0 Views

ตอนที่ 259 – มันถูกเห็น

 

ท้ายที่สุดสือเหล่ยก็ต้องนอนที่บ้านของจางเหมยเหมย ส่วนเหตุผลก็เป็นเพราะจางเหลียงเหลียงบังคับให้สือเหล่ยอยู่คุยกับเธอจนดึก

ด้วยเหตุนี้จางเหมยเหมยจึงบอกให้สือเหล่ยนอนที่นี่ เนื่องจากมันดึกมากแล้ว

จางเหลียงเหลียงเองก็เห็นด้วย ทำให้การประท้วงของสือเหล่ยไม่ได้ผลเลย ในที่สุดเขาก็ต้องนอนบนเตียงของจางเหมยเหมย ในขณะที่จางเหมยเหมยไปนอนในห้องของจางเหลียงเหลียงแทน

สือคิดว่าเขาจะลอบออกไปหลังจากที่จางเหลียงเหลียงหลับไปแล้ว เนื่องจากมันเป็นเรื่องที่น่ากระอักกระอ่วนสำหรับสือเหล่ยที่นะนอนลงบนเตียงของหญิงสาว มันไม่ได้มีกลิ่นอะไร แต่ก็ยังมีกลิ่นหอมของผู้หญิงติดอยู่ อีกทั้งความรู้สึกอุ่นๆของเตียงก็ยังมีอยู่เนื่องจากก่อนหน้านี้จางเหมยเหมยก็นอนลงที่เตียงๆนี้ ซึ่งมันทำให้สือเหล่ยนอนไม่ได้เลย

และจางเหลียงเหลียงก็ดูจะยังไม่หยุดคุยแม้ว่าเธอจะเข้าห้องไปแล้ว เธอส่งข้อความ WeChat มาหาสือเหล่ย และสือเหล่ยก็ทำได้เพียงแค่ตอบกลับไปและคุยกับเธอเท่านั้น ก่อนที่เขาจะทำให้จางเหลียงเหลียงเหนื่อนและหลับไปได้ เขาก็เป็นฝ่ายที่หลับไปซะก่อน

ในตอนที่เขาหลับไป มันก็มีบางสิ่งที่ไม่ควรปรากฏอยู่ในความฝันของเขา มันเป็นเหมือนดั่งจินตนาการของคนทั่วไป แม้ว่าสือเหล่ยจะไม่ได้คิดอะไรจริงๆ แต่การที่มีแม่และลูกสาวนอนอยู่ห้องข้างๆ ในขณะที่เขากำลังนอนอยู่ในห้องของหญิงสาว มันจึงเลี่ยงไม่ได้ที่ความคิดจากจิตใต้สำนึกของเขาจะตื่นขึ้นมาในความฝัน ทำให้สือเหล่ยรู้สึกเหมือนถูกสูบพลังไปหลังจากที่เขาตื่น

ในตอนเช้าจางเหมยเหมยและจางเหลียงเหลียงก็ได้ตื่นขึ้นมาก่อนแล้ว จางเหมยเหมยได้ทำขนมปังปิ้งโดยที่ฝั่งหนึ่งนั้นสุกจนเกือบใหม่ แต่อีกฝั่งนั้นแทบจะไม่โดนความร้อนอะไรเลย และเธอให้บอกให้จางเหลียงเหลียงไปปลุกสือเหล่ยมาทานข้าวเช้า

สือเหล่ยรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเมื่อเขาตื่นขึ้นมา แต่จางเหลียงเหลียงก็มายืนอยู่ตรงหน้าประตูแล้ว ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้จัดท่าจัดทาง เขาทำได้เพียงแค่ขยับอยู่ใต้ผ้าห่มและติดกระดุมเสื้อของเขา จางเหลียงเหลียงหัวเราะใส่เขาในขณะที่เขารีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำเพื่อซ่อมเสื้อของตัวเอง

จางเหมยเหมยได้เตรียมอุปกรณ์ต่างๆในห้องน้ำไว้ให้กับสือเหล่ยด้วยความเอาใจใส่ สือเหล่ยสามารถแปรงพัน ล้างหน้า และใช้ห้องน้ำได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร ในเวลาเดียวกันเขาก็ล้างเนื้อล้างตัวไปด้วย สือเหล่ยมองไปที่ห้องนอนของจางเหมยเหมยอยู่บ่อยๆในขณะที่เขากำลังทานข้าวเช้าอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เขาต้องการที่จะทำความสะอาดมันเมื่อตอนที่เขามีโอกาส แต่จางเหลียงเหลียงก็คอยกวนเขาอยู่ตลอดและทำให้เขาไม่มีเวลาที่จะไปทำความสะอาดห้องเลย

