0 Views

การพบพานในฤดูใบไม้ร่วง 2

 

เซี่ยเหลียงรับแก้วน้ำตรงหน้ามาเหมือนหุ่นยนต์ ประสบการณ์นี้เหมือนไม่ใช่ความจริงแม้แต่น้อย

ท่านเทพเป้ยเหยียนผู้ยิ่งใหญ่ = ซ่งฉีเหยียน = เพื่อนร่วมมหา’ลัย

ไม่ว่าจะมองยังไงสมการนี้มันโหดร้ายเกินไปแล้ว

“น้ำใส่น้ำแข็งนะ ดื่มช้าๆหน่อย” ซ่งฉีเหยียนเตือนเธออย่างอบอุ่น

ฟังเสียงไอดอลตัวเอง เซี่ยเหลียงรู้สึกเหมือนไม่ได้กำลังดื่มน้ำแต่เป็นไวน์ดีกรีสูง

ซ่งฉีเหยียนเห็นเซียเหยียนที่กำลังเหม่อลอย เขาถอดหมวกมาเล่นในมือ ปากก็โค้งขึ้นเล็กน้อย “ฉันดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ”

เซี่ยเหลียงสำลักอีกครั้ง…….

ซ่งฉีเหยียนลูบหลังให้เธออย่างอ่อนโยน พอเธอดีขึ้นแล้วก็โบกมือไปมา “ไม่ค่ะไม่ ไม่ใช่แน่นอน……”

ซ่งฉีเหยียนหัวเราะน้อยๆ “แต่เธอดูตกใจมากตอนเห็นฉันนะ”

เซี่ยเหลียงสงบลงแล้ว ทำแก้มป่อง “ฉันต้องแปลกใจสิคะ……….อา เป้ยเหยียนต้าต้า คุณยังจำฉันได้ใช่ไหม”

ซ่งฉีเหยียนมองเธอ “ความจำฉันไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ”

……

เซี่ยเหลียงไม่รู้จะคุยอะไรต่อดี

เธอมีคำถามมากมายในสมองที่อยากถามแต่ไม่รู้จะถามยังไง ในที่สุดเธอก็ถามอะไรที่งี่เง่าสุดๆออกไป “เป้ยเหยียนต้าต้า คุณเป็นนักเรียนที่นี่เหรอคะ” เธออยากกัดลิ้นตัวเองตอนถามจบ มันชัดเจนขนาดนั้น……..

ซ่งฉีเหยียนทำเหมือนไม่ได้สังเกตุอะไร ตอบคำถามอย่างจริงจัง “อืม ฉันเรียนเอกเวชศาสตร์คลีนิก ปริญญาเอกปีสอง”

เซี่ยเหลียงแปลกใจ “ปริญญาเอกปีสองเหรอคะ” เขาดูไม่แก่กว่าเธอสักเท่าไหร่เลย ทำไมถึงอยู่ปริญญาเอกปีสองแล้วล่ะ……

ซ่งฉีเหยียนเอียงคอ “ทำไมเหรอ”

เซี่ยเหลียงสางผม “อ้อ ฉันแค่กำลังคิดว่าเป้ยเหยียนต้าต้าน่ะดูเด็กมากเลย……”

ซ่งฉีเหยียนตอบอย่างตรงไปตรงมา “โปรแกรมพิเศษน่ะ”

เซี่ยเหลียง  “อ้อ……”

การสนทนานี้ช่างยากลำบากเหลือเกิน TAT

ซ่งฉีเหยียนหยุดเล่นกับหมวกในมือ ขณะที่เซี่ยเหลียงพยายามหาหัวข้อสนทนามาพูดต่อ เขามองเซี่ยเหลียงนิ่งๆ “อย่าเรียกฉัน ‘เป้ยเหยียนต้าต้า’ เลย ชื่อจีนฉันคือซ่งฉีเหยียน หรือจะเรียกชื่อภาษาอังกฤษอัลเบิร์ตก็ได้”

