0 Views

เหยินปาเชียนกัดฟันด้วยความโกรธพร้อมกับเดินผ่านควันของดินปืน ดวงตาของเขากวาดไปทั่วร่างที่ขาดรุ่งริ่งของหยานเวย เขารู้สึกขยะแขยง แต่ทว่า ความสนใจนั้นอยู่กับเหลียนเบ่าเฉิงผู้ที่กำลังนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยความตกตะลึงมากกว่า

 

เหลียนเบ่าเฉิงไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครู่นี้

 

ลูกบอลสีเขียวนั่นระเบิดเป็นสะเก็ดนับไม่ถ้วนได้ยังไงกัน นอกจากนี้ยังมีเสียงดังแถมยังมีลูกไฟอีก ?

 

หัวหน้าพลทหารของเขาตายไปทั้งแบบนั้นเหรอ ? แท้จริงแล้ว ถึงแม้ว่าหยานเวยเพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับหนึ่งในกงจักรดิน แต่เขาก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดทีมรองเพียงหนึ่งเดียว แม้กระทั่งตระกูลเหลียนก็ไม่ถือว่าอยู่ในชั้นยอดในมหาจักรวรรดิเซี่ย แต่ถือว่าเป็นที่รู้จักในระดับที่ 2 มีเพียงกงจักรดินแค่ 6 คนในตระกูลของเขาเท่านั้น

 

นักรบในมหาจักรวรรดิเซี่ยถูกแบ่งออกเป็นกงจักรต่าง ๆ อย่างแรกคือกงจักรวิญญาณ หรือที่เรียกกันว่าตำหนักปัญญา ตามมาด้วยกงจักรสวรรค์ หรือที่เรียกกันว่าเส้นทางสวรรค์ ต่อมาคือกงจักรดิน หรือที่เรียกกันว่าตัวอ่อนดิน และสุดท้าย ทุกคนที่ต่ำกว่ากงจักรดังกล่าวทั้งหมด จะถูกแบ่งออกเป็นกงจักรมนุษย์ ซึ่งดำรงอยู่ด้วยตัวเองภายใต้นามแฝง

 

นักรบส่วนใหญ่ไม่สามารถบรรลุระดับกงจักรมนุษย์ได้ มีเพียง 1 ใน 100 คนเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงระดับกงจักรมนุษย์เพื่อเสาะหาศักยภาพของตนเองและสามารถควบคุมร่างกายได้อย่างแท้จริง โดยที่นักรบกงจักรมนุษย์ 1 ใน 1000 คนที่สามารถเข้าถึงระดับถัดไป กงจักรดินได้ บุคคลนี้จะถือว่าเป็นนักรบที่หาได้ยากมากและโดดเด่นทีเดียว แม้กระทั่งผู้ที่เพิ่งเข้าสู่กงจักรดินก็สามารถดำรงตำแหน่งผู้รักษาการแทนในกองทัพได้ เพื่อให้สามารถเข้าถึงจุดสูงสุดของกงจักรดินได้ คน ๆ นั้นอาจถือได้ว่าเป็นสุดยอดในทีมก็เป็นได้

 

เฉพาะผู้ที่เข้าถึงจุดสูงสุดของกงจักรดินเท่านั้นที่จะได้ชื่อว่าเป็นตัวอ่อนดิน ด้วยความสามารถในการหยิบยืมพลังของดิน แค่ยืนอยู่บนพื้นดินก็เพียงพอที่จะรับลมปราณจากดินเพื่อฟื้นฟูความแข็งแกร่งทางกายภาพ

 

ด้วยเท้าข้างเดียวในกงจักรดิน นั่นหมายถึงคนเรามีศักยภาพในการเข้าถึงดินแดนของตัวอ่อนดิน ด้วยความโชคดี คนเราสามารถทำลายได้แม้กระทั่งประตูสวรรค์และเริ่มดำเนินการตามเส้นทางสวรรค์ บุคคลเช่นนั้นจะเป็นที่เคารพนับถือทุกหนทุกแห่ง ตระกูลเหลียนใช้เวลานานหลายปี และใช้ความพยายามมากมายนับไม่ถ้วนเพื่อปลูกฝังและดึงดูดสุดยอดกงจักรดินอันเลอค่า 6 คน มันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเลอค่ามากเพียงใด

