0 Views

ตอนที่ 121 – พฤติกรรมแปลกๆของคทา

 

เขาทำมันให้ชัดเจนว่าเครื่องหอมและตัวเผาเป็นของสำหรับซุนอี้อี้ เพราะเธอเหนื่อยอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากเธอต้องคอยกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของแม่ เธอจำเป็นต้องได้ผ่อนคลายและแม่ของเธอก็สามารถใช้มันได้เช่นกัน

ซุนอี้อี้สับสน ไม่ใช่ว่าสือเหล่ยซื้อมันเพราะแม่ของเธอในตอนแรกงั้นเหรอ? ตอนนี้มันเป็นของเธอได้อย่างไรเมื่อพวกเขาออกจากห้าง?

เธอไม่รู้ว่าสือเหล่ยกังวลว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะไม่ถูกนับรวมในโควต้า และด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องเน้นย้ำว่ามันเป็นของซุนอี้อี้

แม้ว่าจะเล็กน้อย แต่สือเหล่ยก็ค่อนข้างเข้าใจว่านิสัยของคทาเป็นอย่างไร บางสิ่งเช่นนี้ควรที่จะไม่เป็นอะไร อย่างน้อยมันก็ไม่ควรจะมีปัญหาเมื่อซุนอี้อี้อยู่ที่นั่นขณะที่ใช้มัน

พวกเขาร้านอาหารกันและในที่สุดสือเหล่ยก็เสร็จสิ้นการใช้จ่ายในสัปดาห์นี้โดยไม่เกิดอุบัติเหตุใดๆ ในขณะที่เป็นเวลาห้าทุ่มแล้ว และวันเสาร์ก็เหลืออีกเพียงหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะมีการเริ่มนับใหม่อีกครั้ง

เมื่อสือเหล่ยไปส่งซุนอี้อี้ที่บ้าน เขาได้เตือนเธอให้ใช้เครื่องหอมก่อนออกเดินทาง

หลังจากที่เขากลับมาที่อพาร์ตเมนต์แล้ว มันก็เกือบจะถึงเที่ยงคืนแล้ว มันมีเรื่องวุ่นๆตลอดทั้งวัน ดังนั้นสือเหล่ยจึงตัดสินใจอาบน้ำก่อน เมื่อมองไปที่รอยช้ำบนขาของเขา เขากัดฟันด้วยความเจ็บปวด

มันเป็นเวลาเที่ยงคืนหลังจากที่เขาทายาเสร็จ รวมทั้งกินยาด้วย สือเหล่ยไม่รู้สึกแปลกๆที่ไหนและไม่ได้กลิ่นเลือดใดๆ เขารู้ว่าเขาผ่านสัปดาห์นี้ไปอย่างปลอดภัย

เขาไม่รีบร้อนเพราะเขานอนไม่หลับ สือเหล่ยหยิบเอาบัตรสีดำออกมา และมันถึงเวลาแล้วที่เขาจะไปคุยกับมัน

เนื่องจากสือเหล่ยไม่ต้องการเห็นยามสองคนยืนตัวสั่นอยู่ภายใต้สายลมที่หนาวเย็นข้างนอก เขาจึงมองหาตู้เอทีเอ็มที่อยู่ใกล้ๆและสอดบัตรสีดำเข้าไป คทาปรากฏตัวตามปกติ แต่ก่อนที่สือเหล่ยจะเปิดปากของเขา มันก็ด่าเขาด้วยความไม่พอใจ

“เจ้ามาร์มอทโง่…….” สือเหล่ยไม่สนใจจะล้อเลียนอะไรคทาอีก นับตั้งแต่มีคำว่า ‘มาร์มอท’ ปรากฏขึ้น คทาดูเหมือนจะชอบคำนี้มากและหยุดใช้คำอื่นๆเช่นตุ่นและหนูแฮมสเตอร์

“เจ้ามาร์มอทโง่ เจ้าคิดจริงๆเหรอว่าคทาผู้ยิ่งใหญ่อย่างข้าจะมองไม่เห็นลูกไม้เล็กๆของเจ้า? ถ้าเครื่องหอมไม่ถูกตัดสินว่าใช้โดยซุนอี้อี้ มันจะไม่ถูกคำนวณในโควต้า มันเป็นเงิน 3,000 หยวน ซึ่งก็คือ 3% ของผลรวมในสัปดาห์นี้ คุณควรเสี่ยงมันกับแม่ของซุนอี้อี้จริงๆงั้นหรือ?”

