0 Views

บทที่ 1 จิบชาฤดูร้อน

วันในฤดูร้อนที่ร้อนระอุ

เซี่ยเหลียงมองพระอาทิตย์ที่แผดเผาด้านนอก เพิ่งเป็นเวลาแปดโมงเช้าเท่านั้น เธอเหลือบมองเครื่องปรับอากาศที่บ้านอย่างลังเล ก่อนกัดฟันปิดประตู

เซี่ยเหลียง เซี่ยเหลียง เธอพูดชื่อตัวเองซ้ำๆเงียบๆ ก่อนมองพระอาทิตย์สว่างไสวแบบโกรธๆ ทำไมฤดูร้อนถึงเย็นแบบชื่อเธอไม่ได้กันนะ [1] ฤดูร้อนนี่มันน่ารังเกียจจริงๆ

เธอขึ้นรถใต้ดินสองสายเพื่อไปที่ทำงาน เซี่ยเหลียงเป่าลมหายใจลึกๆออกมา

“ซินเซิงอิน” (เสียงใหม่) นี่คือสตูดิโออัดเสียงที่เธอกำลังทำงานอยู่ มีคนบอกว่าเจ้าของนั้นคือนักแสดงเสียงมืออาชีพ เธอเพิ่งเรียนจบปีหนึ่งจากมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศ และกลับบ้านมาช่วงวันหยุดฤดูร้อนในเดือนพฤษภาคม ครอบครัวเธอยืนยันว่าเธอควร “ใช้วันหยุดฤดูร้อน 3 เดือนให้เป็นประโยชน์” บังคับเธอให้หางานทำ เธอเลือกฝึกงานในสตูดิโออัดเสียงเพราะเธอเป็นนักพากย์ตัวละครในอินเตอร์เนตที่ไม่ดัง โดยหวังว่าเธอจะเจอไอดอลนักพากย์ระหว่างการฝึกงาน โชคดีจริงๆที่เธอถูกจ้างโดยสตูดิโออัดเสียง ‘ซินเซิงอิน’ นี้ในฐานะพนักงานต้อนรับสำหรับฤดูร้อน

แต่ความจริงไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวังเสมอไป ถึงแม้เซี่ยเหลียงจะรัก “การแสดงเสียง” อย่างท่วมท้นมากแค่ไหน แต่พนักงานต้อนรับก็เป็นแค่พนักงานต้อนรับ ถึงแม้งานวันหนึ่งนั้นจะง่ายๆ แต่ความหลงใหลในตอนแรกนั้นก็ค่อยลดลงที่ละน้อย อืมม์ แค่นิดหน่อย แค่นิดเดียวเท่านั้นเอง เซี่ยเหลียงบอกตัวเองว่าเธอยังหลงใหลการแสดงเสียงอยู่ แค่เวลาเธอเห็นนักแสดงเสียงที่ไม่ค่อยดังเหล่านั้นเหงื่อออกระหว่างการอัดเสียงในห้องบุชนวนที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ เธอก็ได้แต่กำหมัดเงียบๆ  — — การพากย์เสียงบนอินเตอร์เน็ตนั้นดีกว่าตั้งเยอะ

หลังจากหนึ่งเดือนผ่านไปแบบไร้จุดหมายเซี่ยเหลียงก็รู้สึกตัวอย่างไร้ความหวัง  — — ถึงจะมีคนเสียงดีๆบ้าง แต่ความฝันที่จะได้เจอไอดอลสักหยิบมือโดยบังเอิญนั้นไม่กลายเป็นความจริงแม้แต่น้อย อ้า……. เซี่ยเหลียงเอนตัวพิงโต๊ะตัวเล็กในห้องพักสตูดิโออย่างหมดกำลังใจ ใบหน้าเธอแนบลงกับพื้นโต๊ะที่ทำจากแก้วเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง เธอกำลังเปิดเว่ยป๋อแบบเบื่อๆขณะที่คิดเรื่องคำวิจารณ์ที่เธอได้รับเมื่อวานจากผู้กำกับละครวิทยุเกี่ยวกับการแสดงเสียงของเธอ

【บทส่วนใหญ่ใช้ได้ แต่ความเขินอายตอนที่ตัวละครชายสารภาพรักกับตัวละครหญิงหายไปไหนล่ะ อ๊ะ! อ๊ะ! อ๊ะ! ฉันขอท้าให้เธอแสร้งทำยิ่งกว่านี้อีก?! เข้า YY คืนพรุ่งนี้ตอนสองทุ่มมาซ้อมเลย!】

