0 Views

ตอนที่ 204 – ทนายความผู้ยิ่งใหญ่

 

หูเซียวหัวเข้าใจสือเหล่ยผิดเป็นอย่างมากเกี่ยวกับตัวตนของสือเหล่ย

จากมุมมองของเขา คนที่สามารถใช้งานพ่อของเขาได้อย่างน้อยก็ต้องเป็นคนที่มั่งคั่ง มิฉะนั้นพ่อของเขาคงไม่บอกให้หูเซียวหัวต้องออกหน้าแทนคนพวกนี้ และเขายังบอกให้ลูกชายของตัวเองรับผิดแทน! ตลาดหลายปีที่ผ่าน มีเพียงแค่คนอื่นๆเท่านั้นที่ต้องมารับผิดแทนหูเซียวหัว มันไม่มีครั้งไหนที่เขาต้องมารับผิดแทนคนอื่น

แต่สถานการณ์เหล่านี้ได้ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับสือเหล่ย พ่อแม่ของเขาเป็นแค่คนธรรมดาๆและพ่อของเขาก็ยังอยู่ที่โรงพยาบาลด้วยอาการบาดเจ็บที่ศีรษะและขาเพราะพวกเขาได้ขัดแย้งกับฉินห้วยหยวน พ่อของหูเซียวหัวไม่เต็มใจที่จะอธิบายและเขาก็ไม่ได้ถามอะไรมากนัก แต่ลูกเศรษฐีอย่างเขาจะเป็นคนโง่ไปได้ยังไง? ด้วยการวิเคราะห์ของเขา หูเซียวหัวรู้ว่าพ่อแม่ของสือเหล่ยจะต้องไม่มีอำนาจที่จะขอให้หูตงทำอย่างนี้แน่นอน ดังนั้นการที่หูเซียวหัวต้องรับผิดแทนสือเหล่ยนั้น มันต้องมีอะไรที่พิเศษแน่ๆ

หูเซียวหัวมีความคิดบ้าๆบางอย่างขึ้นมา หรือว่าสือเหล่ยจะเป็นลูกชายลับๆของพ่อเขา แต่เมื่อเขาคิดถึงเรื่องนี้มันก็น่าจะเป็นไปไม่ได้ เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าลูกชายคนโตจะต้องรับผิดแทนลูกนอกสมรส  แต่ถ้าสือเหล่ยเป็นคนที่เบื้องหลังจริงๆ เขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องให้ใครมาดูแลเรื่องนี้แทนเขา เขาสามารถโทรหาผู้ใหญ่ในจี้โจวและแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้อย่างง่ายดาย

หูเซียวหูสนใจในเรื่องของสือเหล่ยมากยิ่งขึ้น ในตอนนี้ทนายความสาวที่สวยและมีความสามารถอย่างจางเหมยเหมยก็ได้ปรากฏตัวขึ้น เขาเริ่มเชื่อมากยิ่งขึ้นแล้วว่าสือเหล่ยคงจะมีอะไรมากกว่าที่เขาคิดจริงๆ

เขาส่งสัญญาณด้วยสายตาให้กับคนอื่นๆเพื่อให้เลิกมองจางเหมยเหมยอย่างโจ่งแจ้งแบบนั้น เนื่องจากเธอเป็นทนายความของสือเหล่ย หูเซียวหัวจะไม่ยอมปล่อยให้เพื่อนทำไรเธอไม่ว่าจะยังไงก็ตาม

โจวฉีรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับมือที่ยื่นออกมาของจางเหมยเหมย แต่ในที่สุดเขาก็ยื่นมือของเขาออกมาและจับมือกับเธอ

“ทนายจาง พวกเราไม่ได้เจอกันมานานจริงๆ ทำไมคุณถึงไม่บอกผมก่อน? ผมจะได้ส่งคนไปรับคุณ”

จางเหมยเหมยชักมือกลับและพูด “ฉันขับรถมาเอง ไม่ต้องเป็นห่วงหัวหน้าโจว มาพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกันเถอะ ในคดีนี้ ฉันเป็นตัวแทนของเหยื่อ แต่เขาบอกว่าเขาถูกคุมขังอยู่ที่สถานี หัวหน้าโจว ขอฉันทราบรายละเอียดได้ไหม?” แม้ว่าเธอจะดูสุภาพ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเธอต้องการคำอธิบายจากโจวฉี

