0 Views

อู่ซิงเก็บหยกเพลิงลงไปด้วยความตื่นเต้น ของสิ่งนี้ไม่ใช่ว่าจะพบเห็นกันได้ทั่วไป ทั้งยังมีตั้งสิบกว่าชิ้นมูลค่าของมันไม่ใช่น้อยเลยๆ จากนั้นเขาก็ส่งเสียงผ่านจิตออกไปว่า“เจ้านี่โง่เสียจริง จู่ๆก็เอาของมาให้เสียอย่างนั้น ถึงแม้ว่าหยกเพลิงจะไม่ใช่ของล้ำค่าอะไรนัก แต่สิบกว่าชิ้นก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆนะ”

“ท่านพี่จวิ้นหมิง ข้าว่าถ้าเก็บเขาเอาไว้น่าจะมีประโยชน์ต่อพวกเรา ถ้าหากว่ามีนักปรุงโอสถอัจฉริยะเช่นนี้มาเป็นพวกท่าจะดี”

เมื่อได้ยินเสียงผ่านจิตที่พวกเขากล่าวออกมาเช่นนั้น อู่จวิ้นหมิงก็ก้มหน้าลงพลางกล่าวออกมาว่า“อย่าเพิ่งแตกตื่นไป มาดูก่อนเขาหลอมโอสถอะไรออกมา ถ้าเป็นโอสถวิญญาณฟ้า ก็ขอซื้อมา ถ้าเขาไม่ขายก็ฆ่าทิ้งเสีย”

“สหาย ไม่ทราบว่าเจ้ากำลังหลอมโอสถอะไรอยู่อย่างนั้นหรือ?”อู่ซิงถามขึ้น

“บัดซบ เจ้าไปเสียมารยาทเอ่ยถามเช่นนั้นออกมาได้อย่างไร ยังไม่รีบขอโทษอีก”อู่จวิ้นหมิงแผดเสียงด่าด้วยใบหน้าเย็นยะเยือก

“เอ่อ ข้า ข้าขอโทษ ข้าไม่รู้จริงๆ อย่าได้ถือโทษโกรธข้าเลยนะ”อู่ซิงกล่าวเสียงสั่น

“ไม่เป็นไร อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นแค่โอสถระดับสี่เท่านั้น”

เต้าหลิงแค่นเสียงหึเย็นออกมาในใจ เจ้าคนพวกนี้น่าสงสัยเสียจริงๆ จิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาบนร่างของพวกเขา ไม่รู้ว่าฆ่าคนไม่กี่คนแล้ว

เขาฟื้นฟูพลังที่เสียไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาทั้งสามเป็นยอดฝีมือขั้นกำเนิดพลัง แค่คนเดียวเต้าหลิงก็เสียเปรียบไปมากแล้ว ทว่านี่มันตั้งสามคน

สมุนไพรวิญญาณที่อยู่ในเตานั้นล้ำค่ามาก เขาไม่มีทางที่จะยอมแพ้ง่ายๆแบบนี้ยังไงก็ต้องหลอมออกมาให้ได้

ไม่นานนัก เต้าหลิงก็สัมผัสได้ว่ายาโอสถนั้นได้ที่แล้ว อินฝ่ามือของเขาแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เตาหลอมจะสั่นไหว แสงหมอกสวรรค์ปลดปล่อยออกมาเป็นจำนวนมาก กลิ่นหอมลอยโชยทะลวงฝ่าชั้นฟ้า

“โอสถอะไรถึงได้หอมขนาดนี้?”นัยน์ตาของอู่ซิงฉายสีความโลภออกมาพลางแผดเสียงต่ำ

“พลังงานมากขนาดนี้ จะต้องเป็นยาโอสถที่มีคุณภาพระดับสูง นี่มันอัจฉริยะ ถ้าหากว่าเอามาเป็นพวกจะต้องมีประโยชน์ต่อข้ามากแน่”อู่จวิ้นหมิงแผดเสียงคำรามออกมาในใจ

เตาหลอมโอสถถูกเปิดขึ้น พลังบริสุทธิ์อัดแน่นในชั้นบรรยากาศ ปรากฏยาโอสถสีทองเม็ดหนึ่งขึ้นมา แสงสีทองสว่างจ้าละลานตา เมื่อมันปรากฏขึ้นพลังบริสุทธิ์ฟ้าดินก็ไหลแล่นเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