เซี่ยเหลียงทำแก้มป่อง อืมม์ ส่วนมากเวลาเธอแสดงบทของเธอนั้นค่อนข้างดี แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีฉากรัก เธอก็มักจะถูกผู้กำกับวิจารณ์ว่าปลอมและแข็งเกินไปเสมอ…….เซี่ยเหลียงรู้สึกไร้ทางออก มันไม่ใช่ความผิดของเธอสักหน่อยที่เธอไม่เคยตกหลุมรักมาก่อนนี่

ใครบางคนเคาะโต๊ะสองที เซี่ยเหลียงกระโดดขึ้นจากที่นั่งทันที “จ้าวเกอ”[2]

จ้าวเกอนั้นเป็นหนึ่งในวิศวกรห้องอัดที่ “ซินเซิงอิน”สตูดิโอ เขามีอายุประมาณสามสิบปีกลางๆ มีคนบอกว่าเขาเคยเป็นนักแสดงเสียงมืออาชีพมาก่อน แต่เขาใช้เสียงมากเกินไปจนเส้นเสียงมีปัญหา เขาเลยต้องเลิกแสดงเสียงหันมาทำงานเบื้องหลังแทน — ว่าแต่การแสดงเสียงนี่ก็ไม่ถือว่าเป็นการทำงานเบื้องหน้าอยู่ดีนั่นแหละ

จ้าวเกอขยิบตาให้เธอ “พวกเรามีแขก ชงชามาแก้วหนึ่ง ใช้ชาขาวบนชั้นนะ”

เซี่ยเหลียงเบิกตาโต “พวกเขาเคยบอกว่าชาขาวอันเจี๋ยเป็นของโปรดบอสไม่ใช่เหรอ อ้ะ แล้วจะเป็นฉันหรือคุณที่ต้องรับผิดชอบตอนบอสถามเหรอคะ”

จ้าวเกอจ้องเธอ “ไม่มีวินัยเลยสักนิด! ไปชงชามาตอนที่ฉันบอกซะ เธอไม่รู้เหรอไงว่าใครมาน่ะ!”

เซี่ยเหลียงแลบลิ้น “โอ๊ะ……” ก่อนสงสัย “ใครคะ?”

จ้าวเกอชะงักไปชั่วครู่ก่อนตัดสินใจทำตัวทันสมัย “ถ้าพูดตามศัพท์วัยรุ่นแบบพวกเธอ…….. เขาเป็นเพื่อนสนิทของบอสเธอไง”

ปากเซี่ยเหลียงตะคริวกิน แล้วแต่เขาละกัน…….

หลังจากเซี่ยเหลียงชงชา เธอก็มองไอนำลอยขึ้นช้าๆและสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ชาขาวนั้นเป็นของโปรดของเธอเหมือนกัน เธอถือถาดชาเดินไปที่ห้องอัด วางลงข้างๆเก้าอี้ที่จ้าวเกอเคยนั่ง หันกลับไปก่อนจะเห็นจ้าวเกอเดินนำชายหนุ่มสวมหมวกแก๊บสีดำมาทางเธอ

ดวงตาเธอสบกับตาชายคนนั้นเป็นระยะเวลาสั้นๆ เธอพยักหน้าให้เขาอย่างสุภาพ ผู้ชายคนนี้ได้แต่มองลงอย่างเย็นชา เซี่ยเหลียงเบะปากก่อนกลับไปอยู่ที่เธอควรอยู่

เย็นชาจริงๆ

แต่…….เธอหันกลับไปมองด้านหลังของผู้ชายคนนั้น เขาน่าจะสูงราวๆ 185 เซ็นต์ เธอพยายามนึกหน้าเขา ถึงแม้จะไม่ชัดเจนนักภายใต้หมวก แต่โครงหน้าเหลี่ยมนั้นชัดเจน จมูกที่โค้งขึ้นของเขาก็สวยมาก

เซี่ยเหลียงนั่งพิงเก้าอี้ ดึงมือถือออกมาเล่นเว่ยป๋ออีกครั้ง

การมองหนุ่มหล่อจากไกลๆน่ะดีกว่าเยอะ ยังไงเขาก็ไม่ได้เป็นของเธอนี่น่า

หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมงเซี่ยเหลียงก็มองเวลาบนหน้าจอมือถือ เธอเติมน้ำชาอีกกาก่อนยกมาให้พวกเขา การอัดเสียงนั้นทำลายเส้นเสียงอย่างมาก โดยเฉพาะในวันกลางฤดูร้อนเช่นวันนี้

พวกเขานั้นเหมือนจะอัดเสร็จไปแล้วหนึ่งช่วง และกำลังเล่นสิ่งที่อัดไว้ ชายหนุ่มนั่งอยู่บนโต๊ะตรงหน้าจ้าวเกอ ถือถ้วยพลาสติกเปล่าๆไว้ในมือ

