0 Views

        ซูเจี่ยนอันอารมณ์ดีจนถึงตอนดึก โดยเฉพาะตอนที่ลงกลอนประตู เธอรู้สึกเหมือนได้ทำเรื่องบ้าบิ่นหลังจากเป็นเด็กดีมานานตลอดหลายปี เธอรู้สึกตื่นเต้นจนอยากกรี๊ดออกมาดังๆ แต่สุดท้ายก็อดกลั้นเอาไว้ ก่อนจะไปอาบน้ำอย่างสบายใจและเตรียมเข้านอน

        ทุกอย่างเป็นไปตามคาด ตอนสี่ทุ่มครึ่งก็มีเสียงก๊อกแก๊กดังขึ้นจากหน้าประตู

        เธอวางหนังสือในมือพลางจ้องกลอนประตูไม่วางตาพร้อมเงี่ยหูฟังเต็มที่

        กึก กึก… เสียงดังขึ้นอีกสองครั้ง ทว่าประตูก็ไม่ได้ถูกเปิดออก

        แน่สิ ก็เพราะเธอล็อกมันเรียบร้อยแล้วไงล่ะ!

        ลู่เป๋าเหยียนคงไม่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้แน่ๆ ตอนนี้เขาคงหงุดหงิดมากสินะ?

        คิดแล้วซูเจี่ยนอันก็ยิ่งตื่นเต้น เธอตลบผ้าห่มออกมาและค่อยๆย่องไปที่ประตู

        เอ๋ ทำไมถึงเงียบไป? ลู่เป๋าเหยียนยอมแพ้ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?

        ทันใดนั้น กริ๊ก… เสียงปลดล็อกกลอนประตูก็ดังขึ้น

        เป็นไปได้ยังไง! เมื่อเช้าเธอก็ถามป้าหลิวมาแล้วว่ากุญแจห้องนี้มีแค่ชุดเดียวซึ่งอยู่กับเธอ แล้วใครเป็นคนเปิดประตูกันล่ะ!?

        ตอนนั้นเองประตูก็ถูกผลักออก ร่างสูงโปร่งของลู่เป๋าเหยียนค่อยๆปรากฏสู่สายตาของซูเจี่ยนอัน

        เขากำลังยืนพิงขอบประตูอยู่ด้านนอก ในมือถือบางอย่างลักษณะเป็นเส้นบางๆคล้ายลวด

        เขาใช้มันสะเดาะกลอนประตูงั้นเหรอ…

        แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะที่สำคัญก็คือตอนนี้ลู่เป๋าเหยียนกำลังยิ้ม… ยิ้มเหมือนเมื่อตอนเช้าไม่มีผิด!

         ซูเจี่ยนอันรู้สึกมึนไปหมด ในสมองมีแต่คำถามว่า ทำไงดี ทำไงดี เธอจะทำยังไงดี…

        ลู่เป๋าเหยียนแกว่งเส้นลวดในมือพลางยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ซูเจี่ยนอันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีจึงตั้งท่าจะวิ่งหนี แต่เพราะขาขวายังไม่หายดีเลยไม่คล่องตัวเหมือนเมื่อก่อน

        เธอได้ยินเสียงปิดประตู วินาทีต่อมาเธอก็ถูกลู่เป๋าเหยียนรวบเอวเอาไว้และรั้งเธอเข้าสู่อ้อมแขนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอันคุ้นเคยของเขา

        “แหะๆๆ…” เธอพยายามยิ้มอย่างแกนๆ แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง “ฉะ ฉันอยากจะไปแปรงฟันก่อนนอน…”

        ลู่เป๋าเหยียนไม่สนใจฟังคำพูดไร้สาระของเธอทั้งนั้น เขาก้มหน้าลงมาครอบครองเรียวปากบางทันที

        “อื้อ…” ซูเจี่ยนอันไม่ทันตั้งตัวจึงได้แต่เบิกตากว้างมองลู่เป๋าเหยียนอย่างตกใจ

        “ยัยโง่” ลู่เป๋าเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งหยอกกึ่งปลอบ “หลับตาสิ”

