0 Views

ตอนที่ 102 – คดีฆาตกรรม

 

หญิงชราโกรธมากยิ่งขึ้นและก่นด่าเสียงดัง “ห้องของฉันไม่มีศพ! ฉันจะพาพวกนายไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้ ถ้าเขากล้ากล่าวหาฉันล่ะก็ ได้เห็นดีกันแน่……”

หญิงชราทำท่าทางข่มขู่ในขณะที่เธอพุ่งเข้ามา ตำรวจทั้งสองคนพยายามที่จะดึงเธอออกไปและพวกเขาก็ถูกตีสองสามครั้ง

“พอได้แล้ว! หยุดไร้สาระได้แล้ว!” ตำรวจเองก็หงุดหงิด “เขาไม่ได้บอกว่ามันเป็นศพ และบอกเพียงว่ามันเป็นกลิ่นของเนื้อเน่าเสีย มันไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามันเป็นสัตว์เลี้ยงที่ผู้เช่าก่อนหน้านี้ได้ลืมทิ้งไว้ หรือเป็นหนูจากที่ไหนที่เข้าไปตายในนั้น? ทำไมคุณถึงไม่ฟังอะไรเลย?”

ตำรวจอีกคนยังได้พูดออกมา “ถ้ามันเป็นแบบที่เขาพูดจริงๆ ฉันคิดว่าเราควรจะได้ตรวจดูกันซะก่อน ถ้ามันเป็นสัตว์ขนาดเล็กหรือหนูที่ตายภายในห้อง กลิ่นจะไม่หายไปและส่งผลต่อการเช่าของคุณใช่มั้ย?”

“คุณตำรวจเชื่อเรื่องไร้สาระของเขาได้ยังไง! ไอ้หยา ตำรวจกำลังทำงานให้กับคนไม่ดีที่รังแกหญิงชราอย่างฉัน……” หญิงชราทิ้งตัวลงกับพื้นและเริ่มทำท่าทำทางออกมา

ตำรวจเองก็ปวดหัวกับสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาติดต่อไปที่สถานีตำรวจเพื่อขอเบอร์ของลูกชายของเธอ และโทรหาเขา

หลังจากอธิบายสถานการณ์โดยสังเขปแล้ว ลูกชายของหญิงชราก็ไม่ใช่คนที่พูดด้วยได้ง่ายเช่นกัน เขาเดือดขึ้นมาทันที “มีใครบางคนกำลังใส่ร้ายว่าห้องของฉันมีศพ คุณเป็นตำรวจ ทำไมคุณยังปล่อยให้เขาพูดอะไรไร้สาระแบบนั้น และมาต่อว่าแม่ของฉัน? ได้ พวกคุณทุกคนรออยู๋ตรงนั้นนะ ฉันจะไปหาเดี๋ยวนี้” ด้วยเหตุนี้ชายคนนั้นจึงวางสายไปทันทีและตำรวจเองก็หมดหนทาง

จากนั้นโทรศัพท์ของหญิงชราก็ดังขึ้น เธอยังคงทำท่าทำทางอยู่บนพื้น แต่ทันทีที่โทรศัพท์ของเธอดังขึ้นมา เธอได้ลึกขึ้นจากพื้นทันที ซึ่งมันคงอยากที่จะบอกว่าเธออายุ 60 ปีแล้ว

สายนั้นโทรมาจากลูกชายของเธอ เขาไม่เพียงแต่จะไม่ห้ามแม่ของตัวเอง แต่เขายังเติมเชื้อเพลิงลงไปในกองไฟขณะที่เขาบอกว่าแม่ว่าให้พาตำรวจไปที่ห้องของเขาในตอนนี้เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีศพอยู่ในห้องของพวกเขา จากนั้นเขาจะแจ้งความสือเหล่ยในข้อหากล่าวความเท็จ

หญิงชราที่ถูกปลุกระดมโดยลูกชายของเธอต้องการให้ตำรวจไปตรวจสอบกับเธอ

ตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้นอกเหนือจากการพูดคุยกับสือเหล่ย สือเหล่ยพูดอย่างมั่นใจ “ฉันไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนและมันเป็นเรื่องตลกจริงๆ แต่ตอนนี้เมื่อผมคิดถึงมัน มันน่าจะเป็นกลิ่นของเนื้อเน่าเสียจริงๆ ถ้าเธออยากให้คุณไป งั้นก็ไปกัน”