ในที่สุดจางเหลียงเหลียงก็ต้องออกไป เนื่องจากมันเวลาเข้าเรียนนั้นเร็วกว่าเวลาทำงาน และมันก็เห็นได้ชัดว่าในครอบครัวนี้ แม่ไม่ได้มีกิจวัตรที่ต้องไปส่งลูกสาวที่โรงเรียน ในที่สุดสือเหล่ยก็เชื่อว่าโอกาสของเขาได้มาถึงแล้ว

แต่ก่อนที่เขาะสามารถลอบเข้าไปในห้องได้ จางเหมยเหมยก็เดินเข้าไปก่อน

ถึงอย่างไรมันก็เป็นห้องนอนของเธอ เสื้อผ้า กระเป๋า และทุกๆอย่างของเธอต้องอยู่ในนั้น สือเหล่ยทำได้แค่อธิฐานให้เธอไม่พบอะไรและหวังว่ามันจะไม่แสดงร่องรอยอะไรออกมาหลังจากที่มันมีเวลาให้แห้งอยู่ตั้งนาน

แต่จางเหมยเหมยก็เป็นทนายความ เธอมีระเบียบวินัยกับตัวเองมากและไม่เหมือนกับสือเหล่ยที่ไม่เคยจัดที่นอนเลย สำหรับจางเหมยเหมยนั้นเธอจะจัดและเก็บที่นอนก่อนออกจากบ้านทุกๆวัน

ด้วยเหตุนี้ สือเหล่ยจึงได้นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นและเฝ้ามองอย่างกระวนกระวายไปที่จางเหมยเหมยซึ่งสะบัดผ้าห่ม และพับมันลงบนเตียงดังเดิม จากนั้นเธอก็ไปเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทเข้ามา

สือเหล่นรู้สึกกระวนกระวายและอยู่ไม่สุขในระหว่างขั้นตอนเหล่านี้ แต่จางเหมยเหมยก็ดูเหมือนจะไม่ได้เห็นอะไรในขณะที่เธอจัดที่นอน ราวกับว่ามันไม่ได้มีอะไรผิดปกติเลย

หลังจากที่จัดที่นอนเสร็จแล้ว จางเหมยเหมยก็ปิดประตูและพูด “ครูสือ รอฉันก่อนนะ ฉันเปลี่ยนชุดก่อน แล้วพวกเราค่อยออกไปพร้อมกัน เราจะได้ไปที่ออฟฟิศของฉันและจัดการเรื่องที่ต้องทำกันเลย”

สือเหล่ยทำได้เพียงแค่ยอมรับและจ้องมองไปที่ประตูห้องนอนที่ปิดสนิทด้วยความกังวลที่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เขาแอบคิดว่าบางทีสิ่งที่เขาฝันถึงนั้นอาจจะทำให้แค่ชุดของเขาเปื้อนและไม่ทำให้เตียงเปื้อนก็ได้ ในขณะที่เขาภาวนาให้กับดวงของตัวเอง เขาก็ยังไม่กล้ามองหน้าของจางเหมยเหมย ในความฝันเมื่อคืนนี้มันไม่ได้ชัดเจนนัก และมีผู้หญิงหลายๆคนอยู่ในนั้น รวมถึงทั้งซุนอี้อี้แลผู้หญิงหลายๆคนที่สือเหล่ยได้ใกล้ชิดมาเมื่อไม่นานนี้ แต่เขามั่นใจว่าคนที่เขาได้กอดอยู่ในฝันมีอายุใกล้เคียงกับเขาอยู่และจางเหมยเหมยก็ไม่ได้เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นอย่างแน่นอน แม้ว่าเขาจะนอนอยู่บนเตียงของเธอ แต่ก็ไม่มีทางที่เขาจะคิดแบบนั้นกับคนที่อายุเกือบเท่าแม่ของตัวเอง

แต่มันก็ยังทำให้สือเหล่ยรู้สึกผิดอยู่ดี เพราะแม้ว่าเขาจะไม่ได้ฝันถึงจางเหมยเหมย แต่เขาดันไปฝันถึงจางเหลียงเหลียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งว่าเพราะเอ้อเจี่ยนั้นยังเด็กอยู่ มันจึงทำให้สือเหล่ยคิดว่าเขาเป็นคนวิปริต หลังจากที่เข้ามานั่งในรถของจางเหมยเหมยได้ไม่นาน สือเหล่ยก็มาถึงบริษัทกฎหมายของเธอ เขารู้สึกเหมือนกับว่ากำลังดูละครอยู่ในขณะที่บรรดาทนายความชั้นนำต่างทักทายจางเหมยเหมยและเรียกเธอว่า “หัวหน้าจาง”

เมื่อเขาเดินเข้าไปในห้องของจางเหมยเหมย ผู้ช่วยที่ประตูก็ได้ยื่นกาแฟให้กับเธอในทันที และสือเหล่ยก็รีบตอบกลับไปว่า “น้ำเปล่า” เมื่อผู้ช่วยคนนั้นถามอย่างสุภาพว่าเขาต้องการที่จะดื่มอะไร

