0 Views

การพบพานท่ามกลางใบไม้ร่วง 1

“เสี่ยวจือเซี่ย แล้วเสียงนี้ล่ะ” หลังจากเล่นเสียงที่อัดไว้สำหรับออดิชั่น ก็มีเสียงพูดบทของผู้ชายดังขึ้นในห้องแชท YY ทันที

— — “ชาติหน้า เราจะพบกันใต้ต้นท้อนี้ และเจ้ายังคงจะร่ายรำ “จุ้ยเทาฮวา” ให้ข้าผู้นี้ชื่นชมอีกครา ตกลงหรือไม่”

หลังจากผ่านไปหนึ่งอาทิตย์หลังการเรียนเริ่มต้นขึ้นเซี่ยเหลียงก็ปรับตัวได้ เธอกับเพื่อนร่วมห้องที่มาจากเซี่ยงไฮ้เหมือนกัน แบ่งอพารท์เมนท์เล็กๆเช่าด้วยกัน เธอไปเรียนตอนกลางวันและกลับมาทำการบ้านตอนเย็น และยังให้เสียงตัวละครในเน็ตเป็นครั้งคราว หรือฟังละครวิทยุ เป็นชีวีิตที่คุ้มค่าจริงๆ

เซี่ยเหลียงขมวดคิ้วตรงกลาง “งั้นๆแหละค่ะ ความรู้สึกมากเกินไป จนฉันขนลุกซู่เลย ไม่เข้ากับลักษณะนิสัยพระเอกเลย”

จือเซี่ยนั้นเป็นชื่อออนไลน์ของเซี่ยเหลียง เธอกำลังออนไลน์บน YY กับผู้กำกับละครออนไลน์เพื่อคัดเลือกนักแสดงนำชายอยู่

ในที่สุดผู้กำกับโม่ฉินก็อดระเบิดออกมาไม่ได้ “เสี่ยวจือเซี่ย เธออธิบายกับฉันมาเสียดีๆว่าพักนี้เธอเป็นอะไรไปน่ะ หา? ฉันให้เธอฟังการออดิชั่นเสียงตั้งเยอะแต่ยังไม่มีใครดีพอสำหรับเธอสักคน เธอกำลังมองหาอะไรกันแน่น่ะ”

เซี่ยเหลียงหรี่เสียงในหูฟังเงียบๆ ก่อนเม้มปากเข้าด้วยกันจนแน่น

ไม่ใช่ความผิดเธอสักหน่อย

เธอพึมพำ “น้ำบ่อหนึ่งจะดึงดูดคนที่เคยสัมผัสท้องทะเลอันกว้างใหญ่ได้ยังไงกัน……”

ตอนแรกเธอเป็นแค่แฟนคลับไม่จริงจังของเป้ยเหยียน แต่พอเธอได้ยินเสียงจริงๆของเป้ยเหยียนสดๆตอนฤดูร้อนที่ผ่านมาแล้ว เธอก็เริ่มเก็บสะสมงานทั้งหมดของเป้ยเหยียนและไล่ฟังจนหมด ผลก็คือ— —ไม่มีเสียงผู้ชายคนไหนจะสัมผัสหัวใจเธอได้เท่ากับเป้ยเหยียนอีกแล้ว เธอกลายเป็นแฟนคลับเดนตายของเขาไปแล้ว

ความรู้สึกที่เขาถ่ายทอดออกมานั้นไม่มากไม่น้อยเกินไป มากเกินไปนั้นจะดูไม่เป็นธรรมชาติและน้อยเกินไปนั้นก็จะดูเหมือนไร้ความรู้สึก

เสียงเขานั้นไม่สูงไม่ต่ำ เป็นเสียงคุณชายผู้สูงส่งจากตระกูลผู้ดี

เซี่ยเหลียงถอนหายใจ เธอรีบพูดก่อนโม่ฉินจะระเบิดอีกรอบ “งั้นเสียงนี้ก็โอเคแล้วค่ะ ไว้ซ้อมที่หลังนะคะ……”

