0 Views

บทที่ 3: ระบบถ่ายทอดสดราชสำนักเจ้าเล่ห์
x x x

เจียงฮองกี๋ได้แต่ปิดตาของตัวเองไว้

จริงๆเธอรู้สึกตัวนานแล้ว แต่เนื่องจากเธอไม่สามารถขยับแขนและขาของเธอได้ เธอจึงไม่สามารถป้องกันตัวได้เลย

ดังนั้นแล้ว พอสังเกตสภาพรอบตัวอย่างรวดเร็ว เธอจึงตัดสินใจที่จะทำเป็นยังไม่ตื่น ด้วยวิธีนี้ เธอจะได้สามารถฟื้นฟูพลังกายของเธอได้โดยไม่ผิดสังเกต

เสียงสังเคราะห์ในหัวของเธอก็ยังคงพูดอยู่ไปอีกเรื่อยๆ “ฉันเป็นผู้ช่วย 007 ผู้ดูแลของท่านในระบบราชสำนักเจ้าเล่ห์”

เจียงฮองกี๋ลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “มีความทรงจำอยู่ในหัวของฉันที่ไม่ได้เป็นของฉัน … นี่คือสิ่งที่แกทำงั้นเหรอ?”

คงไม่มีใครยินดีอยู่แล้วที่จู่ๆก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำคนอื่นในหัวของตนเอง

ความทรงจำนั้นเรียกได้ว่าเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของบุคคล การเข้าไปยุ่งในความทรงจำของผู้อื่นไม่ต่างไปจากการเล่นชู้กับหญิงสาวแสนบริสุทธิ์และไร้เดียงสาเลย!

ระบบได้เงียบไปครู่หนึ่ งจากนั้นมันก็พยายามตอบคำถามด้วยความรับผิดชอบอย่างถึงที่สุด “ได้โปรดผู้ใช้อย่าตกใจไป สิ่งที่ท่านพูดถึงคือความทรงจำของกายที่ท่านกำลังครอบครองอยู่ในขณะนี้ ท่านคิดเสียว่ามันเป็นปลั๊กอินที่ช่วยท่านในเกมก็แล้วกัน พวกมันจะช่วยให้ท่านเข้าใจภูมิหลังทางสังคมรวมทั้งทำให้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมด้วย”

อย่างไรก็ตาม เจียงฮองกี๋ก็รู้สึกไม่พอใจอยู่ดี อีกทั้งเธอก็ยังไม่อยากที่จะโต้เถียงกับตัวระบบด้วย เพราะเธอยังไม่แน่ใจว่าระบบนี้เป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่

“… ฉันจำได้ว่าฉันตายแล้ว … ” ในที่สุด เธอก็ได้ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องและพยายามหาคำตอบที่จะแก้ความสับสนของเธอ

การที่ผู้นำระดับสูงของหน่วยที่เจ็ดได้กลายเป็นหญิงสาววัยเยาว์ที่แสนอ่อนแอและยังดูเหมือนว่าจะย้อนกลับมายังยุคโบราณนี้ มันไม่ใช่สิ่งที่แม้แต่หญิงสาวที่แข็งแกร่งอย่างเจียงฮองกี๋จะสามารถรับมือได้เลย

แค่การปล่อยให้เธอตายไปมันจะจบเรื่องนี้ยากเกินไปไหมนะ?

ช่างเป็นระบบที่บ้าอะไรเช่นนี้ เธอควรจะตายไปอย่างสงบสิ!

ระบบบ้าเอ้ย! กล้าดียังไงมาใช้วิญญาณของคนตายมาทำเรื่องแบบนี้?

ป่าเถื่อน! นั่นคือทั้งหมดที่เจียงฮองกี๋คิดเกี่ยวกับโลกยุคโบราณนี้

ดูเหมือนว่าระบบจะได้ยินความคิดของเธอ เพราะมันพยายามชี้แจงในทันที: “สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องบังเอิญเท่านั้น ท่านผู้ใช้กำลังเข้าใจผิด ”

การเลือกวิญญาณนั้นอยู่นอกเหนือการควบคุมของระบบ จิตวิญญาณของเจียงฮองกี๋คงไม่ได้รับการคัดเลือกถ้าเธอไม่มีพลังหรือถ้าเธอไม่สามารถมาถึงช่องว่างระหว่างอวกาศได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องบังเอิญที่อธิบายไม่ได้

หลังจากได้ยินคำอธิบายแล้ว เจียงฮองกี๋ก็เลิกคิ้วของเธออีกเล็กน้อย มันต้องไม่พอใจอยู่แล้วที่จะถูกอ่านความคิดแบบนี้

“นี้แกเรียกตัวเองว่า ‘ระบบ’ งั้นเหรอ?”

“ใช่แล้ว หรือจะเรียกชื่อเต็มว่า ‘ระบบถ่ายทอดสดราชสำนักเจ้าเล่ห์ต่างมิติ’ ท่านเป็นผู้ใช้คนเดียวที่ฉันให้การบริการอยู่ “ระบบได้ตอบกลับมาเหมือนกับกำลังพูดคุยธุรกิจอยู่ “หน้าที่ของท่านในฐานะผู้ใช้คือการเริ่มถ่ายทอดสด เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นว่าท่านได้เลื่อนตำแหน่งจากสุภาพสตรีระดับสูงไปสู่การเป็นราชินีผู้แสนมีเกียรติ!”

การถ่ายทอดสด… จะไปเป็นราชินีได้อย่างไรเล่าเห้ย?

หากเจียงฮองกี๋ไม่ได้ปิดตาอยู่ เธอก็คงเบิกตากว้างมากจะทำให้คนรอบกายเธอประหลาดใจไปแล้ว ไอ้ระบบนี้พูดถึงอะไรงั้นเหรอ?

ดูเหมือนว่าคำพูดของระบบจะไม่ทำให้เธอสนใจเลยสักนิดเดียว “แค่นี้ใช่ไหม?”

ราชสำนักเจ้าเล่ห์งั้นเหรอ? กลายเป็นราชินีงั้นเหรอ? การจะเป็นได้ต้องมีระบบแบบนี้อยู่งั้นเหรอ?

ก่อนที่จะได้พูดอะไรอีก ระบบก็ได้อ่านความคิดและอารมณ์ของเธอพร้อมกับตอบเธอกลับในทันที “อย่าคิดเพียงว่าฉันเป็นระบบถ่ายทอดสดธรรมดา ฉันคือระบบถ่ายทอดสดหลากมิติ! โปรดจดจำคำนี้ไว้! มันสำคัญมาก! ผู้ชมของเราจะรวมผู้คนที่หลากมิติมากมายมา เมื่อท่านไปถึงระดับผู้ถ่ายทอดสดที่สูงขึ้น ท่านก็จะมีคุณสมบัติในการถ่ายทอดสดหลายมิติ ซึ่งจะถูกปลดล็อคได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าท่านผู้ใช้สามารถถ่ายทอดสดในมิติผู้ฝึกตนได้ ท่านผู้ชมบางท่านอาจจะส่งสมุนไพรและสมบัติ สัตว์วิญญาณหรือบางทีก็หนทางแห่งความเป็นอมตะ … ”

เจียงฮองกี๋พอได้ฟังแล้วก็ลองคิดดูสักพัก หลังจากพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสีย เธอก็ได้ปฏิเสธไปอย่างแน่วแน่ “ฉันไม่ดีกว่า … ”

อย่ามาล้อเล่นนะเห้ย! หากมีการถ่ายทอดสดละก็ ไม่ใช่ว่าเหล่าหน่วยเจ็ดในมิติของเธอจะหัวเราะเธอไปตลอดทั้งชีวิตหรือไงกัน!

ระบบได้เงียบลงไปอีกครั้ง เจียงฮองกี๋เป็นเจ้านายที่หินที่สุดตั้งแต่ที่มันเคยพบมา หรือบางทีเธออาจจะเป็นเพียงแค่คนโง่ก็ได้

แต่สิ่งที่กล่าวมานี้ก็น่าสนใจพอสมควร!

บางทีเจ้านายที่โง่อาจจำเป็นที่จะต้องได้คำใบ้ เผื่อว่าเธออาจจะไม่เข้าใจมันเท่าไหร่นัก!

มันเป็นถึงระบบถ่ายทอดสดหลากมิติเลยนะ!

นั่นหมายความว่ามันคือแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อระหว่างมิติที่โดดเด่นมาก ซึ่งทำให้มันได้รับของจากผู้ชมหลายๆมิติได้

นี้เป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้มหาศาล! หากผู้ใช้ของมันสามารถเชื่อมต่อกับมิติผู้ฝึกตนและได้รับสัตว์ร้ายหรือเรียนรู้วิธีการฝึกฝนพลังอมตะ เขาหรือเธอก็จะสามารถบรรลุความเป็นอมตะและคงความหนุ่สามไปตลอด ของพวกนี้ล้วนแล้วแต่เป็นของขวัญล้ำค่าที่เพียงปรารถนาก็มิอาจจะสามารถได้รับมาได้

ผู้ใช้คนก่อนของมันก็ได้คว้าโอกาสนี้ไว้แทบจะทันที

เด็กสาวพวกนั้นต่างเต็มใจที่จะใช้ชีวิตและทำงานนี้ทุกๆวัน นั่นเป็นสิ่งที่น่าพึงพอใจสำหรับระบบมาก เนื่องจากตัวมันไม่จำเป็นต้องเตือนพวกเขาเกี่ยวกับงานเลยสักนิดเดียว

โชคไม่ดีนัก หลังจากวันวานอันแสนสุขของมันได้ผ่านไปแล้ว ระบบก็ต้องมาพบกับผู้ใช้งานที่น่ารำคาญเป็นครั้งแรก

มันเดือดร้อนมากที่จะต้องมาอธิบายและจัดเรียงเรื่องราวที่อธิบายยากให้ฟัง

แม้ระบบจะไม่พอใจอยู่บ้าง แต่มันก็จำเป็นต้องผูกมิตรกับเจียงฮองกี๋ไว้ เพราะอนาคตอันใกล้ก็จำเป็นจะต้องผูกมัดโดยสมบูรณ์อยู่ดี

ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าระบบจะคิดยังไงก็เถอะ แต่มันจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาผู้ใช้ตัวปัญหานี้อยู่ดี

มันจะต้องทำให้เธอยอมรับข้อเสนอทุกๆอย่างซะ

ระบบวิเคราะห์ความเป็นไปได้มากมายและในที่สุดก็เสนอสิ่งล่อลวงที่คิดว่ามันดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ขึ้นมา “ท่านผู้ใช้ของข้า ถ้าท่านยินยอมที่จะถ่ายทอดสด ข้าจะช่วยท่านเปลี่ยนชะตากรรมในตอนนี้ของท่าน นอกจากนี้ หากท่านไปถึงระดับผู้ถ่ายทอดสดที่สูงที่สุด ท่านก็จะสามารถขอพรได้ ”

“เหอะ!” เจียงฮองกี๋พูดออกมาอย่างเย็นชา “ไอ้ระบบฉลาดนี้สามารถมองเห็นจุดอ่อนของฉันได้! เรื่องหลังฉันไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่เรื่องแรกนั้นฟังดูน่าสน”

โจรพวกนั้นฆ่าคนมามากมายนับไม่ถ้วน ใครก็สามารถจินตนาการได้เลยว่าคนพวกนี้จะทำยังไงกับเหล่าสาวงาม

พอได้ยินการตอบกลับมาในทันทีนี้ ระบบก็ไม่รู้จะตอบอะไรกลับมาเลย มันคิดว่าข้อเสนอที่สองนั้นน่าดึงดูดใจผู้คนมากที่สุดแล้ว เพราะนั้นเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ใครต่อใครล้วนแล้วแต่ปรารถนา

ถ้าเจียงฮองกี๋สามารถไปถึงระดับสูงสุดได้ มันก็จะเป็นเรื่องง่ายสำหรับเธอเลยที่จะเดินทางไปยังอดีตและแก้ไขมันใหม่!

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ ตราบใดที่เจียงฮองกี๋ตกลงที่จะเริ่มถ่ายทอดสด มันจะค่อยคุยเจรจารายละเอียดที่หลังกันตอนไหนก็ได้

“นี่หมายความว่าท่านยินยอมที่จะเป็นผู้ใช่ของข้าใช่มั้ย?”

พอรับรู้ถึงสถานการณ์อันแสนคับขันนี้แล้ว เจียงฮองกี๋ก็ได้ตอบกลับไปในทันทีเลย “ฉันขอแค่เรื่องเดียวตอนนี้ ฟื้้นฟูกำลังของฉันให้เร็วที่สุด”

“ผู้ใช้ของฉัน ความต้องการของท่านนั้นไม่จำเป็นเลย เพียงแค่ท่านถ่ายทอดสดและดึงดูดผู้ชมเข้ามาเท่านั้น ตัวฉันก็จะฟื้นฟูพลังงานของท่านอย่างรวดเร็วเอง”

ก็เหมือนกับชื่อของมัน ระบบถ่ายทอดสดราชสำนักเจ้าเล่ห์ได้รับพลังงานจากการถ่ายทอดสด พลังงานของมันได้ถูกใช้ไปแล้วหลังจากหลอมรวมจิตวิญญาณของเจียงฮองกี๋เข้ากับร่างกายปัจจุบันของเธอ
หากไม่มีการออกอากาศก็จะไม่มีผู้ชม ดังนั้นก็จะไม่มีความนิยมด้วย และนั่นจะทำลายคุณค่าของระบบไปโดยสิ้นเชิงเลย!

ระบบเองก็ได้ตอบรับความต้องการของเธอ เพราะเชื่อว่าการลงทุนเพียงเล็กน้อยในจุดเริ่มต้น จะนำมาซึ่งผลตอบแทนมากมายในระยะยาวเมื่อเธอได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในภายหลัง

เจียงฮองกี๋ไม่เชื่อใจในระบบแปลกๆนี้ ดังนั้นเธอจึงทำตัวไม่สนใจมันและไม่คิดที่จะเชื่อมันด้วย ซึ่งเธอก็ได้แต่ยอมรับว่าระบบนี้เป็นสิ่งเดียวที่เธอสามารถพึ่งพาได้ในตอนนี้

ดังนั้นแล้ว เธอจึงหายใจเข้าลึกๆและสวดอ้อนวอนว่าการถ่ายทอดสดจะไม่เผยแพร่ไปถึงบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ

“ฉันตกลงที่จะถ่ายทอดสด!”

 

แฟนเพจ:เฟรมวงไฟ