0 Views

เหล่าผู้ใช้อาคมนั้นคือผู้ใช้เวทมนต์แห่งฝั่งตะวันออกซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นชนิดและเวทมนต์ที่แตกต่างกัน มันเป็นเวทมนต์ที่พัฒนาขึ้นอย่างอิสระในทวีปแห่งนั้น ไม่เหมือนกับจอมเวทย์ที่เป็นที่รู้จักกันดี ผู้ใช้อาคมนั้นมักจะไม่ค่อยแสดงตนและถูกเรียกว่าเงามืดของโลก

ด้วยเหตุนี้ มันจึงเป็นตัวตนที่ลึกลับ อย่างไรก็ตาม ธีโอดอร์รู้เกี่ยวกับแก่นแท้ของมัน

‘มันเป็นเพียงความสามารถทั่วๆไป’

ข้อมูลของมันมีน้อยเพื่อเทียบกับระบบอื่นๆ แต่มันมีบันทึกนับไม่ถ้วนในเมลเทอร์ของจอมเวทย์ผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับอาคม

 

บางคนกล่าวว่า ‘มันไม่ใช่เวทมนต์หรือออร่า’

บางคนกล่าวว่า ‘มันไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งใดเลย’

บางคนกล่าวว่า ‘นี่เป็นการกลายพันธุ์ของเวทมนต์ในยุคแรกเริ่ม’

 

ธีโอดอร์ มิลเลอร์ จอมเวทย์ในรุ่นถัดมา ก็ได้ประเมินเกี่ยวกับผู้ใช้อาคมจากการประเมินเหล่านั้น

 

“นายน้อยแพค ฉันได้ยินมาว่าจอมเวทย์จะสร้างเวทมนต์ขึ้นในตันเถียนทั้งสามจุดใช่ไหม ไม่ใช่ในหัวใจเฉกเช่นจอมเวทย์?”

“ครับ มันเรียกว่าห่วงสามทาง”

ธีโอดอร์คร่ำครวญให้กับคำตอบนั้น ‘อ่า มีเพียงแค่ชื่อเท่านั้นที่ฟังดูดี….’

 

เขารู้ทฤษฏีพื้นฐานของไสยเวทย์ แต่สิ่งที่เขาได้ยินจากแพค ต็อกซอนยิ่งทำให้เขาตกใจมากขึ้น

ไสยเวทย์นั้นแตกต่างไปจากเวทมนต์ตะวันตกซึ่งมีระบบวงกลมที่สมบูรณ์มาเป็นเวลานานแล้ว ห่วงสามทางนั้นไม่มีอะไรที่มากไปกว่าการปรับเปลี่ยนวิธีการใช้พลังออร่า ซึ่งเป็นรากฐานของทวีปตะวันออก

กล่าวอีกนัยหนึ่ง พวกเขาได้นำชิ้นส่วนที่ผิดพลาดมารวมกันตั้งแต่ต้น เห็นได้ชัดว่าประสิทธิภาพของเวทมนต์จะไม่ดีเมื่อใช้วิธีการฝึกฝนแบบเดียวกับผู้ใช้ออร่า เมื่อเทียบกันแล้วมันเหมือนกับการใช้ดาบแทนพลั่วเพื่อขุดดิน

นอกจากนี้ผู้ใช้อาคมยังมีบทบาทในเงามืดโดยไม่ปรากฏตัวต่อสังคม ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถที่จะหาและแบ่งปันข้อผิดพลาดกันได้ พวกเขาไม่เคยรู้ว่าพวกเขากำลังเดินไปบนทิศทางที่ไม่ถูกต้อง

 

ธีโอดอร์เกิดความคิดขึ้นอย่างฉับพลันและถามแพค จุงเมียงว่า “ผู้นำแพค ผู้ใช้อาคมในตะวันออกเป็นยังไง?ไม่ใช่ในสายตาของคนธรรมดา แต่จากมุมมองของนักรบ”

