0 Views

บทที่ 1: โจรในเหอเจียน
x x x

เจียง ฮองกี๋ นายพลแห่งกองทัพสหรัฐ เป็นผู้หญิง แล้วยังเป็นอดีตนายพลชั้นผู้นำของเหล่าเจ็ดด้วย

ทำไมถึงเป็น “อดีต” งั้นเหรอ?

เพราะว่าเธอได้ตายไปในสนามรบ

ความตายอันแสนกระทันหันนั้นเธอยังจำได้ดี มันเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่เธอจะรับมือกับมันทัน

เสียงในหูยังดังก้องอยู่เลย โลกได้ถูกย้อมเป็นสีแดงเข้ม

จากนั้นวิสัยทัศน์จากสายตาของเธอก็ได้มืดมิดลง ความเย็นที่อธิบายไม่ได้กำลังปกคลุมจิตใจของเธออยู่

แต่ความตายที่อยู่ๆก็มาโดยไม่คาดคิดก็มีข้อดีเหมือนกัน ก่อนที่เธอจะรู้สึกเจ็บปวดใดๆ เธอก็หมดสติไปแล้ว

เจียง ฮองกี๋เคยคิดว่าเธอจะตายด้วยสาเหตุที่ดีกว่านี้ แล้วนั้นก็ทำให้เธอเริ่มรู้สึกเสียใจกับตัวเอง

ถึงกระนั้น การตายโดยปราศจากความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยก็เป็นเหมือนกับพรสำหรับทหารหลายคน

สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจในฐานะผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้าด้วยการยอมรับแค่เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ นั้นก็คือความรู้สึกที่ยังคงอยู่หลังจากตายไปแล้ว

ตอนนี้ เจียง ฮองกี๋กลับสึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง ไม่ใช่ความเจ็บปวดเพราะเหตุการณ์ก่อนเธอตายแน่ แต่เป็นเหตุการณ์หลังจากนั้น ซึ่งมันยิ่งทำให้เธอเริ่มสับสนเกี่ยวกับเหตุการณ์ตอนนี้เข้าไปอีก

ความเจ็บปวดนั้นรุนแรงมาก ถึงแม้ว่าเธอมักจะไม่แสดงออกอะไรมากตอนได้รับบาดเจ็บ แต่ตอนนี้เธออยากจะตะโกนออกมาเสียงดังเหลือเกิน

ความเจ็บปวดยังคงอยู่ ทั้งนี้อาการปวดศรีษะก็พุ่งเข้ามาใส่เธออีก

มันเป็นความรู้สึกที่ลืมไม่ลงเลย ราวกับว่าเธอถูกบีบลงใส่ในกล่องแคบๆกับใครบางคนและมันก็ดูเหมือนจะแน่นขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกเหมือนกับมีแรงกดลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน เหมือนกับว่ามันจะหยุดจนกว่าตัวเธอจะมีขนาดเท่าลูกปาล์ม

ทันใดนั้นเอง ความเจ็บปวดก็ได้รุนแรงมากถึงมากที่สุดและก็เหมือนกับมีอะไรไม่รู้มากระแทกเข้ากับหัวของเธอ

เจ็บชะมัด!

เจียง ฮองกี๋กอดตัวเองเป็นลูกบอลโดยไม่ตั้งใจ ความเจ็บปวดในสมองของเธอนั้นเกินกว่าที่เธอจะบังคับแขนกับขาของเธอได้ เธอไม่สามารถคิดอะไรอื่นได้เลย ในตอนนี้มีเพียงความรู้สึกทรมานและน้ำตาที่ไหลออกมา

ร้อนโคตร!

ตอนแรกเธอก็ไม่ชินกับสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว พอมีความร้อนที่จู่ๆก็ประทุขึ้นมายิ่งทำให้เธอคุมสติของตัวเองไม่อยู่ ราวกับว่าเธอจมอยู่ในทะเลเพลิงแล้วน้ำจากกายของเธอก็ระเหยพลันไปหมดสิ้น

ฉันอยู่ที่ไหนกัน?

เมื่อคำถามปรากฏขึ้นในใจของเธอ เจียงฮองกี๋ก็พยายามเปิดเปลือกตาของเธอ เพื่อที่จะมองสถานการณ์รอบๆ

นี้เธอตกลงมาในนรกงั้นเหรอเนี้ย?

ดูเหมือนว่าความต้องการของเธอจะไม่เป็นผล เปลือกตาของเธอดูเหมือนกับเป็นเหล็กหนักนับพันปอนด์ อย่างไรก็ตาม เธอพยายามอย่างหนัก แม้ตาของเธอจะเปิดไม่สุด แต่เธอก็พอจะเห็นแสงสว่างเล็กน้อยที่ลอดส่องผ่านเข้ามาอยู่

เจียงฮองกี๋รู้สึกงุนงงเล็กน้อย เพราะจู่ๆตัวเธอก็ได้ยินเสียงของคอมพิวเตอร์

ติ๊ง “ระบบถ่ายทอดสดราชสำนักเจ้าเล่ห์กำลังวิเคราะห์ผู้ใช้ใหม่ เริ่มการสแกนเพื่อการวิเคราะห์ ความคืบหน้าการสแกน: หนึ่งเปอร์เซ็นต์… ”

เสียงอันเย็นยะเยือกของเครื่องจักรดังอย่างมาก จนมันทำให้เธอได้แต่คอยฟังเสียงของมัน

“ความคืบหน้าการสแกน: 23 เปอร์เซ็นต์ 27 เปอร์เซ็นต์ 36 เปอร์เซ็นต์ 42 เปอร์เซ็นต์ 51 …”

นี้มันอะไรกัน?

เจียงฮองกี๋พยายามที่จะฟังดูด้วยความอยากรู้ว่าใครเป็นคนพูด แต่ผู้พูดดูเหมือนจะไม่สนใจเธอและยังคงรายงานต่อไป

ติ๊ง “การสแกนผู้ใช้เสร็จสมบูรณ์ กำลังตรวจสอบการเชื่อมโยง … เชื่อมโยง … การยืนยันตัวตนของผู้ใช้เพิ่มเติม โปรดรอสักครู่ … กำลังยืนยัน … การยืนยันเสร็จสมบูรณ์ ”

ติ๊ง

พอเสียงได้หยุดดังลง เจียงฮองกี๋ก็รู้สึกตกใจกลัว

เธอรู้สึกราวกับว่าจิตใจของเธอได้ถูกผลักเข้าไปในหมอกอันแสนมืดมิด แม้ว่าเธอจะไม่ต้องการแบบนั้นก็ตาม

เสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่แปลกประหลาดยังคงพูดต่อไปตามจังหวะของมัน ไม่ช้าและเร็ว:

 

“ชื่อ: เจียง ฮองกี๋

 

เพศ: ผู้หญิง

อายุ: 41

 

พื้นหลัง: ไม่ทราบ (ชั่วคราว)

 

ความแข็งแกร่ง: การต่อสู้ (ชั่วคราว) ความฉลาด (ชั่วคราว) อื่น ๆ (ชั่วคราว)

 

คุณสมบัติ: ไม่ทราบ (ชั่วคราว)”

 

เมื่อเธอได้ยินชื่อและอายุของเธอ เธอก็ฟื้นคืนสติและเสียงในหูของเธอก็ฟังดูเบาลงเล็กน้อย

“เริ่มผสานวิญญาณ ความคืบหน้า: 0.1 เปอร์เซ็นต์”

ติ๊ง “ผู้ใช้สะสมคะแนนไม่เพียงพอ การผสานวิญญาณหยุดชั่วคราว ความคืบหน้าปัจจุบัน: 0.3 เปอร์เซ็นต์ ”

“ระบบ: จู้อิน หลานถิง (เจียงฮองกี๋) ผู้ช่วย 007 ของระบบถ่ายทอดสดราชสำนักเจ้าเล่ห์จะคอยให้บริการท่าน”

หลังจากนั้นเอง ทุกๆอย่างก็ได้เงียบลงไปราวกับไม่เคยมีเสียงใดดังขึ้นมาก่อนเลย

ก่อนที่เจียงฮองกี๋จะสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ทั้งหมด ก็มีบางสิ่งบางอย่างปัดแก้มของเธอเหมือนสายลม

จากนั้น เธอก็เริ่มรู้สึกว่าโลกกำลังสั่นสะเทือน เมื่อเวลาผ่านไป จากการสั่นเล็กๆน้อยก็เหมือนกับมันเริ่มทวีขึ้นเรื่อยๆ

เอี๊ยด ตอนนี้สิ่งเดียวที่เธอได้ยินคือเสียงดังเอี๊ยดของไม้

มีใครอยู่บ้างไหม?

จากนั้นเธอก็ได้พยายามลืมตาอย่างหนักอีกครั้ง ความมืดค่อยๆกลับกลายเป็นพร่ามัว

จากนั้นสายตาของเธอก็เริ่มที่จะมองเห็น อย่างไรก็ตาม พลังงานจำนวนมากที่ต้องใช้ในการขยับเปลือกตาของเธอก็ทำให้เธอเหนื่อยมาก และมันก็ทำให้เธอได้แต่ปิดเปลือกตาอันแสนหนักอึ้ง

“หลานถิง หลานถิง … ตื่นขึ้นมา … มองมาที่ข้าสิ… ข้าว่านเอ่อไง … ”

เจียงฮองกี๋ไม่ได้สงสัยเลยว่าผู้หญิงคนนี้กำลังพูดกับเธออยู่ เธอเป็นห่วงเรื่องที่ว่า ผู้หญิงที่ร้องไห้แล้วกำลังคว้าไหล่ของเธอพร้อมเขย่า มันยิ่งทำให้อาการปวดหัวของเธอที่เหมือนกับมีหมอกหนาบดบังเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น

ด้วยพลังกายที่มีจำกัดของเธอ เจียงฮองกี๋ก็ได้พยายามพูดขึ้นมาว่า “หยุด … หยุดที … ฉันเวียนหัว … เธอกำลังทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายนะ… ”

บางทีเสียงของเธอคงต่ำเกินไปและทำให้ไม่มีใครได้ยินนอกจากตัวเธอ ซึ่งผู้หญิงที่กำลังร้องไห้อยู่ก็ยังไม่หยุดเขย่าตัวเธอไปมาเลย

เจียงฮองกี๋พยายามที่จะผลักมือนั้นออกไป แต่แขนของเธอก็เหมือนกับหนักราวกับทองพันปอนด์ แม้แต่การยกนิ้วนิ้วเพียงเล็กน้อยก็ใช้พลังงานของเธอแทบทั้งหมดไปแล้ว ในท้ายที่สุด เธอก็เลิกสนใจผู้หญิงที่กำลังร้องไห้อยู่และพยายามปรับลมหายใจของเธอให้คงที่

ตอนนี้เธออ่อนแอเกินกว่าที่จะหยุดผู้หญิงที่กำลังเขย่าตัวเธออยู่ ทั้งหมดที่ทำได้คือการอดทน เธออาจรู้สึกดีขึ้นมั้ง หากว่าเธอร้องไห้จนพอแล้ว

ดูเหมือนว่าเจียงฮองกี๋จะไม่ได้เป็นแค่คนเดียวที่รำคาญผู้หญิงคนนี้ ทันใดนั้นก็มีคนอื่นพูดขึ้นมา “ร้องไห้สะอึกสะอื้นอะไรน่ารำคาญ! เหอะ!”

ดูเหมือนว่าคนที่พูดหยาบคายแบบนี้จะเป็นคนขับรถม้า เขาถ่มน้ำลายรดใส่ม้าแล้วตีอย่างแรง

จากนั้นรถม้าก็พุ่งไปตามถนนบนภูเขาที่แสนจะขรุขระ จนรถม้าเกือบจะตกลงข้างทางด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม เสียงบ่นของชายคนนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้เสียงสะอื้นเงียบลง แต่ยังทำให้เด็กผู้หญิงที่หยุดร้องไห้คนนั้นหวาดกลัวและร้องออกมาเสียงดังกว่าเดิมอีก

ชายคนนั้นรำคาญอย่างมาก เขาจึงได้ยกแส้ขึ้นและฟาดใส่ม่านลูกปัดข้างเกวียนอย่างรุนแรงหลายครั้ง จนทำให้ลูกปัดและกระดิ่งสั่นอย่างมากถึงขั้นกับทำให้สุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์ตื่นตระหนกและใบหน้าซีดเซียว “หุบปากซะ! หรือจะให้ข้าทำให้แกตายไปเลย! ”

เขาเร่งความเร็วรถม้า ซึ่งไม่ไกลนักก็มีรถม้าอีกสองคันอยู่

หากเขาไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมแถบนี้ การขับรถม้าด้วยความประมาทก็อาจทำให้ทั้งคนขับและคนที่นั่งอยู่ไปสวรรค์เลยก็ได้

แต่ผู้ขับรถม้าคนนี้รู้เส้นทางเหมือนกับหลังมือของเขาเลย ดังนั้นย่อมไม่มีทางที่จะเกิดเหตุร้ายอะไรแบบนั้นขึ้นแน่ รถม้าได้พุ่งไปข้างหน้าราวกับสายลม

“พูดให้อ่อนโยนกว่านี้หน่อยสิ ถึงมันจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรับมือผู้หญิงพวกนี้ แต่พวกเธอทั้งหมดต่างก็เป็นผู้หญิงที่มีชื่อเสียงในมณฑลเหอเจี้ยนนะ แค่การได้พบกับพวกเธอคนใดคนหนึ่งก็นับว่าโชคดี ไม่ต้องพูดถึงในตอนนี้ที่เรามีพวกเธอเยอะแยะเลย ”

 

แฟนเพจ:เฟรมวงไฟ