อันที่จริงการคัดเลือกนักแสดงเสียงนั้นเป็นความรับผิดชอบของผู้กำกับ แต่ผู้กำกับคนนี้เป็นเพื่อนสนิทออนไลน์ของเธอ เขาเลยขอให้เธอในฐานะนางเอกมาฟังเสียงที่ออดิชั่นมาและเสนอความคิดเห็น แต่เธอกลับปฏิเสธทั้งหมด ไม่แปลกที่เขาจะระเบิดออกมาแบบนี้

เธอได้ยินเสียงคนเคาะประตู เซี่ยเหลียงไม่มีปฏิกิริยาอะไรจนเธอสังเกตุว่ามันไม่ได้มาจากหูฟัง แต่มีคนเคาะประตูห้องเธอต่างหาก

“สักครู่นะคะ” เธอบอกโม่ฉิน ถอดหูฟังไปเปิดประตู

เป็นเพื่อนร่วมห้องยืนอยู่ข้างนอกนั่นเอง เธอกวาดสายตามองเสื้อผ้าสบายๆของเซี่ยเหลียงเอ่ย “พวกเรามีปาร์ตี้สำหรับนักศึกษาชาวจีนตอนห้าโมงเย็นนะ เธอลืมแล้วเหรอ”

เซี่ยเหลียงมองปฏิทินก่อนแตะหน้าผากทันที “โทษทีจ้ะ……..ขอเวลาฉันเปลี่ยนเสื้อผ้า 5 นาที”

เซี่ยเหลียงปิดประตู อธิบายกับโม่เฉินอย่างขอโทษก่อนออฟไลน์ ก่อนเลือกชุดกระโปรงสีฟ้าเรียบๆออกมาสุ่มๆ สวมอย่างรวดเร็ว เธอรื้อรองเท้าแตะส้นสูงสีขาวออกมาสวม คว้ากระเป๋าและรีบออกมาจากห้อง

ในห้องนั่งเล่น สาวปักกิ่งหลินเฉียนนั่งเล่นมือถืออยู่บนโซฟา เธอแต่งหน้าทำผมจัดเต็ม เงยหน้ามองเซี่ยเหลียง “เซี่ยที่รัก อย่าบอกนะว่าเธอจะออกไปแบบนี้น่ะ”

เซี่ยเหลียงดึงกระโปรงตัวเอง “เอ๊ะ มันไม่ดีเหรอ……?”

หลินเฉียนวางมือถือ เงยหน้ามองนาฬิกาบนกำแพง “4:20 ใช้เวลาเดินทางไปโรงเรียน 20 นาที 20 นาทีน่าจะพอ”

เธอลากเซี่ยเหลียงเข้าไปในห้องน้ำแบบไม่ลังเล หยิบกระเป๋าเครื่องสำอางค์ลงมาจากชั้น—–เธอช่วยเซี่ยเหลียงเลือกซื้อมาเมื่อปีที่แล้ว—วางไว้ตรงหน้าเซี่ยเหลียง “เร็วๆ เริ่มได้แล้ว”

เซี่ยเหลียงเม้มปากจนเป็นเส้นตรง เริ่มด้วยการใส่คอนแทคเลนส์และเริ่มทาเบส

โชคดีที่เธอเรียนเทคนิคการแต่งหน้ามาจากหลินเฉียนเมื่อปีที่แล้ว ฝีมือการแต่งหน้าทั่วสำหรับเธอนั้นไม่แย่เกินไป ขณะเดียวกันหลินเฉียนก็หยิบที่รีดผมออกมาจากลิ้นชัก ช่วยเซี่ยเหลียงทำผม

สิบห้านาทีถัดมา เซี่ยเหลียงมองกระจกและพบว่าเธอกลายเป็น— —ในคำพูดของหลินเฉียน— —นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมดาๆที่ แต่งหน้าเบาๆใสๆ ที่มีผมบ๊อบปรกไหล่ คนหนึ่ง

“โอเค เสร็จแล้ว” หลินเฉียนปรบมือ ลากเซี่ยเหลียงออกนอกประตูไป

เซี่ยเหลียงทำแก้มป่อง พึมพำ “ชือชือ ราชินีของฉัน”