ภูเขายักษ์สีแดงฉานไม่รู้ว่าก่อตัวเกิดขึ้นมานานแล้วไหร่ ด้านล่างเต็มไปด้วยหินหนืดจนำนวนมหาศาล ซึ่งในตอนนั้นก็มีกลุ่มก้อนพลังลอยออกมาจากในหินหนืด

ไม่ใช่แค่กลุ่มก้อนเดียว ทว่ามีเปลวเพลิงต้นกำเนิดจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาภายในถ้ำ ทั้งยังปลดปล่อยพลังธาตุไฟที่บริสุทธิ์ออกมา

“อะไรกันนี่มันเปลวเพลิงต้นกำเนิด มาดูเร็ว เปลวเพลิงต้นกำเนิดเยอะมาก”อู่ซิงอึ้งไป

ไม่ใช่แค่เปลวเพลิงต้นกำเนิด ทว่ายังมีพลังต้นกำเนิดอื่นๆที่ลอยออกมา มันผสานเข้าไปภายในยาโอสถสีทอง พลังที่ปลดปล่อยออกมาจากยาโอสถพลันแข็งแกร่งมากขึ้นจนน่ากลัว

อู่ซิงตกใจเป็นอย่างยิ่ง แค่โอสถนี้ปรากฏขึ้นมา ก็ดูดซับพลังต้นกำเนิดเข้าไปเป็นจำนวนมาก นี่มันโอสถอะไรกัน

“หรือว่าจะเป็นโอสถผ่านฟ้าที่เล่าขานกัน”เด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆเขาตัวสั่นเทา ดวงตาลุกโชนเป็นไฟพลางแผดเสียงกล่าวออกมาว่า“ว่ากันว่ายาโอสถนี้ได้หายสาปสูญไปนานมากแล้ว เมื่อมันปรากฏขึ้นมาก็จะดูดซับพลังต้นกำเนิดเข้าไป ทั้งในระหว่างกระบวนการหลอมมันก็จะดึงพลังฟ้าดินเข้ามา ข้าว่ามันจะต้องเป็นโอสถผ่านฟ้าแน่!”

แววตาของอู่จวิ้นหมิงพลันร้อนผ่าวขึ้น เขาเคยได้ยินยาโอสถนี้มาก่อน เมื่อหล่อหลอม มันก็จะดึงพลังของฟ้าดินแล้วดูดซับพลังต้นกำเนิดเข้าไป ทำให้พลังเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังทำให้ขั้นสถิตวิญญาณขึ้นไปอยู่ในขั้นที่น่ากลัว

ถึงแม้ว่าโอสถผ่านฟ้าจะใช้กับขั้นสถิตวิญญาณ ทว่าถ้าเอาไปขายจะต้องแลกเปลี่ยนมาเป็นของล้ำค่าได้จำนวนมหาศาล ที่สำคุญก็คือสูตรโอสถ ถ้านำสูตรโอสถมอบให้กับตระกูล เขาก็จะได้รับรางวัลตอบแทนอย่างงาม

สูตรโอสถนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ มันสามารถสร้างยอดอัจฉริยะออกมาได้เลย ถ้าหากว่าแพร่งพรายออกไปจะต้องเกิดสงครามนองเลือดแน่

แววตาของอู่จวิ้นหมิงร้อนขึ้น เขาสังเกตเห็นเหงื่อที่ไหลลงมาจากหน้าผากของเต้าหลิง ท่าทางดูอ่อนแอ เช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับลูกแกที่อยู่ในกำมือของหมาป่าจะกินเมื่อไหร่ก็ได้

“ฮ่าฮ่า ในที่สุดก็หลอมเสร็จแล้ว”เต้าหลิงหยิบยาโอสถมาไว้ในมือพลางหาขวดใส่มันลงไป

ในขณะที่เขากำลังจะเก็บมันลงไปในกระเป๋ามิตินั้น อู่จวิ้นหมิงก็กล่าวออกมาว่า“ช้าก่อน โอสถนั้นข้าขอซื้อ ราคาเจ้าเสนอมาได้เลย“

“วางใจเถอะ ท่านพี่จวิ้นหมิงจะต้องทำให้เจ้าพอใจอย่างแน่นอน เจ้าเองก็รู้ว่าวิหารยุทธ์นั้นเป็นอย่างไร พลังอำนาจปกคลุมไปทั่วดินแดนลึกลับ ขุมพลังอันดับหนึ่งเชียวนะ“อู่ซิงกล่าวโอ้อวดพลางกล่าวถึงความเป็นมาของวิหารยุทธ์ด้วยความภาคภูมิใจ