        ซูเจี่ยนอันไม่รู้ว่าตัวเองเชื่อฟังคำพูดเขาง่ายๆแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร เธอหลับตาลงและจูบประสานตอบรับกับเขาทันทีที่ได้ยินคำสั่ง

        ลู่เป๋าเหยียนพอใจจนยิ้มบางที่มุมปากก่อนจะลดจังหวะให้ช้าลง เขาค่อยๆจูบเธออย่างนุ่มนวล มือที่โอบเอวบางเริ่มผ่อนแรงลงอย่างระมัดระวังราวกับต้องการทะนุถนอมสิ่งล้ำค่าที่เขาเก็บรักษามานานหลายปี

        ซูเจี่ยนอันไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไรกว่าลู่เป๋าเหยียนจะปล่อยตัวเธอ เมื่อเริ่มรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเธอก็หน้าแดงก่ำพลางเม้มปากและเบือนหน้าหนี

        ลู่เป๋าเหยียนลูบผมของเธอเบาๆ “รู้จักล็อกประตู แสดงว่าไม่ได้โง่นัก” เขาเงียบไปชั่วอึดใจก่อนพูดเสริม “แต่ที่เธอคิดว่าฉันจะเข้ามาไม่ได้ ไม่เรียกว่าโง่ แต่เรียกว่าซื่อบื้อ”

        “……” ซูเจี่ยนอันมั่นใจมากว่า ตอนนี้ลู่เป๋าเหยียนกำลังเยาะเย้ยเธออยู่

        แต่ที่เธอไม่โกรธเขาไม่ใช่เพราะเธออ่อนแอ แต่เพราะผู้ชายคนนี้โรคจิตไปแล้ว!

        เธอหยิบเส้นลวดในมือเขามาพิจารณาอย่างข้องใจ

        “นายใช้มันไขประตูจริงๆเหรอ? สอนฉันมั่งได้หรือเปล่า?”

        “เธอจะเรียนมันไปทำไม? จะมาเปิดประตูห้องฉันงั้นเหรอ?” ลู่เป๋าเหยียนยิ้ม “ห้องของฉัน เธออยากจะเข้ามาเมื่อไรก็พร้อมต้อนรับเสมอ”

        ลู่เป๋าเหยียนพูดหน้าตาเฉยชัดถ้อยชัดคำ ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าคำพูดของมันมีความหมายแฝงระหว่างบรรทัด…

        “ลู่เป๋าเหยียน” เธอพูดด้วยเสียงจริงจัง “เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่านายเป็นสุภาพบุรุษที่ไม่เอาเปรียบคนอื่น”

        ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วก่อนถาม “แล้วตอนนี้เธอไม่คิดอย่างนั้นแล้วเหรอ?”

        “ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่า ที่แท้นายมันก็ตาบ้าโรคจิตหื่นกามดีๆนี่เอง!”

        ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปาก “เธอมารู้ตอนนี้ก็นับว่ายังไม่สาย”

        สิ้นคำลู่เป๋าเหยียนก็อุ้มซูเจี่ยนอันขึ้นมา

        “อุ้ย!” จู่ๆร่างกายก็ถูกยกลอยขึ้น ซูเจี่ยนอันจึงกอดลู่เป๋าเหยียนเอาไว้โดยอัตโนมัติ เขายิ้มบางอย่างพอใจกับปฏิกิริยาของหญิงสาว

        ซูเจี่ยนอันรู้ทันทีว่าการกระทำของเธอทำให้เขายิ่งได้ใจจึงกัดริมฝีปากเล็กน้อยอย่างหงุดหงิด วินาทีต่อมาลู่เป๋าเหยียนก็วางเธอลงบนเตียง

        เอ่อ…

        เธอทำตาโตอย่างไม่รู้ว่าลู่เป๋าเหยียนคิดจะทำอะไร ได้แต่จ้องเขาอย่างระแวดระวัง

        “ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรเธอ แต่ถ้าเธอยังมองฉันด้วยสายตาแบบนี้…”

        สิ่งที่เขาสื่อชัดเจนโดยไม่ต้องอธิบายเพิ่ม ซูเจี่ยนอันรีบเบนสายตาหนี ขณะที่ลู่เป๋าเหยียนได้เอนลงมานอนข้างกายเธอ แล้วก็เป็นไปตามคาด วินาทีต่อมามือแกร่งของเขาก็เอื้อมมารั้งตัวเธอเข้าไปกอด

