0 Views

ตอนที่ 25 มังกรมีเกล็ดย้อนทวน แตะต้องมันย่อมโกรธ!

“ซีจวิ้นจู่ ท่านรู้สึกว่าการบ่มเพาะวิญญาณยุทธของเจ้าเมืองน้อยเป็นอย่างไร?” ชวีฉู่ยกชาขึ้นจิบ ยิ้มแย้มพลางถาม

ถังเซี่ยวซีฟุ่บลงบนโต๊ะอย่างเบื่อหน่าย จ้องมองไกล ๆ ไปยังเวทีประลองยุทธที่อยู่ห่างออกไป พูดขึ้น:“ระดับความแข็งแกร่งของวิญญาณยุทธไม่เลวเลยจริง ๆ ฆ้อนสายฟ้าระดับหกอันเล็กน้อยกลับบ่มเพาะไปจนมีความแข็งแกร่งเพียงนี้ก็ไม่เลวแล้ว เพียงแต่เขาใช้ออกอย่างโหดเหี้ยมมากเกินไป”

ข้าง ๆ กล้ามเนื้อบนใบหน้าของฮั่วเทียนก็แข็งเกร็งวูบหนึ่ง

ถังเซี่ยวซีพูดตามตรงโดยไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของเจ้าเมืองผู้นี้เลย ฮั่วเทียนก็เหมือนกัน ล้วนมีวิญญาณยุทธฆ้อนสายฟ้าระดับหก การที่ถังเซี่ยวซีพูดเช่นนี้ก็เป็นการหยามหยันต่อฆ้อนสายฟ้าแล้ว แต่ว่าถังเซี่ยวซีมีวิญญาณยุทธจิ้งจอกไฟระดับสอง นี่ทำให้ฮั่วเทียนไร้ซึ่งคำพูดจริง ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ฐานะของอีกฝ่ายยังมีอำนาจสูงส่งยิ่ง เขาจึงไม่อยากทำให้นางขุ่นข้อง

เจ้าพระยาคลื่นครามถังหลานปกครองเมืองเจ็ดทะเลซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ทั้งเจ็ดของจักรวรรดิ ประชากรเกือบหนึ่งล้าน ช่างห่างไกลเกินเทียบกับเมืองสนเงินอันน้อยนิดนี้ยิ่งนัก ยิ่งไปกว่านั้นนอกเมืองเจ็ดทะเล ถังหลานมีเมืองบริวารอีกหลายสิบเมือง ไม่ว่าจะอิทธิพลไม่ว่าจะตำแหน่งล้วนเหนือกว่าฮั่วเทียนไปมากมาย

……

หลังจากโค่นคู่ต่อสู้ไปคนแล้วคนเล่าถึง 12 คนแล้ว ความพึงพอใจบนใบหน้าของฮั่วว่านยิ่งมายิ่งมากขึ้น ฉับพลันก็หันหน้าเดินไปยังขอบเวที ยกนิ้วชี้ไปหาหลินมู่อวี้ พลางกล่าว:“หลินมู่อวี้ เจ้าสามัญชนต่ำต้อย หลังจากบ่มเพาะได้สามวัน ตอนนี้ถึงเวลาที่จะมาประลองกับข้าแล้วใช่หรือไม่?”

หลินมู่อวี้กัดฟัน:“ได้!”

แต่ในเวลานี้ ฉู่เย้าฉับพลันก็กดไหล่ของหลินมู่อวี้เอาไว้ พูดขึ้น:“อาอวี้ เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ให้พี่สาวฉู่เย้าออกไปลองดูก่อน”

“เดี๋ยวเดี๋ยว……”

ไม่ทันที่หลินมู่อวี้จะพูดจบ ฉู่เย้าก็กระโดดขึ้นไปบนเวทีทันที ในมือถือมีดสั้นครู่ จ้องมองฮั่วว่านด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเป็นศัตร์ กล่าวเรียบเฉย:“เข้ามา!”

