0 Views

แขกส่วนใหญ่ที่มาเข้าร่วมงานพิเศษของคาร์กาส งานประมูลใต้ดินของซิโปโต มักจะกลับออกไปในเวลาเดียวกัน

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ว่าทำไมการประมูลจึงตั้งอยู่ในเมืองชายแดน มันก็เพื่อที่จะให้พวกเขาสามารถใช้เส้นทางที่ผิดกฏหมายเพื่อกลับบ้านอย่างรวดเร็ว ไม่สำคัญว่าผู้รักษาความปลอดภัย ณ ชายแดนนั้นเหนือกว่าแค่ไหน พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะขับไล่ผู้คนจากอาณาจักรอื่นๆที่ข้ามพรมแดนได้

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ กลับมีกำหนดการเพิ่มอีกสามวัน เป็นเพราะตัวแทนของกลุ่มการค้าออร์คุสและชายหนุ่มแปลกหน้าได้กำหนดการต่อสู้ตัวต่อตัวกัน แขกผู้ทรงเกียรติและผู้มีชื่อเสียงมากมายจากหลายอาณาจักรต่างให้ความสนใจกับเรื่องนี้

 

“การต่อสู้แบบตัวต่อตัว?ผ่านมากี่ปีแล้วนะ?”

“มันอาจจะเป็นเมื่อ5ปีก่อน ดยุค โซลดอน ได้เข้ารับตำแหน่งราชาแห่งทหารรับจ้างและได้รับยาอิลิกเซอร์”

“อา นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ตอนนั้น”

“นี่คือตัวแทนจากกลุ่มการค้าออร์คุส มันคงจะสนุกไม่น้อย”

 

ความวุ่นวายเล็กๆที่เกิดขึ้นในโรงประมูลได้แพร่กระจายไปทั่วซิโปโต

บางคนหัวเราะกับความประมาทและความโง่เขลาของชายหนุ่ม ขณะที่คนอื่นๆได้พนันการต่อสู้ตัวต่อตัวนี้โดยหวังจะพลิกชีวิตของพวกเขา ผลลัพธ์นั้นได้ถูกตัดสินตั้งแต่ต้นแล้ว ทุกคนต่างคิดเช่นนี้ และมีบางคนที่คาดว่าจะไม่ได้รับเงินมากนัก

หลังจากผ่านไปสามวัน วันแห่งการต่อสู้ก็มาถึง สถานที่ที่จะมีการต่อสู้ก็คือโรงประมูลกลาง จำนวนผู้ชมนั้นลดลงอย่างมากจากวันที่มีการประมูล แต่ก็ยังมีคนมาหลายคนอยู่ดี

สำหรับเหล่าผู้คนที่มีทั้งเงิน เครื่องดื่ม และผู้หญิง สิ่งที่ขาดหายไปสำหรับพวกเขาคือความตื่นเต้น ดังนั้นพวกเขาจึงมาเพื่อเห็นคนอื่นเลือดออก

 

“โอ้…!ชายชุดเกราะสีดำที่ยืนอยู่ด้านข้างตัวแทนไอแซคก็คืออัศวินดำที่โด่งดัง!”

 

มันเป็นเช่นที่พวกเขากล่าว ร่างของอัศวินดำนั้นปกคลุมไปด้วยชุดเกราะสีดำทั้งตัว ดังนั้นจึงไม่เห็นผิวหนังของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว มันน่าขนลุกเมื่อบางคนพบว่าชุดเกราะนั้นมันดูหนักอย่างมาก อัศวินดำได้ยืนอยู่เคียงข้างไอแซคผู้ที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่มีสีสัน ถ้าอัศวินดำนั้นยืนอยู่ตรงมุมห้องของพระราชวังหรือคฤหาสน์ เขาอาจจะถูกมองว่าเป็นของตกแต่งที่สวยงาม

ฝูงชนต่างกลืนน้ำลายขณะที่จ้องมองไปที่อัศวินดำ

 

“อ่า ฉันรู้สึกได้ถึงรัศมีอันยิ่งใหญ่จากเขา”