        ครั้งนี้ซูเจี่ยนอันไม่ดิ้นอีกแล้ว

        เพราะไม่ว่าเธอจะใช้วิธีไหนเพื่อหนีเอาตัวรอด เขาก็มักจะทำลายแผนของเธอได้อย่างง่ายดาย เธอคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา

        ในเมื่อเป็นแบบนี้ สู้เอาเวลามาดื่มด่ำกับอ้อมกอดอันแสนสบายของเขายังดีเสียกว่า

        คิดได้ดังนั้นซูเจี่ยนอันก็ขยับตัวหาจุดที่สบายที่สุดและหลับตาลงอย่างเป็นสุข ในไม่ช้าเธอก็เข้าสู่นิทรา

        ลู่เป๋าเหยียนก้มหน้ามองปีศาจน้อยที่หลับปุ๋ยไปแล้วก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

        เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน มู่ซือเจวี๋ยโทรศัพท์มาบอกเขาว่า ถังรุ่ยเฉิงกลับมาคราวนี้ยังไม่ระแคะระคายเรื่องของเขา และไม่ได้มีความเคลื่อนไหวใดๆ นอกจากการส่งให้คนออกตามหาผู้หญิงคนหนึ่งอย่างบ้าคลั่ง ข่าวนี้แพร่กระจายไปทัว

        จากข้อมูลที่ได้ หากใครเจอตัวผู้หญิงที่ว่าถังรุ่ยเฉิงจะตอบแทนอย่างงาม ฉะนั้นบรรดาลูกน้องของเขาจึงออกตามหาตัวหญิงสาวอย่างถวายชีวิต

        “จะลองสืบดูไหมว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร”  มู่ซือเจวี๋ยถาม “บางทีเธอคนนั้นอาจจะเป็นจุดอ่อนของถังรุ่ยเฉิง”

        “ไม่ต้อง” ลู่เป๋าเหยียนปฏิเสธ “คนที่เราต้องจัดการคือถังรุ่ยเฉิง ไม่เกี่ยวกับผู้หญิงของเขา”

        “เอางั้นก็ได้ ยังมีอีกเรื่อง” มู่ซือเจวี๋ยหัวเราะเล็กน้อย “รู้ไหมว่าฉันไปรู้อะไรมา ถังรุ่ยเฉิงกำลังเพ่งเล็งมาทางฉัน ดูเหมือนว่าเขาอยากจะได้ธุรกิจที่ทำเงินให้ฉันมากที่สุดอยู่นะ เขาวางแผนจะกลับมาที่นี่นานหลายปีแล้ว ฉันกำลังสงสัยว่าเขาจะส่งสปายมาปะปนกับคนใกล้ตัวฉัน”

        “ลองสืบจากคนที่เพิ่งเข้ามาอยู่กับนายช่วงไม่กี่ปีมานี้” ลู่เป๋าเหยียนเอ่ย “คนทรยศมักจะโผล่หางออกมาเสมอ ไม่มีทางที่จะไม่เหลือร่องรอยเอาไว้แน่”

        “ฉันลองสืบมาแล้ว แต่ไม่ได้เรื่องอะไรเลย” มู่ซือเจวี๋ยเอ่ยอย่างนึกสนุก “มีความเป็นไปได้แค่สองอย่างก็คือ ฉันคิดมากไป หรือไม่ก็… สปายที่ถังรุ่ยเฉิงส่งมาแฝงตัวได้เนียนมาก”

        ถ้าเป็นอย่างหลัง ก็เท่ากับมู่ซือเจวี๋ยกำลังตกอยู่ในอันตราย ทว่าเจ้าตัวกลับทำท่าเหมือนเจอเรื่องสนุก

        สปาย คำง่ายๆเพียงสองพยางค์ แต่การจะอยู่ในบทบาทนี้ต้องมีความแข็งแกร่งด้านจิตใจและการแสดงที่แนบเนียนเกินกว่าคนธรรมดา