เขายิ้ม เสียงเขาฟังดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่ก็ยังรื่นหูอยู่ “ชาดี แต่น่าเสียดายที่ใช้ถ้วยแบบนี้”

เซี่ยเหลียงหยุดเดิน ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นอย่างชัดเจน แม้จะมีความเหนื่อยล้าในน้ำเสียงแต่ก็ไม่อาจปิดบังความลึกล้ำ น่าดึงดูดในนั้นได้เลย อันที่จริงเป็นการเพิ่มความขี้เกียจนิดๆลงไปในน้ำเสียงด้วยซ้ำ เซี่ยเหลียงคิดว่าเธอเคยได้ยินเสียงดีๆมามากมายบนอินเตอร์เนต แต่อดสะดุดหูกับคุณภาพน้ำเสียงเขาไม่ได้ เซี่ยเหลียงนิ่งได้เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลานั้น แต่พอได้ยินเสียงเขาก็ทำให้เธอจำผู้ชายคนนี้ได้

จ้าวเกอหัวเราะ จ้องเขา “ไอ้เด็กนี่ อ้ายเฟิงน่ะใส่ใจนายขนาดที่ยอมให้แตะชาสุดหวงเลยนะเฟ้ย อย่ามาเรื่องมากสิ”

เขาหัวเราะ ไม่พูดอะไรอีก

เซี่ยเหลียงขยับเท้า ก่อนเดินไปเติมน้ำชาในถ้วยพวกเขาเงียบๆ

เธอได้ยินจ้าวเกอพูดอีกครั้ง “นายอยากจะอัดต่อหรือยัง”

เสียงผู้ชายคนนั้นเหมือนดังมาจากที่ไกลแสนไกล ขณะที่เซี่ยเหลียงนั้นกำลังรินน้ำชา  “ไม่ล่ะ วันนี้คอผมไม่ค่อยดี พรุ่งนี้ค่อยอัดต่อดีกว่า”

จ้าวเกอหัวเราะ “แล้วแต่นายเถอะ ครั้งนี้นายมาพากย์เสียงให้ตัวเอกเกมส์ งานหนักไม่ใช่เล่น ต้องดูแลคอนายดีๆล่ะหนุ่มน้อย”

เมื่อหันไปเซี่ยเหลียงเห็นเขาพยักหน้าพร้อมริมฝีปากโค้งขึ้น

ใจเย็น ใจเย็นๆนะ เซี่ยเหลียงเตือนตัวเอง มีเสียงดีๆตั้งเยอะ เยอะ เยอะ……

และเธอก็เดินกลับที่นั่ง วางหัวลงบนโต๊ะ อยากจะร้องไห้ — —  การเป็นคนคลั่งเสียงที่ไม่มีทางรักษาแล้วจริงๆด้วย

เซี่ยเหลียงมาทำงานตามปกติในวันถัดมา พอเธอสั่งอาหารกลางวันให้มาส่งก็คิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนไปเม้าท์กับจ้าวเกอ

เธอหยั่งเชิง “จ้าวเกอ ผู้ชายคนเมื่อวานคือใครเหรอคะ ดังมากเลยเหรอคะ”

จ้าวเกอเหลือบมองเธอ หัวเราะ “สาวน้อย ตกหลุมรักเขาเข้าแล้วเหรอไง”

เซี่ยเหลียงถลีงตาใส่ “ไม่แน่นอน ฉันแค่รู้สึกว่าเสียงเขาเพราะมากจริงๆ…….แค่นั้นเอง…….ค่ะ”

“ทำไมวันนี้กะหล่ำปลีถึงมันแผล่บเลยนะ” จ้าวเกอดื่มน้ำ “เหอะ เหอะ เธอไม่ใช่คนแรกที่ตกหลุมเสียงเขาหรอก”

เซี่ยเหลียงวางตะเกียบลง พูดด้วยน้ำเล่นยั่วยวน “จ้าวเกอ……”

จ้าวเกอส่ายหัว “เหอะ ตอนนี้เธอก็ทำตัวสมกับเป็นผู้หญิงแล้ว” ก่อนรีบตอบก่อนเซี่ยเหลียงจะระเบิด “ซ่งชีเหยียน เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนไหม”

ซ่งชีเหยียน? เซี่ยเหลียงคิดอยู่นาน —-เหมือนจะคุ้นๆนะ

จ้าวเกอยิ้มหลังจากได้ยินเสียงเธอพึมพำ “คุ้นๆงั้นเหรอ ฉันว่าเธออ่านนิยายมากไปแล้ว ชื่อที่เธอน่าจะคุ้นคือ —เป้ยเหยียน”

