0 Views

บทที่ 4: รังโจร
x x x

เจียงฮองกี๋นั้นสามารถทนต่อการสู้รบนับไม่ถ้วนและได้พบเห็นคนตายมากมาย แล้วเธอก็ใช่ว่าจะเห็นด้วยกับการที่ระบบช่วยชีวิตเธอหรอกนะ เธอไม่ได้สนใจเรื่องความเป็นตาย แต่ใครจะอยากเป็นพยานที่ต้องมองเห็นเหล่าหญิงสาวอันแสนสง่างามถูกทำให้แปดเปื้อนกันเล่า?

จริงๆแล้วเธอควรจะตายแล้วสิ แต่ตอนนี้เธอก็กำลังพูดกับระบบอยู่ ทุกคำที่เธอพูดออกมาจากปากกลับมีรสขมค้างอยู่ในลำคอ

ระบบ: “ยอมรับข้อกำหนดของสัญญาการถ่ายทอดสด … ค้นหามิติข้อมูลเพื่อเชื่อมต่อกับ…ยืนยันพิกัด…ถ่ายทอดสด!”

ทันใดนั้น สัญลักษณ์ตัวโหลดก็ได้หมุนรอบๆตรงกลางของแผงโปร่งใส่ จากนั้น ก็ได้มีแผงที่บอกสิ่งต่างๆให้เธอรับรู้

เจียงฮองกี๋มองเห็นภาพตัวเองที่อยู่ในการถ่ายทอดสด โดยชายร่างใหญ่นั้นได้ทิ้งร่างของเธอลงบนพื้นอย่างไม่ระวังเลยสักนิด เจียงฮองกี๋ได้แต่กัดฟันตัวเองแน่น มันกล้าดียังไงมาทิ้งฉันแบบนี้ ถ้าฉันไม่สั่งสอนโจรพวกนี้เป็นบทเรียนแล้ว ฉันคงเป็นแค่ไอ้พวกขี้แพ้

หลังจากเดินทางผ่านป่าไปตามเส้นทางอันแสนยากลำบาก เหล่าสาวๆผู้สูงศักดิ์ก็ได้ถูกบังคับให้เข้าไปในกระท่อมที่มีกลิ่นเหม็นอับ เด็กสาวแต่ละคนต่างก็เงียบไม่พูดจา ขณะที่พวกเธอกำลังสิ้นหวังอยู่นั้น จู่ๆก็ได้มีเสียงหัวเราะอันแสนเยือกเย็นดังมาจากข้างนอก พวกเธอตระหนักดีว่าเมื่อพวกโจรทำการเก็บของหมดแล้ว พวกเธอก็คงจะไม่มีทางหนีเหลืออยู่อีกเลย

เจียงฮองกี๋นับจำนวนวินาทีที่อยู่ตรงแผงหน้าจอ จากนั้นก็ได้มีตัวเครื่องหมายคำถามสีขาวอันหนึ่งลอยข้ามมาที่หน้าจอของเธอ ผู้ชมกำลังรับชมการถ่ายทอดสด!

“ระบบ!”

ระบบนั้นรักษาคำพูดของมันอย่างดีเลย ถ้ามันมีผู้ชมเพียงคนเดียว มันก็สามารถช่วยให้เจียงฮองกี๋สามารถปรับตัวกับร่างกายใหม่ของเธอได้อย่างง่ายดาย มันจะไม่มีพลังงานเลยหากไม่มีผู้ชม

ซึ่งจริงๆแล้วตัวระบบก็ได้เตรียมการนานคอยช่วยเหลือนานแล้ว เพียงแต่ว่าเธอจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าหากจำนวนผู้ชมน้อยขนาดนี้ มันก็คงจะไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ หากเจียงฮองกี๋ล้มเหลวที่นี่ จุดจบก็ยังคงเดิมอยู่ดี แต่แน่นอนว่ามันเชื่อมั่นในตัวเจียงฮองกี๋ที่มีอัตราความแข็งแกร่งการผสานถึง +30

ความแข็งแกร่งของการผสาน มันคือค่าความแข็งแกร่งของวิญญาณจากชีวิตก่อนที่มาหลอมรวมเข้ากับร่างปัจจุบันนี้

ระบบนั้นได้สำรวจความแข็งแกร่งการผสานวิญญาณของเจียงฮองกี๋อย่างรวดเร็ว แม้จะผสานร่างกายได้เพียงแค่ 0.3 เปอร์เซ็นต์ แต่ความแข็งแกร่งการผสานร่างกายของเธอมีถึง 30 แต้ม! ร่างเดิมของผู้ใช้ จู้อิน หลานถิง มีแต้มความแข็งแกร่งเพียง 5 แต้มเพราะแทบจะไม่ได้ต่อสู้อะไรเลย… แต่เจียงฮองกี๋เป็นทหารผ่านศึกที่เคยเข้าสนามรบจริง!

ระบบทำการคำนวณค่าความแข็งแกร่งของเจียงฮองกี๋จากชีวิตก่อนอย่างรวดเร็ว มันเกินกว่าความคาดหมายของระบบอย่างแน่นอน ตัวเลขพวกนั้น … ว้าว!

การเพิ่มค่าพื้นฐานฐานและค่าผสานจะทำให้เจียงฮองกี๋มีความแข็งแกร่ง 35 แต้ม ซึ่งเทียบเท่ากับผู้ชายที่แข็งแกร่งในยุคนั้นเลย นั่นทำให้เจียงฮองกี๋เป็นอิสตรีที่อันตรายมาก อย่างไรก็ตาม หากกระแสความนิยมของเธอเพิ่มสูงขึ้น ท้ายที่สุดมันก็ส่งผลต่อตัวระบบอยู่ดี …

ซึ่งตัวมันก็ลอบคำนวณถึงผลแพ้ชนะดู ก่อนหน้านี้เธอรบมาทั้งชีวิต แล้วเธอจะต่อสู้ไม่เป็นได้ยังไง? อีกทั้งแต้มค่าความแข็งแกร่งถึง 35 และรวมถึงประสบการณ์ต่อสู้ของเธอ การกำจัดพวกโจรก็คงเหมือนกับของเล่นของเธอเลย

ซึ่งการเริ่มถ่ายทอดสดด้วยการเลือดสาดอาจจะไม่เหมาะสมนัก … แต่ก็ดูไม่ซ้ำกับใครและเป็นทางของตัวเองดี … บางทีนั่นอาจจะดึงดูดผู้ชมมากขึ้นก็ได้นะ?

ระบบเริ่มไตร่ตรองถึงแนวทางในอนาคตต่อไป หรือบางทีเราอาจจะมีราชินีที่ไม่เหมือนใครก็ได้…

ระบบมักจะทำตามคำพูดของมันเสมอ และใช้เวลาไม่นานนัก เจียงฮองกี๋ก็เริ่มรู้สึกอึดอัดในร่างกายปัจจุบันของเธอน้อยลง … อย่างไรก็ตาม เพราะมันเป็นร่างกายของคนอื่น ดังนั้นแล้วระบบจึงไม่ได้คาดหวังมากนัก

เจียงฮองกี๋เริ่มขยับร่างกายของเธอเล็กน้อย ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจมากและเธอก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเล็กน้อย

เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดเรื่องหรือมีใครต้องการหลบหนี โจรจึงได้มัดมือหญิงสาวทุกคนไว้ แม้แต่เด็กสาวที่หมดสติไปก็ไม่มีข้อยกเว้น

เจียงฮองกี๋ลืมตาขึ้นและลุกขึ้นนั่ง ก่อนที่จะทำการขยี้คิ้วและขยับข้อมือของเธอ

เด็กสาวที่มีลักษณะเหมือนกระต่ายได้สังเกตเห็นการกระทำของเจียงฮองกี๋เป็นคนแรก เธอไม่สามารถซ่อนความโล่งใจของเธอและดวงตาของเธอที่เต็มไปด้วยน้ำตาได้เลย “พี่หลานถิง…พี่สาวใหญ่…ในที่สุดท่านก็ตื่นขึ้น…ขอบคุณพระเจ้า…”

เจียงฮองกี๋หันไปทางเสียงนั้น จากข้อมูลที่อยู่ในความทรงจำของจู้อินหลานถิง เธอและเด็กสาวคนนี้น่าจะสนิทกันพอสมควร

“หึ้ม ข้าตื่นแล้ว” เจียงฮองกี๋ยิ้มเพื่อปลอบโยนเธอ ซึ่งตัวเจียงฮองกี๋ย่อมไม่อายอยู่แล้วที่จะแสดงออกแบบนี้ต่อหน้าสาวสวย

จากนั้นช่วงเวลานี้ก็ได้ถูกขัดจังหวะลงด้วยเสียงเย็นชา

อุยจิงเซียนที่นั่งตรงมุมห้องเองก็ถูกมัดมือไว้ข้างหลังเช่นเดียวกัน เธอหัวเราะและพูดขึ้นมาว่า “ตื่นขึ้นมาตอนนี้จะสำคัญกระไรงั้นเหรอ? เจ้าในตอนนี้ก็เป็นเพียงแค่ภาระ” น้ำเสียงของเธอแหลมมาก แต่มันก็ดูกังวลพอสมควร

ถ้าเจียงฮองกี๋ยังไม่รู้สึกตัว โจรอาจไม่สนใจเธอ … และนั่นอาจเป็นโอกาสของพวกเธอที่จะขอความช่วยเหลือได้

แต่อุยจิงเซียนกัดริมฝีปากของเธอและพยายามซ่อนความคิดของเธอไว้

ในขณะที่แก้มของเธอได้กลายเป็นสีแดง เธอก็พบว่าจริงๆแล้วเจียงฮองกี๋ไม่ได้กำลังยิ้มอยู่ ทันใดนั้น ใบหน้าของเธอก็ซีดลงขณะที่เธอส่งเสียงต่ำๆออกมาจากลำคอ ก่อนที่จะหันหน้าเข้าหากำแพง

เจียงฮองกี๋มองดูการแสดงออกของเธอด้วยความสนอกสนใจ เจียงฮองกี๋มักจะถูกคนที่มีบุคลิกแบบนี้ดึงดูดเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุยจิงเซียนที่เป็นสาวงามชั้นเอกแบบนี้ ชีวิตของเธอค่อนข้างเรียบง่าย เธอมักจะมีความสนใจในสิ่งเล็กๆน้อยๆ โดยเฉพาะเรื่องสาวสวยแหละนะ หากเธอยังคงมีลักษณะนิสัยแบบเดิมของเธออยู่ เธอก็อยากที่จะรักกับสาวสวยเหลือเกิน!

ในขณะนั้นเอง เครื่องหมายคำถามสีขาวจำนวนหนึ่งก็ได้บินผ่านหน้าจอโปร่งใส ผู้ชมพวกนี้ไม่เข้าใจว่าสถานการณ์ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น

ผู้ชมพวกนี้ล้วนยังคงคอยดูห้องถ่ายทอดสดที่เต็มไปด้วยผู้หญิงแสนน่ารักอยู่ แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่านี้มันเกิดอะไรขึ้นก็ตามทีเถอะ

เด็กสาวที่มีลักษณะคล้ายกระต่ายมองเจียงฮองกี๋ด้วยความลังเล ก่อนที่จะเบือนหน้าทำท่าทีเคืองๆใส่อุยจิงเซียน ช่างเป็นสถานการณ์ที่กระอักกระอ่วนอะไรเช่นนี้

ในขณะนั้นเอง เจียงฮองกี๋ก็ได้บิดข้อมือของเธออีกครั้ง หญิงสาวที่เหมือนกับกระต่ายสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของเธอและพูดอย่างเศร้าใจว่า “พี่ชายหลานถิง ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นพี่สาวของข้าจริงๆ แต่ข้ากลับเคยชินที่จะเรียกแบบนั้น…อีกอย่างคือพวกโจรนี้มัดแน่นมากและการขจัดมันออกไปก็คงจะเป็นเรื่องยาก… ”

เจียงฮองกี๋มองไปที่เธอ

หากเธอไม่สามารถเอาเชือกนี้ออกจากแขนเธอได้ เธอจะเข้ามาเป็นหัวหน้ากองกำลังที่เจ็ดได้ยังไง? ทันใดเด็กน้อยผู้นี้ก็สามารถหลุดออกมาจากพันธะได้อย่างง่ายดาย

เธอไม่ได้เอาเชือกออกทันทีเมื่อตอนที่เธอคลายเชือก เธอปล่อยมันไว้ที่ข้อมือของเธอและพยายามปลอบใจผู้หญิงคนอื่น “ว่านเอ่อไม่ต้องกลัว พี่ชายของเจ้าอยู่ที่นี่แล้ว”

เสียงหัวเราะแห้งๆดังก้องอยู่ในกระท่อม ราวกับว่าพวกเธอกำลังเยาะเย้ยเธอ เพราะเธอนั้นประเมินตนสูงเกินไปและยังคงกล้าเรียกตัวเองว่า “พี่ชาย” อีก

เจียงฮองกี๋ไม่ได้รังเกียจเสียงหัวเราะพวกนั้น เธอเข้าใจดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้มันไร้หนทางจริงๆ

ว่านชางกวนนั้นอายุสิบเอ็ดปี ซึ่งยังคงเด็กเกินไปในสายตาของเจียงฮองกี๋และเธอก็จำเป็นต้องได้รับการปลอบใจด้วย

“ แต่…ข้ายังกลัวอยู่…ข้ากลัว…” เธอสะอื้น

ว่านชางกวนเป็นคนสุดท้องของตระกูลชางกวน เธอนั้นถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีและนั้นก็ทำให้เธอไม่เคยประสบอะไรแบบนี้มาก่อนเลย เธอรู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่าความทุกข์งั้นเหรอ?

ผมของเธอที่ถูกทำขึ้นเป็นพิเศษที่เหมือนกับแหวนสองวงได้ยุ่งเหยิงไปหมดสิ้น เพียงแค่มองไปที่เธอก็ทำให้หัวใจของเจียงฮองกี๋นึกถึงคนบางคนขึ้นมา

จากนั้นเจียงฮองกี๋ก็ได้ขยับตัวไปใกล้กับเด็กสาวและยิ้ม “ เฮ้…เจ้าอยากให้ข้าไปไล่พวกคนเลวพวกนั้นออกไปสินะ?”

 

แฟนเพจ:TranslateEverthingที่ใจต้องการจ๊ะ