0 Views

ในวันถัดมา เหยินปาเชียนเดินทางไปยังสำนักหงหลูแต่เช้าตรู่ วันนี้เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดินี หลังจากนั้นภารกิจของเขาก็จะถือว่าสำเร็จลุล่วง ตำแหน่งผู้รักษาการแทนหงหลูก็จะไม่ทำให้เขาต้องใส่ใจอีกต่อไป

 

เมื่อเขากลับไปยังดาวโลกในคืนนั้น เขาจะนำสิ่งของดี ๆ กลับมา ในตอนที่เขาไปหาตู้ฉางคง เขาจะสามารถแลกเปลี่ยนของดีกับการเรียนศิลปะการต่อสู้ ใครจะไปรู้ล่ะ เขาอาจฝึกฝนจนกว่าจะกลายเป็นสุดยอดหรืออะไรก็ตามแต่ก็เป็นได้

 

ในส่วนของศิลปะการต่อสู้ในโลกนี้ เขาตั้งหน้าตั้งตาคอยที่จะฝึกฝน

 

ในปัจจุบัน เขาหวังเพียงแค่สามารถเข้าใจศิลปะการต่อสู้ของโลกนี้ได้อย่างถ่องแท้ ยังไงซะเขาก็มาจากต่างโลก และเขาไม่สามารถพูดให้แน่ว่าตนจะมีส่วนประกอบของร่างกายเช่นเดียวกับผู้คนในโลกนี้ เพราะฉะนั้นสำหรับเขามันจึงน่าสังเวช

 

ฉีเหิงและฉีเซิ่ง ผู้ซึ่งดูแลทางเข้าสำนักหงหลูยังคงแสดงความเคารพต่อเหยินปาเชียนเมื่อได้เห็นหน้าเขา ถึงแม้ว่าการที่เหยินปาเชียนประจำการที่สำนักหงหลูเป็นการชั่วคราวนั้นจะไม่ได้เป็นความลับ แต่เขาก็ทำผลงานได้ค่อนข้างดีเนื่องจากไม่ได้มีปัญหาอะไรมากมายที่สำนักหงหลูในช่วงไม่กี่วันนี้ เป็นผลให้ผู้คนที่นั่นยังคงนับว่าเขาเป็นคนที่น่าเคารพนับถือ

 

ตราบเท่าที่ทัศนคติของผู้คนในสำนักหงหลูนั้นเป็นกังวล เหยินปาเชียนก็ค่อนข้างชื่นชอบเลยทีเดียว แต่ทว่า ครอบครัวของใครคนหนึ่งจะต้องตระหนักถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของตัวเอง ในความเป็นจริงแล้ว ชนเผ่านั้นหยาบคาย โหดเหี้ยม ไร้เหตุผล และไร้ความปราณี ถึงแม้ว่าพวกเขาจะวางท่าข่มขู่ผู้คนจากแคว้นอื่น ๆ แต่เนื่องจากเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดินี พวกเขาจึงไม่ได้ทำอะไรเกินเลยเช่นกัน ในส่วนของตัวฉีจี้ที่โดดเด่นและแข็งแกร่งนั้น เขาสามารถจัดการกับอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดายตราบใดที่เขายังคงเอาชนะอีกฝ่ายจนกว่าอีกฝ่ายจะสำนึก

 

ดังนั้นเขาจึงหักขาคน 4 คนเมื่อปีที่แล้ว และยังคงเล่นลูกไม้ใต้โต๊ะต่อไปอีกด้วย

 

อย่างไรก็ตาม เหยินปาเชียนนั้นแตกต่างกัน เนื่องจากเขาอ่อนแอเกินกว่าที่จะจับไก่มัดและไม่ได้มีรกรากในต้าเย่าเลย ถ้าหากว่าเขาไม่สามารถปราบปรามอีกฝ่ายได้ล่ะก็ ในมุมหนึ่ง เขาคงจะกลัวว่าชีวิตของตนจะวนเวียนอยู่รอบตัวพวกนั้น ในอีกมุมหนึ่ง เขาคงจะไม่สามารถทำให้องค์จักรพรรดินีพอใจได้เช่นกัน

 

