0 Views

ตอนที่ 67 – เรียนรู้วิธีการลงทุนในหุ้น

 

ระหว่างทาง หวูห้าวหยวนคิดว่าเงิน 60,000 หยวนไม่นับว่าเป็นอะไรสำหรับเขาแน่นอน แต่สำหรับพวกยากจนเหล่านั้น พวกเขาไปเอาเงินเหล่านั้นมาจากไหน? แม้ว่าพวกเขาจะทำงานพาร์ทไทม์ อย่างบอกฉันนะว่าบริษัทของพวกเขาเป็นองค์กรการกุศล? พวกเขาช่วยค่ารักษาพยาบาลของซุนอี้อี้ และไปกินเลี้ยงกันทุกๆวัน

หวูห้าวหยวนนึกขึ้นมาได้อย่างฉับพลันว่าเบลเซอร์ของสือเหล่ยดูค่อนข้างคุ้นเคย ไม่ใช่ว่าเขาเคยเห็นมันในร้านอาร์มานี่เมื่อวันก่อนงั้นเหรอ? เขาเคยลองมันและมันก็พอดีกับเขา แต่เขาไม่ได้ซื้อมันเพราะสีฟ้าอ่อนที่เขาชื่นชอบนั้นหมด

“เขาปล้นธนาคารหรือถูกล็อตเตอรี่กันแน่?” หวูห้าวหยวนรู้สึกสับสนเป็นอย่างยิ่ง

เขานอนอยู่บนเตียงและส่งข้อความถึงเพื่อนคนอื่นเขาเขา ‘มีชายคนหนึ่งชื่อสือเหล่ยอยู่ในสาขาถัดจากพวกเรา จับตาดูเขาและบอกฉันว่าเขาทำอะไร หลังจากนั้นก็มารับเงิน 1,000 หยวนจากฉัน’

อีกด้านหนึ่งตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว ‘ไม่มีปัญหา’ และในที่สุดหวูห้าวหยวนก็หลับไป

สือเหล่ยกินเหล้าจนเมา เขาคิดว่าเขาสามารถลงทุนเพื่อสร้างผลกำไรได้อย่างง่ายดาย แต่เขาได้ค้นพบว่าแม้แต่การลงทุนในหุ้นที่ง่ายที่สุดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากนี้ สิ่งที่ซุนอี้อี้ได้พูดกับเขาก่อนหน้านี้ก็ทำให้สือเหล่ยหวาดกลัวที่จะออกไปจากบาร์แบบปกติ เขากลัวว่าถ้าซุนอี้อี้ขอไปกับเขา เขาจะไม่สามารถพูดตอบรับหรือปฏิเสธได้ เขาจึงมอมเหล้าตัวเอง

เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน สือเหล่ยก็เดินโซเซออกมาจากบาร์ ซุนอี้อี้เสนอตัวพาเขากลับ แต่สือเหล่ยก็อ้วกใส่เธอซะก่อน

จางโม่และคนอื่นๆเห็นเช่นนั้นจึงรีบไปประคองสือเหล่ยอย่างรวดเร็วและพูดกับซุนอี้อี้ “รีบกลับบ้านไปเถอะ พวกเราจะดูแลเขาเอง ไม่ต้องกังวล พวกเราไม่เป็นไร เราจะเรียกรถแท็กซี่ ”

ซุนอี้อี้เห็นรอยเปื้อนบนเสื้อของเธอ แม้ว่าเธอจะเช็ดออก แต่มันก็ยังเหลือกลิ่นที่ชวนอ้วก ดังนั้นเธอจึงเห็นด้วย

“โอเค แค่ส่งข้อความให้ฉันหลักจากที่คุณกลับไปที่หอพัก พี่หินมี WeChat ของฉันอยู่”

จางโม่ตบหน้าอกของเขาและสัญญากับเธอ ซุนอี้อี้ดูพวกเขาขึ้นรถแท็กซี่ก่อนที่จะจากไป

ซุนอี้อี้อาบน้ำและในที่สุดก็เข้านอนหลังจากที่ได้รับข้อความจากโทรศัพท์ของสือเหล่ย

หลังจากที่เขาตื่นขึ้นมา พลังงานของสือเหล่ยก็ฟื้นฟูเต็มเปี่ยม แต่หอพักของเขากลับว่างเปล่า เขาก่นด่าออกมาอย่างเงียบๆกับคนไร้หัวใจเหล่านั้นที่ทิ้งเขาไว้

มีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านในโทรศัพท์ของเขา สือเหล่ยได้ตรวจสอบมัน มันมาจากซุนอี้อี้

“พี่หิน เมื่อคืนนี้พี่ดื่มหนักมากเกินไป ฉันกำลังจะไปส่งพี่ที่มหาวิทยาลับ แต่จางโม่และคนอื่นๆไม่ให้ฉันไป อย่ากินสิ่งที่มีน้ำมันหลังจากที่พี่ตื่นขึ้นมา มันจะดีที่สุดถ้าพี่กินโจ๊ก นอกจากนี้ในอนาคตอย่าดื่มเหล้ามาก เมื่อคืนนี้พี่ทำให้ฉันกลัว ”