เซี่ยเหลียงสำลักน้ำที่จิบอยู่ทันที เธอไอจนใบหน้าแดงก่ำไปหมด

จ้าวเกอหัวเราะคิกลูบหลังเธอ “ฮ่าๆ เธอไม่ใช่คนแรกหรอก”

เซี่ยเหลียงถลีงตาใส่เขาแบบน่ากลัว คุ้นเหรอ ยิ่งกว่าคุ้นเสียอีก ใครในโลกแห่งการพากย์เสียงในอินเตอร์เนตจะไม่รู้จักชื่อนี้ เป้ยเหยียนผู้แสนจะโด่งดัง

หกปีก่อนเขาดังขึ้นมาจากละครวิทยุคลาสสิก “บัญชาสวรรค์” แต่ก็ก้าวออกจากวงการไปเงียบๆและไม่มีงานอะไรบนอินเตอร์เนตอีก เขาเปลี่ยนมาพากย์เสียงเชิงพาณิชย์ให้วิดีโอเกมส์ขนาดใหญ่ และวีดีโอโปรโมต และยังพากย์เสียงให้นักแสดงชายในคนในละครโทรทัศน์……

เขาทำตัวติดดิน แบ่งโลกออนไลน์กับโลกแห่งความจริงออกจากกันอย่างชัดเจน ถึงกระทั่งใช้ชื่อออนไลน์ “เป้ยเหยียน” ในการพากย์ละครโทรทัศน์ แต่ก็ไม่อาจทำอะไรแฟนคลับจำนวนหลายแสนบนเว่ยป๋อได้ มีคนทิ้งข้อความ สารภาพรักไว้มากมาย อ้อ เซี่ยเหลียงเองก็เป็นหนึ่งในแฟนคลับตัวน้อยๆของเขาเช่นกัน

เซี่ยเหลียงเกือบเอาหัวโขกโต๊ะ  — — เธอรักเสียงเขาขนาดนี้ ทำไมเธอถึงจำเสียงเขาเมื่อวานไม่ได้กันนะ

จ้าวเกอหัวเราะอย่างมีความสุขเมื่อเห็นเซี่ยเหลียงรำพึงรำพันอย่างผิดหวังสุดๆ แบบอยากตายที่ทำพลาดไปได้ขนาดนี้ ในที่สุดเขาก็รวบรวมความหวังดีได้มากมายที่จะปลอบใจสาวน้อยข้างๆที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและเกลียดตัวเอง “เรื่องปกติน่ะที่เธอจะจำไม่ได้ นักแสดงเสียงแต่ละคนก็มีเสียงหลายแบบ งานของเขาน่ะส่วนใหญ่จะเป็นแนวโบราณ เสียงพูดปกติของเขาก็ต้องไม่เหมือนในงานอยู่แล้ว …..”

เซี่ยเหลียงมองเขาแบบอาฆาต…..

จ้าวเกอมองตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังคู่นั้น หัวเราะลั่น ก่อนหันไปเก็บกล่องอาหารกลางวันไปทิ้ง เขาทิ้งเซี่ยเหลียงคนเดียวขณะที่เธอเกาหัวไปมาอย่างผิดหวัง

วันถัดมา เซี่ยเหลียงมาทำงานตามปกติ ตอนที่เธอสั่งข้าวกลางวันก็คิดอยู่ชั่วครู่ก่อนเดินไปเจ๊าะแจ๊ะกับจ้าวเกอ

เธอหยั่งเชิง “พี่จ้าว ผู้ชายคนเมื่อวานเป็นใครเหรอคะ ดังมากเหรอ”

จ้าวเกอมองเธอก่อนหัวเราะ “สาวน้อย ตกหลุมรักเขาเสียแล้วเหรอไง”

เซี่ยเหลียงขึงตาใส่ “แน่นอนว่าไม่ ฉันแค่คิดว่าเสียงเขาไพเราะมาก……..เท่านั้นเอง……….ฮื่อ”

“ทำไมวันนี้กะหล่ำปลีถึงมันแผล่บเลยนะ” จ้าวเกอดื่มน้ำ “เหอ เหอ เธอไม่ใช่คนแรกที่ตกหลุมเสียงผู้ชายคนนั้นหรอก”

เซี่ยเหลียงวางตะเกียบลง ใช้เสียงออดอ้อน “พี่จ้าว…….”