แพค จุงเมียง ขมวดคิ้วแน่นขณะที่ใบหน้าของแพค ต็อกซอนกลายเป็นมืดครึ้ม ธีโอคาดเดาได้เพียงแค่การสังเกตท่าทางของพวกเขา ไม่แปลกใจเลย แพค จุงเมียง ได้ไอออกมาและส่ายหัว “อืม ข้าไม่สามารถพูดได้ว่าพวกเขามีฐานะที่ดีนัก”

“ตามที่ฉันคาดไว้”

 

ในอีกทางหนึ่ง มันเป็นคำถามที่ธีโอไม่จำเป็นต้องถาม เวทมนต์เป็นสิ่งที่ต้องสำรวจความเป็นจริงของโลกธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนจะได้รับโดยการฝึกฝนภายในตัวเอง อย่างไรก็ตามผู้ใช้อาคมกลับฝึกฝนเวทมนต์ในรูปแบบของศิลปะการต่อสู้ ความเป็นไปได้ของมนุษย์ที่จะมีชีวิตอยู่ได้ก็คือ100ปี ดังนั้นมันจึงไม่มีประสิทธิภาพในการฝึกฝนทั้งสองทาง

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมฝั่งตะวันออก ฐานของเวทมนต์จึงตกต่ำ

 

“ขอโทษนะ ฉันอดที่จะถามไม่ได้”

 

ธีโอดอร์ไม่เข้าใจว่าทำไมแพค ต็อกซอน จึงเรียนรู้ไสยเวทย์ในเมื่อเขาเป็นลูกหลานของตระกูลนักรบที่มีชื่อเสียง

เขาสงสัยเกี่ยวกับสถานการณ์ที่สิ้นหวังซึ่งทำให้แพค ต็อกซอน ขอรับการฝึกสอนจากคนชาติอื่น เขาไม่ได้แม้กระทั่งมีความสัมพันธ์อันดีด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ทำไมธีโอดอร์ถึงได้เห็นภาพตัวเขาในอดีตในตัวแพค ต็อกซอน?

 

หลังจากที่ไดยินคำถามของธีโอ แพค ต็อกซอนก็จ้องมองด้วยท่าทางมุ่งมั่น จากนั้นเขาก็เปิดเผยบาดแผลที่เขาได้รับมาเมื่อหลายปีก่อน “ท่าน ข้าไม่สามารถที่จะเรียนรู้ออร่าได้ด้วยร่างกายนี้”

 

โดยปกติ ผู้คนจะคิดว่าเวทมนต์เป็นความสามารถที่ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริง ไม่มีระบบใดที่ไม่ขึ้นอยู่กับร่างกายของผู้ที่เกิดมา

หากความหนาแน่นของมวลกล้ามเนื้อและกระดูกไม่สูง มันก็ยากที่จะทนทานต่อแรงกดดันจากพลังออร่า นอกจากนี้ความแข็งแรงของหลอดเลือดซึ่งพลังออร่าได้ไหลผ่านจะเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่องพรสวรรค์ในการใช้ดาบอีกด้วย

เนื่องจากความจริงที่ว่า ธีโอดอร์มีสัมผัสเวทย์ที่น้อยที่สุด ซึ่งสามารถไปถึงได้แค่วงกลมที่2เท่านั้น   เช่นนั้น พลังออร่าก็สามารถเรียกได้ว่ากำแพงแห่งพรสวรรค์ที่โหดร้าย สำหรับบางคนมันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะสามารถใช้มันได้

 

“มันเรียกว่าหลอดเลือดอักเสบซึ่งเกิดขึ้นในปอดของข้า”

 

มันเป็นร่างกายที่เกิดมาพร้อมกับแพค ต็อกซอน ส่วนหนึ่งของหลอดเลือดเขาถูกปิดกั้น มันจะไม่ฆ่าเขา แต่มันถือเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดสำหรับบุคคลที่เกิดมาเป็นลูกหลานของนักรบ

เขาตัดสินใจที่จะเดินไปตามเส้นทางของผู้ใช้อาคมเพื่อกำจัดความอัปยศ แต่มันก็ยากที่จะหาหนังสือเวทมนต์ด้วยตัวคนเดียวปราศจากผู้สอน เมื่อแพค ต็อกซอน รู้สึกราวกับว่าเขากำลังว่ายน้ำอยู่บนพื้น แสงไฟก็ได้ส่องมาตรงหน้าเขา

 

“แล้ววันหนึ่ง ข้าก็ได้มองเห็นเส้นทาง”

 

เขาเห็นจอมเวทย์ผู้ที่พ่อของเขายกย่อง….