สือเหล่ยครุ่นคิดเมื่อเขาเห็นข้อความนี้ เขารู้สึกแปลกๆ โดยปกติถ้าผู้หญิงคนหนึ่งให้ความสำคัญกับเขามาก บอกกับว่าเขาได้ใกล้ชิดกับซุนอี้อี้ เขาควรจะรู้สึกมีความสุข แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม เมื่อเขามองไปที่ซุนอี้อี้ มันก็ทำให้เขาคิดถึงสัญญานั่น แน่นอนว่าเขาไม่ได้ดูถูกซุนอี้อี้ด้วยเหตุนี้ แต่เขารู้สึกลำบากใจกับสิ่งที่คทาพูด

มันควรจะเป็นสิ่งที่ดีที่พวกเขามีความรู้สึกอะไรต่อกัน แต่คทาได้ทำให้มันเป็นภารกิจที่พวกเขาต้องทำภายในเวลาหนึ่งปี สือเหล่ยรู้สึกแปลกๆราวกับว่าเขากำลังพยายามใช้ประโยชน์จากซุนอี้อี้

เขาตรวจสอบการใช้จ่ายเมื่อคืนนี้และมันเป็นเงินเพียงไม่กี่พัน สือเหล่ยตระหนักได้ว่าเขายังมีเงินมากกว่า 50,000 หยวนที่เหลืออยู่ในสัปดาห์นี้

มันเป็นวันพฤหัสบดีแล้ว และสือเหล่ยก็จำเป็นที่จะต้องทำบางสิ่งบางอย่างในเร็วๆนี้

เขาเพิ่งซื้อชุดเสื้อผ้ามา ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถซื้อมาอีกชุดได้ แต่เขาก็คิดถึงแล็ปท็อปที่เขาขอคืนเงินไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เขาคิดว่าเขาควรจะไปซื้ออีก เนื่องจากเขาเสียหน้าจากร้านเอเลี่ยนแวร์ไป ดังนั้นเขาจึงพยายามคิดแต่ก็คิดไม่ออกว่าจะไปที่ไหนอีก

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะไปที่ร้านธิงค์แพด เขาถามหาของที่แพงที่สุดแต่ไม่จำเป็นต้องดีที่สุด แต่ถึงอย่างนั้น มันก็มีราคาเพียงแค่ 20,000 หยวนเท่านั้น

จริงๆที่ร้านมีของที่ราคาแพงกว่านี้ แต่พวกเขาไม่ได้ซื้อมันมาไว้ที่ร้าน เร็วที่สุดเท่าที่จะหามาได้คือในอีกสามวันต่อมา ไม่ใช่ว่าสือเหล่ยไม่สามารถรอได้ แต่เขาไม่กล้ารอ เกิดอะไรขึ้นถ้าคทาบอกว่ามันไม่สามารถนับเป็นโควต้าได้?

การใช้เงินมันเป็นเรื่องยุ่งยากซะจริงๆ

เขาหาเลือกร้านอาหารแบบสุ่มๆและกินข้าวกลางวัน เขาไม่ได้มีอะไรจะทำในตอนบ่าย ดังนั้นเขาจึงหาสถานที่แลกเปลี่ยนหุ้น และยืนอยู่เบื้องล่างหน้าจอขนาดใหญ่และเริ่มสนทนากับนักลงทุนผู้มีประสบการณ์เหล่านั้น เขาถามแบบสุ่มๆ เนื่องจกเขาไม่สามารถผลีผลามได้ ดังนั้นเขาจึงเรียนรู้ตั้งแต่เริ่มแรก ถ้าเขาได้ยินชื่อของหุ้นที่มีความเป็นไปได้ขึ้นมา เขาอาจจะสามารถไปค้นหาด้วยบัตรลงทุนนิ้วโป้งทองคำ และบางเขาอาจจะได้รับเงินมาบ้าง

สือเหล่ยมีประสบการณ์เป็นศูนย์จริงๆ คำที่เขาไม่อยากจะเชื่อมากที่สุดคือคำพูดของนักลงทุนที่มีประสบการณ์เหล่านี้ งบของพวกเขาต่างกันและแนะนำหุ้นที่พวกเขาลงทุนต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมือใหม่อย่างสือเหล่ย คนเหล่านั้นสามารถบอกเขาได้เกี่ยวกับตลาดหุ้นตั้งแต่ปี 1990

หลังจากตลอดทั้งช่วงบ่าย สือเหล่ยก็รู้สึกเวียนหัวจากข้อมูลเหล่านี้ เขาบันทึกหุ้นที่แตกต่างกันลงในสมุดบันทึกมากกว่า 50 ตัว

