพรรดินีก็ได้สรุปการเจรจาแล้ว ส่วนที่เหลือก็ต้องยอมรับความจริง

 

หลังจากที่ทุกคนออกจากท้องพระโรงแล้ว เหล่าฝูงชนต่างแห่กันไปล้อมหงอู่กับฉีชิง “เซอร์ พระองค์ทรงต้องการเลือกไอ้หนุ่มนั่นเป็นพระสวามีของนางจริง ๆ หรอ ?”

 

หงอู่หยุดเดิน เขาหันกลับไปมองที่ประตูพระราชวังที่ปิดสนิทแล้วพูดออกมา “เจ้าคิดว่าการคัดค้านของเจ้าได้ผลรึไงเล่า ?”

 

“ข้ารู้ว่ามันยากที่จะทำให้พระองค์ทรงเปลี่ยนความคิด แต่เรื่องนี้มันสำคัญมาก ข้าหวังว่าพระองค์จะทรงทบทวนการตัดสินพระทัยนะ” ใครบางคนตอบกลับทันที

 

หงอู่ส่ายหน้า ถ้าหากพวกเขายังคงคัดค้านล่ะก็ พวกเขาอาจจะเสี่ยงตายได้ นางไม่ได้เป็นเด็กหญิงผู้บริสุทธิ์ดั่งในอดีตอีกต่อไปแล้ว

 

ไม่เหมือนกับคนที่เหลือซึ่งไม่ได้รู้ถึงอารมณ์ของนาง อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้พวกเขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไป นอกเสียจากคัดค้านการตัดสินใจของนาง

 

“ถึงแม้ว่าพระองค์จะทรงช่วยเค้า ก็จะใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 2-3 ปีเพื่อให้บรรลุถึงระดับกงจักรดิน ในช่วงเวลานี้ มีหลายสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้” หงอู่พูดต่อ จากนั้นเขาไม่สนใจพวกนั้นแล้วจากไป

 

คำพูดของฉีชิงค่อนข้างคล้ายคลึงกับคำพูดของหงอู่ “ระยะเวลา 2-3 ปีก็เพียงพอแล้วที่พระองค์จะทรงไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างรอบคอบ”

 

ถ้าหากนางยังคงยืนหยัดในการตัดสินใจของนางในตอนนั้น ก็ต้องเป็นไปตามนั้น

 

เมื่อได้ยินคำพูดของฉีชิงกับหงอู่แล้ว ทุกคนต่างก็เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาจะสื่อ เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถเปลี่ยนความคิดขององค์จักรพรรดินีได้ พวกเขาทำได้เพียงปล่อยวางเรื่องนี้ไปได้เท่านั้น

 

หลายสิ่งหลายอย่างอาจเกิดขึ้นในระยะเวลา 3 ปี บางทีจักรพรรดินีอาจเกลียดเหยินปาเชียนเมื่อถึงตอนนั้นแล้วตบเขาจนตายก็เป็นได้

 

บางทีเหยินปาเชียนอาจตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บก็ได้ ใครไปจะรู้ล่ะ ?

 

ถ้าหากว่านางยังคงยืนหยัดในการตัดสินใจของนางเมื่อถึงตอนที่เหยินปาเชียนบรรลุถึงระดับกงจักรดินแล้วล่ะก็ ทุกคนก็ทำได้เพียงยอมรับเท่านั้น

 

อย่างน้อยที่สุดนางก็สามารถมีรัชทายาทได้ใช่ไหม ? เมื่อเทียบกับทุกคนที่บอกให้นางแต่งงานและทำให้นางไม่มีความสุขแล้ว วิธีนี้ดูดีกว่ามากทีเดียว

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

ติดตามอัพเดทนิยายตอนใหม่ล่าสุดได้ทาง

Facebook Fanpage: R-Zan Fanpage