0 Views

การพบพานท่ามกลางฤดูใบไม้ร่วง 6

ซ่งฉีเหยียนรอเธอเก็บของ ก่อนจะพาดเป้ตัวเองขึ้นบนไหล่ซ้าย และพาดกระเป๋าใบเล็กของเซี่ยเหลียงที่แขนขวา เขาเดินไปด้วยฝีเท้าช้ากว่าปกติ เซี่ยเหลียงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก “เอ่อ รุ่นพี่คะ ฉันถือเองดีกว่า เป้คุณหนักกว่าตั้งเยอะ

ซ่งฉีเหยียนส่ายศีรษะอย่างจริงใจ “ฉันเป็นผู้ชายนะ”

แค่ประโยคเดียวก็ทำให้เธอเงียบได้แล้ว เซี่ยเหลียงไม่รู้จะเถียงยังไง แต่ก็รู้สึกผิดสุดๆที่เดินกับซ่งฉีเหยียนด้วยตัวเปล่าๆแบบนี้……

ซ่งฉีเหยียนเดินผ่านมหาวิทยาลัยไปช้าๆพร้อมกับเซี่ยเหลียง เขาถามเซี่ยเหลียงที่ดูตกใจนิดๆก่อนเธอจะเอ่ย “อะ”

“เธอชอบอาหารญี่ปุ่นไหม”

เซี่ยเหลียงพยักหน้า “ฉันชอบค่ะ”

มุมปากซ่งฉีเหยียนยกขึ้น “ดีแล้ว” พวกเขาเดินมาอีกประมาณสิบนาทีก่อนมาถึงร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้ๆโรงเรียน วันนี้เป็นวันเสาร์ถึงจะใกล้อาทิตย์ที่สอบกลางเทอมก็ยังมีวัยรุ่นจำนวนมากออกมาพักผ่อนกัน มีโต๊ะว่างหนึ่งโต๊ะตอนที่พวกเขาเดินเข้าไปพอดี เป็นโต๊ะข้างหน้าต่าง พวกเราตามบริกรสาวเข้าไปที่โต๊ะ เซี่ยเหลียงมองไปรอบๆ และพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่นั้นเป็นคู่รักกัน เธออดรู้สึกอึดอัดนิดๆไม่ได้ ตามซ่งฉีเหยียนที่นำไปและนั่งลงแบบเงียบๆ

“คนแน่นกว่าที่คิด แต่ก็พอไหว” ซ่งฉีเหยียนวางกระเป๋าลงข้างๆตัว ก่อนถอดหมวกวางไว้บนโต๊ะ

เซี่ยเหลียงโบกมือไปมาแบบลำบากใจนิดๆ “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะรุ่นพี่ที่พาฉันออกมาทานข้าว”

ซ่งฉีเหยียนมองเธออย่างสงบนิ่ง เหมือนว่าจะมีแสงทอประกายออกมาจากดวงตาลึกล้ำคู่นั้น ในที่สุดก็พูดออกมาช้าๆหลังจากหูของเซี่ยเหลียงเริ่มแดงระเรื่อภายใต้สายตาคู่นั้น “ไม่ต้องเกรงใจ สั่งอาหารกันเถอะ”

เซี่ยเหลียงแสร้งทำเป็นพลิกเมนูอาหารอย่างนิ่งๆ แต่ไม่มีอะไรผ่านเข้ามาในหัวสักนิดเดียว ขณะที่ซ่งฉีเหยียนดูเมนูอาหาร เขาก็เงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอดูไม่มีสมาธิเอาเสียเลย เขาเลิกเกร็งปาก แววตามีรอยยิ้มจางๆ

“พร้อมหรือยัง” เขาถามเซี่ยเหลียงหลังตัดสินใจได้ว่าจะสั่งอะไร

เธอหันไปสนใจเมนูอีกครั้ง “เอ่อ เทปันยากิกุ้งเป็นยังไงบ้างคะ อืม แล้วก็ข้าวผัดกับสลัดวากาเมะ”

“เธออยากสั่งซูซิไหม”

“เอ่อ ฉันไม่รู้จะสั่งอะไรค่ะ…….แล้วก็ไม่ชอบซูซิที่มันมาใส่อะไรไม่รู้ลื่นๆหยึ๋ยๆข้างในด้วย

ซ่งฉีเหยียนงง มองหน้าเธอ ก่อนนึกขึ้นมาได้ “ฉันรู้แล้ว อโวคาโดใช่ไหม อืม ก็แค่มันๆน่ะ ถ้าเธอไม่ชอบก็บอกเขาว่าไม่ต้องใส่ก็ได้ งั้นพวกเราสั่งซูซิพิเศษของร้านไหม”

“อ้อ ได้ค่ะ” เซี่ยเหลียงพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ก่อนลุกขึ้นยืน “ฉันขอตัวไปห้องน้ำนะคะ”
ในห้องน้ำเซี่ยเหลียงตั้งใจละเลงสบู่เหลวลงบนมือ สมองเธอนั้นไม่รู้ทำไมถึงฉายภาพที่เธอกับหลินเฉียนออกไปทานข้าวที่เซียงไฮ้ระหว่างวันหยุดฤดูร้อนขึ้นมา เหมือนจะเป็นที่ร้านอาหารเกาหลี ที่มีเมนูอาหารเยอะแยะ เธอที่มีปัญหาด้านการตัดสินใจนั้นพลิกเมนูไปมามากกว่าสิบนาทีและก็ไม่รู้จะสั่งอะไรดี จนทำให้หลินเฉียนเกือบบ้า ได้แต่กลอกตาไปมาอย่างหงุดหงิดก่อนเขกหัวเซี่ยเหลียง สิ่งที่เธอพูดนั้นยังชัดเจนอยู่ในหัว

“ซัมเมอร์ที่รัก เธอน่ะสามารถแต่งงานกับชายหนุ่มได้แค่สองแบบเท่านั้นแหละ ถ้าไม่ใช่ผู้ชายแบบผู้ช้ายผู้ชายที่ตัดสินใจทุกอย่างเอง ก็ต้องเป็นผู้ชายอ่อนโยนผู้แสนเข้าอกเข้าใจเธอเท่านั้น ถึงจะช่วยเธอตัดสินใจได้ทุกครั้ง ไม่งั้นละก็นะ เฮ้อ ผู้ชายคนอื่นน่ะจะตายเพราะเธอไม่ตัดสินใจอะไรสักทีเนี่ยแหละ”

 

เซี่ยเหลียงล้างโฟมบนมือออกก่อนมองตัวเองในกระจก

เธอระลึกถึงเหตุการณ์ในร้านขนมเมื่อวันก่อน เป็นเหตุการณ์เหมือนวันนี้ ซ่งฉีเหยียนนั้นเข้าใจว่าเธอชอบหรือไม่ชอบอะไร และยังตัดสินใจเลือกแทนโดยไม่กดดันเธออีกด้วย งั้นเขาคงเป็นผู้ชายประเภทที่สองที่ซีซีพูดถึงสินะ

ก่อนที่จู่ๆเธอก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่และก็หน้าแดงขึ้นมาทันที

อะไรเนี่ย…….ทำไมเธอถึงคิดเรื่องที่จะแต่งกับใครหรือไม่ขึ้นมาได้นะ o(╯□╰)o

 

พอเซี่ยเหลียงกลับมาที่โต๊ะซ่งฉีเหยียนก็ไปห้องน้ำเหมือนกัน ตอนเขากลับมาอาหารก็ยังไม่ยกมาเสิร์ฟ พวกเขานั่งอยู่ตรงข้ามกันอย่างเงียบๆ

เซี่ยเหลียงค้นพบว่าซ่งฉีเหยียนนั้นเป็นคนเงียบมากเกือบตลอดเวลา แทบจะไม่เริ่มการสนทนากับใคร เมื่อเขาเริ่มคุยเขาก็มักจะสุภาพมากและมองเข้าไปในตาของอีกฝ่าย ไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเขาเป็นคนหยาบคายแม้จะตอบไม่บ่อย แต่พอคนสองคนที่ไม่รู้จะคุยอะไรกันนั้น ความเงียบนั้นก็ค่อนข้างอึดอัด ได้แต่มองกันและมองกันเงียบๆเท่านั้น

 

เซี่ยเหลียงคิด ถ้าเธอหยิบมือถือออกมาเปิดเว่ยป๋อตอนนี้จะดูหยาบคายไหม เอ๊ะ ใช่แล้ว เว่ยป๋อไง

ดวงตาทั้งคู่ของเธอนั้นจู่ๆก็สว่างขึ้นเหมือนหลอดไฟสองดวง “รุ่นพี่คะ ฉันเพิ่งอ่านข้อความส่วนตัวคุณบนเว่ยป๋อ……เอ่อ……..ฉันไม่ค่อยเข้าใจน่ะค่ะ”

ซ่งฉีเหยียนมองเธออย่างจริงจังเหมือนปกติ เรียบเรียงคำพูดอย่างสุขุมก่อนเอ่ย “ฉันเห็นเธอโพสเว่ยป๋อหาอาจารย์หรือคู่CPน่ะ”

เซี่ยเหลียงพยักหน้า “อื้อ” เธอไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมหัวใจเธอนั้นเริ่มเต้นเร็วขึ้น

เขาชะงักไปเล็กน้อย “ทำไมเธอถึงอยากหาอาจารย์หรือคู่ CP ล่ะ?”

เซี่ยเหลียงตอบอย่างรวดเร็ว “แค่อยากเรียนรู้เกี่ยวกับการแสดงเสียงให้มากขึ้นน่ะค่ะ” ก่อนจะรู้สึกว่าคำตอบนี้ฟังดูทางการเกินไปมาก จึงเสริม “อื้ม ฉันอยากหาคู่ซ้อมประจำสำหรับการแสดงละครด้วย”

ซ่งฉีเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง “การแสดงละครน่ะเรียบง่ายมาก ในวงการนักแสดงเสียง เอ่อ โดยเฉพาะในนักพากย์ออนไลน์ ถึงแม้นักแสดงดังๆจะไม่ถือว่าเป็นระดับท็อปในวงการ ส่วนใหญ่จะดังเพราะพวกเขามีเสียงที่ไพเราะน่าดึงดูด หรือมีอารมณ์ความรู้สึกมากมาย จับใจคนฟัง แต่ส่วนใหญ่มันจะฉูดฉาดเกินความจริงไปมาก จนทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนกำลังแสร้งทำ เพราะในชีวิตจริงคนเราไม่พูดแบบนั้น สำหรับชีวิตจริงสิ่งที่นักแสดงเสียงเชิงพาณิชย์ไขว่คว้าคือการแสดงที่เหมือนจริง เป็นธรรมชาติและจริงใจ นั่นคือการแสดงเสียงที่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นการพากย์เสียงส่วนใหญ่ในอินเตอร์เนตน่ะไม่น่าเรียนหรอกนะ

เซี่ยเหลียงฟังอย่างตั้งใจพร้อมตาเบิกกว้าง และรู้สึกเหมือนเธอได้เรียนรู้อะไรมากมาย

“แล้วก็” ซ่งฉีเหยียนมองกลับมาที่เธอ “การที่เธอมีคู่ซ้อมประจำเนี่ย เธอจะไม่เบื่อการฟังเสียงเดิมๆทุกครั้งหรอกเหรอ”

เซี่ยเหลียงส่ายศีรษะทันที “ไม่ค่ะ! หลายๆคนฟังเสียงคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ก็ไม่เคยเบื่อสักนิด”

ซ่งฉีเหยียนหัวเราะ “เธอก็ด้วยเหรอ?”

เซี่ยเหลียงกระพริบตายิ้มเขินๆ “อื้อ……”

“งั้นก็สมบูรณ์แบบเลย” ซ่งฉีเหยียนเหมือนจะอารมณ์ดีมาก

อะไรนะ? อะไรสมบูรณ์แบบน่ะ เซี่ยเหลียงสับสนสุดๆ

ซ่งฉีเหยียนใช้เสียงนั้นที่เซี่ยเหลียงชื่นชม เอ่ยช้าๆ “ดูสิ เธออยากเรียนเรื่องการแสดงเสียงเลยอยากหาอาจารย์หรือคู่ CP ใช่ไหม ฉันมีประสบการณ์เชิงพาณิชย์หลายปีซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเธอ เธอไม่เบื่อที่จะฟังเสียงฉัน และฉันเองก็ชอบเสียงเธอมากๆด้วย พวกเราเรียนที่เดียวกัน การพบกันนั้นเป็นเรื่องง่าย และยังไม่มีปัญหาเรื่องเวลาที่แตกต่างกันด้วย ดังนั้นทุกอย่างก็สมบูรณ์แบบไงล่ะ”

อะไรสมบูรณ์แบบนะ…….เซี่ยเหลียงรู้สึกเหมือนสมองเธอวันนี้ทำงานไม่ปกติเท่าไหร่ แต่ถึงแม้เธอจะตอบสนองช้ามาก ก็เริ่มเข้าใจ รุ่นพี่กำลังเสนอตัวเองอยู่? ถ้าเธอปฏิเสธ ทุกคนในวงการแสดงเสียงนั้นคงฆ่าเธอแน่ๆ

และเธอก็ถามคำถามที่ฟังดูโง่สุดๆ “รุ่นพี่คะ คุณอยากเป็นอาจารย์หรือคู่ CP คะ” เธออยากจะฆ่าตัวตายทันทีที่พูดจบ ทำไมถึงโง่จนถามแบบไม่คิดได้เนี่ย ┭┮﹏┭┮

“เธอคิดว่าไงล่ะ”

เธอคิด……….เธอคิดว่าเธอต้องได้ยินเสียงฟ้าผ่าถึงจะปลุกเธอขึ้นมาได้…………

ทำไมคำถามถึงย้อนมาหาเธอได้ละเนี่ยO(≧口≦)O

 

โชคดีที่อาหารที่รอคอยมานานในที่สุดก็ถูกนำมาเสิร์ฟ บริกรสาวผู้กระตือรือร้นขัดบรรยากาศแปลกๆระหว่างทั้งคู่ เซี่ยเหลียงนั้นก้มหน้าก้มตากินอาหารทันที

ซ่งฉีเหยียนใช้เวลาหยิบตะเกียบขึ้นมา เห็นเธอทำตัวราวกับนกกระทา ริมฝีปากก็ขยับยกขึ้นพลางคิดไม่ได้ เขารุกเร็วไปหรือเปล่า หรือเขาทำให้เธอกลัว ให้ตายสิ……

ทั้งสองนั้นทำตัวสุภาพมีมารยาท ไม่พูดอะไรสักคำระหว่างทานอาหาร ทานมื้อค่ำกันภายในบรรยากาศเงียบๆแสนแปลกประหลาด พอเริ่มค่ำพวกเขาก็มุ่งหน้าไปทางอพาร์ตเมนท์ของเซี่ยเหลียงแล้ว

ไฟถนนขมุกขมัวแต่งแต้มรัศมีอบอุ่น ถนนนั้นมีการจราจรหนาแน่น ผู้คนสัญจรไปมาทั้งเร่งรีบและสบายๆ มีทั้งเดินเป็นคู่ๆและเดินเพียงลำพัง เซี่ยเหลียงกับซ่งฉีเหยียนนั้นเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กัน ซ่งฉีเหยียนนั้นยังถือกระเป๋าอยู่สองใบ ขณะที่เซี่ยเหลียงนั้นมือเปล่า เพราะว่าเมื่อครู่ก่อนเธอกินอย่างเต็มที่เซี่ยเหลียงเลยอิ่มมาก

“ถึงแล้ว” พวกเขายืนอยู่ตรงบันไดทางขั้นอพาร์ตเมนท์ เซี่ยเหลียงหยุดก่อนชี้ไปที่บันได ซ่งฉีเหยียนมองประตู พยักหน้า ส่งกระเป๋าคืนให้เซี่ยเหลียงที่รับมา เธอสอดส่ายสายตาไปมา ก่อนรวบรวมความกล้าเงยหน้ามองชายหนุ่มที่เธอกว่าเธอเกือบช่วงตัว “รุ่นพี่คะ เรื่องที่เราคุยกันเมื่อสักครู่น่ะค่ะ หือ……..”

ใบหน้าซ่งฉีเหยียนนั้นไม่แสดงอารมณ์อะไรนัก แต่มือขวาเขากำเข้าด้วยกัน เขาพยายามจะไม่กำมือจนกลายเป็นหมัด เขาไม่อยากทำให้เด็กสาวคนนี้หวาดกลัว

“อืม……” ใบหน้าเซี่ยเหลียงนั้นแดงระเรื่อตั้งแต่หูจรดแก้ม ดวงตาเธอยังเป็นประกาย มองชายหนุ่มตรงหน้า “ขอบคุณนะคะรุ่นพี่ที่เต็มใจสอนฉันเรื่องการแสดงเสียงน่ะค่ะ”

ซ่งฉีเหยียนหน้าบึ้งเล็กๆ เขาไม่ชอบที่เธอทำตัวสุภาพขนาดนี้

จากที่เธอพูด เธออยากให้เขาเป็นอาจารย์หรือเนี่ย เขาดึงหมวกเล็กน้อย ถึงเขาจะชอบตำแหน่งหลังมากกว่า เขาก็จะไม่รีบร้อน

“จะเป็นอาจารย์หรือคู่ CP ก็ตาม เอ่อ……รุ่นพี่คะ ฉันจะขอบคุณมากจริงๆถ้าคุณจะสอนฉันเวลาที่คุณว่าง เพราะความตั้งใจของฉันที่จะหาอาจารย์หรือคู่ CP ก็เพื่อพัฒนาการแสดงเสียงของตัวเอง เพราะฉะนั้นพวกเราไม่ต้องสนใจเรื่องตำแหน่งอะไรนั่นหรอกค่ะ รุ่นพี่เห็นด้วยไหมคะ”

ซ่งฉีเหยียนมองตาเด็กสาวที่เป็นประกายคู่นั้น อดหัวเราะไม่ได้ ช่างเป็นเด็กสาวที่ทั้งเจ้าเล่ห์และฉลาดสุดๆ

เขาพยักหน้า “อืมม์ เธอควรขึ้นไปได้แล้ว”

เซี่ยเหลียงกระพริบตา เขาหมายความว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยล่ะเนี่ย

“งั้น……รุ่นพี่คะ ลาก่อนค่ะ” เธอคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนเสริม “ครั้งนี้รุ่นพี่ก็เลี้ยงอีกแล้ว ครั้งหน้าให้ฉันเลี้ยงนะคะ นะ?”

ซ่งฉีเหยียนคิด แน่นอน ตราบใดที่มีครั้งหน้าล่ะนะ

แต่ยอมให้ผู้ชายเป็นคนจ่ายเถอะ

แน่นอนว่าเขาไม่บอกเธอเรื่องนี้แน่ เขาพยักหน้าง่ายๆอย่างจริงจัง ก่อนยกมือขึ้นมาลูบหัวเซี่ยเหลียงเบาๆ “ขึ้นข้างบนเถอะ แล้วส่งข้อความให้ฉันตอนเธอถึงห้องด้วย”

ซ่งฉีเหยียนมองเซี่ยเหลียงเดินขึ้นบันไดไปที่ละก้าวๆ ก่อนหายไปที่หัวโค้ง เขาหันไปช้าๆ ยกมือขวาขึ้นมาดู ก่อนปล่อยมือลง

เขาไม่ได้สังเกตว่าเซี่ยเหลียงซ่อนอยู่หลังหน้าต่างตรงหัวโค้งชั้นสอง เธอแอบดูแผ่นหลังชายหนุ่มที่เดินออกไปที่ละก้าวๆ ก่อนบอกตัวเองว่า เซี่ยเหลียง เธอตายแน่.