ดังนั้นวิธีการที่โหดเหี้ยมและไร้ความปราณีที่เหยินปาเชียนเลือกใช้ และพฤติกรรมที่ไม่สามารถควบคุมได้โดยสมบูรณ์ของเขานั่นเองที่เป็นเหตุผลที่อีกฝ่ายยอมจำนน

 

มันไม่ได้หมายความว่าเขาจัดการปัญหาได้ดีกว่าวิธีการที่ฉีจี้ ผู้รักษาการแทนคนเดิมใช้จัดการ

 

 

 

เหยินปาเชียนกลับไปที่ห้องของตน หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ก็มีคนส่งเหรียญตรามาให้เขา เหรียญตราเหรียญนี้เอาไว้ใช้ในงานเลี้ยงเย็นวันนี้ รายชื่อถูกพระราชวังกำหนดมาแล้ว และแขกที่ได้รับเชิญส่วนที่เหลือก็ได้รับเหรียญตรามาสักพักแล้ว เขาหายไปหนึ่งวัน และหลังจากนั้นเขาก็เข้าร่วมในการล่าครั้งใหญ่ เพราะฉะนั้นเหรียญตราจึงมอบให้กับเขาในวันนี้โดยเฉพาะ

 

เหยินปาเชียนลูบเหรียญตรา เขาเตรียมของขวัญสำหรับจักรพรรดินีไว้นานแล้ว ครั้งล่าสุดที่เขากลับมายังโลกนี้ เขาได้นำมันมาด้วย และไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด

 

ในดาวโลกมันไม่ได้แพง แต่ที่นี่มันน่าจะอยู่ในความประทับใจระดับสูง และคงจะเทียบไม่ได้กับของขวัญล้ำค่าชิ้นอื่นจากคนอื่น ๆ

 

ยิ่งไปกว่านั้น ของขวัญชิ้นนี้ยังมีแง่มุมของการประจบสอพลอที่ไม่เหมือนใคร และสันนิษฐานได้ว่าจักรพรรดินีจะชอบมัน

 

หลังจากที่นั่งพักได้ครู่หนึ่ง เหยินปาเชียนก็นึกถึงชุดที่เขาควรจะใส่ในครั้งนี้ เพราะไม่มีใครบอกเขาเลย

 

เขาลุกขึ้นออกจากห้อง และมายังห้องของกู่ต้าสง เหยินปาเชียนได้ยินเสียงกรนดังสนั่นมาจากประตู

 

ชายคนนี้เอาแต่สั่งให้คนอื่นทำงาน แต่ตัวเองไม่ทำห่าอะไรเลย จะสะดวกสบายเกินไปแล้ว เมื่อปีก่อน ช่วงเวลาที่ลำบากที่สุดก็คือช่วงเวลานี้ แต่ในทางกลับกัน เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

 

“เซอร์กู่” เหยินปาเชียนเคาะประตูแล้วตะโกนเรียก ไม่นานนักก็มีคนตอบกลับมา “มีเรื่องอะไรรึ เข้ามาก่อนสิ”

 

เมื่อเหยินปาเชียนเข้ามาในห้อง กู่ต้าสงก็นั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับพับแขนทั้งสองข้างลงบนอก

 

“เซอร์กู่ ข้าขอถามได้มั้ยว่าข้าควรจะใส่ชุดแบบไหนในงานเลี้ยง ?” เหยินปาเชียนกำมือไว้ในมืออีกข้างหนึ่ง

 

กู่ต้าสงเกาหัว “ก็ต้องเป็นชุดพิธีการแหงอยู่แล้วน่ะสิ” หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็นึกขึ้นได้ว่าเหยินปาเชียนไม่คุ้นเคยกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เขาจึงพูดออกมา “ไปที่ถนนจิงหยาง แล้วมองหาร้านเสื้อผ้าสำเร็จรูปกู่จี้ พวกเค้าทำชุดพิธีการกันที่นั่น ตอนนี้ท่านอยู่ในตำแหน่งสำรองขั้นที่ 6 สีเสื้อคลุมก็น่าจะเป็นสีเขียวอ่อนล่ะนะ”

 

“ขอบคุณมากเซอร์กู่ ว่าแต่ท่านช่วยหาคนมาพาข้าไปที่นั่นได้มั้ย ?” เหยินปาเชียนถามออกมา โชคดีที่เขาฉุกคิดขึ้นมา ไม่เช่นนั้นเขาก็จะไม่รู้ว่ามีชุดพิธีการในต้าเย่า หรือแม้กระทั่งไม่รู้ว่าจะสั่งตัดชุดได้ที่ไหน เขาหวังว่าจะมีชุดสำเร็จรูปในร้านเพื่อกันเหนียวได้ทุกเมื่อ

 

“ไปหากู่โซ่วแล้วบอกให้เค้าหาคนมาพาท่านไปที่นั่นซะสิ” กู่ต้าสงโบกมือแล้วก็หาวต่อ

 

หลังจากนั้นไม่นาน เหยินปาเชียนก็มาถึงทางเข้าร้านค้าบนถนนจิ่งหยางโดยมีใครบางคนพาเขาไป

 

“ท่านผู้รักษาการเหยิน ที่นี่แหละ บอกตำแหน่งของท่านไป แล้วพวกเค้าจะรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง” คนที่พาเหยินปาเชียนไปที่ร้านได้บอกเขาแล้วก็รีบจากไป

 

ภายในร้านมีคนไม่มากนัก มีชุดสำเร็จรูปหลายชุดแขวนอยู่บนราวแขวน

 

อย่างไรก็ตาม คนอื่น ๆ ได้เตรียมการไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ไม่มีใครเป็นเหมือนเหยินปาเชียน ที่สั่งตัดชุดพิธีการขณะที่งานเลี้ยงจะจัดขึ้นในคืนเดียวกัน

 

มีหญิงสาวชนเผ่า 2 คนนอนอยู่ที่เคาน์เตอร์ และชายร่างกำยำนั่งอยู่ข้าง ๆ พวกเธอ เมื่อได้เห็นเหยินปาเชียนเข้าไปในร้าน ขณะสวมชุดข้าราชการ หญิงสาวทั้ง 2 คนก็วิญญาณกลับร่างทันที

 

“ท่านต้องการซื้ออะไรรึ ?”

 

“ข้าต้องการชุดพิธีการที่ใช้เข้าร่วมงานเลี้ยงคืนนี้น่ะ ท่านทำให้เสร็จในตอนนั้นได้มั้ย ?” เหยินปาเชียนถามออกมา

 

“ทางเราจะต้องแก้ชุดก่อน อีก 4 ชั่วโมงท่านจึงจะมาเอาได้” หญิงสาวคนหนึ่งพูดออกมา “ตามข้ามา”

 

ตอนนี้เวลา 9 โมงเช้า และอีก 4 ชั่วโมงหมายความว่าตอนนั้นจะเป็นบ่ายโมง แสดงว่ายังมีเวลาเพียงพออยู่

 

เมื่อเหยินปาเชียนเข้าไปข้างใน มีหญิงสาวคนหนึ่งถือไม้บรรทัดยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่รู้ว่าเธอมาจากแคว้นหยูนหรือมหาจักรวรรดิเซี่ยกันแน่

 

เหยินปาเชียนกางแขนออกเพื่อให้อีกฝ่ายทำการวัด ในความคิดของเขา เขาเดาได้เลยว่าหญิงสาวคนนี้มาจากแคว้นไหน

 

ยังไงซะ ผู้คนจากแคว้นอื่นทั้งสามต่างก็ดูคล้ายคลึงกัน ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือชาวเฉินนั้นจะมีผิวคล้ำกว่าเล็กน้อย

 

ส่วนอีกคนอาจเป็นไปได้ว่าเธอคือพลเมืองที่เหลืออยู่ของแคว้นเฮ่า มันสมเหตุสมผลมากขึ้นหลังจากที่ครุ่นคิด ในความเป็นจริงแล้ว ลักษณะของชนเผ่าและพวกเขานั้น รูปร่างหน้าตามีความคล้ายคลึงกับคนบ้านนอกซะมากกว่า โครงสร้างร่างกายของพวกเขาก็มีความแตกต่างอย่างมากเช่นเดียวกัน

 

อึดใจหนึ่ง หลังจากที่บอกตำแหน่งของตนให้พวกเขาทราบแล้ว เหยินปาเชียนก็ออกจากร้านและกลับไปที่สำนักหงหลู เขาอยู่ที่นั่นจนถึงตอนบ่ายก่อนที่จะรับชุดพิธีการและจึงกลับไปที่สวนสัตว์

 

ชุดพิธีการในต้าเย่านั้นกระชับมาก และมีการตกแต่งไม่มากนัก รวมถึงปกเสื้อเฉียงแบบติดกระดุม ด้านซ้ายของชุดส่วนหน้าจะถูกกดไปทางด้านขวา และส่วนนี้จะแผ่ขยายไปจนถึงโคนแขน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบตกแต่งด้วยสีแดงในส่วนที่เฉียงและบนแขนเสื้อ

 

นอกจากปกเสื้อ ช่วงเอว แขนเสื้อ ส่วนที่เหลือจะเป็นสีเขียว ชุดพิธีการยาวเลยเข่าของเขาเพียงเล็กน้อย และเขาต้องสวมกางเกงสีเขียวข้างใน

 

ทุกอย่างล้วนดีหมด ยกเว้นสีของชุดพิธีการนี่แหละ มันทำให้เหยินปาเชียนรู้สึกขัดใจชอบกล ถ้าหากว่าอยู่ในโทนสีเขียวเข้มก็คงจะดี เมื่อสวมชุดพิธีการแล้ว เขาก็รู้สึกได้ทันทีว่าตัวเขานั้นเขียวขจีราวกับทุ่งหญ้าในเมืองฮูฮอต เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ประเทศจีน

 

เหยินปาเชียนย้ายกล่องไม้ซึ่งมีความสูงประมาณคนหนึ่งคนกับอีกครึ่งหนึ่ง ด้านนอกกล่องทำจากไม้ และด้านในทำจากกระดาษเหนียว กระดาษอ่อนถูกนำมาใช้ห่อรอบกล่อง

 

นี่คือของขวัญสำหรับการเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาขององค์จักรพรรดินี

 

หลังจากที่ตรวจสอบสิ่งของแล้ว เหยินปาเชียนก็ออกเดินร่อนไปทั่ว เขาพบกับเถ่เตาและเถิงหูหลุ ทั้งคู่ต่างชื่นชมเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า “เซอร์เหยิน ท่านดูหรูหราและสูงส่งจริง ๆ หลังจากที่สวมชุดพิธีการ”

 

“เลิกเยินยอได้แล้วหน่า อีกซักพัก พวกเจ้าทั้งคู่ไปเปลี่ยนชุดที่สะอาด แล้วช่วยให้ข้าย้ายของขวัญไปที่ทางเข้าวังทีสิ” เหยินปาเชียนพูดออกมา ชุดเขียวซะขนาดนี้ จะไปดูหรูหราและสูงส่งได้ยังไงกันล่ะ ?

 

“รับทราบ” ทั้งคู่พยักหน้าทันที หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็ถามด้วยความสงสัย “พวกเราไม่ได้เห็นท่านเตรียมอะไรสำหรับพระองค์เลย พวกเราคิดว่าท่านจะไปงานเลี้ยงมือเปล่าซะอีก”

 

“แน่นอนล่ะ ข้าได้เตรียมของขวัญไว้นานแล้ว” เหยินปาเชียนยกมือขึ้น “พวกเจ้าทั้งสองไปเปลี่ยนเป็นชุดอื่นด้วยล่ะ”

 

 

 

เมื่อถึงตอนเย็น เหยินปาเชียนพาเถ่เตาและเถิงหูหลุมาที่ทางเข้าพระราชวัง มีรถม้าหลายคันจอดอยู่ด้านข้างลานกว้าง

 

และที่ประตูทางเข้าพระราชวังก็มีทหารหลวงอยู่หลายแถว พวกเขาเรียงตัวกันเป็นรั้วกั้น และระหว่างแถวจะมีทางเดิน 2 ทาง ข้าราชการของต้าเย่าจะเดินทางหนึ่ง ขณะที่ผู้คนจากทั้งสามแคว้นจะเดินอีกทางหนึ่ง

 

มีหญิงสาวหลายคนประจำการอยู่ด้านนอกแถว คอยรวบรวมของขวัญที่จะนำถวายแด่องค์จักรพรรดินี

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

ติดตามอัพเดทนิยายตอนใหม่ล่าสุดได้ทาง

Facebook Fanpage: R-Zan Fanpage