ฮั่วว่านอดไม่ได้ที่จะหัวเราะฮะฮะ ดวงตาทั้งคู่กวาดไปมายังหน้าอกของฉู่เย้าอย่างหื่นกระหาย พูดขึ้น:“ข้านึกว่าจะเป็นใคร ที่แท้เป็นฉู่เย้า อะไรกัน เจ้าอดใจรอเป็นอนุภรรยาคนที่เจ็ดของข้าไม่ไหวแล้ว?”

“ไร้ยางอาย!”

ฉู่เย้าตะโกนอย่างน่ารักขึ้นคราหนึ่ง ปลดปล่อยวิญญาณยุทธตัวเตียวออกมา ปลุกสิ่งที่อยู่ภายในมีดสั้นทั้งสองขึ้นมีดสั้นคู่ ฉับพลันก็แผ่พุ่งออกไป กวัดแกว่งมีดสั้นอย่างรวดเร็วสามครั้ง ระดับความสุขุมของฮั่วว่านห่างไกลมากเกินไปจากจินตนาการของฉู่เย้า กระบี่บางคล้ายกิ่งหลิวพุ่งโจมตีออกไปสามครั้งดั่งลมใบไม้ผลิ ระเบิดเสียงตะโกนคราหนึ่ง วิญญาณฆ้อนสายฟ้าก็ลอยปรากฏอยู่บนคมกระบี่

“เพล้ง!”
ประกายไฟแผ่กระจาย,ฉู่เย้าขวางมีดสั้นคู่ไว้ที่หน้าอกต้านรับการโจมตีของคู่ต่อสู้ไว้ แต่กลับถูกไฟฟ้าผลักดันให้ถอยหลังไปหลายก้าว พลังแตกต่างกันใหญ่หลวงมากเกินไป ฆ้อนสายฟ้าชำแรกเข้าผิวหนังของนางด้วยพลังอันเหี้ยมหาญ ท้ายสุดก็ต้านทานเอาไว้ไม่ได้ พร้อมกับเสียงเลือดฉีดพ่นออกมา

“โฉมสะคราญน้อย ข้าไม่ต้องการทำร้ายเจ้าบาดเจ็บ รีบลงไปเสีย เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า ให้หลินมู่อวี้ไอ้ของใช้การไม่ได้นั่นขึ้นมา ข้าจะให้การอบรมสั่งสอนแก่มันเป็นอย่างดี!”ฮั่วว่านยังจำเรื่องครั้งก่อนที่ถูกหลินมู่อวี้ใช้หนามดอกแพร์เหล็กฟาดใบหน้าให้เสียโฉมได้ดีอยู่

ฉู่เย้าไม่ยินยอม ค่อย ๆ ยันกายขึ้นมา ยังคงปลุกวิญญาณยุทธตัวเตียวขึ้นบนมีดสั้นคู่ ในดวงตาเต็มออกมาด้วยความคับแค้นใจ

“พี่สาวฉู่เย้า ลงมา!” หลินมู่อวี้ตะโกนสั่ง

ฉู่เฟิงก็ตะโกน:“อาเย้า รีบลงมาเร็ว เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา!”

แต่ฉู่เย้าเป็นเด็กสาวที่ดื้อรั้นเป็นอย่างมากคนหนึ่ง นางกล้ำกลืนความเจ็บปวด ฉับพลันก็พุ่งเข้าไปโจมตีอีกครั้ง ระหว่างที่มีดสั้นพลิกเปลี่ยนควับ วิญญาณยุทธก็ปลุกเร้าขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ตัวเตียวส่งเสียงกู๊กู๊หันหน้าไปแขนของฮั่วว่าน เสียง “ฟู่” ปรากฏขึ้นด้านบน เลือดแดงฉานแผ่กระจาย

“อ๊าก……”

ฮั่วว่านคำรามอย่างเจ็บปวด สีหน้าล้วนแปรเปลี่ยนกลับกลายแล้ว แผดร้องเสียงก้อง:“เจ้ามันไร้หัวคิด!”