จางเหมยเหมยเป็นคนอัธยาศัยค่อนข้างดี แต่เมื่อเธอก้าวเข้ามาในออฟฟิศ เธอก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เธอไม่ได้ยิ้มเลยและเพียงแค่ตอบเหล่าทนายชั้นยอดเหล่านั้นไปว่า “อรุณสวัสดิ์” เท่านั้น คนเหล่านั้นคุ้นเคยกับจางเหมยเหมยในลักษณะนี้อยู่แล้ว แต่สือเหล่ยคิดว่ามันค่อนข้างเข้มงวดและดูเจ้าระเบียบไปสักหน่อย สิ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเท่าไร

“ไม่เลว ฉันยังจำสิ่งที่ฉันพูดเมื่อคืนนี้ได้อยู่ ครูสือ รอสักครู่นะ เดี๋ยวฉันหาแม่แบบสัญญาก่อน แล้วพวกเราค่อยมาเปลี่ยนแปลงรายละเอียดกัน ในระหว่างขั้นตอนนี้ ฉันอาจจะถามคำถามบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับรายละเอียดของสัญญาบ้าง”

สือเหล่ยตกลงและจางเหมยเหมยก็บอกให้ผู้ช่วยปิดประตู แม้ว่าสือเหล่ยจะยังดูงงๆ แต่ทั้งจางเหมยเหมยและผู้ช่วยของเธอก็เคยชินกับเหตุการณ์แบบนี้แล้ว เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดของลูกค้าถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่มีใครสามารถถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้อีกนอกจากทนายความ

มันใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมง จางเหมยเหมยจึงจัดการเรื่องรายละเอียดของสัญญาจนเสร็จ เธอถามสือเหล่ยอยู่สองสามคำถาม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการประเมิณมูลค่าของโครงการ ขนาดของบริษัท และสถานะอื่นๆในโครงการนี้ เธอไม่ได้พูดอะไรเลยเกี่ยวกับรายละเอียดของสัญญา ในที่สุดสือเหล่ยก็ค่อยๆใจเย็นลง เนื่องจากเขาคิดว่าเธอคงไม่เห็นอะไรและคงไม่ได้มีอะไรอยู่บนเตียงจริงๆ

เมื่อถึงเวลาสิบเอ็ดโมง จางเหมยเหมยก็ร่างสัญญาทั้งฉบับจนเสร็จสิ้นและได้อธิบายถึงสิ่งต่างๆที่จำเป็นต้องอธิบาย ซึ่งสือเหล่ยก็รู้สึกพอใจกับมันมาก

จากนั้นจางเหมยเหมยก็ได้อธิบายถึงสิ่งที่สือเหล่ต้องระวังไว้ เธอเตือนให้เขาฟังถึงสิ่งต่างๆไปทีละขั้น รวมทั้งจุดที่เขาสามารถถอย หรือจุดที่เขาต้องสู้ ในที่สุดพวกเขาก็จัดการเรื่องทุกๆอย่างจนเสร็จสิ้นก่อนถึงเวลาอาหารกลางวัน

จางเหมยเหมยบิดขี้เกียจและพูด “ค่าบริการทั้งหมด 80,000 หยวน นี่รวมทั้งการติดตามผลหลังจากเมื่อคุณลงนามและการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเล็กๆน้อย คุณจะจ่ายวันนี้เลยหรือวันที่คุณลงนามแล้ว”

ตอนนี้สือเหล่ยไม่ได้มีเงินอยู่เลย ดังนั้นเขาจึงบอกว่าเขาไม่ได้เอากระเป๋าเงินมาด้วยตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ด้วยเหตุว่าเรื่องนี้ไม่ได้สำคัญเท่าไร จางเหมยเหมยจึงบอกว่าพวกเขาสามารถจัดการเรื่องนี้ได้ในภายหลัง

เมื่อสือเหล่ยกำลังจะลุกขึ้นยืนและออกไป จางเหมยเหมยก็พูดขึ้นด้วยเสียงต่ำว่า “มันเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับเด็กหนุ่มในช่วงอายุของคุณ ดังนั้นไม่ต้องรู้สึกลำบากใจไปหรอก” เธอก้มหัวลงหลังจากที่พูดจบและทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่สือเหล่ยกลับไม่เป็นอย่างนั้น ชิบหาย มันถูกเห็น!

สือเหล่ยอยากจะอธิบาย แต่เขาก็ไม่สามารถบอกเธอได้ว่า “ผมไม่ได้จินตนาการถึงคุณนะ เพราะลูกสาวของคุณเป็นคนที่ปรากฏขึ้นในความฝันของผม!” สือเหล่ยกลัวว่าถ้าเขาพูดออกไป เธอจะต้องโกรธเขาแน่ๆ


เดอะแบล็คการ์ด – แปลไทย