เต้าหลิงขมวดคิ้วพลางแสร้งกล่าวออกมาด้วยความลำบากใจว่า“โอสถเม็ดนี้ข้าต้องใช้ ถ้าพวกเจ้าอยากได้ งั้นรออีกเม็ดก็แล้วกัน”

อู่จวิ้นหมิงขมวดคิ้วอย่างไม่สบายใจเท่าไหร่นัก แต่เขาก็กล่าวออกมาอย่างใจกว้างว่า“เจ้าก็รีบหลอมเสีย ข้าจะรอโอสถอยู่ที่นี่“

“ได้ เช่นนั้น พวกเจ้านำสมุนไพรวิญญาณให้ข้า ข้าจะได้ช่วยพวกเจ้าหลอมโอสถ”เต้าหลิงเอ่ยพลางนั่งขัดสมาธิลงเพื่อฟื้นฟูพลังที่อ่อนแรง

“โอหังนัก”สีหน้าของอู่ซิ้งขึงขังขึ้น เขาจ้องมองเด็กหนุ่มชุดขาวพลางด่าออกมาว่า“คนของวิหารยุทธ์ต้องการยาโอสถ แล้วยังจะให้พวกข้าเอาสมุนไพรวิญญาณให้อีก หรือว่าเจ้าไม่รู้ว่าพลังของพวกข้าวิหารยุทธ์เป็นอย่างไร เจ้าจะพูดอะไรช่วยระวังคำพูดคำจาด้วย”

“ทว่าข้าว่าศักยภาพของเจ้านั้นไม่เลว ถ้าอยากเจ้ามาเข้าร่วมกับวิหารยุทธ์ นี่ก็คือบททดสอบของเจ้า รีบๆหลอมโอสถเสียสิ”

“สามหาวนัก พวกเจ้ากล้าพูดจาเช่นนี้กับนักปรุงโอสถอัจฉริยะได้อย่างไร”อู่จวิ้นหมิงกล่าวออกมาด้วยความโกรธ พลางมองไปที่เต้าหลิงแล้วยิ้มออกมา“เจ้าอย่าได้ใส่ใจ พวกเขาก็เป็นคนก้าวร้าวเช่นนี้ ทั้งยังเป็นทายาทของผู้อาวุโส ทว่าข้าจะสั่งสอนพวกเขาให้เอง”

อู่จวิ้นหมิงวางท่าประหนึ่งราชา เขาที่จงใจกล่าวออกไปเช่นนั้นเพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่าตนมีตำแหน่งที่สูงส่งเป็นอย่างมากในวิหารยุทธ์

“สมุนไพรวิญญาณที่จะต้องใช้หลอมโอสถผ่านฟ้าก็คือ”จากนั้นเต้าหลิงก็พูดปด กล่าวอ้างชื่อสมุนไพรวิญญาณจำนวนมากออกไป ในขณะเดียวกันก็เพื่อถ่วงเวลาให้พลังฟื้นฟูกลับมา

เต้าหลิงพูดชื่อสมุนไพรวิญญาณออกมาหลายสิบชนิด ทั้งยังกล่าวต่อไปไม่หยุด ทำให้อู่จวิ้นหมิงโกรธมากพลางแผดเสียงออกมาว่า“ต้องการสมุนไพรวิญญาณมากขนาดนี้ เจ้าคงไม่ได้หลอกข้าอยู่หรอกนะ”

ได้ยินดังนั้น เต้าหลิงก็เลิกคิ้วขึ้นพลางแผดเสียงด่าทอออกมาว่า“หาญกล้ายิ่งนัก อยากให้ข้าหลอมยาโอสถ ทว่ากลับไม่ให้สิ่งตอบแทนแก่ข้า แล้วจะให้ข้าหลอมยาโอสถได้อย่างไร”

“เจ้าพูดว่าไงนะ”อู่จวิ้นหมิงเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อเพราะคิดว่าตนนั้นหูฟาด

“เจ้าเดรัจฉาน เจ้ากล้าด่าพวกข้าอย่างนั้นรึ อยากตายมากงั้นสินะ“สีหน้าของอู่ซิงเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดพลางแผดเสียงคำรามลั่น“ข้าว่าจัดการเขาแล้วค่อยเค้นถามสูตรโอสถน่าจะไวกว่า“

กล่าวจบ เขาก็เดินออกไปข้างหน้า นัยน์ตาสีดำสนิทของเต้าหลิงมองไปที่อู่ซิงพลางเลิกคิ้วแล้วแผดเสียงกล่าวออกมา“ระเบิด”

