0 Views

บนภูเขาขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก เด็กหนุ่มยืนเอามือไขว้หลังทั่วร่างปกคลุมไปด้วยไอพลังสลัวๆ ดวงตาน้ำวนสีทองจับจ้องไปที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างๆแม่น้ำดารา

“นายน้อย ชุดเกราะสงครามนั้นทำมาจากดาราโบราณ คิดไม่ถึงว่าชิงอี้จวิ้นจะไม่เอาอ่าว ถูกคนจับไปเสียได้”อมนุษย์กายสีทองตนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆเขาแผดเสียงกล่าว

“ของล้ำค่าแบบนั้นในภูเขาสวรรค์โบราณก็ไม่ใช่ว่าจะเห็นได้บ่อยนัก นายน้อยพวกเราไปเอาชุดเกราะเก็บกลับมาดีไหมขอรับ?” ผึ้งทองคำกล่าว“อยู่ในมือของเขาแล้วช่างสิ้นเปลืองเสียจริงๆ”

“เจ้ากายดารานั่นใช้ไม่ได้ เดิมทีข้าว่าจะเลี้ยงดูเพื่อที่ในภายหลังจะได้มาเป็นทหารให้ข้า คิดไม่ถึงว่าจะไร้น้ำยาถึงเพียงนี้”

เด็กหนุ่มภูเขาสวรรค์เอ่ยเรียบๆ“ทว่ายังดีที่ตอนนี้ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของข้า พวกเจ้าอย่าพึ่งไปรบกวนพวกเขา เจ้าเด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์นั่นปล่อยเอาไว้ก่อนน่าจะมีประโยชน์”

ได้ยินดังนั้น อมนุษย์ร่างทองก็พลันตาเป็นประกาย ก่อนที่จะรีบกล่าวออกมาว่า“นายน้อย คนๆนั้นก็คือเด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์ที่ขโมยหนังสัตว์อสูรสีเงินไปอย่างนั้นหรือขอรับ?”

“ใช่ ข้ารอเขาที่นี่มาโดยตลอด เขาน่าจะได้นิมิตโบราณนภาครามเปล่งดารามาแล้ว หวังว่าการคาดเดาของข้าจะถูกต้อง”เด็กหนุ่มภูเขาสวรรค์พยักหน้า

“ที่แท้ก็เป็นนิมิตโบราณนั่น หรือว่านายน้อยอยากจะให้เขามาเป็นทหารรับใช้อย่างนั้นหรือ”อมนุษย์ร่างทองเอ่ย“ทว่าข้าว่าเขาจะต้องไม่ยอมรับข้อเสนอแน่ เขาหาญกล้ามากถึงขนาดกล้าฆ่าอมนุษย์ของภูเขาสวรรค์โบราณ หาที่ตายนัก”

“ใช่แล้วขอรับนายน้อย เจ้านั่นสามหาวยิ่งนัก ถึงได้กล้ามาท้าทายพลังอำนาจของท่าน ข้าแนะนำว่าให้ฆ่าเขาทิ้งเสีย!”ผึ้งทองคำกล่าวออกมาด้วยความโกรธ

เขาส่ายหัวพลางกล่าวออกมานิ่งๆว่า“จะฆ่าเขาในตอนนี้นั้นยังเร็วเกินไป ข้าว่าเขาน่าจะฝึกฝนนิมิตมาได้ในระดับหนึ่งแล้ว รอเขาฝึกฝนเสร็จเมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นข้าจะใช้มายาลับดึงพลังบริสุทธิ์ดาราออกมา เช่นนี้จะได้ช่วยประหยัดเวลาของข้าไปได้อีกไม่น้อย”

“อย่างนี้นี่เอง นายน้อยช่างฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก ในขั้นสถิตวิญญาณจะมีใครสามารถประมือกับท่านได้!”อมนุษย์ร่างทองตะโกนคำรามออกมา

ข้างแม่น้ำดารา เต้าหลิงขมวดคิ้วขึ้น  สายตาจับจ้องไปที่ไกลออกไป เขารู้สึกว่ามีคนกำลังจ้องมองเขาอยู่

“หรือว่าข้าจะคิดไปเอง?”เต้าหลิงเกาหัว เขากวาดสายตาออกไปมองรอบๆทว่าก็ไม่เห็นถึงความผิดปกติ

ฝีเท้าของเต้าหลิงก้าวเดินออกไปข้างหน้าพลางหยิบขวดหยกขึ้นมา ภายในนั้นมีของเหลวดาราสวรรค์อยู่สิบสามหยด ซึ่งมากพอที่จะฝึกฝนนิมิตนภาครามเปล่งดาราให้ขึ้นไปอยู่ในขั้นที่น่ากลัว