ตามที่กล่าว เขายกแขนซ้ายขึ้น สะสมพลังฆ้อนสายฟ้าวิญญาณยุทธเอาไว้มหาศาลต่อยลงไปที่หน้าอกของฉู่เย้าอย่างหนักหน่วง เสียง “ตรึ้ม” ดังขึ้น แสงของตัวเตียวกระจัดกระจายไป ฉู่เย้ายิ่งได้รับบาดเจ็บหนักจนถอยไปหลายเมตร

“ตาย!”

ฮั่วว่านตะโกนขึ้น พลังทั่วร่างล้วนเกือบควบรวมไว้บนกระบี่ยาวแล้ว คมกระบี่แผดคำราม “ฮึ่มฮึ่ม” ขึ้นมา ช่างเป็นปราณแท้ที่ทรงพลังยิ่ง เพียงหากโจมตีครั้งนี้ลงไป หน้าอกของฉู่เย้าย่อมถูกเสียบแทงทะลุอย่างแน่นอน

……

“ซู่ว!”

ในเวลาที่ฉู่เย้าจวนจะปิดตาทั้งสองข้างลง ทันใดนั้นก็มีเหงาร่างของคนผู้หนึ่งปรากฏอยู่เบื้องหน้า เป็นเงาร่างที่คุ้นเคยกันดี และเป็นเสียงที่คุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง:“ฮั่วว่าน ข้าจะสู้กับเจ้าเอง!”

หลินมู่อวี้ยื่นฝ่ามือ แผ่คำรามพลังวิญญาณยุทธออกมา,กำแพงน้ำเต้าเขียวปรากฏอยู่ที่หน้าอก ปลุกพลังของกระดองเต่าดำขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!

ฮั่วว่านไหนเลยจะกังวลสนใจอันใดมาก แผ่พุ่งพลังไว้บนคมกระบี่แทงออกไปอย่างดุร้าย!

“เคร้ง!”

ปรากฎเป็นเสียงดังลั่น บนเวทีประลองยุทธบังเกิดฝุ่นคละคลุ้งขึ้นมา หลินมู่อวี้ถอยหลังไปสามก้าว ชนเข้ากับหน้าอกของฉู่เย้าเล็กน้อย แต่ฮั่วว่านยิ่งรุนแรง ได้รับกระแสไฟฟ้าจนแขนชา จ้องมองกระบี่ในมืออย่างยากที่จะเชื่อถือ:“นี่……นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?”

เขาไม่เชื่อ การโจมตีด้วยพลังทั้งหมดของตัวเองทำไมกลับถูกหลินมู่อวี้ขัดขวาง อย่าบอกนะว่าเป็นมนต์ดำชนิดหนึ่ง?

“อาอวี้……” ฉู่เย้าจ้องมองไปยังร่างของหลินมู่อวี้อย่างตกตะลึง นางในยามนี้เพียงคิดว่าร่างของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้านี้เปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงไม่หยุดยั้ง ถึงขนาดสามารถปกป้องตนเองได้ทั้งหมด

หลินมู่อวี้หันร่างมา ยิ้มแย้มเล็กน้อย:“พี่สาวฉู่เย้า รีบลงจากเวที ท่านแพ้แล้ว การต่อสู้ครั้งต่อไปเป็นการต่อสู้ระหว่างข้าและฮั่วว่าน”

“อื้ม” นางเป็นเด็กสาวเชื่อฟังคนหนึ่ง รีบไถลลงจากเวทีไปอย่างรวดเร็ว ฉู่เฟิงตรวจอาการบาดเจ็บของนางทันที

……

บนเวที หลงเหลือเพียงชายหนุ่มสองคน

ฮั่วว่านสวมเสื้อดิ้นแขวนหยกไว้ทั่วร่าง ส่วนหลินมู่อวี้สวมชุดเรียบ ๆ สีเขียวอ่อน หากเปรียบเทียบย่อมแตกต่างกันอย่างรุนแรง แต่บนใบหน้าเขาดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง ขัดแย้ง
อย่างยิ่งกับความสุขุมของหลินมู่อวี้ และความสุขุมก็แปรเปลี่ยนเป็นความแตกต่างอย่างใหญ่หลวง

“เจ้าสามัญชนคนต่ำต้อยนี่!”

ความเกลียดชังของฮั่วว่านปรากฏขึ้นมาในน้ำเสียงแล้ว กระบี่ยาวในมือรวบรวมปราณแท้อย่างรวดเร็ว มือซ้ายยกนิ้วมือขึ้นสามนิ้ว กล่าวเสียงต่ำ:“3 กระบวนท่า!บิดาน้อยเพียงจำเป็นใช้ 3 กระบวนท่าก็จะทำให้เจ้าคุกเข่าร้องเรียนท่านปู่!”

“ถ้าหาก 3 กระบวนท่า ข้าไม่แพ้เล่า?” หลินมู่อวี้กล่าว

“เช่นนั้นข้าจะเรียกเจ้าว่าท่านปู่!” ฮั่วว่านกล่าวอย่างโกรธแค้น

“ไม่ เจ้าจะต้องการเจ้าเป็นหลานปู่ไปทำไม?” คำพูดของหลินมู่อวี้ทำให้สามัญชนรอบบริเวณต่างหัวเราะออกมา ผู้ชมส่วนใหญ่ล้วนเป็นสามัญชน สำหรับคนเช่นฮั่วว่านเพียงแต่กล้าโกรธไม่กล้ากล่าววาจาใด ยังไม่มีผู้ใดกล้ายั่วยุตระกูลชั้นสูงเช่นหลินมู่อวี้ผู้นี้

“เช่นนั้นเจ้าต้องการอะไร?”

“ถ้าหากเจ้าฆ่าข้าไม่ตายในการโจมตี 3 กระบวนท่า นำเงินมาให้ข้า 300 เหรียญอินทอง เห็นเป็นอย่างไร?” หลินมู่อวี้ยิ้มแย้มกล่าว

“300 เหรียญอินทอง?” ฮั่วว่านขมวดคิ้ว เขาจะเป็นว่าที่เจ้าเมือง แต่เงิน 300 เหรียญอินทองไม่ใช่จำนวนเล็กน้อย เพียงแต่กล่าวคำพูดออกไปแล้ว ไม่อาจไม่รับเอาไว้ได้ ครั้นแล้วจึงพยักหน้ากล่าว:“ได้ ถ้าข้าแพ้ จะให้เจ้า 300 เหรียญอินทอง ถ้าหากข้าชนะ ข้าจะเอากระดูกของเจ้าไปให้สุนัขรับประทาน!”

หลินมู่อวี้ปรบมือคราหนึ่ง:“ตกลง!”

……

ฮั่วว่านมีโทสะแล้วอย่างแท้จริง จึงเรียกวิญญาณยุทธฆ้อนสายฟ้าทั้งหมดออกมา ปลุกพลังเข้าสู่ร่าง กระบี่ยาวยิ่งมีประกายแสงระยิบระยับรุนแรง เรียกได้ว่ามองเห็นสายฟ้าขึ้นมาบนตัวกระบี่เลยทีเดียว การบ่มเพาะของเขาเป็นทักษะยุทธประเภทสายฟ้า และก็เป็นทักษะที่สืบทอดต่อมาจากบิดา เรียกว่า “เคล็ดสายฟ้ากึกก้อง” ทักษะยุทธนี้เมื่อใช้ร่วมกับวิญญาณยุทธฆ้อนสายฟ้ายิ่งทำให้สำแดงฤทธิ์เดชได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด นี่ก็เป็นสาเหตุให้ตระกูลฮั่วสามารถดำรงอยู่ในเมืองสนเงินได้โดยไม่ล้มลง

“กวาดอัสนี!”