โจวฉีชี้ไปที่เก้าอี้และพูด “ทนายจาง นั่งลงก่อนเถอะ มีเรื่องเพิ่งเกิดที่ผมคิดว่าลูกความของคุณยังไม่ได้บอกคุณ มันเองก็เพิ่งได้ยินข่าว ให้หัวหน้าเฟิงจากสถานีตำรวจปิงเจียงเล่ารายละเอียดให้คุณฟังเถอะ”

จางเหมยเหมยพยักหน้าและดึงเก้าอี้ออกมา ก่อนที่จะนั่งลง โจวฉีแนะนำตัวหัวหน้าเฟิงให้กับเธอและเธอก็พูดขึ้นมาทันที “หัวหน้าเฟิง เนื่องจากลูกความของฉันยังถูกคุมขังอยู่ ฉันขอเข้าประเด็นเลยละกัน เล่าให้ฉันฟังถึงทุกๆเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่หัวหน้าโจวพูดมาเลย”

หัวหน้าเฟิงนั่งลงตรงหน้าจางเหมยเหมย เมื่ออยู่ต่อหน้าทนายความที่มีชื่อเสียงและยังเป็นคนที่แม้แต่หัวหน้าโจวยังต้องให้เกียรติ เขาจึงไม่กล้าทำตัวบุ่มบ่าม

“พวกเราได้ดำเนินคดีแล้วเมื่อวานนี้ คนงานจากโรงงานดาหัวที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีได้เข้ามามอบตัวและพวกเราได้ทุ่มความพยายามกับการสืบสวนและการแก้ไขคดีนี้อย่างเต็มที่ แต่เมื่อบางสิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ สือเหล่ย ลูกชายของผู้เคราะห์ร้ายได้ไปที่เจ้าของโรงงานและยื่นคำขาดให้กับเขา เขาบอกให้ฉินห้วยหยวนอธิบายสิ่งต่างๆมาภายในสิบสองชั่วโมง มิฉะนั้นเขาต้องได้รับผลที่ตามมา และหลังจากผ่านไปสิบสองชั่วโมง กำแพงบ้านของฉินห้วยหยวนได้ถูกรื้อถอนโดยรถดันดินและลานหน้าบ้านของเขาก็ถูกทำลาย ในเหตุการณ์ครั้งนี้ เจ้าของโรงงานฉินยังได้รับบาดเจ็บอีกด้วย ภรรยาของเขารายงานว่าคนที่ทำคือสือเหล่ยซึ่งเป็นลูกความของคุณ เขาคือครอบครัวของผู้เสียหายในคดีก่อนหน้านี้ ดังนั้นด้วยเหตุผลนี้มันจึงเห็นได้ชัดว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้”

จางเหมยเหมยขมวดคิ้ว เธอคิดอยู่เสมอว่าสือเหล่ยเป็นคนนิ่งๆและอ่อนแอ การรื้อบ้านฟังดูไม่เหมือนสิ่งที่เขาจะทำได้ เด็กคนนี้มีเหตุมีผลในตัวเองมากๆ

“งั้นฉันขอถามว่าหัวหน้าเฟิงมีหลักฐานอะไรในตอนนี้ไหม? ภรรยาของฉินห้วยหยวนเห็นสือเหล่ยขับรถคันนั้นและพังกำแพงไหม? เธอเห็นสือเหล่ยทำร้ายฉินห้วยหยวนด้วยตาเธอเองรึเปล่า? และถ้าเธอเห็น ลูกความของฉันได้ทำร้ายอะไรเธอไหม?”

หัวหน้าเฟิงเงียบไปและส่ายหัว “ไม่ แต่…”

“เนื่องจากมันไม่มีพยาน” จางเหมยเหมยตัดบทเขาอย่างไม่ปรานีและถามต่อ “ฉินห้วยหยวนมีกล้องวงจรปิดในบ้านของเขาที่บันทึกภาพในช่วงที่เกิดเหตุหรือไม่?”