 

เขามักจะได้รับการสนับสนุนจากพ่อของตนอยู่เสมอ เมื่อเขาไปยังต้าเย่า พ่อของเขาก็ได้มอบหมายให้ผู้ช่วย 2 คน ซึ่งเพิ่งจะก้าวเข้าสู่กงจักรดินพร้อมกับเขา สุดยอดทั้งสองคนนี้คือเหลียนถงและหยานเวย

 

เหลียนถงได้รับคำสั่งให้ถูกคนบ้ากระทืบจนตายไปเมื่อไม่กี่วันก่อน เขาจะไม่สามารถอธิบายตัวเองได้เมื่อเขากลับบ้านในภายหลัง ไม่ว่าพ่อของเขาจะใส่ใจเขามากเท่าไหร่ก็ตาม เขาก็จะถูกลงโทษอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นเขาจึงเกลียดเหยินปาเชียนจนถึงตาย และอยากจะถลกหนังแล้วกัดกินเนื้อ ในด้านหนึ่ง เขาเกลียดเหยินปาเชียนที่ทำให้เขาขายหน้า ในทางกลับกัน มันคือการลงโทษที่รอเขาอยู่เมื่อเขากลับบ้านไป

 

อันที่จริง เขาได้พาหยานเวยมาหลังจากที่ยืนยันเส้นทางที่เหยินปาเชียนมุ่งหน้าไป และพวกเขาก็ได้เปลี่ยนมาเส้นทางนี้จากเส้นทางอื่นซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้

 

พวกเขายังคงมองหาเหยินปาเชียนต่อไป โดยไม่คิดว่าจะได้เห็นเขาปรากฏตัวเหมือนกับคนที่กำลังถูกหมาไล่อยู่ตรงหน้าพวกเขา มันทำให้เขาหัวเราะดังลั่นออกมา

 

มีเส้นทางสู่สวรรค์ แต่เจ้าก็ไม่เลือก

 

ไม่มีประตูสู่นรก แต่เจ้าก็ทะลวงผ่าน

 

ข้ากำลังมองหาเจ้า แต่เจ้าก็ปรากฏตัวต่อหน้าข้าเสียก่อน

 

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เหล่านี้ได้เกิดขึ้น และมันก็เริ่มต้นใหม่ในทันทีทันใด

 

หยานเวยตายไปทั้งแบบนั้น

 

เหลียนเบ่าเฉิงแสดงออกถึงความกลัวและความซึมเศร้า ความกลัวของเขาเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ และความซึมเศร้าเป็นเพราะศพของหยานเวย

 

เขายังไม่ได้พบองค์จักรพรรดินี และสุดยอดกงจักรดินของเขาทั้ง 2 คนได้ตายไปแล้ว

 

เขาจะกลับบ้านเพื่อรับมือกับกฎของตระกูล และคิดถึงผลลัพธ์ที่ทำให้เขาสั่นคลอนจนไม่สามารถควบคุมได้

 

ด้วยอาวุธปืนในมือ เหยินปาเชียนเดินเข้าไป 10 เมตรด้านหน้าของเหลียนเบ่าเฉิง เขาชี้ปืนไปที่คู่ต่อสู้แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

 

เหลียนเบ่าเฉิงตื่นขึ้นมาจากภวังค์ของตน เขาเห็นวัตถุสีดำที่เหยินปาเชียนชี้ไปที่เขา

 

มันคืออะไร ?