จ้าวเกอส่ายหัว “เฮ้ ในที่สุดเธอก็ทำตัวเหมือนผู้หญิงแล้ว” และรีบตอบก่อนเซี่ยเหลียงจะระเบิดใส่เขา “ซ่งฉีเหยียน เธอเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนหรือเปล่า”

ซ่งฉีเหยียน? — ฟังดูคุ้นๆ

จ้าวเกอยิ้มหลังจากได้ยินเสียงพึมพำของเธอ “คุ้นเหรอ อ่านนิยายมากไปหรือเปล่า ชื่อที่เธอน่าจะคุ้นมากกว่าน่ะคือ —- เป้ยเหยียน

เซี่ยเหลียงสำลักน้ำที่กำลังจิบอยู่ทันที เธอไอจนกระทั่งใบหน้าแดงก่ำไปหมด

จ้าวเกอหัวเราะ ลูบหลังเธอ “ฮ่าๆๆๆ เธอไม่ใช่คนแรกหรอก”

เซี่ยเหลียงขึงตาใส่เขาแบบดุดัน คุ้นเหรอ ยิ่งกว่าคุ้นเสียอีก ใครในวงการแสดงเสียงออนไลน์ไม่รู้จักชื่อนี้บ้างล่ะ เป้ยเหยียนคนดังสุดๆ

เมื่อหกปีก่อนเขามีชื่อเสียงในวงการพากย์เสียงออนไลน์จากละครวิทยุสไตล์คลาสิก “บัญชาสวรรค์” แต่เขาก็จากไปเงียบๆ และก็ไม่มีงานออนไลน์ใหม่ๆอีกเลย แต่เปลี่ยนไปรับงานเชิงพาณิชย์ พากย์วีดีโอเกมส์และวีดีโอโปรโมตต่างๆ และยังพากย์เสียงนักแสดงในละครโทรทัศน์ต่างๆอีกด้วย……..

เขาทำตัวติดดิน แบ่งขอบเขตระหว่างโลกเสมือนจริงกับโลกแห่งความจริงอย่างชัดเจน โดยใช้ชื่อในวงการออนไลน์ เป้ยเหยียน สำหรับการพากย์เสียงละครโทรทัศน์ด้วย แต่ก็ยังดับเปลวไฟแห่งความรักของแฟนคลับหลายแสนคนในเวยป๋อไม่ได้ มักจะมีคนมาทิ้งข้อความหรือสารภาพรักอยู่บ่อยๆ จะว่าไป เซี่ยเหลียงเองก็เป็นแฟนคลับตัวน้อยๆของเขาเช่นกัน

เซี่ยเหลียงอยากเอาหัวโขกโต๊ะจริงๆ — —- เธอชอบเสียงเขาขนาดนี้ ทำไมเมื่อวานเธอถึงจำเสียงเขาไม่ได้นะ

จ้าวเกอหัวเราะอย่างมีความสุขที่เห็นเซี่ยเหลียงต้องกลืนความผิดหวังมากมาย จนเธออยากฆ่าตัวตายสำหรับความผิดอันยิ่งใหญ่ จนในที่สุดเขาก็รวบรวมความหวังดีได้พอที่จะปลอบใจสาวน้อยที่อยู่ข้างๆเขาที่เต็มไปด้วยความเกลียดตัวเองและความรู้สึกผิด “มันเป็นเรื่องปกติที่เธอจะจำไม่ได้นี่ นักแสดงเสียงทุกคน มีเสียงหลากหลายแบบ งานของเขามักจะเป็นสไตล์โบราณ ดังนั้นเสียงพูดทั่วไปของเขาย่อมไม่เหมือนกับในงานของเขาอยู่แล้วล่ะ…….”

เซี่ยเหลียงมองเขาอย่างเกลียดชัง……….

จ้าวเกอมองดวงตาเศร้าสร้อยคู่นั้น ก่อนหัวเราะเสียงดัง และหันไปเก็บกล่องอาหารกลางวันเพื่อเอาไปทิ้ง ก่อนทิ้งให้เซี่ยเหลียงนั่งเกาหัวอย่างหดหู่อยู่ตรงนั้นตามลำพัง

[1]: ชื่อเธอคือ เซี่ยเหลียง  夏凉, “xia liang,”แปลตรงตัวว่า ฤดูร้อนที่เย็นค่ะ

[2]:  เธอเรียกเขาว่า จ้าวเกอ 赵哥, “zhao ge,” โดยจ้าวเป็นนามสกุล ส่วนเกอ แปลว่าพี่ชาย ซึ่งใช้เรียกแบบให้เกียรติค่ะ

 

พบกับเรื่องใหม่ที่ค่อนข้างสั้นนะคะ ยังอยู่ในวงการนักแสดงเสียงเหมือนเดิมค่า