สือเหล่ยคิด ‘จริงๆมันเป็นเพราะฉันรู้รูปแบบของแกและกล้าที่จะเคลื่อนไหวเสี่ยงๆแบบนั้นเพราะหลังจากที่เครื่องหอมถูกเผา ทั้งซุนอี้อี้และแม่ของเธอจะเป็นผู้ใช้มัน และนั่นเป็นเหตุผลที่ฉันกล้าทำมัน’

แต่เขาไม่สามารถบอกคทาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้แน่นอน มิฉะนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าคทาหรือบัตรสีดำจะเปลี่ยนแปลงกฎไปเล็กน้อยหรือไม่ เขาค้นพบข้อผิดพลาดนี้หลังจากใช้เวลามานาน และถ้ามันมีการเปลี่ยนแปลงเช่นการคำนวณร้อยละของเครื่องหอมที่ซุนอี้อี้และแม่ของเธอสูดดมเข้าไป เขาจะไม่แย่เอาเหรอ?

เมื่อเป็นเช่นนั้น สือเหล่ยจึงทำท่าทางว่ามีความชอบธรรมและพูด “นับตั้งแต่ที่ซุนอี้อี้เป็นผู้หญิงของฉัน มันไม่มีทางที่ฉันจะสามารถดูเธอเหนื่อยล้าเพื่อแม่ของเธอได้ นั่นเป็นการเคลื่อนไหวที่เสี่ยงและฉันเองก็รู้ แต่ซุนอี้อี้จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมของเธอได้เมื่อแม่ของเธอฟื้นตัวเต็มที่เท่านั้น ในท้ายที่สุดฉันให้ความสำคัญกับผู้หญิงของฉันและถ้าแกคิดว่ามันขัดต่อกฎ งั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะพูด”

“ฮีฮี…… เจ้ากำลังแกล้งทำเป็นคนชอบธรรม การแสดงของเจ้าแย่มาก และที่นี่มันไม่ได้ผล ข้าจะบอกเจ้าให้ ถ้ามันไม่ใช่เพราะซุนอี้อี้เป็นคนใช้เครื่องหอม เจ้าจะถูกลงโทษทันที ลูกไม้ของเจ้าตื้นเขินนัก”

“โชคดีที่มันไม่ได้เป็นแบบนั้น ฉันถูกใช่มั้ย?”

“เจ้ามาร์มอทโง่ ในที่สุดข้าก็พบกับคนที่ไม่เหมือนกับเจ้าพวกโง่ก่อนหน้านั้น ข้าหวังว่าเจ้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกและหยุดทำอะไรเสี่ยงๆแบบนั้นสำหรับสิ่งที่ไม่สำคัญ”

สือเหล่ยไม่ชอบสิ่งที่มันกำลังพูด เขาสวนกลับทันที “ถ้าฉันได้เปลี่ยนชีวิตของฉันให้ประสบความสำเร็จได้แล้วแต่ไม่สามารถทำอะไรให้กับเพื่อนสนิทและครอบครัวของฉัน มันก็ไม่ใช่สิ่งที่แย่ถ้าฉันจะตาย ถ้าครอบครัวและเพื่อนสนิทของฉันรู้สึกเหมือนฉันกลายเป็นคนที่ไร้มนุษยธรรมและเลือดเย็น พวกเขาจะรู้สึกเสียใจและนั่นทำให้ฉันต้องทุกข์ทรมาณ คทาที่ยิ่งใหญ่ แม้ว่าแกจะทรงอำนาจ แต่ทางเลือกเป็นของฉัน ฉันจะเลือกสิ่งที่ฉันคิดว่าดีที่สุด”

คทาก่นด่าในทันที แต่สือเหล่ยไม่ได้ว่าอะไรเนื่องจากมันเป็นสิ่งที่มันมักจะพูดอยู่แล้ว

บางทีมันอาจจะเหนื่อย แต่สือเหล่ยก็ไม่แน่ใจว่าการมีสติสัมปชัญญะอยู่โดยไม่มีร่างกายนั้นจะเหนื่อยหรือไม่ ในที่สุดคทาก็หยุด

คทาพูด “ยังไงก็ตามความคืบหน้าในสัปดาห์นี้ระหว่างเจ้ากับผู้หญิงคนนั้นก็ยังมีความคืบหน้าอยู่บ้าง คุณมีปฏิสัมพันธ์ที่มากยิ่งขึ้นเมื่อเจ้าได้จูบเธอเป็นครั้งแรก นั่นเป็นเรื่องดี แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะพยายามให้มากขึ้น ทำไมเจ้าไม่พาเธอมาในคืนนี้? ข้าผิดหวังในตัวเจ้าจริงๆ”

“สำหรับตัวตนที่ยิ่งใหญ่อย่างแก เฉพาะจุดเริ่มต้นและจุดจบเท่านั้นที่เป็นสิ่งสำคัญ แต่สำหรับมนุษย์ กระบวนการทั้งหมดต่างหากที่สำคัญกว่าผลลัพธ์ ดังนั้นเมื่อฉันมีเวลาให้ทำอยู่หนึ่งปี งั้นฉันก็จะตัดสินใจเองว่าจะทำยังไง อย่างที่แกบอก ฉันจูบซุนอี้อี้เป็นครั้งแรก และไม่ใช่แค่นั้น ฉันได้หลั่งบนตัวเธอถึงสองครั้ง…… ฮีฮี……” สือเหล่ยยิ้มเหมือนคนบ้าในขณะที่เขาเกาหัวของตัวเอง แม้ว่าเขาจะถูกแทนที่ด้วยความเขินอายอย่างรวดเร็ว แต่เขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นภาพลวงตาหรือไม่ เขาคิดว่าเขาเห็นคทากำลังมองมาที่เขาด้วยความรังเกียจ

คทาจะมีการแสดงออกทางสีหน้าได้ยังไง?

“นั่นคือความคืบหน้าที่ฉันต้องการ สำหรับผลลัพธ์ ฉันจะทำมันให้เกิดขึ้นก่อนเวลาหนึ่งปีแน่นอน แม้แต่ฉันยังไม่รีบ แล้วแกจะรีบทำไม?”

“ข้าแค่เตือนเจ้าเท่านั้น ยิ่งเจ้าทำมันเร็วเท่าไร เจ้าก็จะสามารถใช้โอกาสอีกสองครั้งในการจับรางวัลได้เร็วเท่านั้น เจ้าสามารถเข็มแข็งได้มากยิ่งขึ้นด้วยรางวัลเหล่านั้น เจ้าสามารถใช้ชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้ได้ และข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถเดินไปได้ไกลกว่าที่คนอื่นๆเคยเดินมา!” สือเหล่ยคิดสั้นๆ แน่นอนว่าคทาพูดถูก แต่ก็ไม่สิ คทาไม่ได้ใจดีแบบนั้นแน่นอน และเขาไม่เชื่อว่าคทาหวังให้เขาเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้ก็คือคทาต้องการให้เขาจัดการเรื่องสัญญาโดยเร็วที่สุดและได้รับโอกาสสองครั้งในการจับรางวัล

แต่สำหรับตอนนี้ สือเหล่ยไม่มีความคิดอะไรถึงปัญหาที่น่าจะเป็นไปได้เลย

ดังนั้นสือเหล่ยจึงทำเป็นเหมือนเห็นด้วยกับสิ่งที่มันพูด แต่เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำตามสิ่งที่มันพูดแต่อย่างใด

แม้ไม่มีความกังวลนี้ สือเหล่ยก็ไม่ต้องการจัดการกับซุนอี้อี้เร็วเกินไปนัก เช่นเดียวกับสิ่งที่เขาพูดใน WeChat กับแม่ของเธอก่อนหน้านี้ แม้ว่าเธอจะบรรลุนิติภาวะแล้วก็ตาม และถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแม่ของเธอ เธอก็คงจะเป็นนักศึกษาปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยหวูตงแล้ว แต่สือเหล่ยก็อยากจะรอจนกว่าเธอกลายเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยจริงๆ จากนั้นค่อยเปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขา ไม่ใช่เพื่ออะไรนอกจากการที่แม่ของซุนอี้อี้จะได้รู้สึกโล่งใจ แม้ว่าจะไม่ใช่ในวันนั้นก็ตาม แต่อย่างน้อยเขาก็ต้องรอจนกว่าแม่ของเธอจะฟื้นตัวอย่างเต็มที่ และเมื่อซุนอี้อี้ไม่ได้มีความกังวลใดๆอีกต่อไป


เดอะแบล็คการ์ด – แปลไทย