 

เหลียนเบ่าเฉิงไม่ได้คิดอะไรมาก และรู้สึกว่าตนกำลังจะเป็นบ้า

 

“เจ้ากำลังหลอกข้าอยู่ใช่มั้ย ?” เหลียนเบ่าเฉิงมองไปที่เหยินปาเชียนด้วยดวงตาสีแดง ยังคงมีแสงแห่งความหวัง ถ้าหากว่าสิ่งที่เหยินปาเชียนพูดออกมานั้นเป็นความจริงแล้ว เขาก็จะสามารถอธิบายกับตัวเองได้ในภายหลัง ราวกับคนที่กำลังจะจมน้ำที่พยายามฉกฉวยโอกาส เขาจะไม่ยอมปล่อยมือเป็นอันขาด

 

“ไร้สาระน่า”

 

เหลียนเบ่าเฉิงถลึงตาใส่เหยินปาเชียนราวกับคนบ้าที่ติดเชื้อพิษสุนัขบ้า “ข้าจะฆ่าเจ้าพร้อมกับฝังศพเจ้า !”

 

เขาทุ่มตัวไปที่เหยินปาเชียน

 

การฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ของเขานั้นน้อยมาก ด้วยบทเรียนที่ได้รับในช่วงวัยเด็ก เขาไม่เฉียดที่จะก้าวเข้าสู่ระดับกงจักรมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ทุกคนสามารถเห็นได้ว่าเหยินปาเชียนนั้นไม่มีทักษะในการต่อสู้เลย

 

เป็นผลให้เหลียนเบ่าเฉิงนั้นเต็มไปด้วยความคิดที่จะฆ่าเจ้าหมอนี่ที่ทำให้เขาไปถึงขั้นที่น่าสงสารเช่นนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าตนสามารถฆ่าเขาได้อย่างแน่นอน

 

ถ้าคนนี้คือหยานเวย เหยินปาเชียนอาจกังวลมาก นี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาจึงไม่ยิงปืนพกในตอนนั้น ถ้าหากว่าเขาไม่สามารถฆ่าฝ่ายตรงข้ามได้ล่ะก็ เขาก็จะต้องตายอย่างแน่นอน

 

แต่การเผชิญหน้ากับเหลียนเบ่าเฉิงในครั้งนี้ เขาไม่ได้มีความกังวลเลย

 

เหยินปาเชียนทำท่าทางราวกับกำลังมองดูคนโง่ จากนั้นเขาก็เล็งไปที่ฝ่ายตรงข้าม นิ้วของเขาก็สั่นเล็กน้อยขณะที่เขาเหนี่ยวไกออกไป

 

“ปัง ! ปัง ! ปัง !” มีเสียงกระสุนปืน 3 นัดที่ชัดแต่เบาดังขึ้น มันไม่ได้มีเหมือนเสียงที่ได้ยินในทีวีหรือเสียง “ปิ้ว ปิ้ว” ที่ได้ยินตามซุ้มเกมในงานวัดเมื่อมีการใช้กระบอกเก็บเสียง เหยินปาเชียนได้เรียนรู้จากระยะยิงซึ่งกระบอกเก็บเสียงลดเสียงให้เบาลงเท่านั้น แต่ก็ยังมีเสียงปังและเสียงสั่นอยู่บ้าง

 

จากการที่ยิงออกไป 3 นัด เหลียนเบ่าเฉิงแข็งทื่ออยู่ในตำแหน่งของตน เขาเอามือขึ้นมาจับที่อก แล้วแรงของเขาก็เริ่มไหลออกจากร่างกาย การแสดงออกของเขาเปลี่ยนจากความโกรธแค้นเป็นความเหลือเชื่อและความหวาดกลัว

 

สิ่งที่อยู่ในมือของอีกฝ่ายคืออะไรกันแน่ ?

 

“ตุบ” เหลียนเบ่าเฉิงล้มลงกับพื้น เขาหายใจเข้าไปแต่ไม่หายใจออกมาอีกเลย

 

นัดหนึ่งยิงเข้าปอดแล้วเลือดก็ไหลออกจากปาก

 

เหยินปาเชียนขยับตัวไปที่ด้านหลังของเหลียนเบ่าเฉิง เขาเล็งไปที่หัวใจ แล้วยิงออกไปอีกนัดนึง เพียงเพื่อให้ตนรู้สึกปลอดภัยเท่านั้น

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ฆ่าคนตาย เขาเคยสั่งฆ่าคนไปหลายคน แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาลงมือฆ่าคนด้วยตัวเอง

 

โดยเฉพาะการฆ่าเหลียนเบ่าเฉิงด้วยปืนพก มันทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย

 

เหยินปาเชียนหายใจเข้าลึก ๆ มันช่วยบรรเทาอารมณ์ได้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ความหนาแน่นที่อกยังคงอยู่

 

อู่ฟางยืนอยู่ในที่ห่างไกลภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ เขาหรี่ตามอง นักเล่าเรื่องเหยินผู้นี้ครอบครองอุปกรณ์ลึกลับและแปลกประหลาดมากมายขนาดนี้ได้ยังไงกัน ?