ของเหลวสวรรค์แต่ละหยดนั้น ได้มายากเป็นอย่างมาก ภายในอุดมไปด้วยพลังดาราลึกลับ หากมันได้ผสานรวมเข้ากับนิมิตแล้ว นิมิตของเขาก็จะน่ากลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก

“เจ้าหนู คนละครึ่งนะ เมื่อครู่คุยกันแล้ว อย่าเบี้ยวข้าเด็ดขาด”วิหคเพลิงบินเข้ามาด้วยความตื่นเต้น สายตาของมันจับจ้องไปที่ของเหลวดาราสวรรค์ด้วยความโลภ

“เมื่อครู่ที่คุยกัน เจ็ดสิบสามสิบไม่ใช่หรือ เจ้านกวิญญาณ อย่าผิดคำพูดสิ”หลินซือซือมองเขม่นไปที่มันพลางแค่นเสียงหึกล่าว

“พระเจ้า ข้าบอกตอนไหนว่าเจ็ดสิบสามสิบ ข้าบอกว่าห้าสิบห้าสิบต่างหากละ เจ้าอย่ามาพูดจาส่งเดช”วิหคเพลิงคำรามออกมาด้วยใบหน้าดำมืด“อย่ามาทำให้พวกข้าบาดหมางระหว่างกัน สหายข้าไม่ใช่คนที่มีผู้หญิงแล้วจะลืมมิตรสหาย”

หลินซือซือเขินอายเป็นอย่างมาก นางขบฟันกรอดพลางกล่าวออกมา“เจ้านก ปากพล่อย”

“เจ้านกบ้า เจ้ารีบไปเอากระเป๋ามิติของเขามาสิ ส่วนของเหลวดาราสวรรค์ พวกเราค่อยๆแบ่งกัน ของที่อยู่กระเป๋ามิติของชิงอี้จวิ้นจะต้องมีของล้ำค่าอยู่ไม่น้อยแน่”เต้าหลิงกล่าว

“นั่นสิ”หลินซือซือวิ่งตัดหน้าวิหคเพลิงพลางหยิบกระเป๋ามิติขึ้นมา ดวงตากลมโตแปรเปลี่ยนกลายเป็นจันทร์เสี้ยวก่อนที่จะยิ้มแล้วกล่าวออกมาว่า“ข้าเกือบลืมกระเป๋ามิติไปเลย​ ฮี่ฮี่”

วิหคเพลิงแทบจะเป็นลม มันละสายตาจับจ้องไปที่ชุดเกราะดารา เมื่อเห็นว่าร่างของชิงอี้จวิ้นเริ่มกระดิก มันก็กล่าวขึ้นมาว่า“รีบไปเร็ว ข้าว่าเจ้านี่กำลังจะตื่นแล้ว ชุดเกราะสงครามนั่นมันปีศาจชัดๆ จะทำยังไงก็ไม่แตก”

พวกเขาก็ได้ออกไปจากที่นี่ ชิงอี้จวิ้นสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา ก่อนที่จะรีบลุกยืนขึ้นอย่างระแวดระวัง เมื่อเห็นว่าชุดเกราะยังอยู่ดี เขาก็ถอนหายใจออกมา“โชคดีที่มีสุดยอดของล้ำค่าอยู่ ไม่เช่นนั้นครั้งนี้อันตรายแน่”

ระหว่างที่กล่าวอยู่นั้น น้ำเสียงของเขาก็ค่อยๆเบาลง สีหน้าเปลี่ยนสี ก่อนที่รีบเอามือเลื่อนลงไปจับที่เอว เมื่อสัมผัสได้ถึงความว่างเปล่า สีหน้าของพลันบิดเบี้ยว ใบหน้ากลายเป็นสีเขียวปั้ด

สีหน้าของชิงอี้จวิ้นเย็นยะเยือกจนน่ากลัว เขาเดินเตร็จเตร่ไปรอบๆ ฝ่ามือลูบไปที่ก้อนหิน ลูบไปที่ต้นไม้ ยิ่งก้าวฝีเท้าเดินออกไปร่างกายก็ยิ่งสั่นเทา

ไม่มีแล้ว หมดสิ้นทุกอย่าง ของล้ำค่าที่อยู่ภายในกระเป๋ามิติ ไม่มีเหลืออยู่เลย รวมถึงของเหลวดาราสวรรค์

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแล้วไหร่ ทว่าเสียงร้องคำรามยังแผดดังคำรามกึกก้องสนั่นทั่วฟ้าดิน น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นอำมหิต ทำให้กลุ่มเหล่าสัตว์อสูรตื่นขึ้นมาด้วยร่างกายที่สั่นเทา