“นั่นก็ไม่ แน่…”

จางเหมยเหมยยังคงไม่ให้โอกาสหัวหน้าเฟิงในการอธิบาย “งั้นจากเรื่องราวเหล่านี้ ตำรวจก็ไม่ได้มีหลักฐานใดๆทั้งทางตรงหรือทางอ้อมที่จะกล่าวหาว่าลูกความของฉันกระทำความผิดในครั้งนี้”

หัวหน้าเฟิงพยักหน้าอย่างเชื่องช้าและจางเหมยเหมยก็พูดต่อในทันที “เนื่องจากคุณไม่มีหลักฐานอะไร ทำไมตำรวจถึงต้องจับกุมลูกความของฉัน? เมื่อวิเคราะห์จากสถานการณ์ในตอนนี้ แม้ว่าจะมีข้อสงสัยอยู่บ้าง มันก็น่าจะห่างไกลจากการคุมขังหรือการสอบสวนแบบนี้จริงไหม?เขาน่าจะมาที่นี่เพื่อช่วยในการสืบคดี แต่เขากลับถูกคุมขังโดยไม่มีเหตุผล!”

หัวหน้าเฟิงมองที่โจวฉีราวกับว่าเขากำลังขอความช่วยเหลือ โจวฉีก่นด่าอย่างเงียบๆ คนโง่แบบนี้กลายเป็นหัวหน้าได้ยังไง? เขาไม่ได้พูดอะไรออกไปและพูดไม่ออกกับคำพูดของจางเหมยเหมย

โจวฉีพูดไปโดยไม่มีทางเลือก “ทนายจาง คุณอาจจะลำเอียงมากเกินไป ในเบื้องต้นคนของเราได้นำตัวเขามาช่วยในการสืบสวนตามที่คุณพูด แต่หลังจากที่เขามาถึงที่นี่ เขาได้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจสองคน และด้วยเหตุนี้เขาจึงถูกคุมขังไว้ ผมไม่รู้ว่าลูกความของคุณได้พูดถึงการทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจสองคนนี้ไหม?”

แน่นอนว่าจางเหมยเหมยรู้เนื่องจากเธอได้คุยกับสือเหล่ยผ่านทางโทรศัพท์แล้ว “ตามคำบอกเล่าของเขาเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เริ่มแรกเป็นตำรวจที่พาตัวเขามากักขังไว้นี่ที่อย่างไม่ถูกต้อง และล็อคประตูจากทางข้างนอก” เธอโต้ตอบในทันที “นี่ถือว่าพวกเขาได้คุมขังตัวลูกความของฉันอย่างไม่ถูกต้องแล้ว หลังจากนั้นพวกเขาก็พยายามบังคับให้ลูกความของฉันยอมรับว่าเขาก่อคดีเมื่อคืนขึ้นมา ลูกความของฉันไม่ยอมรับ และพวกเขาก็ได้บังคับ คุกคาม และใช้กำลังกับเขาก่อน ฉันอยากรู้จริงๆว่าใครให้อำนาจในการสอบปากคำเขาแบบนี้ และลูกความของฉันเพิ่งแค่หลบหลีกการถูกทำร้ายเท่านั้น บางทีมันอาจจะเกิดการกระทบกระทั่งขึ้นในระหว่างนั้น แต่ลูกความของฉันไม่ได้มีเจตนาในการทำร้ายร่างกายแน่ๆ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉันหวังว่าตำรวจจะสามารถใช้ภาพถ่ายวิดีโอเพื่อตรวจสอบได้ ตามข้อกฎหมาย เมื่อตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวน พวกเขาจะต้องบันทึกวิดีโอไว้เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการทั้งหมดโปร่งใสและชัดเจน ถ้าตำรวจยืนยันว่าลูกความของฉันทำร้ายพวกเขา งั้นก็ช่วยแสดงหลักฐานด้วย”

โจวฉีไม่เคยคิดว่าจางเหมยเหมยจะเป็นถึงขนาดนี้ เขาหันกลับไปมองหัวหน้าเฟิงด้วยความหวังที่ว่าเขาจะมีหลักฐานที่เป็นรูปเป็นร่าง

หัวห้าเฟิงไม่กล้ามองกลับไปที่สายตาของโจวฉี และก้มหัวลง โจวฉีรู้ได้ทันทีว่าคนโง่พวกนี้ไม่ได้บันทึกอะไรไว้

“หัวหน้าโจว หัวหน้าเฟิง ฉันขอพบลูกความของฉันเดี๋ยวนี้!” จางเหมยเหมยพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน


เดอะแบล็คการ์ด – แปลไทย