เมื่อสิ้นเสียงนั้น อู่ซิงก็ตกใจจนตัวสั่น สายตากวาดมองไปรอบๆ และในตอนนั้นเองขนทั่วร่างของเขาก็ลุกชันขึ้นเพราะรู้สึกได้ว่าบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในร่างของเขาได้ระเบิดออก

ตู้มม! เสียงระเบิดดังกึกก้อง ของทั้งหมดสั่นไหว หยกเพลิงที่อยู่ในกระเป๋าหนังสัตว์อสูรของอู่ซิงระเบิดออก เปลวเพลิงถูกปลดปล่อยออกมาปกคลุมไปทั่วร่างของเขา

“อ๊ากก”อู่ซิงแผดเสียงร้องด้วยความทรมาน ทั่วร่างของเขาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง เส้นผมถูกแผดเผาจนมอดไหม้

เมื่อครู่เต้าหลิงที่ให้หยกเพลิงกับพวกเขา เขาได้ใส่เพลิงโอสถลงไปข้างใน เพียงแค่เขาใช้ความคิด หยกเพลิงก็ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นเปลวเพลิงทำลายล้าง ดังนั้นอีกฝ่ายจึงได้มีจุดจบเช่นนี้

“บัดซบ เจ้าเดรัจฉาน เจ้าหาที่ตายนัก”เด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งแผดเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธพลางพุ่งทะยานเข้าใส่เต้าหลิงราวกับสัตว์อสูร เขาดูออกว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยากจะร่วมมือด้วยตั้งแต่แรก

สีหน้าของอู่จวิ้นหมิงเย็นยะเยือกขึ้น เขารีบเดินเข้าไปหาอู่ซิง พลังที่อ่อนโยนปลดปล่อยออกมา มันโอบล้อมร่างของอู่ซิงเอาไว้เพื่อที่จะทำลายเปลวเพลิง

เต้าหลิงนั่งขัดสมาธิลงไปที่พื้น เมื่อเห็นเด็กหนุ่มพุ่งเข้ามานั้น เขาก็ขยับความคิด ภายในดินเหนียวที่อยู่รอบๆร่างของเขา ก็ปรากฏกระดูกทองเขียวออกมาหลายชิ้น พวกมันผสานรวมเข้าด้วยกัน ก่อนที่จะระเบิดพลังสังหารรุนแรงออกมา

ค่ายกลสังหารนี้เป็นค่ายกลสังหารที่เขาได้มาจากกระเป๋ามิติของโห่ว ในตอนนั้นเขาได้มอบค่ายกลสังหารนี้ให้กับหลินซือซือ ทว่าเมื่อวานที่เขาออกมาหลอมโอสถ หลินซือซือก็กลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับเขาจึงได้ให้ค่ายกลสังหารนี้กับเขามา

เต้าหลิงเองก็คิดไม่ถึงเช่นเดียวกันว่า จะต้องใช้ค่ายกลสังหารเร็วขนาดนี้

กระดูกสีเขียวทั้งเจ็ดชิ้นน่ากลัวเป็นอย่างมาก พลังสังหารที่น่ากลัวระเบิดออกมาเป็นระลอกๆ มันปกคลุมไปทั่วร่างของเขาทำให้ร่างของเด็กหนุ่มสั่นเทา ทว่าเขาเป็นยอดฝีมือขั้นกำเนิดพลังจึงไม่ถูกพลังนี้ฆ่าตายง่ายๆ

“บัดซบ เจ้ากล้าเล่นแง่กับข้าอย่างนั้นรึ!”อู่จวิ้นหมิงโกรธมาก นัยน์ตากลายเป็นสีแดงก่ำ พลังทั่วร่างเอ่อล้นออกมาประหนึ่งสายน้ำ พลังพุ่งเข้าใส่ค่ายกลสังหารทำให้กระดูกล้ำค่าแต่ละชิ้นสั่นไหว

“เป็นค่ายกลสังหารที่แข็งแกร่งมาก”แววตาของอู่จวิ้นหมิงฉายแสงเย็น พลังการต่อสู้ของเขาน่ากลัวมากขึ้น กระบวนท่าแต่ละท่วงท่าที่ปล่อยออกไปทำให้กระดูกล้ำค่าทั้งเจ็ดสั่นสะท้าน ทว่าเขาไม่สามารถทำลายมันได้

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องหมื่นอสูรก้มกราบshorturl.at/hjoI1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค https://www.kawebook.com/story/view/399

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม