0 Views

ตอนที่ 10 หนึ่งประกายทลายสรรพชีวิต

TN: ขอเปลี่ยนกริชเป็นมีดสั้นนะครับ

แม้ว่าที่อยู่ต่อหน้าจะเป็นเพียงหมาป่าว่องไวเพียงตัวเดียว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะรับมือได้โดยง่าย

หลินมู่อวี้และฉู่เย้าค่อย ๆ ลุกขึ้นจากที่นั่งช้า ๆ คุมเชิงหมาป่าว่องไวตัวนี้ไว้ และแล้วพวกเขาก็ยืนขึ้นเงียบ ๆ ฉู่เย้าถือมีดสั้นคู่ไว้ในมือ หลินมู่อวี้ก็ค่อย ๆ ดึงกระบี่เหล็กข้างตัวออกมา หมาป่าว่องไวตัวนี้ไม่ได้บุกโจมตีเข้ามาทันที มันยังมีนิสัยหมาป่าอยู่ มันรอจังหวะเหมาะที่จะโจมตี เคราะห์ดีที่ฉู่เย้าตื่นขึ้นมาเร็ว ไม่เช่นนั้นพวกเขาทั้งสองคงได้กลายเป็นอาหารหมาป่าไปแล้ว

……

ฉู่เย้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวช้า ๆ เดินไปถึงด้านหน้าหลินมู่อวี้ นางกำลังปกป้องเขา ในระหว่างที่มีดสั้นคู่จับไว้กำบังลำคอขาวผ่อง ทั่วร่างก็โคจรปราณแท้พร้อมกันไปด้วย ยามนี้นางเพิ่งจะอยู่ในขั้นวิญญาณต่อสู้ระดับ 20 ผู้หนึ่ง ปราณแท้ของฉู่เย้าเกาะตัวเองโดยอัตโนมัติราวแผ่นเหล็กขนาดใหญ่พอควรแผ่นหนึ่ง มันค่อย ๆ หมุนวนเวียนรอบร่างของนาง นั่นเป็นทักษะยุทธอันเป็นสัญลักษณ์ของขั้นวิญญาณต่อสู้——เกราะวิญญาณ ขั้นวิญญาณต่อสู้ทุกคนสามารถทำให้พลังลมปราณเกาะตัวเป็นเกราะวิญญาณช่วยในการป้องกันได้ สำหรับขั้นวิญญาณต่อสู้ระดับ 29 ที่เป็นระดับสูงสุดสามารถสร้างผนึกเป็นเกราะวิญญาณ 5 ชิ้นได้ จึงถูกเรียกว่าห้าเกราะวิญญาณต่อสู้ ด้วยเหตุนั้น ฉู่เย้าเวลานี้จึงสามารถสร้างเกราะวิญญาณต่อสู้ได้ 1 ชิ้น

พูดถึงการบ่มเพาะวรยุทธแล้ว หลินมู่อวี้เวลานี้ยังห่างไกลจนไม่อาจเทียบกับฉู่เย้าได้ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก เขายังคงถือกระบี่ยาวไว้ แววตาจ้องมองหมาป่าว่องไว บอกได้ว่าถึงต้องสู้กับหมาป่าว่องไวโดยไร้วรยุทธ เพียงอาศัยกำลังอย่างเดียวก็ต้องฆ่ามัน!

ฉู่เย้าจ้องมองหางของหมาป่าว่องไวอย่างใจเย็น อดไม่ได้ที่จะร่ำร้องอยู่ภายในใจ นางพูดเสียงต่ำ:“หมาป่าว่องไวแปดหาง โชคร้ายจริง ๆ……นี่เป็นหมาป่าว่องไวอายุขัย 800 ปี……”

“แข็งแกร่งมากหรือ?” หลินมู่อวี้ถาม

ฉู่เย้ากล่าว:“สัตว์วิญญาณอายุ 800 ปี บางทีอาจจะมีพลังขั้นอาวุโสต่อสู้ระดับ 45 เทียบกับพลังของตาเหยี่ยวแล้วเข้มแข็งกว่านัก อาอวี้ เจ้าต้องระวังไว้นะ พวกเราอุตส่าห์หนีรอดจากเสือกระหายเลือดมาได้ ย่อมไม่อาจมาตายใต้เงื้อมือหมาป่าว่องไวอายุ 800 ปีตัวนี้”