เขาแนะนำตัวแบบเป็นทางการแล้ว เซี่ยเหลียงก็ต้องทำเหมือนกัน “สวัสดีค่ะ ฉันเซี่ยเหลียง เซี่ยจากฤดูร้อน เหลียงมาจากเย็น ชื่ออังกฤษคือซัมเมอร์ค่ะ” ก่อนเสริม “ไอดีออนไลน์ของฉันคือ จือเซี่ย ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ……..รุ่นพี่ซ่ง”

หลังจากพิจารณาอย่างดี เธอรู้สึกว่าใช้รุ่นพี่น่าจะดีกว่า

ซ่งฉีเหยียนพยักหน้า “ยินดีที่ได้รู้จัก เซี่ยเหลียง”

แค่ได้ยินเสียงเขาก็ทำให้เซี่ยเหลียงหน้าแดงได้แล้ว  — — อาการเสพติดเสียงเพราะๆนี่รักษาไม่ได้จริงๆ

“เธอพากย์เสียงมานานแค่ไหนแล้ว”

ซ่งฉีเหยียนคีบเค้กชิ้นเล็กขึ้นมาจากโต๊ะ ถามขณะที่เซี่ยเหลียงเค้นหาหัวข้อการสนทนาจากสมอง

เซี่ยเหลียงคิด “อื้ม ฉันได้ยินเกี่ยวกับวงการนี้มาสองปีแล้ว เริ่มฟังละครเสียง แต่เริ่มพากย์เสียงออนไลน์จริงๆก็ครึ่งปีมาแล้วค่ะ ฉันไม่มีอะไรทำช่วงสมัครเข้ามหาลัยเลยซื้ออุปกรณ์มาลองดู ผ่านการออดิชั่นมาแบบไม่ได้ตั้งตัวแล้วก็เริ่ม…….”

ซ่งฉีเหยียนกินเค้กในมือ ถามต่อ “แล้วพากย์เสียงแบบเชิงพาณิชย์ล่ะ”

เซี่ยเหลียงส่ายหัว “ไม่เลยค่ะ ครั้งที่ฉันทำตอนฤดูร้อนเพราะฉันเป็นเด็กฝึกงานที่สตูดิโอน่ะค่ะ จ้าวเกอบังเอิญมาใช้แรงงานฉันฟรีๆน่ะ”

“ไม่เลวเลย”

เซี่ยเหลียงเอียงคอ มองหน้าเขาจากข้างๆ “อร่อยเหรอคะ งั้นเดี๋ยวฉันจะลองบ้าง”

ซ่งฉีเหยียนเหลือบมองเธอ ย้ำ “ฉันหมายถึง เสียงที่เธออัดไว้ในสตูดิโอน่ะดีมากเลย” เขาคิดก่อนเสริม “ดีมากสำหรับมือใหม่ ถึงเธอจะต้องพัฒนาการควบคุมลมหายใจบ้างเถอะนะ”

ฉันโดนชมด้วย โดนชมด้วย โดนชมด้วย โดนชมด้วยแหละ……

เซี่ยเหลียงกระพริบตา พยายามย่อยความจริง ก่อนได้ยินซ่งฉีเหยียนพูดความจริงอีกอย่าง

“อ้อ สำหรับเค้ก ก็อร่อยดีเหมือนกัน”

น่ารักกกกกกกกกกอ่ะ……… เซี่ยเหลียงรู้สึกเหมือนเขาโจมตีจุดอ่อนของเธอตรงเป๊ะ

อ๊ะ การบรรยายเป้ยเหยียนต้าต้าว่าน่ารักแบบนี้ สงสัยเซี่ยเหลียงจะโดนแฟนคลับพวกเขาถล่มเละแน่ๆ

เซี่ยเหลียงเหม่อไปหลายวินาทีก่อนจะรู้สึกว่าจานในมือหนักขึ้นเล็กน้อย พอมองก็เห็นว่าในจานมีชีสเค้กรูปถ้วยชิ้นเล็กวางเพิ่มขึ้นมา ชิ้นพอดีคำแถมยังมีบลูเบอรี่ด้วย

ซ่งฉีเหยียนมีเค้กที่กัดไปแล้วครึ่งหนึ่งแบบเดียวกันในมือ เขาสังเกตุว่าเธอกำลังมองเขาอยู่เลยขยิบตาให้ ดวงตาเรียวงดงามคู่นั้นดึงดูดสายตาเซี่ยเหลียงได้ทันที