คนทั้งกลุ่มได้กลับไปที่ห้องๆนั้น สือเหล่ยและตัวแทนเท้าแขนของพวกเขาที่ประตู และตำรวจก็ได้เข้าไปตรวจสอบข้างใน ขณะที่หญิงชรายังคงชี้ไปที่สือเหล่ยและสาปแช่งเขาไม่หยุด

“ฉันจะบอกนายให้ ถ้ามันไม่มีศพอยู่ภายในห้องของฉัน รอฉันไปแจ้งความพวกนายทั้งสองคนได้เลย นายทำแบบนี้ไม่ได้ ฉันเป็นคุณยายอายุ 60 ปีแล้ว และนายกำลังกล่าวหาฉัน นายรังแกฉัน…….”

สือเหล่ยและตัวแทน ทั้งสองคนพูดไม่ออกและคิดว่าใครเป็นคนรังแกใครกันแน่?

ตำรวจทั้งสองคนเปิดตู้และลิ้นชักทั้งหมด พวกเขาได้ตรวจสอบภายใต้โซฟาและโต๊ะ แต่ไม่มีอะไรพบ

พวกเขาส่ายหัวและกำลังจะจากไป หญิงชราเริ่มมีพลังมากขึ้น และพูดจาไร้สาระออกมาเรื่อยๆว่าเธอกำลังจะไปแจ้งความสือเหล่ย

สือเหล่ยยืนอยู่หน้าประตูและพยายามจะแยกแยะทิศทางของกลิ่นแปลกๆ เขาค้นพบว่าแหล่งที่มาของกลิ่นอยู่รอบๆเตียง และพูดขึ้นมา “คุณตำรวจ ผมคิดว่ากลิ่นแปลกๆมันมาจากเตียง คุณลองตรวจดูหน่อยไหม?”

“ตรวจเลย! ตรวจสิ! คุณตำรวจมายกเตียงขึ้นและตรวจมัน!” หญิงชราเดือดดาลไปด้วยความโกรธขณะที่เธอพุ่งเข้าไปข้างใน แน่นอนว่าตำรวจสองคนไม่สามารถยกเตียงขึ้นมาได้จริงๆ แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่าหญิงชราจะเดินไปที่ข้างเตียงและคว้าไปที่มุมของที่นอน

สือเหล่ยคงจะไม่เชื่อถ้ามีคนบอกเขาว่าเธออายุเกิน 60 ปีแล้ว หญิงชราคนนี้มีความแข็งแรงพอๆกับชายหนุ่มเลย มันค่อนข้างยากที่จะดึงที่นอนหนักๆขึ้นไปถึงความสูงระดับนั้น แต่เธอก็ดึงมันขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย……

หลังจากที่เธอดันมันออก ทุกๆคนก็ตกตะลึง!

หญิงชราไม่ได้มองลงมาแต่เธอได้หันไปที่ประตูและตะโกน “ฉันจะแจ้งความนาย ฉันจะส่งนายเข้าคุก! อย่าเพิ่งคิดว่านายจะรอด… พระเจ้าช่วย …… “หญิงชรารู้สึกว่าการแสดงออกของทุกคนแปลกๆ เธอจึงหันกลับไปและมองเห็นว่ามีคนๆหนึ่งกำลังนอนอยู่ที่ใต้ที่นอน

เธอตะโกนลั่นและล้มลงกับพื้น ขาของเธอเริ่มสั่นและเกือบจะมีอาการหัวใจวาย ตำรวจเองก็ตกใจ แต่พวกเขาก็มีปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วและรีบวิ่งไปที่เตียงเพื่อยกที่นอนขึ้น.