พวกเขามาถึงปาร์ตี้ เวลา 4:55 ตามที่วางแผนไว้ เหมือนว่าทุกคนจะมา รวมแล้วมีนักศึกษาจากแถบเซี่ยงไฮ้มากกว่าสิบคนทั้งปริญญาตรีและโท

“พวกเธอมาช้าจัง” ชายหนุ่มคนหนึ่งทักหลังจากสังเกตุเห็นพวกเขาขณะที่พูดคุยกับนักศึกษาใหม่

“รุ่นพี่เว่ย [1].” ทั้งเซี่ยเหลียงและหลินเฉียนทักเขา ชื่อของเขาคือเว่ยหมิงฮุ่ย นักศึกษารุ่นพี่ผู้มากความสามารถในแผนกธุรกิจ เขาเป็นหนุ่มเจ้าสังคมและครอบครัวเขาก็รวยมาก เป็นคนดังในหมู่นักศึกษาจีนเลยที่เดียว

“ซัมเมอร์ ชือชือ ทำไมมาช้าจัง เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า” เว่ยหมิงฮุ่ยถามแบบเป็นห่วง

หลินเฉียนยักไหล่แบบช่วยไม่ได้ “ถามเธอดูสิ”

ทั้งคู่มองเซี่ยเหลียงที่กำลังมองไปรอบๆแบบไร้เดียงสา

หลินเฉียนจิ้มหัวเธอ “ตื่นได้แล้ว เธอกำลังมองอะไรน่ะ”

เซี่ยเหลียงตอบแบบไม่ได้คิด “ฉันกำลังมองหาชีสเค้กอยู่น่ะ……”

เว่ยหมิงฮุ่ย: “……”

หลินเฉียน “……เซี่ยเหลียง ยัยตะกละ!!”

เซี่ยเหลียงขยิบตาให้แบบไร้เดียงสา “งั้นสองคนคุยกันไปนะ ฉันไปหาอะไรกินก่อนล่ะ”

เซี่ยเหลียงหันไป เหมือนว่ารุ่นพี่เว่ยนั้นกำลังตามจีบชือชืออยู่ เธอเลยจงใจสร้างโอกาสให้พวกเขา

หลังจากเซี่ยเหลียงตักของหวานมาวางบนจานหลายชิ้นก็หันกลับไปหาหลินเฉียนแบบลังเล ระหว่างทางเธอก็ได้ยินเสียงสาวๆจากโรงเรียนแพทย์พูดถึงชื่อหนึ่ง ——“ซ่งฉือจ่าง[2].”

เมื่อเธอเดินกลับไปข้างๆ หลินเฉียวผู้ชำนาญการเข้าสังคมนั้นก็ตีสนิทกับนักเรียนใหม่หลายคนเรียบร้อย

“ซัมเมอร์” หลินเฉียนโบกมือก่อนกระซิบด้วยท่าทีลึกลับข้างๆหู “เธอรู้ไหมว่าหนุ่มหล่อจากโรงเรียนแพทย์ ซ่งเสวี่ยจางน่ะมาด้วยนะ แปลกดีเนอะ”

“ซ่งฉือจ่าง? ใครอ่ะ— —?” เซี่ยเหลียงตักชีสเค้กมาพูนช้อน

เว่ยหมิงฮุ่ยมองเธอแบบแปลกๆ “เธอไม่รู้จัก — —”

คำพูดเขาโดนหลินเฉียนขัดเสียก่อน “อย่าไปสนใจเธอเลย เธอไม่ได้อยู่บนโลกนี้หรอก เธอเป็นเด็กติดบ้าน ใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์”

เซี่ยเหลียงเม้มปากอย่างไร้เดียงสา

เว่ยหมิงฮุ่ยส่ายศีรษะไปมาอย่างขันๆก่อนสังเกตุเห็นใครสักคนก่อนโบกมือไปทางประตู “ฉีเหยียน ทางนี้”

หลินเฉียนจิ้มแขนเซี่ยเหลียง

เซี่ยเหลียงกลืนชีสเค้กในปากลงคอ ความสนใจเปลี่ยนมาทางนี้

ฉีเหยียน?

ไม่ใช่ซ่งฉือจ่าง

ซ่ง……..ฉีเหยียน?

ทำไมชื่อคุ้นๆนะ……

เสี้ยววินาทีถัดมา เซี่ยเหลียงก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง เธอสำลักทันที

“ขอโทษที่มาสาย”

“นายมาจนได้” เว่ยหมิงฮุ่ยตบไหล่เขาพร้อมขยิบตาให้ “รู้ไหมว่าสาวสวยกี่คนจะรู้สึกผิดหวังถ้าคืนนี้นายไม่มาน่ะ”

ซ่งฉีเหยียนมองเขาแต่ไม่ตอบอะไร เสียงไอจากด้านข้างกลับดึงความสนใจของพวกเขาไปแทน

“ซัมเมอร์ เกิดอะไรขึ้นน่ะ อย่าร้องไห้สิ……”

เซี่ยเหลียงไอถี่ๆจากการสำลักชีสเค้กจนน้ำตารื้น เธอพยายามสังเกตุใบหน้าชายหนุ่มที่มาใหม่จากดวงตาเบลอๆ

เขาสวมหมวกล่าสัตว์ เสื้อเชิร์ตม้วนแขนขึ้น และกางเกงธรรมดาสีดำ

นี่คือเป้ยเหยียนที่เธอจำได้ ไม่ว่าจะรูปร่างหรือขนาดยังไง

ทำไมไม่มีใครบอก ทำไมเธอไม่รู้ว่าเป้ยเหยียนน่ะเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับเธอ เรียนมหาวิทยาลัยในต่างประเทศทีเดียวกันด้วยนะ จะบังเอิญมากไปแล้ว

หลินเฉียนยกมือมาลูบหลังเซี่ยเหลียง เธอไม่ได้สังเกตุว่าซ่งฉีเหยียนน่ะยกมือขึ้นมาแล้วแต่ก็วางลง

ใช้เวลาหนึ่งนาทีเต็มๆกว่าเซี่ยเหลียงจะเลิกไอกลับคืนสู่ปกติ ความคิดเดียวในหัวเธอตอนนี้คือ— — ฉันทำเรื่องน่าอายอีกแล้วสิเนี่ย

ว้าย ทำไมเธอต้องทำอะไรน่าอายตลอดเลยเวลาเจอเป้ยเหยียนเนี่ย ——ไม่เป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์สักนิดเลยนะ TAT.[3]

เรื่องวุ่นๆตามมาติดๆ แค่เสียงเดียวที่ทำลายสติของเซี่ยเหลียงที่พยายามรวบรวมขึ้นมา

ซ่งฉีเหยียนพูดเรียบๆ “ฉันจะพาเธอไปดื่มน้ำนะ” ก่อนหันไปและเดินออกไป

เซี่ยเหลียงนิ่งไปสองวินาที สะดุ้งตื่นตอนที่หลินเฉียนผลักเธอ เธอเดินตามซ่งฉีเหยียนไปติดๆ

ด้านหลังหลินเฉียน เว่ยหมิงฮุ่ยและเหล่าเด็กใหม่มองหน้ากันแบบงงๆ

เว่ยหมิงฮุ่ยอึ้งก่อนเกาหัว — —ทำไมเขาไม่เคยรู้ว่าซ่งฉีเหยียนน่ะเป็นคนใจดีขนาดนี้ล่ะ

[1]: 师兄, pinyin: “shi xiong,” ซือจง แปลว่ารุ่นพี่ เหมือนเซ็นไป ภาษาญี่ปุ่น

 

[2]: 学长, pinyin: “xue zhang,” ฉือจ่าง แปลว่ารุ่นพี่ ผู้ชาย ในคณะเดียวกัน ขณะที่ซือจงเป็นสามารถใช้กับรุ่นพี่ได้หมด ไม่จำเป็นต้องเป็นในโรงเรียน แต่ใช้ลักษณะเดียวกันค่ะ

 

[3]: อีโม ‘TAT’ แทนร้องไห้ค่ะ