“อื้ม”

หลินมู่อวี้พยักหน้าอย่างเงียบงัน ล้วงยาผิวศิลาออกมาจากอกเสื้อขวดหนึ่ง กล่าวคำ:“พี่สาวฉู่เย้า พลังของท่านเทียบแล้วเข้มแข็งกว่าข้า โดยเฉพาะมีดสั้นภายในมือที่น่าจะแหลมคมเป็นพิเศษ ข้าจะดึงดูดความสนใจหมาป่าว่องไวเอาไว้ ท่านจ้องหาโอกาสโจมตี จะฆ่าเดรัจฉานตัวนี้ได้หรือไม่ได้ ต้องดูว่าพวกเราเข้าขากันหรือไม่”

ฉู่เย้างงงันเล็กน้อย:“อาอวี้ เจ้า……เจ้าจำเป็นต้องระวัง!”

“วางใจ!” หลินมู่อวี้ยกศีรษะขึ้นดื่มยาผิวศิลาไปขวดหนึ่ง เพียงรู้สึกว่าร่างกายเปลี่ยนเป็นล่ำสันขึ้น ผิวหนังชั้นนอกปรากฏระลอกพลังงานขึ้นมาสายหนึ่ง นี่เป็นผลลัพท์จากการเร่งประสิทธิภาพการป้องกัน

ต่อจากนั้น เขาก็ราดยาชาลงในกระเปาะลูกธนู จับคันธนูยาวช้า ๆ ถอยออกห่าง การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างเชื่องช้า ไม่ได้ทันทีทันใด จนกระทั่งเมื่อห่างจากฉู่เย้าประมาณ 5 เมตร จึงเริ่มนำลูกธนูขึ้นสาย เมื่อโคจรปราณแท้ไปที่แขน สายธนูแข็ง ๆ ก็ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะขึ้นสายจนสุดได้สำเร็จ!

“ฟึ่บ!”

ลูกธนูแหลมบินตรงออกไป แต่หมาป่าว่องไวกลับเพิ่มความเร็วมากขึ้นไปอีก มันคำรามแล้วกระโจนเข้าใส่หลินมู่อวี้ ความเร็วนั้นสูงเป็นอย่างมาก!

หลังจากที่ลูกธนูพลาดไป หมาป่าว่องไวก็ตะปบเข้าใส่ร่างของหลินมู่อวี้ ก้าวเดียวอย่างน้อยก็ 10 เมตรแล้ว สมกับที่เป็นสัตว์วิญญาณ 800 ปี บ่มเพาะจนกลายปีศาจ!

หลังจากเห็นหมาป่าว่องไวอ้าปากกัดลงมา เห็นได้แน่ชัดว่าไม่อาจยอมให้มันกัดคอได้ ไม่เช่นนั้นเขาได้ตายอย่างแน่นอน

หลินมู่อวี้รีบยกแขนซ้ายขึ้นมาป้องกัน เสียง “งับ” ดังขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่แขน ถึงแม้ผิวหนังที่เกาะตัวเป็นก้อนหินป้องกันปากของหมาป่าว่องไวเอาไว้ได้ก็ตาม แต่กลับหลงเหลือรอยเขี้ยวประทับเอาไว้อย่างคาดไม่ถึง แรงกัดนี้มันมากมายเพียงใดกัน?ถ้าหากไม่มียาผิวศิลาละก็ เกรงว่าแขนของหลินมู่อวี้คงถูกมันกัดขาดไปแล้ว!

หมาป่าว่องไวออกแรงสะบัดหัวกระชากแขนของเขาออกมา ภายใต้ความเจ็บปวดอันรุนแรง หลินมู่อวี้ยกอีกแขนดึงกระบี่ยาวฟันตัดขวางออกไป เสียง “ฉัวะ” ฟันเข้าใส่ต้นขาของหมาป่าว่องไว แต่ไม่ได้ทำให้มันถึงชีวิต หลินมู่อวี้รีบดึงกระบี่ออกมา หวนกลับไปทิ่มมันอีกหนึ่งกระบี่ ฉู่เย้าเองก็พุ่งเข้ามาแทงมันอีกหนึ่งกระบี่ด้วย!

“ฉัวะ!”

มีดสั้นนั้นแหลมคมเป็นอย่างยิ่ง เฉือนเอาเนื้อบนสะโพกของหมาป่าออกมาได้อย่างคาดไม่ถึง!

“เอ๋งเอ๋ง……”

หมาป่าว่องไวคำรามออกมาอย่างเจ็บปวด รีบปล่อยปากออกจากแขนของหลินมู้อ ถอยหลังไปหลายก้าว ยกหัวหอนขึ้นไปบนท้องฟ้า พื้นดินรอบบริเวณม้วนตัวอย่างรวดเร็วพร้อมกันนั้นก็มีลมหวนปรากฏขึ้น ฉู่เย้ารีบตะโกนขึ้นมา:“อาอวี้ระวัง มันเป็นคมดาบสายลมคม ความสามารถที่หมาป่าว่องไวมีอยู่!”

น้ำเสียงยังคงไม่จางหาย คมดาบสายลมก็พัดขึ้นมาจนเกือบเสร็จสิ้น “ฟิ้วฟิ้ว” ราวกับจะตัดขาด เสื้อผ้าของหลินมู่อวี้ทันใดก็ถูกฉีกกระชากเป็นชิ้น ๆ ส่วนฉู่เย้าเพิ่มความสามารถของนางยิ่งขึ้น ถือมีดสั้นถอยหลังไปหลายก้าว หลบเลี่ยงการโจมตีของคมดาบสายลม

“โฮก!”

หมาป่าว่องไวคำรามออกมา มันเฉลียวฉลาดเป็นอย่างยิ่ง ทราบว่าฉู่เย้าเป็นภัยคุกคามอันใหญ่หลวงสำหรับตนเอง คำรามคราหนึ่งก็พุ่งตะครุบออกไป ฉู่เย้าไม่ได้ใช้ยาผิวศิลา ไหนเลยจะต้านทานการกัด รีบผลักฝ่ามือออกไปร้องเสียงต่ำ:“เซี่ยวจื่อ(小紫, ม่วงน้อย)!”

เสียงแหลมเล็กติดตามมาเบื้องหลัง เป็นสัตว์เลี้ยงคล้ายตัวเตียว(tn: สัตว์ชนิดหนึ่งคล้ายกับหนู)ตัวหนึ่งโผล่ออกมาจากภายในตัวของฉู่เย้า นั่นเป็นสัตว์วิญญาณยุทธของฉู่เย้าเอง!

“จีจี!”

สัตว์ตัวเล็กหันหน้าไปเผชิญกับคู่ต่อสู้ แต่รากฐานวิญญาณยุทธของขั้นวิญญาณต่อสู้ระดับ 20 ย่อมไม่ต้องถกถามถึงความแข็งแกร่งใด เพียงถูกหมาป่าว่องไวตะปบไปคราเดียวก็บินหายเข้าไปในพงหญ้า ฉู่เย้าล้มลงร้องอย่างน่ารักคราหนึ่ง ยกมีดสั้นคู่ป้องกันลำคอตามสันชาตญาณ หมาป่าว่องไวนั่นอ้าปากกัดลงไป!

“เคร้ง!”

ในขณะที่ฟันของหมาป่ากัดลงไปถูกคมมีดสั้น ทันใดนั้นมีดสั้นคู่ก็สั่นเทาร่ำร้องขึ้นมา สุดท้ายภายในมีดสั้นมีเงาร่างหมาป่า มันเห่าอย่างโกรธแค้นกระแทกหมาป่าว่องไวไปด้วยกัน!

เสียง “เพล้ง” ระเบิดขึ้น หลังจากหมาป่าว่องไวครางอิ๋งอิ๋ง ฉู่เย้าก็จ้องมองมีดสั้นคู่อย่างตื่นตระหนก หลังจากโจมตีออกไปครั้งนี้ ความขุ่นมัวของมีดสั้นคู่ก็เพิ่มมากขึ้น นางไม่อาจคาดคิดได้ว่าวิญญาณสัตว์มีดสั้นจะออกมาช่วยชีวิตตนอย่างเกินความคาดหมายเช่นนี้

……

หมาป่าว่องไวบาดเจ็บแต่ยังไม่ตาย มันพลิกตัวแล้วพุ่งตัวเข้าใส่หลินมู่อวี้ที่อยู่ด้านหลัง

หลินมู่อวี้มองเห็นอย่างชัดเจน เขาจับกระบี่ด้วยสองมืออย่างรวดเร็ว ปลุกเร้าพลังทั่วร่างให้แผ่พุ่งออกมา เสียง “ฮึ่ม” ดังขึ้น พุ่งเข้าใส่กลางลำตัวของหมาป่าว่องไว แต่ดูเหมือนจะยังไม่อาจฆ่ามัน กรงเล็บของหมาป่าว่องไวกวาดอยู่เบื้องหน้าของเขาอย่างบ้าระห่ำ ชั่วพริบตาเดียวก็หลงเหลือเพียงบาดแผลอันน่าตื่นตระหนกมากมาย หลินมู่อวี้พยายามต้านทานขณะเดียวกันก็ข่มความเจ็บปวดที่ได้รับ สะบัดมือขวาออกไป ฉับพลันนั้นก็คว้าได้ลูกธนูที่หล่นลงพื้นอันหนึ่ง เขาจึงเสียบมันเข้าใส่ท้องของหมาป่าว่องไว!

“ฉึก!”

ยาชาที่ทาไว้ซึมเข้าไปในผิวของหมาป่าว่องไว หมาป่าว่องไวครางอิ๋งอิ๋ง แต่ยังคงอ้าปากกว้างออกมา มันกัดอากาศอย่างดุร้ายคราหนึ่ง หลินมู่อวี้ไม่กล้าจะยืดหัวโผล่ไปสักนิดเดียว เพราะเพียงแค่หมาป่าว่องไวกัดมาถึงคอตนเอง น่ากลัวตนเองคงจบสิ้นที่นี่แล้ว

เป็นอยู่เช่นนี้ครึ่งนาที การเคลื่อนไหวของหมาป่าว่องไวจึงเริ่มช้าลง ระหว่างนั้นยาชาคงออกฤทธิ์ แต่เพียงหลินมู่อวี้ละเลยวูบเดียว มันคงใช้ฟันแหลมคมและความเร็วกัดเข้าที่คอของหลินมู่อวี้แล้ว

ชั่วพริบตาที่หลินมู่อวี้เผชิญภัยคุกคามถึงตาย ก็ไม่รู้นำเรี่ยวแรงมาจากที่ไหน ทันใดก็กำหมัดต่อยไปคราหนึ่ง!

“ตู้ม!”

ชั่วขณะที่โจมตีเข้าไปยังหมาป่าว่องไว รอบหมัดก็มีพลังประหลาดไหลเวียนขึ้นมา ดูเหมือนมันจะหมุนรอบที่ว่างหนึ่ง ขณะเดียวกันก็มีเสียงหนึ่งผุดขึ้นภายในใจหลินมู่อวี้——

หนึ่งประกายทลายสรรพชีวิต!

นี่มัน……พลังลึกลับเจ็ดประกาย?

หมาป่าว่องไวคำรามขึ้นมาคราหนึ่ง อวัยวะภายในท้องถูกหมัดนี้กระแทกแตกกระจาย ชั้นผิวหนังหลายชั้นของหมาป่าว่องไวอันแข็งแกร่งกลับถูกหลินมู่อวี้ทะลวงสิ้น แม้กระบี่คมยังไม่อาจฟันได้โดยง่าย แต่เพียงหมัดเดียวของเขากลับทำลายมันจนแตกกระจาย!

ถ้าตนเองมีพลังลึกลับเจ็ดประกายจริง นั่นไม่แน่ว่าจะน่าหวาดกลัวยิ่งนัก!

“ฉัวะ……”

จับกระบี่ฟันขวางคราหนึ่ง หัวหมาป่าก็ลอยออกไป หมาป่าว่องไวอายุ 800 ปีตัวนี้ในที่สุดก็ถูกตนเองและฉู่เย้าทั้งสองคนทำให้จบสิ้น แต่ยังไม่อาจยินดีได้ ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแล่นสู่หน้าอก ถึงกับทำให้งอตัว เลือดเนื้อเป็นแผลแหวะวะแผลหนึ่ง อาการบาดเจ็บลึกล้ำยิ่ง!

“อาอวี้……”

ฉู่เย้าตะลึงลานจ้องมองหลินมู่อวี้ที่ถูกเจ็บปวดนี้โจมตี นางมองไปยังบาดแผลของหลินมู่อวี้ ทันใดนั้นก็ตื่นตระหนกจนน้ำตาคลอออกมา:“จะทำเช่นไร……จะทำเช่นไร……อาอวี้ เจ้า……”

หลินมู่อวี้ข่มใจให้สงบ ล้วงยารักษายาดแผนออกมาจากเอวดื่มเข้าไป ก่อนที่เลือดจะหยุดเขาก็ทรุดนั่งลงบนพื้น พลังทั่วร่างดูเหมือนจะถูกชักนำออกมา กล่าวคำ:“บาดแผลมัน……ถ้าหากมียารักษาอาการบาดเจ็บระดับ 4 ละก็……”

ฉู่เย้าปาดน้ำตา ก้มกายให้เขา:“ขอโทษ……อาอวี้ ศิษย์พี่หญิงช่างไร้ประโยชน์ยิ่งนัก”

เมื่อเห็นศิษย์พี่หญิงผู้นี้ก้มตัวลงร่ำไห้แล้ว หลินมู่อวี้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นขึ้น พลางลูบผมปลอบใจฉู่เย้า หัวเราะอย่างปลอดโปร่ง:“ข้าไม่เป็นไร ยังไม่ตายหรอก พี่สาวฉู่เย้าอย่าได้กังวล”

ฉู่เย้าตำหนิตนเองไม่จบสิ้น นางชัดเจนว่าเป็นขั้นวิญญาณต่อสู้ระดับ 20 มีการบ่มเพาะพลังยุทธที่เหลือล้ำห่างไกลจากหลินมู่อวี้นัก แต่ในขณะที่พยายามเผชิญหน้ากับหมาป่าว่องไว ตนเองยังไม่อาจแสดงพลังได้ถึงครึ่งของหลินมู่อวี้ออกมา เด็กน้อยที่แน่นอนว่าไม่ได้เชี่ยวชาญวรยุทธผู้นี้กลับโจมตีได้อย่างไม่คาดฝัน แสดงความดุร้ายและโหดเหี้ยมเช่นนั้นออกมา ความจริงฉู่เย้าก็ไม่ทราบ เขาทำทุกอย่างเพื่อปกป้องนางนั่นเอง

……

ใกล้ ๆ นั้น วิญญาณสัตว์ป่าของหมาป่าว่องไวยังคงรวมตัวอยู่บนอากาศ เนิ่นนานยังไม่สลายตัว

หลินมู่อวี้กล่าว:“พี่สาวฉู่เย้า วิญญาณสัตว์ป่า ทำไมไม่หลอมมันเล่า?”

“นี่เป็นเจ้าที่ฆ่ามัน ข้าไม่สามารถ……” ฉู่เย้ากล่าว

“ไม่ต้องเกรงใจ” หลินมู่อวี้หัวเราะเล็กน้อย:“ท่านไม่ได้บอกข้าหรือ? ว่าผู้ที่มีวิญญาณยุทธสามารถดูดซับวิญญาณสัตว์ป่าหลอมรวมกับวิญญาณยุทธของตนเองได้ ข้าไม่มีวิญญาณยุทธ จะดูดซับอย่างไร?”

ฉู่เย้านั่งลงข้างหนึ่ง ดวงตาเป็นประกายหมอกน้ำวูบ กล่าวคำ:“อาอวี้ เจ้าไม่จำเป็นต้องดีต่อข้าเช่นนั้น……”

“ไม่ นี่เป็นความยินยอมพร้อมใจของข้า”

ฉู่เย้าตื่นตันใจยิ่งนัก แต่ก็ไม่อาจซ่อนเร้นความเขินอายของเด็กสาวไว้ ไม่ทราบจะพูดจาเช่นไร เลยจำใจดูดซับวิญญาณสัตว์ป่านั้น ความจริงวิญญาณสัตว์ป่าอายุ 800 ปี นั้นควรให้อาวุโสต่อสู้ระดับ 45 ดูดซับจึงอาจจะสามารถดูดซับพลังได้ 100% เนื่องจากนางยังอยู่ในขั้นวิญญาณต่อสู้ระดับ 20 จึงหลอมพลังวิญญาณได้เพียง 5% เท่านั้น นั่นย่อมสิ้นเปลืองเป็นอย่างยิ่ง

……

หลังจากฉู่เย้าหลอมวิญญาณสัตว์ป่าตัวนี้เสร็จสิ้น ฟ้าก็สว่างพอดี ยารักษาบาดแผลคุณภาพระดับหนึ่งของหลินมู่อวี้ช่างมีประสิทธิภาพยิ่งนัก บาดแผลทั้งหมดล้วนสมานสิ้น เลือดหยุดไหลไปแล้ว เหลือเพียงความเจ็บปวดที่ยังไม่ลดน้อยลงไป

ยกดาบคมขึ้น แงะกระโหลกของหมาป่าว่องไวออกมา ก็พบหินวิญญาณก้อนหนึ่ง

ฉู่เย้ายินดีไม่น้อย คว้าหินวิญญาณไว้กล่าว:“สัตว์วิญญาณอายุ 800 ปีมีความเป็นไปได้ที่จะแปรสภาพมีหินวิญญาณไม่น้อยกว่า 20% อาอวี้ โชคของพวกเราไม่เลวเลย หลังจากเจ้าฝึกบ่มเพาะ หินวิญญาณก้อนนี้จะให้ผลดีกับเจ้าเป็นอย่างมาก”

“อื้ม”

ฉู่เย้าวางหินวิญญาณใส่เข้าไปในอกเสื้อของหลินมู่อวี้ หลังจากนั้นก็ประคองเขากล่าว:“พวกเราควรจะกลับได้แล้ว หายไปทั้งวันทั้งคืน ท่านปู่คงเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกเราแน่”

“ใช่แล้ว!”

หลินมู่อวี้ลุกขึ้น แต่รู้สึกพลังภายในร่างยังไม่สงบ บาดเจ็บหนักขนาดนี้ไหนเลยจะทานทนได้?

เดินหน้าไปก้าวหนึ่ง เขาก็ครุ่นคิดไปทีละเรื่อง——

จักรพรรดิปีศาจเจ็ดประกายหนอจักรพรรดิปีศาจเจ็ดประกาย วิญญาณของเจ้าฝังรากลึกลงไปในใจของข้าใช่ไหม? ทำไมเมื่อสักครู่นี้ถึงได้สังหารหมาป่าว่องไวด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวกัน ในใจข้ามีความคิดฆ่าฟันเช่นนั้นอยู่หรือ?

……

“ศิษย์พี่หญิง ฮั่วว่านและองค์รักษ์ของเขาหนีไป ควรจะรีบกลับเมืองสนเงินได้แล้ว” หลินมู่อวี้กล่าว

ฉู่เย้าพยักหน้า:“อื้ม นั่นทำไมหรือ?”

“ฮั่วว่านยังไม่ตาย แต่กลุ่มตาเหยี่ยวพวกนั้นตายหมดสิ้นแล้ว ท่านคิดว่าฮั่วว่านจะยินยอมปล่อยพวกเรา?”

“นี่มันก็……” ฉู่เย้าคิดถึงเรื่อนี้แล้ว อดไม่ได้ที่จะหนาวสั่นขึ้นวูบหนึ่ง กล่าวคำ:“ฮั่วว่านเป็นบุตรชายของเจ้าเมืองฮั่วเทียน ถ้าหากทราบว่าพวกเรายังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่น่าจะยินยอมปล่อยพวกเราไป เนื่องจากพวกเราทราบเรื่องน่าอับอายของเขามากมายเหลือเกิน”

“อื้ม”

หลินมู่อวี้ขมวดคิ้วกล่าว:“บางทีเมืองสนเงินคงไม่เหมาะให้พวกเราพักอาศัยอยู่แล้ว”

ฉู่เย้าขบลิ้นกล่าว:“แต่……ท่านปู่อาศัยอยู่ในเมืองสนเงินมาหลายชั่วคนแล้ว ร้านยาไป่หลิงคือทุกอย่างของท่านปู่ เวลานี้พวกเรามีตำราเทพหลอมอยู่ สามารถพลิกฟื้นกิจการของครอบครัวได้ ข้าคิดว่าท่านผู้เฒ่าคงไม่ยินยอมออกไปจากเมืองสนเงิน……”

“เช่นนั้น……พวกเรากลับไปก่อน ค่อยปรึกษาปู่อีกครั้ง”

“ได้!”