0 Views

ตอนที่ 260 – ทนายจางหัวใจยังสาว

 

สือเหล่ยออกจากออฟฟิศไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน

เดิมทีเขาคิดว่าเขาคงไม่ได้ทำอะไรกับเตียงของจางเหมยเหมย ทำให้เธอไม่ได้เห็นอะไรเลย แต่ก็ไม่คาดคิดว่าเธอจะเห็นมันนานและเลือกที่จะเงียบไว้ จางเหมยเหมยยังได้สังเกตเห็นความกังวลของเขามาตอนทั้งช่วงเช้า และเลือกที่จะบอกใบ้ว่าเธอรู้ในช่วงเวลาสุดท้าย

นี่มันบ้าอะไรกันเนี้ย! ทำไมไม่บอกผมให้เร็วกว่านี้ถ้าคุณรู้ อย่าแกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นสิ คุณทำให้ผมรู้สึกอึดอัดนะเนี้ย นับแต่นี้ไปผมจะไปมีหน้ามาขอให้คุณเป็นที่ปรึกษาได้ยังไง?

สือเหล่ยใจลอยจนกระทั่งรถเข้ามาจอดที่หน้าอพาร์ตเมนต์ของเขา เขาไม่ได้พูดอะไรเลยในขณะที่ยามได้ทักทายเขาในตอนที่เขาเดินเข้าไป

มันเป็นเรื่องที่น่าอายจริงๆให้ตายเหอะ มันคงจะดีกว่านี้ถ้าเธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน เพราะถ้าเป็นแบบนั้น เธอคงจะถามคำถามออกมาแทน แต่จางเหมยเหมยเคยตั้งครรภ์และมีลูกมาแล้ว ดังนั้นมันจึงไม่มีทางที่เธอจะไม่รู้เรื่องพวกนี้ เธอคงจะเข้าใจทุกๆอย่างทำทีที่เธอมองเห็นมัน

สือเหล่ยยังคิดอีกว่าจางเหมยเหมยคงจะรู้แน่ๆว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ เชี่ยเอ้ย ทำไมไม่เป็นในเวลาอื่น ทำไมต้องมาเป็นเอาตอนที่นอนอยู่บนเตียงของเธอ นี่มันไม่ชัดเจนไปเหรอ?

แต่มันก็ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้ใส่ใจอะไรมากเมื่อดูจากท่าทีของเธอ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนใจกว้างจริงๆ ถ้าเป็นคนอื่น พวกเธอคงจะเข้าใจผิดไปแล้วแน่ๆว่าไอ้เด็กคนนี้จินตนาการไปถึงพวกเธอ และแม้ว่าพวกเธอจะไม่โกรธ แต่พวกเขาคงจะไม่อยากเสียเวลาคุยกับเขาอีก

ถึงอย่างนั้นก็ถือ คุณก็ควรจะแกล้งทำเป็นไม่เห็นอะไรไปจนจบสิ  ไม่ใช่ว่าที่คุณพูดในตอนสุดท้ายเพียงเพราะอยากจะล้อฉันเล่นงั้นเหรอ?

สือเหล่ยนั่งอยู่ในห้อง และจ้องมองไปที่โต๊ะอย่างโง่งม

แน่นอนว่าเขาไม่มีทางรู้ด้วยซ้ำว่ามีเสียงหัวเราะอันรุนแรงระเบิดออกมาจากห้องของจางเหมยเหมยหลังจากที่เขากลับไป ผู้ช่วยของเธอที่ยืนอยู่ข้างนอกตกใจมาก และบรรดาผู้ช่วยทนายความคนอื่นๆก็ได้มองหน้ากันด้วยความตกใจเช่นกัน เป็นไปได้ยังไงที่พวกเขาได้เห็นจางเหมยเหมยหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้? เธอเป็นหุ่นยนต์ที่ไม่มีแม้แต่อารมณ์และความรู้สึกซึ่งสามารถตีหน้านิ่งได้แม้ว่าลูกค้าจะหาเรื่องก็ตาม

“วันนี้เกิดอะไรขึ้นกับทนายจางกัน?”

ทุกๆคนถามคำถามเดียวกันออกมา แต่เมื่อจางเหมยเหมยเปิดประตูออกมาเพื่อสั่งให้ผู้ช่วยของเธอเตรียมอาหารกลางวันให้ เธอก็กลับเป็นปกติโดยมีใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกเช่นเคย ความแตกต่างเป็นอย่างมากนี้ทำให้ทุกๆคนคิดว่าจางเหมยเหมยถูกกระตุ้นดดยอะไรบางอย่าง

แต่เมื่อเธอปิดประตูห้อง เสียงหัวเราะของเธอก็ระเบิดออกมาอีกครั้ง บริษัทกฎหมายดูเหมือนจะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นบ้านผีสิงในขณะที่ทุกๆคนพยายามจะปรับตัวให้เข้ากับแปลกประหลาดเช่นนี้

สือเหล่ยคงคิดไม่ถึงแน่ๆว่าหญิงสาวในวัยสี่สิบ บุคคลแนวหน้าของที่ทำงาน จะมีอารมณ์ขันแบบเด็กๆเช่นนี้

ในความเป็นจริง จางเหมยเหมยได้พบรอยเปื้อนที่สือเหล่ยเหลือทิ้งไว้บนเตียงของเธอในทันทีที่เธอยกผ้าห่มขึ้น เธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีทางที่เธอจะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้

แต่จางเหมยเหมยก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เนื่องจากความคิดของเธอนั้นค่อนข้างล้าสมัยไปบ้าง  ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง เธอไม่ได้เข้าใจความคิดของผู้ชายเท่าไร แต่มันก็เป็นเรื่องปกติที่เธอจะเข้าใจมันได้ เว้นเสียแต่ว่าเธอรู้แค่ว่าหลังจากที่ผู้ชายโตเป็นหนุ่มแล้ว เรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้นหลังจากที่เขาไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้รู้ว่ากระบวนการนี้จะมาพร้อมกับความฝันแบบไหน

ในเวลานั้นเธอเหลือบมองไปที่สือเหล่ยและเห็นความวิตกกังวลของเขา ด้วยหัวใจของเธอที่ยังเป็นสาวอยู่ทำให้เธอแกล้งจัดที่นอนโดยทำเป็นว่าไม่รู้อะไร ซึ่งเธอตั้งใจที่จะปล่อยให้สือเหล่ยต้องทนทุกข์ทรมาณกับความกังวลของเขาตลอดทั้งช่วงเช้า

เธอเชื่อว่าประโยคสุดท้ายของเธอจะต้องทำให้เขาแทบจะล้มพับไปแน่

สำหรับจางเหมยเหมย เธอแค่คิดจะอยากแก้เผ็ดสือเหล่ยเท่านั้น เด็กไม่ดี นายกล้าทิ้งของแบบนั้นไว้บนเตียงของฉันได้ยังไง?

ทนายความผู้ยิ่งใหญ่รู้สึกภูมิใจกับตัวเอง

นี่เป็นเพียงเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นในชีวิตของจางเหมยเหมย แต่เธอก็แสดงให้เห็นถึงความลึกล้ำของเธอ ซึ่งมันทำให้เธอมีความสุขตลอดทั้งวัน เธอได้บอกกับเพื่อนร่วมงานของเธอว่าวันนี้เธอจะกลับก่อน ซึ่งมันทำให้พวกเขาต้องตกใจอีกครั้ง ในที่สุดพวกเขาก็ได้คำตอบ “หรือว่าทนายจางกำลังมีความรัก?”

สือเหล่ยยังคงจมอยู่กับความเศร้าและความรู้สึกผิด เขาทำแม้กระทั่งการนึกถึงความฝันเมื่อคืนนี้เพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้ทำอะไรกับเอ้อเจี่ย

แน่นอนว่าเขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าความฝันอันน่ามหัศจรรย์นั้นจะทำให้เขาต้องเสียใจในภายหลัง  และ ณ สถานที่อีกแห่งหนึ่ง คนบางคนก็กำลังทำสิ่งที่เกือบจะเหมือนกัน

ในเวลานั้น หลิวติงเว่ยกำลังนั่งอยู่ภายในห้องและกอดจูบกับสาวๆทั้งสองคนมานานกว่าสี่ชั่วโมง ร่างกายของเขาเหนื่อยล้าเป็นอย่างยิ่งในขณะที่เขาหาวออกมาหลายต่อหลายรอบ แต่จิตใจของเขาก็ยังตื่นตัวอยู่ เขาอยากที่จะมีเซ็กส์กับพวกเธอซะเดี๋ยวนี้และตรงนี้

แต่หยูเตอผิงก็ยังหลับอยู่และกรนออกมาเป็นจังหวะ ซึ่งเพื่อนที่หยูเตอผิงพูดถึงนั้นก็ไม่ได้มาแต่อย่างใด ซึ่งมันทำให้หลิวติงเว่ยรู้สึกมีปัญหามากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

ในที่สุด เขาก็ไม่สามารถทนต่อไปได้อีก เนื่องจากมันเป็นเวลาตีสามครึ่งแล้ว เขาคว้าตัวหญิงสาวคนหนึ่งมาและกระซิบกับเธอ หญิงสาวยิ้มและตีเขาด้วยท่าทีขี้เล่นพร้อมกันนั้นเธอก็ได้พูดออกมา “บ้า” แต่ในความคิดของหลิวติงเว่ยนั้น หญิงสาวแค่พูดว่า “บ้า” เธอไม่ได้ปฏิเสธเขา ดังนั้นหลิวติงเว่ยจึงลากเธอไปที่ห้องน้ำในทันที

มันใช้เวลาทั้งหมดห้านาทีครึ่ง ซึ่งรวมหมดตั้งแต่การวอร์มและเวลาสำหรับการทำความสะอาดหลังจากนั้น

แม้ว่าหลิวติงเว่ยจะได้ปลดปล่อยแล้ว แต่เขาก็ยังไม่อิ่มหนำ เขาเบนความสนใจไปที่หญิงสาวอีกคนที่รู้ตัวแล้วว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับเธอ และหลังจากนั้นเธอก็ถูกลากไปที่ห้องน้ำเหมือนกัน

หญิงสาวใช้เวลาท้ังสิ้นสี่นาทีจึงเสร็จกิจกับหลิวติงเว่ย แน่นอนว่ามันรวมเวลาสำหรับการอุ่นเครื่องและสำหรับการทำความสะอาดแล้ว

หลิวติงเว่ยได้รับประสบการณ์อันยอดเยี่ยมถึงสองครั้งภายในเวลาแค่สิบนาที ตอนนี้เขาเชื่อมั่นยิ่งกว่าเดิมแล้วว่าการตัดสินใจติดตามคนอย่างหลิวเตอผิงนั้นเป็นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยม

เมื่อถึงเวลาตีสี่กว่าๆ ในที่สุดหยูเตอผิงก็ตื่น เขาไม่ได้ตื่นเอง มีคนอื่นอยู่ในห้องนอกเหนือจากหลิวติงเว่ยและหญิงสาวอีกสองคน

ประตูห้องเปิดออกมาและมีชายหนุ่มสามคนเดินเข้ามาข้างใน พวกเขาลากตัวหยูเตอผิงลงจากโซฟาในทันทีที่พวกเขาเข้ามา หลิวติงเว่ยเคยเจอพวกเขามาก่อน แต่พวกเขาไม่มีใครที่จำหลิวติงเว่ยได้เลย หยูเตอผิงเกือบจะกลับมามีสติเหมือนเดิมหลังจากที่นอนหลับไปกว่าห้าชั่วโมง เมื่อเขาเห็นหลิวติงเว่ย เขาก็คิดอยู่สักพักก่อนที่จะสบถออกมา “นายเป็นใครกันวะ?”

หลิวติงเว่ยแทบจะร้องไห้ หญิงสาวทั้งสองคนก็ตกตะลึงเหมือนกัน

โชคดีที่ในที่สุดหยูเตอผิงก็จำเขาได้หลังจากที่หลิวติงเว่ยอธิบาย เขาส่ายหัว “โอ้ โอ้ ใช่ ใช่ ใช่แล้ว ฉันพานายเข้ามา เชี่ย ฉันดื่มไปมาก! โอ้ ใช่ เรื่องที่ฉันบอกให้ไปทำเป็นไงบ้าง?”

สำหรับการเล่าครั้งที่สาม สถานการณ์ก็ถูกแต่งเติมเสียใหม่และกลายเป็นเรื่องใหม่ขึ้นมา ความจริงได้เปลี่ยนไปจากสือเหล่ยกำลังจะลงทุนกับเจิ่นซู กลายเป็นสือเหล่ยได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นที่น่ามหัศจรรย์ขึ้นโดยมีนักลงทุนหลายคนต่อสู้แย่งชิงกันเพื่อลงทุนกับสือเหล่ยนอกเหนือไปจากเจิ่นซู


เดอะแบล็คการ์ด – แปลไทย