ปกติดวงตาเขามักจะถูกซ่อนอยู่ใต้หมวก เซี่ยเหลียงไม่คิดว่าตาเขาจะสวยขนาดนี้ สวยจนเหมือนไม่ได้เป็นของผู้ชาย……

เซี่ยเหลียงได้ยินซ่งฉีเหยียนพูดกับเธอ “อร่อยมาก เป็นเมนูเด็ดของอาจารย์จากแผนกเยอรมันเลยนะ” เขายัดอีกครึ่งเข้าปาก พูดด้วยเสียงอู้อี้ “รีบกินก่อนที่คนอื่นจะมาตักไปหมดล่ะ”

คลั่งไคล้ขนมหวาน……

เป้ยเหยียนต้าต้านี่น่ารักเกินไปแล้ว  ┭┮﹏┭┮. (ร้องไห้)

เซี่ยเหลียงเหมือนโดนสะกด หยิบชีสเค้กเข้าปาก อร่อยจริงๆด้วย ดวงตาเธอเป็นประกาย กลับเป็นยัยตะกละ กินเค้กที่เหลืออย่างรวดเร็วก่อนยิ้มอย่างมีความสุขให้ซ่งฉีเหยียน “อื้มมม อร่อย!”

หลินเฉียนเดินมาตามหาเซี่ยเหลียงเพื่อนรักที่หายไปนานไม่กลับมาเสียที แต่ก็ต้องพูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นสองคนที่กำลังสนุกกับการกินขนม เธอชะงัก คิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนหันหลังเดินกลับไป

เธอไม่เห็นอะไรเลย →_→.

ทำนองไพเราะของ เจิ้นหมิงเกอ[1] เริ่มต้นบรรเลง สติเซี่ยเหลียงตื่นขึ้นจากการหลับไหล เธอยื่นมือหนึ่งออกจากผ้าห่ม ขยับไปมา ปิดนาฬิกาแบบไม่มอง ก่อนมุดกลับเข้าผ้าห่มหลับต่อ

สิบนาทีต่อไป ทำนอง ‘เจิ้นหมิงเกอ’ เริ่มเล่นอีกครั้ง

เซี่ยเหลียงคลานออกจากเตียง ปิดนาฬิกาปลุก เกาหัวยุ่งทั้งๆตาเบลอๆ

“อนาคตเธออยากพากย์เสียงเชิงพาณิชย์ไหม”

“อื้อ……แน่นอนสิคะ…….”

“งั้นขอเบอร์เธอหน่อยสิ”

“……เอ๋”

เซี่ยเหลียงนึกถึงการสนทนากับซ่งฉีเหยียนเมื่อคืน มุดหัวลงหมอนอีกครั้ง ..….

อุ๊ยตายว้ายกรี๊ด ฉันเพิ่งให้เบอร์โลกจริงไปกับเป้ยเหยียนต้าต้า!

พวกเขาเรียนมหาลัยเดียวกัน การจะมีเบอร์กันและกันนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่มันเกิดขึ้นแบบกะทันหัน และเธอยังไม่ได้ทันได้เตรียมใจ

ทั้งเช้าเซี่ยเหลียงนั่งแบบกึ่งไร้สติในห้องเรียนแคลคูลัส สมองเหมือนกับโดนกาวทาไว้ ก่อนจะเลิกชั่วโมงเรียน อาจารย์เหลือเวลาให้นักศึกษาเรียนเอง เธอมองคำถามในแบบฝึกหัด พารามิเตอร์วายคือ พารามิเตอร์……วาย….. จู่ๆเธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้

ตอนนี้เป้ยเหยียนต้าต้ามีเบอร์มือถือเธอ แต่เขายังไม่ได้โทรกลับมา……..เธอเลยยังไม่มีเบอร์เขาน่ะสิ………

เซี่ยเหลียงเกาหัว มีแต่เป้ยเหยียนต้าต้าจะเริ่มติดต่อมาก่อนสินะ แต่เป็นไปไม่ได้หรอกที่เขาจะโทรหาเธอน่ะ

สวรรรค์อาจจะได้ยินคำขอของเซี่ยเหลียง หรือเธออาจจะมีโทรจิต อีกวินาทีถัดมามือถือเซี่ยเหลียงก็สั่นอยู่ในกระเป๋า เธอดึงออกมาแบบหน้าไม่อาย

【เธอมีเรียนตอนบ่ายหรือเปล่า ฉันจะพาเธอไปที่หนึ่ง มาทานข้าวกลางวันด้วยกันนะ。——206-xxx-xxxx】

เซี่ยเหลียงกระพริบตา เธอยังไม่ทันตอบเบอร์แปลกๆ นึกว่าเป็นคนส่งข้อความมาผิด ก่อนที่ข้อความถัดมาก็เด้งขึ้นมา

【ฉันคือซ่งฉีเหยียน。——206-xxx-xxxx】

เธอไม่รู้จะตอบยังไง

ขณะที่เซี่ยเหลียงเดินตามกลุ่มนักเรียนคนอื่นๆออกจากห้องเรียนไปนั้นเธอก็ยังจ้องข้อความใหม่สองอันนั้นแบบเหม่อลอย เธอเปิดรายชื่อจากมือถือก่อนเพิ่มชื่อเขาเข้าไป พิมพ์ชื่อ “ซ่งฉีเหยียน” ลงไป

เธอลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่จะรู้ว่าจะตอบยังไงดีนั้นเอง นิ้วเธอก็บังเอิญกดไปโดนปุ่ม “โทร” เสียแล้ว

เซี่ยเหลียงมองหน้าจอ “กำลังโทร” แบบไม่รู้ทำยังไง เลื่อนมือถือมาแนบหูหลังจากได้ยินเสียงแผ่วๆจากอีกฝ่าย

“สวัสดีค่ะ ฉันเซี่ยเหลียง”

อีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อย เสียงน่าดึงดูดนั้นเจือรอยยิ้มบางๆ “ฉันรู้”

เซี่ยเหลียงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ก่อนจำข้อความขึ้นมาได้ “อื้ม…รุ่นพี่ซ่งคะ ฉันเพิ่งเห็นข้อความคุณ……”   แล้ว แล้วพูดอะไรต่อดี เซี่ยเหลียงกัดริมฝีปากล่าง ถามยังไงดี

“คุณจะพาฉันไปไหน” จะตรงไปตรงมาเกินไปไหม

หรือ “คุณแน่ใจเหรอคะว่าไม่ได้ส่งผิดคน” จะดูเย็นชาไปไหม

มีเสียงซู้ดๆจากปลายสาย เสียงผู้ชายนั้นเบาๆ เหมือนกับกำลังกินอะไรอยู่ “เดี๋ยวนะ……” เขาวางสายไป

เซี่ยเหลียงงง แต่ก็รู้สึกโล่งอกเล็กๆ

วินาทีถัดมาเธอก็เห็นใครบางคนในฝุงชนกำลังโบกมือให้เธอ

แม้จะอยู่ท่ามกลางคนอเมริกันกลุ่มใหญ่ เขาก็ยังสะดุดตา

เขาสวมเสือยืดสีดำกับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเรียบๆ กับหมวกล่าสัตว์สีดำ ดูเหมือนนักเรียนปีสอง รุ่นน้องคนหนึ่ง ท่ามกลางชาวตะวันตกที่ดูเป็นผู้ใหญ่นั้นเขาดูเด็กมาก

เขาโบกมือให้เธอ ดวงตาเงียบงันใต้หมวกนั้นเฝ้ามองเธอขยับไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

เขายิ้มขณะที่เธอเดินเข้าไปใกล้ “ไม่มีเรียนตอนบ่าย?”

เซี่ยเหลียงส่ายหัว

“งั้นไปกันเถอะ” ซ่งฉีเหยียนหันหลัง เอียงหัวกลับมามองเธอ “ฉันจะพาเธอไปกินของอร่อย”

หา?

อ๊ายยยยยยยยยยย ผู้ชายสายรุกเจ้าค่า