ชายผู้นี้มีความแข็งแกร่งซึ่งทำให้จอมเวทย์เผชิญหน้ากับปรมาจารย์ดาบได้ เขาดูอายุไม่มากและสง่าผ่าเผยสิ่งเหล่านี้ออกมาจากชายหนุ่มที่อายุมากกว่าเขาเพียงไม่กี่ปี นั่นเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เขาได้รู้ว่าผู้ใช้อาคมก็สามารถเอาชนะนักรบได้

หัวใจของแพค ต็อกซอน เต้นอย่างบ้าคลั่งขณะที่เขานึกถึงภาพในตอนนั้น เขาพยายามที่จะฟื้นเสียงของเขาขณะที่เขาโค้งคำนับให้แก่ธีโอดอร์อีกครั้ง

 

“ท่าน!ข้าไม่กล้าที่จะขอเป็นศิษย์ของท่าน ได้โปรดกรุณาสอนข้าสักหนึ่งบทเรียน!”

“….ข้าเองก็อยากจะขอร้องด้วยเช่นกัน”แพค จุงเมียง เดินไปอยู่ข้างลูกชายเขาและโค้งคำนับ แพค ต็อกซอน มองไปที่พ่อของเขาด้วยสายตาสับสน

อย่างไรก็ตาม แพค จุงเมียง กลับพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงใจ “เขาอาจจะเป็นลูกชายที่โง่เขลา แต่เขามีหัวที่ดี เพียงแค่ช่วงเวลาที่ท่านอยู่ในอาณาจักรนี้ก็พอ ในนามของตระกูลแพค ข้าสัญญาว่าจะชดใช้คืนให้ท่านเท็ด”

“ท่านพ่อ…..”

 

ปรมาจารย์ดาบ ผู้ซึ่งสามารถเป็นขุนนางได้ไม่ว่าจะในอาณาจักรใดๆ กำลังโค้งคำนับให้แก่ธีโอดอร์

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา แพค จุงเมียง นั้นเป็นพ่อที่เข้มงวดมาก ดวงตาของแพค ต็อกซอน จึงอดที่จะแดงก่ำไม่ได้ สำหรับ แพค จุงเมียง ต็อกซอน เป็นบุตรชายอันล้ำค่า ดังนั้นเขาจึงอดที่จะเจ็บปวดไม่ได้

 

ธีโอดอร์ได้ยกมือของเขาขึ้นราวกับมันช่วยไม่ได้ “ฟู่….กรุณานั่งลงเถอะ ผู้นำแพค”

ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็มองไปที่แพค ต็อกซอนและกล่าวว่า “นายน้อยแพค”

“ครับ”

“ต่อจากนี้ไป ฉันจะถือว่าเธอเป็นจอมเวทย์ไม่ใช่สมาชิกของตระกูลแพค เธอจะยอมรับหรือไม่?”

เสียงของธีโอดอร์ทำให้แพค ต็อกซอนตอบกลับด้วยเสียงสั่นสะเทือน “ทะ-ท่าน!นี่หมายความว่า….”

“มันเร็วเกินไปที่จะดีใจ มีความแตกต่างมากมายระหว่างไสยเวทย์และเวทมนต์  ฉันต้องสอนเธอหลายสิ่งที่เธอต้องรู้”

“ข้าจะทำทุกอย่างตามที่ท่านบอก!”ดวงตาของแพค ต็อกซอน ส่องประกายขณะตอบ ตอนนี้เขาคิดว่าเขาอาจจะกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของตระกูลได้ แม้ว่าเขาจะไม่สามารถใช้พลังออร่าได้ แน่นอนว่าเสาดังกล่าวไม่มีประโยชน์ต่อธีโอดอร์

“ฉันต้องการให้เธอนำหนังสือทั้งหมดที่เกี่ยวกับไสยเวทย์ที่เธอมีมาให้ฉัน หากเธอมีสิ่งของใดที่เกี่ยวข้องกับไสยเวทย์ในกระเป๋าเดินทางของเธอ ให้นำมายังห้องของฉัน ยิ่งเร็วยิ่งดี”

“ข้าเข้าใจแล้ว ท่าน!”
“และอีกเรื่อง”ธีโอดอร์ถอนหายใจราวกับมันเป็นเรื่องหนักใจ”หยุดเรียกฉันว่าท่าน(เซอร์) ฉันไม่เคยใช้มันและมันก็ทำให้ฉันลำบากใจ”

“แล้วข้าควรจะเรียกท่านว่ายังไง?”

“พูดกับฉันสบายๆ”

แพค ต็อกซอน ครุ่นคิดอยู่5นาทีก่อนที่ความคิดจะโผล่ออกจากปากของเขา “พี่ใหญ่?”

“….ทำไมเธอไม่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น?”ธีโอดอร์ถอนหายใจขณะที่เขาตระหนักถึงกำแพงที่หนาเตอะของวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

 

***

 

ในตอนเย็น เกวียนไม่กี่เล่มก็ได้มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่ธีโอดอร์พักอาศัยอยู่ พวกเขามีสินค้าที่นำมาจากทางฝั่งตะวันออก  เกวียนนั้นมีลักษณะที่ผิดปกติ มันเต็มไปด้วยหนังสือ ม้วนคัมภีร์ และวัตถุที่ไม่รู้จัก   ธีโอดอร์ยิ้มกว้างทันทีที่เห็นพวกมัน

 

‘เอาละ ไม่ใช่ว่าวัตถุหลายอย่างถูกวางอยู่ในคลังเก็บของๆหอคอยเวทมนต์?’

 

ตามที่คาดไว้จากตระกูลแพค พวกเขาเคยเป็นสมาชิกอันทรงเกียรติของอาณาจักร ตระกูลที่ร่ำรวยได้ตกต่ำลง แต่พวกเขาพยายามที่จะเก็บรักษาหลายอย่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แม้ว่าครึ่งหนึ่งของของเหล่านี้จะเป็นขยะ แต่อีกครึ่งหนึ่งกับเป็นสิ่งที่ดี หนังสือเกี่ยวกับไสยเวทย์ให้หอคอยเวทมนต์ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นฐานหรือตีความจากมุมมองของจอมเวทย์เท่านั้น ไม่มีโอกาสที่จะได้สัมผัสเกี่ยวกับหนังสือต้นฉบับของไสยเวทย์เลย

 

“ท่านพี่ ข้าได้นำทุกสิ่งที่ท่านบอกมาแล้ว!”แพค ต็อกซอน ลากเกวียนเล่มสุดท้ายมาและเดินเข้ามาหาธีโอดอร์

 

แม้ว่าแพค ต็อกซอน จะไม่สามารถใช้พลังออร่ได้ แต่เขาก็เป็นลูกหลานของนักรบ ดังนั้นเขาจึงได้ฝึกฝนความสามารถทางกายภาพของเขามากพอสมควร เขาดึงเกวียนมาไกล แต่ไม่มีอาการเหนื่อยหอบเลย

 

ธีโอดอร์พยักหน้า ยิ้มให้กับท่าทางที่ราวกับลูกสุนัขของแพค ต็อกซอน ที่ต้องการคำชมเชยของเขา “ดีมาก….ฉันควรจะเริ่มที่อันไหนดีนะ?”

 

จากนั้น ธีโอดอร์ก็รู้สึกกระวนกระวายใจเมื่อเขาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นจากเกวียน

มันเป็นหนังสือที่มีหน้าปกทำจากผ้าไหมเก่าๆ ตัวอักษรจางๆบนหน้าปกแสดงให้เห็นว่าเวลาผ่านไปแค่ไหนและผ่านมากี่มือแล้ว อย่างแรก หลังจากตรวจสอบให้แน่ใจเกี่ยวกับเนื้อหาภายใน ธีโอดอร์ก็สูดหายใจเข้าลึก

เขาเพ่งสมาธิไปยังมือซ้ายของเขาซึ่งถือหนังสืออยู่

 

‘ประเมิน’

 

ธีโอดอร์มองไปที่ด้านหน้าเขาในขณะที่เขาสัมผัสได้ว่าลิ้นโผล่ออกมาจากฝ่ามือเขาแล้ว เขากำลังเฝ้ารอให้หน้าต่างข้อมูลปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

 

[ผู้ปกครองทั้ง9]

[-นี่คือหนังสือที่เกี่ยวกับคาถาที่บันทึกอยู่ในเวทย์โบราณ ‘-Pobakja’ ซึ่งจะอธิบายแนวคิดของกฏเกณฑ์ทั้ง9 กฏนี้จะเป็นแนวทางที่จะสำแดงพลังอำนาจของมันโดยการสร้างตราทั้ง9ชนิดขึ้น การเพิ่มพลังอำนาจให้กับพลังของไสยเวทย์ และการสำแดงพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่บนร่างกาย บางครั้งมันก็ถูกเรียกว่า’คลัง6เหลี่ยม’ และประสิทธิภาพจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการสร้าง

*คุณไม่มีความเข้าใจ (0%)

*หนังสือเวทย์เล่มนี้อยู่ในระดับ ‘หายาก’

*เมื่อกินแล้ว ความสามารถของ’กฏเกณฑ์ทั้ง9’จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

*นี่เป็นหนังสือต้นฉบับที่เขียนโดยผู้เขียน แต่ดวงวิญญาณได้สลายหายไปแล้วหลังจากผ่านไปหลายปี มันไม่สามารถเป็นเป้าหมายของ ‘การเขียนทับ’ได้และเศษเสี้ยวของวิญญาณสามารถดูดซับได้โดยไม่ต้องใช้ การถ่ายทอด]

 

“โอ้…!”

 

ธีโอดอร์อดที่จะร้องออกมาไม่ได้ หนังสือเวทย์ที่เขาได้หยิบขึ้นมาโดยไม่คิดกลับกลายเป็นหนังสือต้นฉบับ นอกจากนี้มันยังอยู่ในระดับ หายาก  ที่เขาสามารถพบได้แค่เมื่อปีก่อน ดวงวิญญาณของผู้เขียนได้หายไปแล้ว แต่มันก็ยังคงล้ำค่าอยู่ดี

ในขณะนั้นเอง สายฟ้าก็ได้ฟาดผ่านจิตใจของธีโอดอร์

 

“ต็อกซอน”

“ครับ ท่านพี่”

“หนังสือที่ถูกเลียนแบบในทวีปเป็นอย่างไร?นอกเหนือจากหนังสือทั่วไป….หนังสือไสยเวทย์นะ”

จากนั้น แพค ต็อกซอนก็ตอบกลับด้วยความสงสัย “เลียนแบบ?”

“อะไร?”

“ไม่ใช่ว่าโดยปกติแล้วหนังสือเช่นนั้นจะถูกเก็บซ่อนไว้จากคนอื่นงั้นหรือ?มันไม่สามารถช่วยได้หากมันเป็นสถานการณ์ที่สิ้นหวัง แต่มักจะมีเพียงเล่มเดียวเท่านั้น”

 

ธีโอดอร์รีบเอามือปิดปากของเขาทันทีที่ได้ยินคำตอบนั้น

เวทย์ก็อปปี้นั้นไม่มีอยู่ในทวีปตะวันออก นอกจากนี้ มันยังเป็นความรู้ที่จะแบ่งปันเฉพาะศิษย์เพียงคนเดียวและสายเลือดเดียวกันเท่านั้น ไม่เหมือนกับทวีปตะวันตกที่สามารถเรียนรู้เวทย์ได้แบบง่ายๆ  เวทมนต์ในทวีปตะวันออกกลับถูกเก็บซ่อนเอาไว้

บางที หนังสือทั้งหมดที่อยู่ในเกวียนเหล่านี้อาจจะ-

 

“….หนังสือต้นฉบับทั้งหมด”

 

หลังจากผ่านไปหนึ่งปี ตัวแปรที่ซึ่งอาจจะทำให้กำแพงหนาพังทลายลงก็ได้ปรากฏขึ้น