0 Views

ตอนที่ 184 – คนประเภทเดียวกัน

 

กลุ่มลับจิ้ม >>> เดอะแบล็คการ์ด – แปลไทย

 

เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ได้ดึงให้สือเหล่ยกลับสู่ความเป็นจริงจากสภาพที่สับสน สายลมแรงๆพัดเข้าใส่เขาเหลือทิ้งไว้เพียงเสียงกระซิบภายในหูของเขาว่า “นายอยากตายเหรอ?”  สือเหล่ยก้าวถอยหลังมาในทันทีเมื่อเขาตระหนักได้ว่าเขากำลังเดินขึ้นไปบนถนน ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ที่ทำให้เขาหยุดชะงักไป เขาอาจจะถูกรถคันนั้นชนไปแล้วก็ได้

เขาดึงโทรศัพท์ออกมาและเห็นว่ามันเป็นสายเรียกเข้าจากเว่ยฉิง

“เว่ยฉิง มีอะไรงั้นเหรอ? โอ้ เมื่อคืนนี้ผมปลีกตัวออกไปไม่ได้จริงๆ และผมก็กลัวว่าจะลากคุณเข้ามาวุ่นวายด้วย ดังนั้นผมเลยไม่ได้ไปหาคุณ” สือเหล่ยอธิบายหลังจากที่รับสาย

น้ำเสียงของเว่ยฉิงนั้นฟังดูละอายใจและกระอักกระอ่วน “สหาย ผมขอโทษจริงๆ ผมคิดอยู่นาน แต่ผมก็ไม่กล้าโทรหาคุณ มันเป็นเพราะซงเมียวเมียว…”

“ไม่ต้องห่วง เธอจะไม่มารบกวนอะไรคุณอีก อย่างน้อยที่สุด เธอก็จะกลับมาเป็นปกติแล้ว”

“หืม?” เว่ยฉิงไม่เข้าใจและรู้สึกทึ่งกับสิ่งที่สือเหล่ยพูด

“เรื่องราวของเธอเป็นเรื่องน่าเศร้าจริงๆ เธอมีชีวิตอยู่มาตั้งนานและไม่เคยมีเพื่อนแม้แต่คนเดียว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เธอก็น่าจะกลับไปที่บ้านของเธอแล้ว และซงเมียวเมียวคนเดิมที่พวกเรารู้จักก็จะไม่มีอีกแล้ว”

“หืม?” เว่ยฉิงยังไม่เข้าใจ

สือเหล่ยคิดอยู่พักหนึ่งและรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรให้ต้องพูดอีก ขณะที่เขากำลังจะวางสาย เว่ยฉิงก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

“สือเหล่ย ผมไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพูดจริงๆ คุณจะบอกว่าคุณอยู่กับซงเมียวเมียวมาทั้งคืนเลยงั้นเหรอ?” จากน้ำเสียงของเว่ยฉิงนั้นสือเหล่ยสามารถบอกได้เลยว่าเขากังวลเรื่องสวัสดิภาพของสือเหล่ยจริงๆ

“ให้ผมเดานะ” สือเหล่ยตอบ “แต่มันไม่ใช่แบบที่คุณคิด”

“ไม่ต้องพูดแล้ว คุณอยู่ไหน? ผมจะไปหาคุณเอง!”

สือเหล่ยมองไปรอบๆ “ข้างๆฮิลตัน”

“ขึ้นมาข้างบน ผมอยู่ที่นี่” จากนั้นเว่ยฉิงก็บอกหมายเลขห้องให้กับเขา สือเหล่ยลังเลอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็กลับเข้าไปในโรงแรม

เขากดออดที่ประตู และเว่ยฉิงนั้นก็ออกมาเปิดประตูให้กับเขาในทันที สิ่งแรกที่เขาพูดก็คือ “ไม่เลวเลย คุณไม่ได้ดูแย่อะไร ดูเหมือนว่าคุณจะไม่ได้โดนทรมาณมา!”

สือเหล่ยกรอกตา เขารู้จักนิสัยของเว่ยฉิงขึ้นมาไม่มากก็น้อย ดังนั้นเขาจึงส่งฝ่าเท้าของเขาออกไปหาเว่ยฉิงโดยไม่พูดอะไร

เว่ยฉิงหลบมันด้วยรอยยิ้มกว้างและปล่อยให้สือเหล่ยเข้ามาในห้อง เขาไม่สามารถอดทนกับความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองได้อีก ดังนั้นเขาจึงถามออกมา “บอกผมมา เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น?”

สือเหล่ยหาที่นั่ง เขาหยิบขวดน้ำออกมา และกระดกมันจนเกือบจะหมด จากนั้นก็พูด “มันไม่ใช่เรื่องสกปรกแบบที่คุณคิดแน่นอน คุณกำลังคิดมากเกินไป จากการตัดสินของผม ซงเมียวเมียวไม่ใช่คนมั่วซั่ว”

“หืม?” ใบหน้าของเว่ยฉิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“นี่เป็นครั้งที่สามแล้วนะที่คุณใช้คำว่า ‘หืม’ เพื่อแสดงความประหลาดใจ เปลี่ยนมันบ้างไม่ได้เหรอ?”

“ไม่ เดี๋ยวก่อน เกิดอะไรขึ้น? อย่าพูดครึ่งๆกลางๆ! พูดมาให้หมดนะ!” เว่ยฉิงรู้สึกสับสนเป็นอย่างยิ่งและไม่สามารถเข้าใจคำพูดของสือเหล่ยได้เลย

สือเหล่ยถอนหายใจ “เธอเป็นคนที่โดดเดี่ยวเป็นอย่างมาก ผมเดาว่าลูกเศรษฐีทุกๆคนคงต้องรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนอย่างนี้เช่นกัน นับตั้งแต่วัยเด็ก พวกคุณไม่เคยมีเพื่อนจริงๆ และครอบครัวของพวกคุณก็ต่างได้วางแผนอนาคตไว้ให้กับพวกคุณแล้ว ทุกๆคนต่างมีความคิดเหมือนๆกัน แต่มันก็มีช่องว่างระหว่างพวกคุณอยู่ คุณไม่สามารถคบเพื่อนได้อย่างอิสระเหมือนกับเด็กทั่วๆไป หลังจากที่คุณโตขึ้น คุณก็ต้องคำนึงถึงสิ่งต่างๆมากยิ่งขึ้น เพราะคงจะกลัวว่าคนอื่นๆจะมีจุดประสงค์แอบแฝงมา และในเวลาเดียวกัน คุณก็ต้องทำในสิ่งที่เหมือนๆกันอย่างเช่นการเป็นเพื่อนกับใครสักคนเพื่อผลประโยชน์ ซึ่งนี่เองที่ทำให้คุณไม่เคยได้มีเพื่อนแท้ที่สามารถพูดคุยด้วยได้เลย”

เว่ยฉิงได้ยินเรื่องนี้ก็เงียบไป สีหน้าของเขานั้นเศร้าลง

“ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ เมื่อเทียบกับสิ่งที่พวกเราได้รับมา สิ่งที่เรียกว่าความเหงานั้นก็ไม่ควรค่าแก่การพูดถึงเลย ความรู้สึกโดดเดี่ยวนั้นเป็นแค่อารมณ์เสียมากกว่า ตราบใดที่พวกเราสามารถออกไปเที่ยวอย่างมีความสุขได้ ทำไมผมถึงจะต้องมีสิ่งที่เรียกว่าเพื่อนอีก?!” เว่ยฉิงหัวเราะและล้อเลียนตัวเอง แต่น้ำเสียงของเขากลับฟังดูขื่นขมและอ้างว้าง

สือเหล่ยยิ้มเบาๆ “ถ้าคุณคิดอย่างนั้นจริงๆก็ไม่เลว แต่ความโดดเดี่ยวสำหรับคุณนั้นมันคงไม่ได้ขจัดไปง่ายๆเพียงแค่การโทรหาผู้หญิงสักคนหรอกจริงไหม?”

“เฮ้ ไว้หน้าผมบ้างสิ” เว่ยฉิงบ่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“ซงเมียวเมียวเป็นเหมือนกับคุณจริงๆ” สือเหล่ยพูดด้วยรอยยิ้ม “เว้นเสียแต่ว่าพวกคุณเลือกเส้นทางที่แตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น หยู่ปันจือ ทางออกที่เขาเลือกคือการหลบหนีออกไปจากสังคม แน่นอนว่าเขาไม่สามารถทำมันได้ทั้งหมด เขาเพียงแค่ทิ้งระยะห่างระหว่างเขาและมันแต่คุณกลับเป็นเหมือนกับคนส่วนใหญ่ คุณทำตามกฎ ปฏิบัติตามคำขอของครอบครัวของคุณ และไม่กล้าที่จะข้ามขอบเขตไปแม้แต่ครึ่งก้าว ซงเมียวเมียวเลือกที่จะเป็นกบฏอย่างเต็มที่เพราะเธอมีปู่ที่รักเธอและไม่ยอมให้ใครมาตำหนิเธอได้ ดังนั้นเธอจึงกลายเป็นฝันร้ายและภัยพิบัติที่คุณและคนอื่นๆต่างพากันหลีกหนีด้วยความหวาดกลัว แต่เธอลึกลงไปข้างในของเธอก็เหมือนๆกัน ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือเธอใช้วิธีสุดโต่งในการปลดปล่อยทั้งหมดออกมา เมื่อคืนนี้พวกเราอยู่ด้วยกันที่นี่ ในห้องเพนท์เฮาส์ของโรงแรมนี้ พวกเราพูดคุยกันตลอดทั้งคืนและมองออกไปที่วิวทิวทัศน์ จากท่าทางของเธอและสิ่งที่เธอพูดออกมาในตอนเช้าก่อนที่เธอจะกลับไปนั้น เธอไม่ควรที่จะทำตัวไร้สาระเหมือนเมื่อก่อนอีก จากการสนทนาเมื่อคืนนี้ ผมพบว่าซงเมียวเมียวเป็นแบบนั้นแค่เปลือกนอกเท่านั้น ในความเป็นจริง เธอไม่เคยมีความสัมพันธ์อะไรเกินเลยกับคนอื่นเลยนอกเหนือจากการกอด พวกคุณอาจจะคิดว่าชีวิตส่วนตัวของเธอนั้นเสเพล แต่เมื่อพิจารณาจากนี้ คุณเคยได้ยินมารึเปล่าว่าใครเคยได้ใกล้ชิดกับเธอมาก่อน?”

เว่ยฉิงคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับเรื่องนี้และตระหนักได้ว่าเขาไม่เคยเห็นหรือเคยได้ยินมาว่ามีคนเคยได้ใกล้ชิดกับซงเมียวเมียวมาก่อนจริงๆ มีบางข่าวลือที่เป็นที่น่าเชื่อถือบอกว่าเธอได้พานางแบบหรือคนดังในอินเทอร์เน็ตไปนอนกับผู้ชายคนอื่น แต่มันก็ไม่เคยมีใครบอกจริงๆว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ราวกับว่าเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย และจากคำพูดของสือเหล่ยนั้น เว้นเสียแต่ว่าซงเมียวเมียวจะตั๊กแตนตัวเมียที่กินผู้ชายลงไปหลังจากที่พวกเขาหลับนอนด้วยกัน ข่าวลือเหล่านั้นก็คงจะเป็นเพียงแค่ข่าวลือ

“เมื่อคุณพูดถึงมัน ผมก็ไม่สามารถหาข่าวลือที่มีหลักฐานได้จริงๆ” เว่ยฉิงเชื่อในคำพูดของสือเหล่ยแล้ว

“แน่นอนว่าสิ่งเหล่านั้นคงไม่สำคัญอะไรสำหรับเธอเพราะเธอไม่ได้สนใจอะไร มิฉะนั้นเธอคงไม่ทำตัวแบบนั้น  และเธอเองก็ถามผมว่าหยู่ปันจือคิดยังไงกับเธอ เธอดูเหมือนจะค่อนข้างผิดหวังเมื่อผมบอกเธอ เธอบอกว่าเธอคิดว่าหยู่ปันจือจะเข้าใจเธอ”

เว่ยฉิงได้ยินเรื่องนี้ก็ตีขาของเขาในทันที “เมื่อคุณพูดถึงมัน ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าบางทีเมื่อคืนเขาน่าจะพูดออกมาว่า ‘อย่ามองอะไรที่เปลือกนอก เพราะข่าวลือไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องจริง’ บางทีเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาอาจจะเข้าใจซงเมียวเมียวดีก็ได้ แต่ทำไมล่ะ? ทำไมซงเมียวเมียวถึงคิดว่าหยู่ปันจือไม่เข้าใจเธอ?”

สือเหล่ยอึ้งไปชั่วขณะ “เมื่อคืนเขาพูดแบบนั้นเหรอ?”

“แน่นอน” เว่ยฉิงพยักหน้าด้วยความมั่นใจ “ผมความจำดีอยู่แล้ว”

ริมฝีปากของสือเหล่ยกระตุก และแอบคิด ‘ความจำดีกับตูดฉันหน่ะสิ ถ้านายความจำดีจริงๆ นายคงจำเรื่องที่เกิดขึ้นที่คฤหาสน์นั่นได้แล้ว’

แน่นอนว่าเขาไม่ได้พูดมันออกไป “งั้นก็ดูเหมือนว่าหยู่ปันจือจะเข้าใจเธอจริงๆ บางทีอาจจะเป็นเพราะซงเมียวเมียวคิดว่าเขาได้ผ่านสิ่งเดียวกับเธอมา!”

เว่ยฉิงพยักหน้าและถอนหายใจ “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว… พวกเขาเป็นคนแบบเดียวกันจริงๆ การต่อต้านของหยู่ปันจือนั้นก็เป็นหัวข้อสนทนาในสังคมทั้งหมดเช่นกัน เว้นเสียแต่ว่าทางที่เขาเลือกนั้นกลับนุ่มนวล และจากสิ่งที่คุณพูดมา ซงเมียวเมียวกลับเลือกเส้นทางที่เลวร้ายและดื้อรั้นสุดขีด”


เดอะแบล็คการ์ด – แปลไทย