 

ในตอนแรก เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจักรพรรดินีถึงรู้สึกประทับใจในชาวต่างดินแดนคนนี้ ในตอนนี้ เขาได้เห็นภาพชัดเจนแล้ว

 

เหยินปาเชียนนั่งลง ถึงแม้จะดูเหมือนว่าตอนนี้เขาไม่ได้ทำอะไรมากเมื่อครู่นี้ แต่เขาก็กังวลมากจริง ๆ ถ้าหากเขาเผชิญหน้ากับหยานเวยด้วยปืนพก เขาก็ไม่มีความมั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จ ในที่สุด เขาก็โกหกใหญ่โตแล้วปาระเปิดใส่พวกนั้น ถ้าหากเขาพลาดล่ะก็ เขาจะต้องใช้ปืนพกต่อสู้กับเขา

 

การที่เขาจะสามารถชนะได้หรือไม่นั้น เขาไม่ได้มีความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย

 

ลูกธนูจะถูกสกัดด้วยดาบ แต่ปืนจะสามารถจัดการกับทุกสิ่งทุกอย่างได้จริง ๆ เหรอ ?

 

โชคดีที่เหลียนเบ่าเฉิงมาจากมหาจักรวรรดิเซี่ย การโกหกใหญ่โต ที่บอกว่าเจ้าชายที่เจ็ดแห่งมหาจักรวรรดิเซี่ยไม่ได้เป็นบุตรในสายเลือดขององค์จักรพรรดินั้น ได้ดึงดูดความสนใจของอีกฝ่าย และสร้างความคิดละโมบ

 

ในตอนนี้ เขาคือผู้ชนะ

 

ร่างกายของเขาหมดเรี่ยวแรง

 

 

 

หลังจากที่นั่งอยู่บนพื้นเป็นเวลาหลายนาที เหยินปาเชียนก็ได้พิจารณาปัญหาเรื่องศพทั้งสอง

 

การระเบิดด้วยระเบิดมือเมื่อครู่นี้เสียงค่อนข้างดังทีเดียว และอาจดึงดูดความสนใจให้ผู้คนมาตรวจสอบได้

 

หากไม่มีผู้ใดเข้ามา ศพทั้งสองจะถูกสัตว์ป่ากินอย่างรวดเร็ว

 

อย่างไรก็ตาม การระเบิดเมื่อครู่นี้เสียงดังมาก ถึงแม้ว่าป่าแห่งนี้จะไม่ค่อยมีคนผ่านไปผ่านมา แต่พื้นที่โดยรอบมีประชากรค่อนข้างหนาแน่น การระเบิดวงกว้างเช่นนั้นอาจจะดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมากได้

 

แน่นอนว่ามันคงจะใช้เวลาไม่นานกว่าผู้คนจะมาถึง และไม่มีเวลาเหลือพอที่จะย้ายซากศพออกไป

 

เหยินปาเชียนไม่กล้าเสียเวลาอีกแล้ว เขาจึงหยิบหน้าไม้ขึ้นไปไว้บนหลัง แล้วก็เดินไปเก็บดาบของหยานเวย เขากลับมาพร้อมกับดาบแล้วทำการเฉือนร่างของหยานเวยหลายครั้งจนกว่าจะดูไม่ออกว่าเป็นใคร ถึงแม้ว่าผู้คนในโลกนี้จะไม่สามารถบอกได้ว่าเขาเสียชีวิตได้อย่างไร เพราะไม่มีใครรู้เรื่องระเบิดมือ แต่เขาจะรู้สึกสบายใจกว่าเมื่อทำแบบนี้

 