ตอนนี้พวกเขาเห็นได้ชัดเจนว่ามีศพอยู่ใต้เตียงจริงๆ หนอนตัวเล็กๆชอนไชไปทั่วร่าง และจากเสื้อผ้าและเส้นผม มันน่าจะเป็นหญิงสาววัยเยาว์ ซึ่งใบหน้าของเธอได้เน่าเปื่อยไปแล้วและพวกเขาก็ไม่สามารถระบุตัวตนของเธอได้

ตำรวจอ้าปากค้าง พวกเขาไม่ได้คาดคิดว่าจะมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นจากเรื่องล้อเล่นจริงๆ

พวกเขาส่งสายตาหากันและวางที่นอนลง หนึ่งในนั้นช่วยพยุงหญิงชราขึ้นและเดินไปที่ประตูพร้อมกับพูด “ห้ามใครออกไป กั้นพื้นที่ไว้!” จากนั้นตำรวจก็โทรกลับไปที่สถานีในทันทีและมันก็กลายเป็นความวุ่นวายขึ้นมา

ในเวลานั้นก็เสียงของชายคนหนึ่งดังออกมาจากข้างนอก “แม่ ไอ้เด็กเหลือขอนั่นยังอยู่ใช่มั้ย? ผมจะจัดการเขาเอง! ปั๊ดโถ่ว เขากล้ามาพูดว่ามีคนตายในห้องของผมได้ยังไง!”

หญิงชรารีบวิ่งออกมาจากข้างในและร้องตะโกนในขณะที่ยังร้องไห้อยู่ “ลูก มีคนตายจริงๆ!”

ชายคนนั้นตกใจ เขาเห็นตำรวจสองคนเดินออกมาและสอบสวนอย่างเย็นชา “คุณเป็นเจ้าของห้องใช่มั้ย?”

ชายคนนั้นพยักหน้าอย่างว่างเปล่า ตำรวจพูด “เราพบร่างของสาวน้อยในห้องของคุณ เราได้รายงานเรื่องไปแล้วและตำรวจอาชญากรรมกับทีมนิติวิทยาศาสตร์กำลังจะมาที่นี่ในไม่ช้า คุณอยู่ที่นี่นะ ห้ามไปไหน มิฉะนั้นคุณจะกลายเป็นผู้ต้องสงสัย!”

“คุณตำรวจ ผมไม่ได้ฆ่าใครนะ ผมแค่จะปล่อยเช่าห้องๆนี้กับคนอื่น……” ชายคนนั้นเกือบจะทรุดตัวลงเมื่อเขากำลังอธิบาย

แต่ตำรวจได้ตอบกลับมาอย่างเย็นชา “พวกเราจะตรวจสอบซากศพว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคุณหรือไม่ พวกเราจะไม่จับผิดตัว และจะไม่ปล่อยให้ฆาตกรลอยนวลแน่ๆ ตอนนี้ทั้งหมดที่คุณทำได้คือการอยู่ที่นี่และห้ามออกไปไหน โปรดให้ความร่วมมือกับการสืบสวนของตำรวจด้วย”

ตัวแทนเองก็ประหลาดใจและรีบพูดอย่างรวดเร็ว “คุณตำรวจ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกเราจริงๆ!”

ตำรวจพูดอย่างใจเย็น “ไม่ต้องกังวล เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพวกคุณแน่นอน พวกคุณทำให้เรามาเจอกับเรื่องนี้และพวกเราต้องขอบคุณสำหรับเรื่องนี้ด้วย คดีนี้เกิดขึ้นได้เพราะเรื่องตลกของคุณ ดังนั้นเราอาจจะต้องให้คุณลงบันทึกประจำวันไว้”

“ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา…… ” ตัวแทนเช็ดเหงื่อออกและมองไปที่สือเหล่ย เมื่อคิดว่ามันสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นจากคำพูดของเขา และมีศพอยู่ที่นี่จริงๆ……

สือเหล่ยรู้สึกหนาวไปถึงกระดูกสันหลัง เขาลอบใช้บัตรพยากรณ์เพื่อให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เขาได้เปิดแอพฯขึ้นและพิมพ์ลงไปในนั้นว่า “มีซากศพอยู่ในห้อง” และ……

ไม่ใช่ว่าบัตรสีดำนั้นน่ากลัวเกินไปเหรอ?!


https://www.facebook.com/makearichh/

ฝากเพจนะครับ เสิร์ชในช่องค้นหาเฟสบุ๊คว่า ” เดอะแบล็คการ์ด – แปลไทย ” ได้เลย

อาจจะมีการอัพล่วงหน้าหรือแจ้งข่าวสารในนี้