“น่ากลัว  พลังปีศาจนี้ น่ากลัวเกินไปแล้ว ข้ารู้สึกได้ว่าหัวใจของข้ากำลังสั่นไหว“หนูยักษ์ร่างทองโผล่หัวออกมาจากพื้นดิน สายตาของมันกวาดมองไปรอบๆด้วยความหวาดผวา

“เป็นแรงโทสะที่น่ากลัวมาก นี่มันวิชาปีศาจอะไรกัน ขนของข้าลุกไปทั่วร่างแล้ว”

กลุ่มสัตว์อสูรจับกลุ่มพูดคุยกัน ก่อนที่จะบินหายไปจากที่นี่ มันรู้สึกว่าปีศาจได้จุติลงมาแล้ว ที่นี่จะต้องเกิดความไม่สงบขึ้นเป็นแน่

ภายในถ้ำที่ไกลออกไป วิหคเพลิงแผดเสียงร้องโวยวายดังขึ้นมา“ไม่ได้ ข้าจะเอาเจ็ดหยด เจ้านั่นจะต้องจำข้าได้แน่ พวกเจ้าสองคนยังดีมีชุดคลุมสีดำ ทำให้พวกเขาไม่รู้ว่าพวกเจ้าเป็นคนทำ เจ้าจะต้องชดเชียให้ข้า คนของตระกูลชิงจะต้องตามไล่ฆ่าข้าแน่ ข้าเสียเปรียบนะ”

“เจ้านกโลภมาก”หลินซือซือแค่นเสียงหึพลางเทของที่อยู่ในกระเป๋ามิติออกมา

สมุนไพรวิญญาณยี่สิบกว่าต้นส่องแสงล้ำค่าประกายหลากสี กลิ่นหอมลอยโชยออกมา ทั้งยังตลบอบอวลไปด้วยพลังบริสุทธิ์

“ทำไมถึงได้มีสมุนไพรวิญญาณเยอะขนาดนี้ เขาเอามันมาจากที่ไหน?”หลินซือซืออึ้งไป ฝ่ามือเรียวยาวทาบไปที่ริมฝีปากแดงสด สมุนไพรวิญญาณที่อยู่บนตัวของเขานั้น ทำให้เหล่าจอมยุทธ์ที่เห็นจะต้องตาร้อนผ่าว

“เจ้านั่นโหดเหี้ยมยิ่งกว่าอะไรดี เขาฆ่าคนที่ลงไปในแม่น้ำดาราหลายคน แล้วช่วงชิงของทั้งหมดมา”วิหคเพลิงรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นดี

ดวงตาที่คมดุจเหยี่ยวของมันมองไปที่หอกสงครามดารา ก่อนที่จะใช้กรงเล็บคว้าหอกเอาไว้แล้วแผดเสียงกล่าวด้วยความตื่นเต้น“ข้าเอาขยะล้ำค่าข้าอันนี้ ส่วนที่เหลือพวกเจ้าก็เอาไปก็แล้วกัน”

“นั่นมันหอกสงครามดารา เป็นของล้ำค่าเก่าแก่ของสำนักซิงเฉิน ทั้งยังเป็นอาวุธเต๋าระดับสูง ของสิ่งนี้คุ้มค่ามากที่สุดแล้วไม่ใช่หรือยังไง”หลินซือซือเบะปาก ทว่านางก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะอย่างไรซะของสิ่งนั้นก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับนางและเต้าหลิง

“ข้าจะออกไปตรวจสอบสถานการณ์ดู ข้าอยากจะรู้ว่าเจ้านั่นจะลงไปข้างล่างอีกหรือไม่”กล่าวจบวิหคเพลิงก็บินออกไป เพราะกลัวว่าเต้าหลิงจะมาแย่งของล้ำค่าของมัน

“หินนภาเงิน”รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเต้าหลิง เขาหยิบหินนภาเงินขนาดห้าชั่งขึ้นมา ซึ่งมันมีขนาดมากพอที่จะทำให้ทิศกายเงินขั้นที่สองของเขาพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

“โอสถวิญญาณฟ้า”ในตอนนั้นหลินซือซือก็ได้เปิดขวดหยกขวดหนึ่งออก ภายในนั้นมียาโอสถเม็ดสีเขียวอยู่เม็ดหนึ่ง บนยาโอสถมีอักขระลวดลายสลักเอาไว้ กลิ่นหอมที่ลอยโชยออกมาทำให้จิตวิญญาณขอนางสั่นสะท้าน

หลังจากที่หลินซือซือตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว สีหน้าของนางก็พลันเปลี่ยนสีก่อนที่จะรีบกล่าวออกมาว่า“เต้าหลิง มาดูเร็ว นี่คือโอสถวิญญาณฟ้า เป็นยาโอสถระดับสี่ มันสามารถใช้เปิดจักระนภาได้ นี่มันโอสถหายากที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้นะ”