        มู่ซือเจวี๋ยเป็นคนระวังตัวอยู่เสมอ หากสปายที่ถังรุ่ยเฉิงส่งมาอยู่ข้างกายเขาสามารถเล่นละครได้อย่างแนบเนียนจนเขาไม่รู้ตัวแล้วล่ะก็ เขาก็จะลองเล่นเกมเป็นเพื่อนสปายคนนั้นสักหน่อย

        หากต้องสู้กับคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอกว่าต่อให้ชนะก็ไม่รู้สึกดีใจ แต่หากได้คู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อและค่อยๆบีบให้ฝ่ายตรงข้ามร้องขอชีวิต แบบนั้นสิถึงจะสนุก

        สุดท้ายลู่เป๋าเหยียนก็กำชับมู่ซือเจวี๋ยให้ระวังตัวก่อนจะวางสายไป ตอนที่เขาเดินผ่านหน้าห้องของซูเจี่ยนอัน เขาแค่คิดจะเข้าไปดูว่าเธอนอนแล้วหรือยั นึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะล็อกประตู

        ปีที่แม่ของเธอเสียชีวิต เขาตัดสินใจบินข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมาเพื่อพบเธอ ขนาดระยะทางตั้งเป็นหมื่นกิโลเมตรยังหยุดยั้งเขาไว้ไม่ได้ นับประสาอะไรกับแค่ประตูบานหนึ่ง

        แต่ถึงแม้ซูเจี่ยนอันจะผลักไสเขาออกไปแบบนี้ เขาก็โกรธเธอไม่ลงอยู่ดี เพราะอีกไม่นาน หากถังรุ่ยเฉิงสาวมาถึงตัวเขาเมื่อไร เป้าหมายต่อไปก็คือซูเจี่ยนอัน เขาไม่รู้ว่าช่วงเวลาอันแสนสุขจะยืนยาวต่อไปได้อีกนานแค่ไหน

         ลู่เป๋าเหยียนไม่รู้ตัวเลยว่า ถังรุ่ยเฉิงพุ่งเป้ามาที่ซูเจี่ยนอันตั้งนานแล้ว

        เขตเมืองเก่า ณ บ้านตระกูลถัง

        ยามค่ำคืนแบบนี้ทั่วทั้งเมือง A ต่างเปิดไฟสว่างไสว มีเพียงพื้นที่เขตเมืองเก่าเท่านั้นที่แต่ละบ้านเริ่มจุดโคมจีนที่ส่องแสงสลัวออกมา

        หากจะพูดให้น่าฟังก็คงต้องบอกว่า ที่นี่เป็นสถานที่ที่คงความเป็นจีนดั้งเดิมและให้ความรู้สึกจิตใจสงบ

        แต่หากเป็นคนที่ไม่ได้ชื่นชอบความคลาสสิก ก็อาจจะรู้สึกว่าบรรยากาศของที่นี่ดูน่ากลัวราวกับว่าด้านหลังประตูไม้บานหนาจะมีวิญญาณโผล่ออกมาได้ทุกชั่วขณะ

        “คุณชายถังคะ” เสียงหวานของหญิงสาวดังขึ้นขณะก้าวเดินอยู่บนถนน “ทำไมคุณถึงได้พักอยู่ในที่แบบนี้ล่ะคะเนี่ย?”

         ถังรุ่ยเฉิงเปิดประตูบ้านก่อนจะผลักหญิงสาวเข้าไป

        “เธอจะไปเข้าใจอะไร หุบปากซะ แล้วทำเรื่องที่ควรทำ”

        หญิงสาวรู้ดีว่าหากเธอยังพูดต่อเขาคงโมโหเป็นแน่ เธอจึงไม่เอ่ยอะไรอีกก่อนจะเริ่มปรนนิบัติถังรุ่ยเฉิงในแบบที่เขาต้องการ

        ขณะกำลังเข้าได้เข้าเข็ม จู่ๆตงจื่อก็เปิดประตูเข้ามา เมื่อเขาเห็นภาพตรงหน้าก็นิ่งอึ้งก่อนจะตั้งท่าเดินกลับ

        “มานี่!” ถังรุ่ยเฉิงผลักหญิงสาวให้ออกห่าง “ได้เรื่องอะไรบ้างหรือยัง”