“ฉันไม่เห็นช่องว่างใดๆเลย”

“…..ฉันอาจจคิดไปเอง แต่เขาดูราวกับว่าไม่มีชีวิตอยู่เลย”

ในขณะที่บางคนได้ประเมินความสามารถและบรรยากาศรอบตัวเขา คนอื่นๆก็ได้กล่าว…

“ฉันอยากจะเห็นเขาตอนไม่ใส่ชุดเกราะ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าใบหน้าของเขาต้องหล่อเหลาแน่ๆ เมื่อเขาดูสง่าเช่นนี้”

“เคาท์เตส ดาห์เล่ ไม่มีใครรับประกันว่าอัศวินดำคือผู้ชาย บางทีมันอาจจะเป็นผู้หญิงก็ได้”

“ผู้หญิงที่สูงเกิน190เซนติเมตร?”

“ในบรรดาคนเถื่อนทางตอนใต้ มันถือเป็นเรื่องปกติ ทั่วไป”

“โอ้ ไม่นะ!จริงงั้นหรือ?”

 

พวกเขาพูดถึงรูปร่างหน้าตา ร่างกาย และต้นกำเนิดของเขา แม้ว่าอัศวินดำจะรู้สึกอึดอัดแต่เขาก็ยังคงยืนเงียบๆอยู่ข้างไอแซค ความเงียบทำให้เขารู้สึกราวกับเพชรฆาตที่กำลังรอฆ่าคนอยู่

บางคนกล่าวว่าเขาได้สังหารออร์ค2ตนด้วยการวาดดาบเพียงครั้งเดียว บางคนกล่าวว่าหมัดของเขามีอำนาจมากพอที่จะบดขยี้ก้อนหินได้ บางคนกล่าวว่าเขาสามารถที่จะฆ่าคนนับร้อยได้ด้วยตัวคนเดียว

ข่าวลือทั้งหมดเหล่านี้คือความจริง ไอแซคยิ้มให้กับตัวเองขณะที่จ้องมองไปยังอัศวินดำด้านข้างเขา อัศวินดำนั้นมีพลังมากพอที่จะฆ่าออร์คได้ด้วยดาบเดียว ทำลายกินด้วยมือเปล่า และฆ่าศัตรูนับร้อยด้วยตัวคนเดียว สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดถือเป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง สำหรับคนที่จะต้องออกมาสู้กับเขา มันก็คงเปรียบเสมือนการฆ่าตัวตาย

จากนั้น เสียงร้องของใครบางคนได้ดังเข้ามาในหูของไอแซค “เขามาแล้ว!นั่นผู้ชายคนนั้น!”

‘ดูเหมือนว่าเขาจะหาตัวนักรบได้’ไอแซคดูถูกและจ้องมองไปในทิศทางของเสียง

 

นี่คือความเชื่อมั่นของตัวแทนแห่งกลุ่มการค้าออร์คุส ที่เชื่อมั่นในตัวอัศวินดำและต้องการที่จะเห็นศัตรูของเขาตาย แน่นอนว่าเขาไม่สามารถฆ่าผู้ประมูลได้ที่นี่ แต่มันเป็นไปได้เมื่อพวกเขาออกไปนอกเมืองแล้ว ดวงตาของไอแซคมืดลงเมื่อเขาคิดและหันไปเผชิญหน้ากับธีโอดอร์

 

ธีโอดอร์เผชิญหน้ากับตัวแทนของออร์คุส โดยไม่ลังเล”มันเป็นเวลาสามวันแล้ว ตัวแทนไอแซค”

“…เจ้าไม่ได้หนีไป ข้าคิดว่าเจ้าจะมีพรสวรรค์ในการทำให้ข้าประหลาดใจมากกว่าหนึ่งครั้งเสียอีก”

“ฉันไม่คิดว่าความประหลาดใจจะหมดลงแล้วนะ”

“ไม่ มันจะจบลงที่นี่”ไอแซคกล่าวอย่างไม่แยแส มันเป็นเสียงที่ไม่สนใจว่าใครจะพูดอะไร สำหรับเขา ธีโอดอร์และสหายของเขานั้นได้ตายไปแล้ว ตัวแทนของออร์คุสจะตัดหัวของคนโง่ที่ไม่ยอมรับข้อเสนอของพวกเขา

กรรมการนั้นรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้และก้าวถอยหลัง “งะ-งั้น พวกเราจะเริ่มกันในสองนาที ตัวแทนไอแซค นักรบของคุณคืออัศวินดำ?ใช่ไหมครับ?”