หลังจากมันปิด ทุกๆคนก็ออกไป บางคนไปช้อปปิ้ง บางคนไปรับลูกหลานของพวกเขา สือเหล่ยหัวเราะอย่างขมขื่นกับหุ้นห้าที่แตกต่างกัน 50 ตัวในสมุดเล่มเล็กๆของเขา

“ทุกคนอยากให้ฉันเชื่อที่พวกเขาบอกว่าหุ้นของพวกเขาจะทำกำไร แต่ถ้ามันเป็นเรื่องง่ายเหมือนที่พวกเขาพูด ทำไมพวกเขายังอยู่ที่นี่ล่ะ? คุณควรจะอยู่ในห้องของลูกค้ารายใหญ่ไปแล้ว ฉันควรจะทำมันด้วยตัวเองที่บ้าน ” สือเหล่ยเองก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่สามารถยึดถือคำพูดของคนพวกนั้นเป็นจริงเป็นจังได้ เขาฉีกสมุดบันทึกและโยนมันลงในถัง

ชายชราวัย 60 ปีเดินผ่านมาที่สือเหล่ย เขายิ้มขณะที่เขาเห็นการกระทำของสือเหล่ย

“เด็กน้อย เธอต้องการเรียนรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างนั้นเหรอ?”

แม้ว่าสือเหล่ยไม่อยากจะเชื่อคนเหล่านั้น แต่เขาก็ยังตอบกลับอย่างสุภาพ “ผมแค่อยากจะตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ อย่าบอกนะว่าคุณต้องการให้คำแนะนำบางอย่างกับผม?”

ชายชรายิ้มและพูด “ฉันเห็นเธอพูดคุยกับพวกเขาตลอดทั้งบ่ายและจดบางส่วนลงไปในสมุดบันทึก ทำไมเธอถึงโยนมันทิ้งล่ะ?”

“อ่า อย่าพูดถึงมันเลย ทุกคนมีคำพูดเป็นของตัวเอง บางคนบอกว่าพวกเขารู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอยู่เบื้องหลัง บางคนเจอหมอดูทำนายอนาคต และบางคนก็บอกว่าพวกเขามีประสบการณ์มากว่า 20 ปี มันฟังดูดีตอนที่ผมได้ยิน แต่ผมก็ตระหนักได้ว่าถ้าสิ่งที่พวกเขาพูดนั้นเป็นประโยชน์จริงๆ พวกเขาคงเป็นเหมือนกับบัฟเฟตกันไปทุกคนแล้ว ผมกลัวว่าแม้แต่พวกเขาเองก็คงจะไม่เชื่อในคำพูดของตัวเอง ถ้าพวกเขาพูดถูกจริงๆ พวกเขาควรจะมีเงินอย่างน้อย 10,000,000 หยวนไปแล้ว แต่มองในสิ่งที่พวกเขาต้องไปทำหลังจากที่มันปิดลงสิ มันไม่ได้ใกล้เคียงเลย”

ชายชรายังคงยิ้ม “อย่างน้อยเธอก็เข้าใจ ฉันไม่มีอะไรมากพอที่จะสอนเธอได้ ฉันยังเป็นหนึ่งในพวกเขาที่ลงทุนในหุ้นมานานกว่า 20 ปี ฉันได้กำไรมากเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่มันมีทั้งขึ้นและลง ฉันขาดทุนและฉันได้กำไร ฉันมีเพียงคำแนะนำเดียวสำหรับเธอ และนั่นคือการลงทุนในหุ้นมีอยู่สองประเภทคือข้อมูลและเทคนิค ประเภทเทคนิคคือการวิเคราะห์แผนภูมิเส้น K, วัน, เดือน, ปี และนำข้อมูลทั้งหมดมาพิจารณา ยิ่งเธอเข้าใจมากเท่าไร ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะได้กำไรไปหรือไม่ แต่อย่างน้อยเธอก็จะมีกลยุทธ์ในแบบของตัวเอง และประเภทข้อมูลคือการรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จากแหล่งข้อมูลทั้งหมด ให้ความสนใจกับหุ้นบางตัวและขุดลึกลงไปในนั้น รู้ว่าเมื่อใดที่ควรจะลงทุนในเวลาที่ดีที่สุด และใช้เวลากับหุ้นเหล่านั้นไปอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญ มันไม่มีสิ่งต้องห้ามสำหรับพวกเราเหล่านักลงทุนมือสมัครเล่นที่มีการเปลี่ยนแปลงในหุ้นอยู่ตลอดเวลา”

สือเหล่ยครุ่นคิดหลังจากได้ยินสิ่งเหล่านี้ เขาอยากจะขอบคุณชายชรา แต่เมื่อรู้ตัว เขาก็จากไปแล้ว


https://www.facebook.com/makearichh/

ฝากเพจนะครับ เสิร์ชในช่องค้นหาเฟสบุ๊คว่า ” เดอะแบล็คการ์ด – แปลไทย ” ได้เลย

อาจจะมีการอัพล่วงหน้าหรือแจ้งข่าวสารในนี้