ยังไงซะ เขาก็เป็นคนธรรมดามาก่อน และไม่รู้วิธีการทำลายร่องรอย แถมเขายังไม่มีเวลามากพอที่จะทำเช่นนั้นได้ และสิ่งที่เขาทำได้ก็คือทำลายมันด้วยวิธีของตัวเอง

 

เขาทนกับอาการคลื่นไส้ เขาผ่าท้องของเหลียนเบ่าเฉิงเพื่อหากระสุนปืน ในตอนที่กำลังหากระสุนปืนและอดทนกับอาการคลื่นไส้นั้น เขาก็รู้สึกว่าอ้วกมาอยู่ที่ลำคอแล้วฝืนกลืนมันลงไป เหยินปาเชียนไม่กล้าคิดอะไรเพราะมันน่าขยะแขยงมาก เขาเกรงว่าตนอาจจะอาเจียนได้ทุกเมื่อ

 

เขาใช้กระสุนขนาด 9 มม. ซึ่งมีอำนาจการหยุดยั้งที่ดีมาก แต่อำนาจการทะลุทะลวงอยู่ในค่าเฉลี่ย แม้แต่ในระยะ 10 เมตร ก็อาจไม่จำเป็นต้องทะลวงร่างกายมนุษย์เลย

 

ในที่สุดเขาก็พบกระสุน 2 นัดในกระเพาะอาหารของเหลียนเบ่าเฉิง ยังมีกระสุนอีกอันหนึ่งที่เขายิงเข้าที่ด้านหลังและทะลุออกมาจากหน้าอกของเขา เขาไม่สามารถหากระสุนนัดสุดท้ายเจอ

 

เมื่อทำทุกอย่างแล้ว เหยินปาเชียนก็ตัดคอของเหลียนเบ่าเฉิงออกครึ่ง เขาไม่กล้าเสียเวลาอีกแล้ว เขามองหาลูกธนูรอบตัวอย่างรวดเร็วและได้หนีออกจากที่เกิดเหตุโดยเร็วไวโดยที่หาลูกธนูไม่เจอ เขาไม่กล้าแตะต้องข้าวของของเหลียนเบ่าเฉิงเนื่องจากมันเสี่ยงมาก นอกจากนี้เขายังรู้สึกกระวนกระวาย คลื่นไส้ แล้วก็ไม่มีเวลาคิดไอเดียแปลก ๆ

 

เขาวิ่งอย่างต่อเนื่องและได้ก้มตัวลงอาเจียนออกมา เมื่อเขาไม่สามารถฝืนทนได้อีกแล้ว

 

การสั่งให้ผู้อื่นฆ่า กับการใช้มือของตัวเองยิงคนตายแล้วผ่าท้องของอีกฝ่ายเพื่อหากระสุนนั้น เป็นอะไรที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

 

เมื่อสักครู่นี้ เหยินปาเชียนเกือบจะทนไม่ไหวแต่ก็บังคับตัวเองไว้ เขาอาเจียนเอาทุกอย่างและกรดในกระเพาะอาหารออกมา แล้วฝืนดื่มน้ำหลายอึกเพื่อฟื้นฟูเรี่ยวแรง จากนั้นเขาก็เดินออกจากที่นั่นไป

 

 

 

เมื่อเดินมาได้สักพัก เขาก็ได้ยินเสียงกระแสน้ำไหล

 

เมื่อตามเสียงนั้นไป เขาก็เจอลำธารขนาดเล็ก มันใสจนถึงก้นและสามารถมองเห็นปลาหลายตัวว่ายอยู่

 

เหยินปาเชียนใช้น้ำเย็นสาดหน้าตัวเองหลังจากที่ดูจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีอันตราย เขารู้สึกสบายตัวมากขึ้น แล้วจึงค่อย ๆ เริ่มล้างคราบเลือดบนมือออก

 

ถึงแม้ว่าเขาจะมองไม่เห็นคราบเลือดบนมือแล้ว แต่ก็ยังได้กลิ่นคาวเลือดอยู่ดี

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

ติดตามอัพเดทนิยายตอนใหม่ล่าสุดได้ทาง

Facebook Fanpage: R-Zan Fanpage