ระเบิดเสียงตะโกนออกมา ร่างฮั่วว่านพลิกพริ้วเข้ามา บนคมกระบี่ลากประกายสายฟ้าสายหนึ่ง

หลินมู่อวี้เห็นอย่างชัดเจน พลังของฮั่วว่านเทียบกับตัวเองเวลานี้แข็งแกร่งเป็นอย่างมากจริง ๆ แต่ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างเด็ดขาด ไม่ได้เข้มแข็งจนเสียเปรียบไหนเลยจะพ่ายแพ้ได้ เพียงแต่จะหักหาญโดยตรงย่อมไม่ชาญฉลาด

ฉับพลัน ขั้นแรกของหลินมู่อวี้ใช้ท่าร่างโน้มดาราหลบหลีกไปวูบหนึ่ง ทำให้หนึ่งกระบี่ของฮั่วว่านสัมผัสถูกอากาศธาตุ ไม่ได้รับบาดเจ็บใด หลินมู่อวี้ด้านข้างก็ปล่อยปล่อยการโจมตี บนกระบี่เหล็กแผ่พุ่งประกายสายฟ้าไปด้วยกัน แต่ระดับความเร็วยิ่งรวดเร็ว ประสิทธิภาพก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น,สะบั้นสายฟ้าฟาดครั้งหนึ่งโจมตีเข้าไปที่ขาซ้ายของฮั่วว่านอย่างไร้สุ่มเสียง

“ฟู่!”

เลือดพุ่งออกมาทันใด พลังปราณคุ้มครองร่างของฮั่วว่านแตกร้าวเป็นชิ้น ๆ บาดแผนยาวประมาณ 10 เซ็นติเมตรแผลหนึ่งปรากฏออกมาบนผิวหนัง

“เจ้าโสโครก!”

เขาด่าออกมาอย่างแค้นเคือง ระเบิดพลังออกมาอย่างฉับพลัน ตะโกนขึ้น:“อัสนีเริงระบำ!”

กระแสไฟฟ้ากระจัดกระจายออกมา เป็นพลังทั้งหมดของฮั่วว่าน! เขาทราบถึงจุดอ่อนของตนเองแล้ว จึงควบรวมพลังมหาศาลไว้ ไม่ได้สนใจถึงความเร็ว แต่ท่าร่างแปลกประหลาดของหลินมู่อวี้นั้นไม่ถูกชะตากับตนเองเป็นอย่างยิ่ง เดิมทีเข้าใจว่าจะต้องโจมตีถูกแต่หลินมู่อวี้กลับหลบหลีกไปได้อย่างง่ายดาย หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ว่าจะโจมตีไปอย่างไรก็คงถูกหลบไปได้ทุกครั้ง

อัสนีเริงระบำประจวบเป็นทักษะที่สามารถจะควบรวมพลังสายฟ้าให้ก่อตัวเป็นการโจมตีแบบร่างแห และยังเป็นทักษะที่ตนเองฝึกฝนอย่างหนักมาหกปีอย่างภาคภูมิใจ บนโลกนี้สามารถยึดถือได้ว่าคนที่ใช้อัสนีเริงระบำได้อย่างสมบูรณ์มีด้วยกัน 3 คน และตนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

ทั่วร่างของฮั่วว่านมีกระแสไฟฟ้าก่อตัวขึ้น กระบี่ยาวในมือก็สั่นเทาเล็กน้อย พลังเกือบใกล้จะแตกกระจาย ฉับพลันก็พุ่งขึ้น กระบี่ยาวยกฟาดดั่งขุนเขาไท่ซานถล่มลงมา ฟันเข้าใส่ลำคอของหลินมู่อวี้ ขอบเขตพลังของอัสนีเริงระบำที่มีในตอนนี้ หลินมู่อวี้คิดจะหลบก็ไม่อาจหลบรอดได้

เพียงแต่หลินมู่อวี้ก็ไม่ีคิดหลบ หลบเพียงครั้งไม่ใช่จะหลบได้ตลอดไป

คมกระบี่ขวางไว้ที่หน้าอก เรียกวิญญาณยุทธออกมาอย่างรวดเร็ว น้ำเต้าเขียวปรากฏร่างออกมา มันเปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวง กล่ายเป็นน้ำเต้ายักษ์ป้องกันอยู่ด้านหน้าต้านทานการโจมตีของอัสนีเริงระบำที่จะมาถึง ขณะเดียวกันก็ขบฟัน ระเบิดตะโกนขึ้น:“กระดองเต่าดำ!”

เสียง “หึ่งหึ่ง” พร้อมด้วยเปลวไฟพุ่งขึ้นมา ก่อตัวปรากฏเป็นกระดองเต่าดำสีแดงฉานอยู่เป็นกำแพงล้อมน้ำเต้า กระดองเต่าดำเป็นพลังเปลวไฟอันพิสุทธิ์ ไม่ได้มีคุณสมบัตินำไฟฟ้า เป็นธรรมดาที่จะสามารถป้องกันการโจมตีได้อย่างสมบูรณ์

ฮั่วว่านมองเห็นการป้องกันของกระดองเต่าสีแดงเพลิงอันนี้อีกครั้ง อดไม่ได้ที่จะสั่นเทาอยู่ในใจ แต่ยังคงแทงฟันออกไปหนึ่งกระยี่อย่างดุร้าย เขาเกลียดชังเป็นอย่างยิ่ง เกลียดชังเด็กน้อยนี้ที่ทำให้ตนเองขายหน้าอย่างนั้นต่อสามัญชนจำนวนมากที่อยู่ในเมืองสนเงิน เกลียดชังหลินมู่อวี้ที่ทำให้เขาขายหน้าต่อบิดา และเนื่องจากความเด็ดขาดของบิดา หากตนเองพ่ายแพ้ เกรงว่าวันต่อมาคงไม่ดีแน่

“เพล้ง!”

เสียงดังสนั่นดังขึ้นเลื่อนลั่นไปสู่ฟากฟ้า การโจมตีด้วยอัสนีเริงระบำของฮั่วว่านพังทลายกำแพงน้ำเต้าทั้งหมดออกมา แต่กระบี่นั้นกลับไม่อาจฟันผ่านการป้องกันของกระดองเต่าดำไปได้ เป็นที่แน่ชัดว่ากระดองเต่าดำมีความแข็งแกร่งจนถึงขีดสุด!

พลังทักษะยุทธอัสนีเริงระบำสิ้นสุดลงไปเช่นนั้น หลินมู่อวี้ฉับพลันก็พุ่งไปด้านหน้า ใช้ศอกกระทุ้งเข้าไปที่คางของฮั่วว่านอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันขาขวาก็ยกขึ้นถีบอย่างหนักหน่วง กระแทกท้องน้อยของเขาอย่างจัง

ภายใต้การโจมตีอย่างหนักหน่วง เจ้าเมืองน้อยผู้นี้ก็ปลิวออกไปดั่งว่าวที่หลุดสายป่าน แต่นี่ไม่อาจทำให้เขาล้มลงได้ หลินมู่อวี้ก็ไม่คิดจะไปแส่หาความยุ่งยากเพิ่มแต่อย่างใด ตะโกนเสียงดังลั่นคราหนึ่ง ขาทั้งสองข้างคล้ายเสาเข็มตอกลงบนพื้น หมัดซ้ายกวาดเป็นวงดั่งคันธนูอันหนึ่ง บังเกิดเป็นเสียงแหลมเล็ก โจมตีด้วยพลังประมาณ 5 ส่วนออกไป!

หมัดคลื่นปีศาจ!

“เพล้ง!”

เสียงหนัก ๆ ดังขึ้นจากหน้าอกด้วยการโจมตีจากหมัดหนักหน่วงปานมีพลังพันชั่ง ฮั่วว่านค่อย ๆ ล้มลงไปบนพื้น ไร้สุ้มเสียงออกมา ไม่น่าเชื่อว่าจะถูกโค่นลงอย่างงมงายเช่นนี้!

……

มังกรมีเกล็ดย้อน แตะต้องมันย่อมโกรธ!

นี่เป็นบทสรุปของเขาที่ทำร้ายฉู่เย้า