“ใช่”

“ผมเข้าใจ งั้นใครคือนักรบของธีโอ?”

ธีโอดอร์ก้าวถอยหลังและเรียกใครบางคนออกมา “มันเป็นตาของคุณแล้ว หัวหน้าแรนดอล์ฟ”

“….อ้า ฉันต้องทนทุกข์ทรมานภายใต้เธออีกแล้ว ครั้งนี้ เธอไม่ได้วางแผนที่จะลดราคาลงครึ่งหนึ่งใช่ไหม?”

 

ชายที่มีผมสีทองและแผลเป็นทั่วใบหน้าและลำตัวนั้นบ่งบอกให้เห็นว่าเขาไม่ได้มีชีวิตที่เรียบง่าย ดาบฟัลคอนทั้งสองเล่มที่เอวของเขาแกว่งไปมาอย่างนุ่มนวลภายใต้ปลอกหนังที่ห่อหุ้มมัน มันเป็นดาบที่เขาได้รับจากการผจญภัยร่วมกับธีโอดอร์ที่มิลเลอร์ บารอนี่ ดวงตาสีน้ำตาลสองดวงของเขาที่ราวกับหมาป่าได้จ้องเขม็งไปยังอัศวินดิน

อย่างไรก็ตามอัศวินดำนั้นไม่ได้ตอบสนองต่อจิตสังหารของเขา

 

“ไอชุดกระป๋องเนี่ยหรอคือศัตรูของฉัน?เป็นคนที่แปลกอะไรเช่นนี้”

“อา นักรบ?คุณชื่ออะไร…?”กรรมการถาม

“โอ้ ขอโทษที ฉันชื่อ แรนดอล์ฟ โคลวิส ฉันเป็นนักรบที่ถูกจ้างโดยนายน้อยให้มาที่นี่”

“อา ขอบคุณครับ”

 

หลังจากที่ยืนยันถึงนักรบทั้งสองคนแล้ว กรรมการก็ได้เริ่มอธิบายกฏของการต่อสู้ตัวต่อตัว

นักรบที่ได้รับการว่าจ้างจากผู้ประมูลจะเป็นผู้เข้าร่วมในการต่อสู้ตัวต่อตัว และนักรบที่ล้มลงคนแรกจะเป็นผู้พ่ายแพ้ ถ้าหากนักรบ ถ้าหากนักรบทั้งสองคนไม่สามารถยืนหยัดได้ทั้งคู่ ผู้ประมูลทั้งสองรายจะถูกตัดสิทธิ์ทันที นักรบนั้นเปรียบเสมือนดาบของผู้ประมูล

ต่างคนต่างเชื่อมันในตัวนักรบของพวกเขาว่าแข็งแกร่ง จากนั้นผู้ประมูลทั้งสองคนก็ได้ไปนั่งตรงที่นั่งคนดูเพื่อเฝ้ามองการต่อสู้ตัวต่อตัว

เวทีประลองนั้นมีรัศมีจากจุดกึ่งกลางที่30เมตร ดังนั้นจึงมีเส้นผ่าศูนย์กลาง60เมตร การก้าวเท้าของนักดาบระดับสูงนั้นสามารถที่จะเดินทางจากมุมสนามฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งได้โดยการก้าวเพียงสองหรือสามก้าวเท่านั้น กล่าวได้ว่ามันเป็นการต่อสู้ที่ไม่มีโอกาสให้หายใจ

 

“ฮ่า นี่ถือเป็นสถานที่ที่ฉันโปรดปรานยิ่ง มันราคาถูกเมื่อเทียบกับโคลอสเซียมในแอนดราส แต่มันกลับดีกว่าตรงไม่มีที่ให้วิ่งหนี”

“….”

ซึ่งแตกต่างจากแรนดอลฟ์ผู้ที่แยกเขี้ยวขู่ราวกับสัตว์ร้าย อัศวินดำยังคงนิ่งเงียบและดึงดาบออกมา

“…เจ้า?”

 

อัศวินดำนั้นปราศจากความมีชีวิตชีวา คิ้วของแรนดอล์ฟขมวดแน่นเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกๆจากลักษณะเช่นนี้ แรนดอล์ฟนั้นไม่เคยเห็นอัศวินดำมาก่อน แต่การเคลื่อนไหวของเขานั้นดูคุ้นเคย ไม่ใช่เพลงดาบหรือการก้าวเท้า แต่แรนดอล์ฟกลับรู้สึกไม่สบายใจ

คนที่มีชีวิตไม่สามารถระงับการตอบสนอง—

…ไม่ เดี๋ยวนะ

“หรือว่า?”

 

แรนดอล์ฟนั้นมีข้อสงสัยและได้เร่งสัมผัสของเขาขึ้น ถ้าเขามุ่งเน้นการแพร่กระจายพลังออร่าอย่างถูกต้อง เขาจะสามารถได้ยินแม้กระทั่งเข็มที่ตกลงบนผืนทราย การได้ยินของเขานั้นอ่อนไหวอย่างมาก แต่เขากลับไม่ได้ยินเสียงอัศวินดำหายใจเลย ไม่มีการสูดหายใจเข้าหรือหายใจออก

แรนดอลฟ์กลายเป็นมั่นใจถึงตัวตนที่แท้จริงของอัศวินดำ

 

[นายน้อย หรือว่าจะเป็น นั่น?]

[…อันเดท?]

 

แรนดอล์ฟสื่อสารกับธีโอโดยใช้เสียงที่ซ่อนเอาไว้ มันเป็นเทคนิคการแอบส่งเสียงโดยการสั่นพลังมาน่าอย่างเงียบๆ ใบหน้าของธีโอดอร์กลายเป็นแข็งขึ้นทันทีที่เขาได้ยินคำพูดนั้น หลังจากนั้นเขาก็ส่งข้อความกลับไปด้วยเวทย์ส่งข้อความ

ในระหว่างการปะทะกับเอลเดอร์ลิช แรนดอล์ฟได้จัดการกับอันเดทที่เป็นบรรพบุรุษของเขา มันไม่ใช่อันเดทระดับสูง อัศวินแห่งความตาย แต่มันก็ไม่แตกต่างกันมากนัก นั่นหมายความว่าสัญชาตญาณของแรนดอล์ฟนั้นเชื่อถือได้

ธีโอมีสองทางเลือก ธีโอดอร์จะเข้าร่วมการต่อสู้และเปิดเผยตัวตนของอัศวินแห่งความตายที่เผชิญหน้าอยู่กับแรนดอล์ฟ หากประสบความสำเร็จ มันก็อาจจะสามารถแกะรอยความสัมพันธ์และพิสูจน์ว่ากลุ่มการค้าออร์คุสนั้นยุ่งเกี่ยวกับเวทมนต์ดำ

อย่างไรก็ตาม วิธีการดังกล่าวมีความเสี่ยงมากเกินไป ถ้าพวกเขาไม่สามารถเอาชนะอัศวินดำได้ ตัวแทนของออร์คุสและอัศวินดำก็จะหลบหนีไปจากคาร์กาส และกลุ่มการค้าออร์คุสก็จะใช้อำนาจของพวกเขาเพื่อปิดบังความจริง

 

‘ฉันควรจะทำอย่างไร?ทางเลือกที่ดีที่สุดในสถานการณ์นี้คืออะไร?’ธีโอดอร์เริ่มคิดอย่างร้อนรน

 

เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มต้น ไม่มีเวลาสำหรับการคิดที่ลึกซึ้ง ดังนั้นเขาควรจะพึ่งพาสัญชาตญาณของเขา เขาควรจะเชื่อมั่นในชัยชนะของแรนดอล์ฟและรอคอย หรือร่วมต่อสู้และเอาชนะอัศวินแห่งความตายไปด้วยกันและเปิดโปงตัวแทนไอแซค?