        ตงจื่อเป็นลูกน้องที่เขาไว้ใจที่สุด ช่วงนี้เขาสั่งให้ตงจื่อไปสืบหาผู้หญิงที่ช่วยทำแผลให้เขาที่สวนสนุก ในเมื่อตงจื่อกลับมาแสดงว่าได้ข่าวอะไรมาบ้าง เขาอยากจะรู้ข่าวใจจะขาดแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

        “สืบอะไรมาได้บ้าง”

        ตงจื่อกลืนน้ำลายก่อนตอบ “ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเลยครับ…”

        “ห่วยแตก!” ถังรุ่ยเฉิงเตะโต๊ะตรงหน้าจนพลิกคว่ำ “นี่ก็ครึ่งเดือนแล้ว แค่ผู้หญิงคนเดียวทำไมยังหาไม่เจออีกห๊ะ?”

        ตงจื่อก็แทบจะบ้าตายอยู่แล้ว วันนั้นหลังจากกลับมาถังรุ่ยเฉิงก็บอกว่า ไปเจอสาวสวยคนหนึ่งที่ห้องน้ำในร้านอาหาร และสั่งให้ไปควานหาตัวเธอมาให้ได้

        ที่นั่นคือ Happy World ที่มีพื้นที่ขนาดกว่าสองพันไร่ แถมยังเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ คนก็เยอะ สาวสวยก็แยะ แล้วจะให้พวกเขาหากันยังไงไหว?

        เวลาที่ถังรุ่ยเฉิงระเบิดอารมณ์โทสะน่ากลัวมาก สมองจึงสั่งให้ตงจื่อรีบหนีเอาตัวรอด ทว่าต่อให้เขาหนีก็ใช่ว่าจะหาตัวผู้หญิงคนนั้นเจอ ว่าแล้วเขาจึงกลั้นใจพูดออกไป

        “ลองคิดดูอีกรอบไหมครับว่าผู้หญิงคนนั้นคุยอะไรกับพี่บ้าง มีข้อมูลอะไรที่เธอเผลอหลุดปากออกมาบ้างหรือเปล่า อย่างเช่นเธอพักที่ไหน ทำงานอะไร… อย่างน้อยพวกเราจะได้ตีวงให้แคบลง”

        วันนั้นซูเจี่ยนอันไม่ได้บอกอะไรเขาเลยนอกจากเรื่องที่เธอแต่งงานแล้ว ถังรุ่ยเฉิงยิ่งคิดถึงเรื่องนั้นก็ยิ่งหงุดหงิดจึงพูดเสียงเหี้ยม

        “ไม่มี ไสหัวออกไปซะ!”

        ตงจื่อได้ยินดังนั้นก็รีบออกไปทันที

        หญิงสาวขยับตัวเข้ามานั่งใกล้ๆก่อนเอ่ย “คุณชายถัง อย่าโมโหเลยนะคะ”

        การกระทำของเธอสามารถคลายความโมโหลงได้ตามที่พูด แต่ถังรุ่ยเฉิงหมดอารมณ์จะทำอะไรอีกแล้วจึงผลักหญิงสาวให้ออกห่าง เธอตั้งท่าจะเดินออกไปอย่างน่าสงสาร ทว่ากลับถูกถังรุ่ยเฉิงรั้งตัวกลับมาอย่างแรง

        “โอ๊ย!”

        การกระทำของเขาทั้งรุนแรงและป่าเถื่อน แต่เพราะเขาคือถังรุ่ยเฉิง ต่อให้เจ็บแค่ไหนเธอก็ต้องแสร้งทำเป็นเพลิดเพลินและยิ้มออกไปอย่างเอาใจ

        ทำไงได้ ใครใช้ให้ผู้ชายคนนี้ที่เพิ่งกลับมาก็กลายเป็นเจ้าพ่อคุมธุรกิจกลางคืนทั้งหมดของเมือง A กันล่ะ ถึงจะไม่มีใครรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเขา แต่ที่แน่ๆไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่สมควรทำตัวเป็นปรปักษ์กับชายคนนี้    เพราะวิธีการของเขามันโหดเหี้ยมเกินกว่าคนปกติ

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่” : https://goo.gl/Q3N1Qj

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/97
120/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ย80-90บาท/เล่ม ค่ะ ) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม