0 Views

ปีกยักษ์ทั้งสองของมันกระพือขึ้น สัตว์ปีกสวรรค์ตนหนึ่งพุ่งเข้ามาประหนึ่งแสงสายฟ้าสีทองด้วยความเร็ว เสียงลมพลันหวีดร้องดัง ทั้งยังแฝงไปด้วยคลื่นพลังที่แข็งแกร่ง

ดวงตาสีทองจับจ้องไปที่เต้าหลิงราวกับมองมดตัวหนึ่ง เมื่อหวนนึกถึงตอนที่ถูกเขาแย่งกระดาษสีทองไป จิตสังหารเย็นก็พรั่งพรูออกมาจาแววตาทั้งสอง

เต้าหลิงรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามาจากข้างหลัง เขาหันหลังกลับไปในทันที ตอนที่เห็นสัตว์ปีกสวรรค์นั้น หัวใจก็สั่นไหวเพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขาก็คือ อินทรีย์สวรรค์ร่างทอง!

อินทรีย์สวรรค์เป็นเทพสัตว์ปีกสวรรค์ที่มีชื่อเสียงโดดดั่ง เผาพันธุ์ของมันนั้นน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังเฉิดฉาย รุ่งโรจน์ทุกยุคทุกสมัย ถึงแม้จะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พวกมันก็กล้าที่จะล่วงเกิน ด้วยพลังที่แข็งแกร่งมากของมัน ทำให้ไม่มีใครที่จะกล้าประมือ

อินทรีย์สวรรค์แต่ละรุ่นนั้น  โดยส่วนมากจะไร้เทียมทาน ด้วยความน่ากลัวของตระกูลของมันทำให้ชื่อเสียงดั่งกระฉ่อนไปทั่วทั้งดินแดนลึกลับ

สีหน้าของกันเหยาก็พลันหนักอึ้งขึ้นเช่นเดียวกัน นางรู้จักตระกูลของอินทรีย์สวรรค์ ความเป็นมาของมันนั้นน่ากลัวเป็นอย่างมาก วิหารยุทธ์ยังไม่กล้าล่วงเกิน!

“เจ้านี่ช่างขยันหาเรื่องเสียจริง”กันเหยาขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าอินทรีย์สวรรค์มีความบาดหมางกับเต้าหลิง เดาว่าเรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ

อินทรีย์สวรรค์วางท่าสูงส่ง มันอยู่เหนือหัวของพวกเขา สายตามองต่ำลงประหนึ่งราชา จากนั้นมันก็เอ่ยเสียงเย็นพลางกล่าวออกมาว่า“ครั้งก่อนข้าเตือนเจ้าแล้ว แต่เจ้ายังไม่ฟัง เจ้าเป็นคนแรกที่กล้าขัดข้า!”

“หึ ขัดเจ้าแล้วทำไม?”เต้าหลิงมองอินทรีย์สวรรค์ที่อยู่กลางอากาศพลางแค่นเสียงเย็นออกมา

เมื่อเสียงนั้นสิ้นสุดลง ก็พลันปรากฏคลื่นพลังที่น่ากลัวขึ้นกลางฟ้าดินราวกับพลังอานุภาพของภูเขาที่กดทับลงมา พลังที่น่ากลัวนั้นทำให้ผู้คนหายใจแทบไม่ออก

ดวงตาทั้งสองของมันประกายแสงสีทอง พลังทั่วร่างพลันน่ากลัวขึ้น มันขยับปีกทั้งสอง อย่างไม่เอ่ยอะไร กรงเล็บยื่นออกไปหมายจะทะลวงหัวของเต้าหลิงเสีย

“อินทรีย์สวรรค์ คนของข้าเจ้ายังหาญกล้าคิดจะสังหาร โอหังเกินไปหน่อยแล้ว!”กันเหยาก้าวฝ่าเท้าออกไปข้างหน้า พลังทั่วร่างปลดปล่อยแสงหมอกสวรรค์สว่างจ้าออกมาทะลวงฝ่าขึ้นท้องฟ้า

พลังสังหารแผ่ซ่านออกมาจากภายในร่างของนาง พลังม้วนตัวออกไปรอบสี่ทิศ อุณหภูมิพลันลดต่ำลง เสียงร้องของเสือดังสนั่นกึกก้องทำให้หัวใจของผู้คนนั้นสั่นไหว

นั่นก็คือทิศเสือขาว!

“เจ้าเป็นใคร?”แววตาทั้งสองของอินทรีย์สวรรค์พลันเย็นลง มันจับจ้องไปที่คลื่นพลังที่ปลดปล่อยออกมาจากร่างของกันเหยาพลางเอ่ยปากกล่าวด้วยความตื่นเต้น“ขั้นพลังไม่เลว นับว่าหากได้ยากยิ่งในหมู่มนุษย์ ข้ากำลังขาดคนรับใช้พอดี เช่นนั้นเป็นเจ้าก็แล้วกัน!”

“สามหาว!”ดวงตาทั้งสองของกันเหยาฉายแสงเย็น ด้านหลังของนางมีร่างเงาเสือขาวปรากฏขึ้น จนทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือน ทั้งยังมีร่างเงาของฟีนิกซ์ปรากฏข้ึนมาเช่นเดียวกัน ปีกทั้งสองของมันกระพือขึ้น พลังที่รุนแรงกระจายออกไปทั่วทั้งบริเวณ

อินทรีย์สวรรค์หรี่ตาลงราวกับว่าประหลาดใจในพลังของนาง มันยื่นกรงเล็บออกไป แสงสีทองประกายแสงสว่างจ้าราวกับทำมาจากทองคำ กรงเล็บพุ่งกดลงไปเต็มไปด้วยแรงกดดันที่หนักหน่วง

เสือขาวแผดเสียงคำราม พลังภายในร่างของนางมีจิตสังหารล้นทะลักประหนึ่งสายน้ำสีขาวที่ไหลเชี่ยว คลื่นพลังแต่ละเส้นพรั่งพรูออกมาพุ่งเข้าโจมตีใส่กรงเล็บ

กรงเล็บของอินทรีย์สวรรค์นั้นแข็งแกร่งมาก พลังสังหารนั้นที่พุ่งเข้าไปปะทะกับกรงเล็บสีทองจนเกิดเสียงดัง”เกร๊งเกร๊ง” กรงเล็บของมันนั้นไร้เทียมทานยิ่ง แรงกดดันที่กดทับลงไปทำให้ร่างของเสือขาวบิดเบี้ยว

“ให้ตายสิ ปัญหาของเจ้าแท้ๆ ข้าไม่อาจจะประมือกับมันได้เลย!”สีหน้าของกันเหยาพลันหนักอึ้ง อินทรีย์สวรรค์แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก นางรู้สึกว่าขนาดนางเองก็ไม่อาจจะประมือด้วยได้ไหว

เต้าหลิงพยักหน้า พลังภายในร่างของของเขาล้นทะลักออกมา พลังที่อยู่ภายในจักระกำเนิดพลังถูกดูดซับจนแห้งเหือด มันหลั่งไหลเข้าไปรวบกันอยู่ภายในกำปั้น

จิตสวรรค์ของเขาไหลเวียนไปมาอย่างบ้าคลั่ง กำปั้นนั้นได้เก็บสะสมพลังเอาไว้ถึงสิบลมหายใจ!

ในตอนนั้นเอง เสือขาวก็ถูกกรงเล็บของอินทรีย์สวรรค์ทะลวงจนระเบิดออก ซึ่งนี่ก็คือความน่ากลัวของอินทรีย์สวรรค์ที่ไร้เทียมทาน เพียงแค่กรงเล็บของมันก็สามารถปะทะกับทิศเสือขาวของกันเหยาได้!

“หมัดโกลาหล!”

ในตอนนั้นเอง กำปั้นของเต้าหลิงก็ฝ่าทะลวงออกไปกลางอากาศ พลังที่ปล่อยออกไปนั้นทำให้มวลอากาศเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น

อินทรีย์สวรรค์มองดูภาพที่เกิดขึ้นพลางขมวดคิ้ว หมัดนั้นไม่เห็นจะมีอะไรออกมาเลย?