 

จากนั้นเสียงของแรนดอล์ฟก็ได้หยุดความกลัดกลุ้มของธีโอ [อ่า ฉันถูกฉกฉวยอีกแล้ว มันเป็นปัญหาที่ฉันยอมรับเองในขณะที่เธอบอกฉันเกี่ยวกับน้องสาวของฉัน]

[แรนดอล์ฟ…]

[เอาละ ไม่เป็นไร ฉันเป็นหนี้เธอนายน้อย และด้วยวิธีนี้ฉันจะสามารถชดใช้ความละอายในอดีตคืนได้]

 

ดาบฟัลคอนทั้งสองเล่มของแรนดอล์ฟได้โผล่ขึ้นมาจากปลอกดาบที่เอวของเขา พลังออร่าสีน้ำเงินได้ไหลไปรอบๆใบดาบของเขา ราวกับคมเขี้ยวของสัตว์ร้ายที่เล็งไปยังคอของศัตรู พลังออร่าอันน่าสะพรึงกลัวนี้ไม่สามารถเทียบได้กับเมื่อปีที่ผ่านมา!ธีโอดอร์รู้สึกขมขื่น เมื่อสัมผัสได้ถึงระยะห่างระหว่างพวกเขา

มันเป็นคำเตือนจากสัมผัสที่6!

 

‘อย่าบอกนะว่า แรนดอล์ฟได้….!’

 

ก่อนที่ความคิดของธีโอดอร์จะเสร็จสมบูรณ์ ธงในมือของกรรมการก็ได้ชี้ลงไปยังพื้นดิน เป็นสัญญาณว่าการประลองได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว นี่เป็นการร่ายรำแห่งความตายซึ่งจะไม่หยุดจนกว่าจะมีใครคนหนึ่งพ่ายแพ้

เมื่อการประลองได้เริ่มต้นขึ้น ดาบของแรนดอล์ฟก็ได้เคลื่อนไหวราวกับสายฟ้า

 

ฟุ้บ-!

 

ช่องว่างได้ถูกตัดขาดออก คลื่นดาบสีฟ้าได้ตัดผ่านอากาศราวกับเนยและพุ่งเข้าใส่อัศวินดำด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว

การเคลื่อนไหวของแรนดอล์ฟนั้นรวดเร็วอย่างมาก แม้กระทั่งการมองเห็นที่เพิ่มขึ้นของธีโอดอร์ ซึ่งดีกว่าผู้ใช้ออร่าระดับสูงยังไม่สามารถมองได้ทัน ในช่วงปีที่ผ่านมา ความแข็งแกร่งของแรนดอล์ฟได้เพิ่มขึ้นและความเร็วของดาบของเขานั้นก็ใกล้เคียงกับแสงแล้ว

อย่างไรก็ตามอัศวินดำนั้นไม่ได้ตื่นตระหนักและเหวี่ยงดาบใหญ่ของเขา

บูม…

พลังออร่าที่ไร้สีปกคลุมไปทั่วดาบ ส่งผลให้อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวจากแรงกดดันที่ไหลออกจากมัน สิ่งสำคัญนั้นไม่ใช่ความเร็ว แต่เป็นพลังแห่งการทำลายล้างที่ไม่มีที่สิ้นสุดที่มาจากดาบ

ถ้าหากดาบของแรนดอล์ฟเปรียบเสมือนสายฟ้าที่รวดเร็ว งั้นดาบของอัศวินดำก็ราวกับภูผาที่หนักแน่น ดาบที่ทรงพลังปะทะกับดาบที่รวดเร็ว…..

เมื่อดาบของพวกเขาได้ปะทะกัน เสียงดังสนั่นก็ดังกึกก้องไปทั่วโรงประมูล