ได้ยินดังนั้น สีหน้าของเต้าหลิงเองก็พลันตกตะลึงไม่แพ้กัน เขาจับจ้องไปที่โอสถสีเขียวอยู่หลายต่อหลายครั้งพลางยิ้มออกมา“ชิงอี้จวิ้นน่าจะบ้าไปแล้ว ลำพังแค่โอสถวิญญาณฟ้าก็มีมูลค่าสูงจนประเมินค่าไม่ได้แล้ว”

“ใช่ ทั้งโอสถวิญญาณฟ้ายังสามารถเปิดประตูจักระนภาได้อีก เป็นของล้ำค่าที่หายากมาก มันไม่ใช่สิ่งที่ยาโอสถอื่นๆจะทัดเทียมได้”หลินซือซือพยักหน้าพลางส่งยาโอสถให้กับเต้าหลิง“ให้เจ้าก็แล้วกัน อีกไม่นานเจ้าก็จะทะลวงเข้าสู่ขั้นกำเนิดพลังแล้ว เจ้าจะได้ใช้ยาโอสถนี้แน่”

เต้าหลิงส่ายหัว“ข้าใช้ของสิ่งนี้ไม่ได้ เจ้าเก็บเอาไว้เถอะ”

“ใช้ไม่ได้”ริมฝีปากของหลินซือซือเผยอออก นางขบริมฝีปากสีแดงสดพลางกล่าวออกมาว่า“เจ้าอยากจะเปิดจักระกำเนิดพลังอย่างนั้นหรือ?”

เต้าหลิงพยักหน้า ในขั้นกำเนิดพลังจักระที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือจักระกำเนิดพลัง ถ้าเขาจะเปิดจักระก็ต้องเปิดจักระที่แข็งแกร่งที่สุด

เมื่อเห็นเขาที่พยักหน้าเช่นนั้น หลินซือซือก็อดที่จะกล่าวออกมาไม่ได้ว่า“เต้าหลิง เจ้ารู้หรือไม่ว่าความยากของเปิดจักระกำเนิดพลังนั้นน่ากลัวมากแค่ไหน มันไม่ใช่สิ่งที่จักระนภาจะสามารถเทียบได้เลย”

หลินซือซือรู้ว่าเต้าหลิงนั้นมีพลังที่แข็งแกร่งมาก ทว่าจักระกำเนิดพลังนั้นยากมากเกินไป เมื่อปีก่อนอู่ตี้ได้เปิดจักระกำเนิดพลังทั้งเจ็ด ทำให้ทั่วทั้งดินแดนลึกลับต้องสั่นสะท้าน สามารถที่จะจินตนาการได้ว่าระดับความน่ากลัวของมันนั้นน่ากลัวมากขนาดไหน

อีกทั้งการเปิดจักระกำเนิดพลังนั้นยังอันตรายมากเป็นอย่างยิ่ง ถ้าไม่ระวังก็จะถูกฆ่าตาย มีอัจฉริยะหลายคนที่เปิดจักระกำเนิดพลังแต่แล้วจุดหมายปลายทางของพวกเขาก็คือความตาย

หลินซือซือเป็นเด็กสาวที่ไม่เคยมีความทุกข์ นางไม่มีจุดมุ่งหมายความปราถนาอะไรเป็นพิเศษ นางแค่อยากจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว นางจึงไม่รู้ว่าเต้าหลิงได้แบกรับแรงกดดันที่มากมายเอาไว้

เป็นได้ว่าอู่ตี้น่าจะอยู่ในขั้นสูงสุดของขั้นกำเนิดพลัง เต้าหลิงเองก็ต้องไปให้ถึงจุดนั้น เพื่อที่จะประมือกับอู่ตี้

เต้าหลิงนั้นมีพื้นฐาน ทั้งยังน่ากลัวมากด้วย เขาฝึกฝนขั้นสถิตวิญญาณมาจนถึงขั้นสูงสุด และขั้นกำเนิดพลังเอง เขาก็จะต้องทำให้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

กำเนิดพลัง กำเนิดพลัง หากไม่มีจักระกำเนิดพลัง แล้วจะเอาพลังมาจากที่ไหน มีเพียงจักระกำเนิดพลังเท่านั้นถึงจะเป็นแก่นพลังที่แท้จริงของขั้นพลังนี้

 


ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่องหมื่นอสูรก้มกราบshorturl.at/hjoI1

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ
อ่านล่วงหน้า เร็วกว่าใครหลายร้อยตอนได้ที่เว็บไซต์ กวีบุ๊ค https://www.kawebook.com/story/view/399

120 บาท/เล่ม (หากนับตอนฟรีจะเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาทค่ะ ^_^) เมื่อเทียบกับนิยายแปลเป็นเล่ม 30 ตอน เท่ากับ 1 เล่ม