ในขณะที่มันกำลังคิดว่าเด็กหนุ่มนั้นเล่นละครหลอกตน ในตอนนั้นมันก็รู้สึกได้ถึงอะไรที่ผิดปกติ มันใช้กรงเล็บง้างกลับไปกลางอากาศ

ตู้ม!!  ท้องฟ้าพลันสั่นสะเทือน มวลอากาศทั่วทั้งบริเวณบิดเบี้ยว พลังที่น่ากลัวได้ระเบิดออกมา ปกคลุมไปทั่วร่างของอินทรีย์สวรรค์

ภายในมวลอากาศที่ระเบิดออกมีดินแดนดาราสีทองม้วนตัวออกมา ฟ้าดินกลับตาลปัตร ภายในมวลอากาศนี้ราวกับสร้างขึ้นมาจากพลังโกลาหล น่ากลัวมากจนถึงขีดสุด

“นี่มัน หรือว่าจะเป็นหมัดโกลาหล!”ใบหน้าของกันเหยาเต็มไปด้วยความตกตะลึง วิชามหาอำนาจนี้เป็นวิชามหาอำนาจลอบโจมตีที่แข็งแกร่งยิ่ง คิดไม่ถึงว่าเขาจะมีวิชานี้อยู่ด้วย

“มัวอึ้งอะไรอยู่ละ รีบไปเร็ว!”เต้าหลิงแผดเสียงคำรามพลางวิ่งพุ่งทะยานออกไปข้างหน้า

กันเหยารีบพยักหน้า ร่างของนางพุ่งทะยานออกไปจับร่างของเต้าหลิงเอาไว้ พลังทั่วร่างได้แปรเปลี่ยน ห้วงมิติเริ่มบิดเบี้ยว ก่อนที่ร่างของพวกเขาทั้งสองจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย

คลื่นพลังภายในห้วงอากาศ ปรากฏขึ้นได้สองลมหายใจก็สลายหายไป ร่างใหญ่ยักษ์ของอินทรีย์สวรรค์พึ่งออกมาจากข้างใน ด้วยสีหน้าที่ไม่ดีนัก ที่กรงเล็บของมันมีเลือดไหลหยดลงมา

“นั่นมันหมัดพลังโกลาหล!”แววตาของอินทรีย์สวรรค์ฉายสีเย็นยะเยือก เมื่อครู่มันได้ถูกลอบโจมตี ทั้งมันยังคิดไม่ถึงด้วยว่าพลังของเด็กหนุ่มจะแข็งแกร่งมากถึงขนาดทำให้มันบาดเจ็บได้

สายตาเย็นชาของมันจ้องมองไปที่กรงเล็บสีทอง แสงสวรรค์แต่ละเส้นแสงหลั่งไหลออกมา ก่อนที่แผลที่อยู่บนกรงเล็บจะสมานเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันก็เอ่ยเสียงเย็นออกมาว่า“ข้าจะจำเจ้าเอาไว้ เจ้าเป็นมนุษย์คนแรกที่ทำให้ข้าบาดเจ็บ”

ภายในพื้นที่แห่งหนึ่งที่หนาวเย็นและเงียบสงบราวกับไม่ได้อยู่บนโลก ภายในนั้นมีร่างเงาสองร่างที่กำลังข้ามผ่านห้วงมิติอยู่

เต้าหลิงกวาดสายตามองไปรอบๆด้วยความประหลาดใจ เขาสัมผัสได้ถึงส่วนลึกของห้วงมิตินี้ รอบๆอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันทำให้หัวใจของเขาสั่นไหว ถ้าหากว่าไม่ระวังจะต้องตายอยู่ที่นี่เป็นแน่

สายตาของเขาจับจ้องไปที่เด็กสาวที่มีเหงื่อหอมไหลออกมาจากหน้าผากเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเม้มปากแล้วกล่าวออกมาว่า“นี่มันมายาลับอะไรกัน?เหตุใดถึงได้สามารถข้ามทะลวงผ่านห้วงมิติได้?”

ได้ยินดังนั้น กันเหยาก็ถลึงตาใส่เขาทีหนึ่ง เมื่อหวนกลับไปนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่แววตาของนางก็ฉายแสงเจ้าเล่ห์พลางยิ้มแล้วกล่าวออกมา“เมื่อครู่นี้เจ้าใช้หมัดพลังโกลาหลใช่หรือไม่?”

“ใช่ ทำไมละ?”เต้าหลิงยักไหล่พลางมองดูใบหน้ายิ้มออกมาของนาง“เจ้าคิดอะไรบ้าๆอีกแล้วสินะ?”

“อย่างไรเสีย เมื่อครู่ถ้าหากไม่มีข้า หึ ชีวิตของเจ้าได้จบเห่ไปแล้วแน่ เช่นนั้นแล้ว เจ้าไม่คิดจะเอาวิชาหมัดพลังโกลาหลให้ข้าหน่อยหรือ?”กันเหยากล่าวด้วยท่าทางมั่นใจพลางยิ้มออกมา ดูแล้วเหมือนกับคนที่หน้าหนาไร้ยางอายไม่มีผิด

เต้าหลิงใช้สายตาประหลาดใจมองดูเด็กสาวที่กล่าวออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ พลางกล่าวตอบไปว่า“กระบวนท่าเมื่อครู่ของเจ้าก็ไม่เลว ข้าว่าเอามาแลกกันน่าจะดีกว่า”

“เป็นคนจะขี้งกแบบนี้ไม่ได้นะ?”กันเหยาเม้มริมฝีปากแดงสดพลางกลอกตาแล้วกล่าว วิชามายานี้เป็นมายาลับของราชวงศ์กัน ไม่สามารถที่จะแพร่งพรายให้คนนอกรู้ได้

“แม่นาง เป็นคนจะโลภมาเช่นนี้ไม่ได้เช่นกันนะ”เต้าหลิงลากเสียงยาวกล่าว“เมื่อครู่อินทรีย์สวรรค์นั่นเกือบจะสยบเจ้าได้แล้ว อย่างไรเสีย ข้าเองก็ช่วยเจ้าเอาไว้เหมือนกัน เจ้าก็น่าจะขอบคุณข้าโดยการส่งมายาลับมาให้ข้า”

“เจ้างั่ง เจ้ากล้าเอาข้ออ้างนั้นมาต่อปากต่อคำกับข้าอย่างนั้นรึ!”กันเหยาทุบเขาไปหนึ่งทีด้วยความโกรธ“เจ้าจะต้องเอาหมัดโกลาหลให้กับข้า ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่!”

“แลกกันดีกว่า เมื่อกับครั้งก่อน”เต้าหลิงพลันตาเป็นมัน เขาสนใจกระบวนท่านี้เป็นอย่างมาก ในระหว่างข้ามผ่านห้วงมิติ แค่ไม่พบจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างทาง ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนๆก็สามารถหนีได้

ทันใดนั้นเอง ทั่วทั้งห้วงมิติก็สั่นคลอนราวกับจะถล่มลงมา กันเหยาหน้าเปลี่ยนสีพลางกล่าวออกมาว่า“เกิดอะไรขึ้น พลังงานอะไรบางอย่างกำลังรบกวนห้วงมิติอยู่?“

นางตั้งสมาธิสลายมายาลับ ข้างหน้ามีประตูหินบานหนึ่งขวางทางเอาไว้

ประตูหินสีดำสนิทโอบล้อมไปด้วยพลังวิญญาณเก่าแก่ กันเหยาเม้มปากพลางกล่าวออกมาว่า“หรือว่านี่จะเป็นประตูหินที่ทำมาจากหินมิติ?”

เต้าหลิงขมวดคิ้วพลางผลักประตูหินนั้นออก ทว่าประตูนั้นหนักเป็นอย่างมาก เขาเค้นพลังพลางออกแรงผลักมันออกไป

แอด~

ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ กลิ่นชื้นเหม็นอับล่องลอยออกมา ภายในนั้นมืดสนิทดูๆแล้วเหมือนกับวิหารหินแห่งหนึ่ง

เต้าหลิงก้าวฝีเท้าเข้าไปข้างใน แล้วกวาดสายตามองออกไปรอบๆ ทันใดนั้นเอง หนังตาของเขาก็กระตุกขึ้น ก่อนที่สายตาจะจับจ้องไปยังหินต้นกำเนิดขนาดเท่าภูเขา!

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องหมื่นอสูรก้มกราบshorturl.at/hjoI1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค https://www.kawebook.com/story/view/399

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม