0 Views

การพบพานท่ามกลางฤดูใบไม้ร่วง 3

“รุ่นพี่ พวกเราจะไปไหนกันคะ” เซี่ยเหลียงที่อยู่ในภวังค์มาตลอดพูดขึ้นมาในที่สุดหลังจากที่ขึ้นรถเขามาแล้ว เธอหันหน้ามามองซ่งฉีเหยียน ก่อนพบว่าใบหน้าด้านข้างของเขานั้น ……ไร้ที่ติ

“ฉันไม่ลักพาตัวเธอหรอกน่ะ” เขาเอ่ย “เดี๋ยวไปถึงก็รู้เอง”

คนอื่นอาจจะพูดขำๆ แต่เขานั้นดูจริงจังมากเวลาพูด แม้แต่ดวงตานั้นยังสงบนิ่งสุดๆขณะที่เขามองตรง เหมือนกำลังบอกข้อเท็จจริง

เซี่ยเหลียงเก็บความสงสัยไว้เอ่ย “อ้อ”

ทำอะไรดี เธอรู้สึกจริงๆนะว่าเป้ยเหยียนต้าต้า……รุ่นพี่ซ่งสินะ น่ารักเกินไปแล้ว

เซี่ยเหลียงมองไปรอบๆหลังจากพวกเขาจอดรถ มีร้านอาหารจำนวนมากและเพราะว่าเป็นช่วงเที่ยงจึงมีคนจำนวนมาก เธอตามซ่งฉีเหยียนไปขณะที่เขาเลี้ยวเข้าร้านอาหารเล็กๆตรงหัวมุม เธอแปลกใจที่เห็นป้ายเป็นภาษาจีน อ๊ะ หรือจะเป็นภาษาญี่ปุ่น

เพราะบนป้ายนั้นมีแค่คำเดียว —— “บะหมี่”

เซี่ยเหลียงกระพริบตา เรียบง่ายและตรงไปตรงมาสุดๆ

เซี่ยเหลียงเดินตามซ่งฉีเหยียนเข้าไปในร้าน ในร้านนั้นไม่มีคนเยอะเท่าร้านอื่นๆที่อยู่ริมถนน แต่ก็ยังมีคนนั่งอยู่ข้างในบ้าง ซ่งฉีเหยียนมองกลับมาให้แน่ใจว่าเซี่ยเหลียงยังตามเขามาอยู่ เขาลดฝีเท้าลงเล็กน้อย รอเธอก่อนเดินไปที่โต๊ะมุมร้านที่เงียบๆ

หลังจากพวกเขานั่งลง ซ่งฉีเหยียนก็ถอดหมวกวางไว้บนโต๊ะ ก่อนแนะนำร้านอาหารกับเซี่ยเหลียงเบาๆ “นี่เป็นร้านบะหมี่ที่มีคู่สามีภรรยาจากหลันโจวเป็นเจ้าของ รสชาติดั้งเดิม” เขาหยิบเมนูลงมาจากชั้นข้างๆส่งให้เธอ “ดูสิว่าเธออยากทานอะไร”

พวกเขาตกลงสั่งบะหมี่เนื้อคนละชาม เกี๊ยวชามเล็ก แมงกะพรุนหนึ่งจาน และตีนไก่หนึ่งจานเป็นเครื่องเคียง

ตาเซี่ยเหลียงส่องประกายวิบวับตอนที่ชามบะหมี่ร้อนๆถูกยกมาวางที่โต๊ะ เธอเหลือบมองซ่งฉีเหยียนที่หักตะเกียบคู่หนึ่งช้าๆ ก่อนตัดสินใจหยิบตะเกียบขึ้นมาเริ่มทาน อร่อยมาก……

แค่คำแรกก็ทำเอาเซี่ยเหลียงเหมือนขึ้นสวรรค์ บะหมี่เหนียวนุ่มเคี้ยวหนึบ เนื้อวัวที่ละลายในปาก และน้ำซุปเข้มข้นเผ็ดกลางๆ……การที่ได้กินบะหมี่รสชาติดั้งเดิมแบบนี้ทำให้อบอุ่นไปทั้งร่างกายเลยทีเดียว

“อร่อยไหม” ซ่งฉีเหยียนมองเธอผ่านไอน้ำที่ลอยขึ้นมา

เซี่ยเหลียงพยักหน้าแรงๆ

ซ่งฉีเหยียนดูเหมือนจะหายใจโล่งอก วางตะเกียบลงก่อนใช้ช้อนตักเกี๊ยวขึ้นมาสองตัว วางลงในชามเซี่ยเหลียง “ไส้เป็นหมูกับขึ้นฉ่าย อร่อยมากเหมือนกันนะ”

เซี่ยเหลียงกินอย่างร่าเริง

ซ่งฉีเหยียนนั้นหยุดกินแล้วขณะที่เซี่ยเหลียงหม่ำบะหมี่ลงไปทั้งชาม เขาเงยหน้ามองเธอ “เอาอีกไหม” เมื่อเห็นใบหน้าแดงๆของเซี่ยเหลียงหลังจากกินแล้วเขาก็รู้สึกอบอุ่นในอก เขาดันชามเกี๊ยวไปทางเธอ “มีเกี๊ยวอีกสองตัว”

เซี่ยเหลียงยืดหลังขึ้น รู้สึกว่าใกล้อิ่มแล้วเธอเลยลังเล ลูบท้องตัวเอง

ซ่งฉีเหยียนหัวเราะเบาๆหลังจากเห็นเธอทำแบบนั้น “ไม่เป็นไรหรอก ทิ้งไว้แบบนี้แหละถ้าเธอทานไม่หมด เดี๋ยวฉันจะไปจ่ายเงินนะ”

พวกเขาเดินออกมาจากร้านบะหมี่ ภรรยาเจ้าของนั้นเอ่ยอย่างอบอุ่น “ขอบคุณที่แวะมานะคะ” เซี่ยเหลียงส่งยิ้มหวานให้ภรรยาเจ้าของ การที่ได้ยินภาษาบ้านเกิดนอกโรงเรียนนั้นช่างซาบซึ้งโดยเฉพาะหลังจากได้กินบะหมี่ที่อร่อยมากแบบนี้

เธอรีบสาวเท้าไล่ตามซ่งฉีเหยียนที่ยืนรอเธออยู่ข้างหน้า ยิ้มให้เขา “ขอบคุณค่ะรุ่นพี่ บะหมี่อร่อยมากเลย”

“ตราบใดที่เธอชอบ”

เซี่ยเหลียง “……”

เซี่ยเหลียงหยุดจินตนาการเพ้อเจ้อ บอกตัวเองว่าคิดมากไปเงียบๆ รุ่นพี่นั้นแค่ทำตัวเป็นมิตร พาเธออกมากินข้าว เซี่ยเหลียงบอกตัวเองว่าอย่าคิดลึกไป “รุ่นพี่คะ ร้านบะหมี่นี่มาซ่อนอยู่ในมุมแบบนี้ คุณเจอร้านนี่ได้ยังไง” เซี่ยเหลียงอดสงสัยไม่ได้

ซ่งฉีเหยียนหันหน้ามามองเธอ “วันหนึ่งฉันออกมากินข้าวกับเพื่อนร่วมชั้นหลังทำแล็ปเสร็จ พวกเราขับรถมาที่นี่แต่ทุกร้านเต็มหมด หลังได้บัตรคิวแล้วพวกเราเลยเดินไปเดินมา จนเจอร้านนี้ เห็นมีโต๊ะว่างเลยเดินเข้ามาทาน หลังจากนั้นฉันก็แวะมาทานที่นี่เป็นครั้งคราวน่ะ”

เซี่ยเหลียงพบความจริงที่ว่าซ่งฉีเหยียนนั้นเป็นคนที่มองตาคู่สนทนาอย่างจริงใจทุกครั้งที่พูดกับใคร เว้นเพียงเวลาขับรถเท่านั้น ถึงดวงตางดงามรูปเมล็ดซิ่งนั้นจะซ่อนอยู่ภายใต้หมวกเกือบตลอดเวลา แต่คนอื่นๆก็สามารถรู้สึกถึงความจริงใจของเขาได้”

รู้สึกว่า……เขามารยาทดีมาก

“งั้นเหรอคะ………บะหมี่อร่อยมากเลย” เซี่ยเหลียงชมอีกครั้ง

ซ่งฉีเหยียนคลี่ยิ้ม “งั้นครั้งหน้าฉันจะพาเธอมาที่นี่อีกถ้าเธอชอบ”

เซี่ยเหลียงกระพริบตา…….ยังมีครั้งหน้าอีกงั้นเหรอ

เซี่ยเหลียงที่ไม่มีเซนส์ด้านทิศทาง จู่ๆก็สังเกตอะไรขึ้นมาหลังจากตามซ่งฉีเหยียนมาพักหนึ่ง “รุ่นพี่คะ พวกเราจะไปไหนกันน่ะ ลานจอดรถเหมือนจะอยู่อีกด้านนี่……”

“ฉันพาเธอมาเดินเล่น ช่วยเรื่องการย่อยอาหารน่ะ เดี๋ยวจะพาไปอีกที่ด้วย” ซ่งฉีเหยียนตอบ ก่อนมองเธอ “เธอเหมือนจะไม่มีเซนส์เรื่องทิศทางเลยนะ” เธอเพิ่งรู้สึกตัวว่าเดินมาผิดทางหลังจากเดินมาตั้งนานขนาดนี้

เซี่ยเหลียงห่อปาก เขาไม่ต้องตรงไปตรงมาขนาดนี้ก็ได้……

ซ่งฉีเหยียนดันหมวกลง พยายามหยุดมุมปากที่จะขยับยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ดวงตารูปเมล็ดซิ่งภายใต้หมวกนั้นส่องประกายอย่างร่าเริง

ในฐานะนักชิม เซี่ยเหลียงเชื่อมั่นว่าความสุขที่สุดในโลกคือการได้กินของอร่อย

แต่ในฐานะนักชิม ปีที่แล้วในอเมริกาเธอกลับหดหู่แบบสุดๆ ถึงไชน่าทาว์นนั้นจะไม่ไกลจากโรงเรียนมากนักแต่เธอก็ต้องกินข้าวเกือบทุกมื้อที่โรงอาหารมหา’ลัย ทั้งเธอกับหลินเฉียนก็ไม่ได้เป็นแม่ครัวมือเอกแค่กินเพื่อไม่ให้หิวเท่านั้น

นอกจากนั้นต่อมรับรสนั้นถูกตามใจจากอาหารชั้นเลิศที่เธอออกมาทานกับแม่ทุกคืนที่เซี่ยงไฮ้ระหว่างวันหยุดฤดูร้อนสามเดือน

และวันนี้เซี่ยเหลียงอยู่กับเสียงโปรด และได้ทานบะหมี่และเกี๊ยวรสชาติดั้งเดิมแบบสุดๆเท่าที่เธอเคยทานมาหลังจากที่มาอเมริกา เธอนั้นท่วมท้นไปด้วยความสุข ชณะทิ่คิดว่าคงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว เธอก็มาถึงหน้าร้านขนมอบกับซ่งหนานชวน

เซี่ยเหลียงเบิกตากว้างขณะที่จ้องขนมหวานสุดหรูในตู้โชว์ก่อนหันไปทางซ่งฉีเหยียนแบบอึ้งๆ

“พะ……..พวกเราจะเข้าไปจริงเหรอคะ”

ซ่งฉีเหยียนมองเธอด้วยสายตาแปลกๆที่ส่งความหมายว่า “’งั้นมั้ง”

และแล้วพวกเขาก็เดินเข้าไปในร้านขนม แล้ว——เซี่ยเหลียงนั้นเหมือนหนูที่ตกลงไปในกระสอบที่เต็มไปด้วยข้าวสาร

เซี่ยเหลียงจ้องขนมชิ้นเล็กชิ้นน้อยน่ารักน่าเอ็นดูตรงหน้า ทั้งเค้ก คุกกี้ โดนัท และพุดดิ้ง….. ดวงตาเธอเป็นประกาย

ดวงตาซ่งฉีเหยียนที่ซ่อนอยู่ใต้หมวกมองความตื่นเต้นของเธอ และริมฝีปากที่โค้งขึ้นอย่างไม่ปิดบังของเธอ มือขวาที่ล้วงกระเป๋าอย่างเกร็งๆอยู่นั้นผ่อนคลายลง โชคดีที่เธอชอบ ……

เซี่ยเหลียงยืดหลังขึ้น ก่อนจิ้มแขนซ่งฉีเหยียน “รุ่นพี่คะ มีอะไรแนะนำไหม”

ซ่งฉีเหยียนนั้นเหม่อไปครึ่งวินาที ก่อนมองขนมหวานบนเคาท์เตอร์อย่างจริงจัง “แองเจิ้ลดรีมอันนี้ก็ดี เป็นบัตเตอร์เค้กตกแต่งด้วยช็อคโกแลต สตอเบอรี่ดูสดดี คงไม่หวานเกินไป บราวนี่อันนี้ก็ดี พุดดิ้งคาราเมลก็อร่อยมาก ฉันเคยกินสปริงอินปารีสแล้ว ลูกพีชสีเหลืองเข้าคู่กับชีสได้ดีมาก โดนัทที่นี่ก็ดังเหมือนกันแต่ฉันยังไม่เคยทาน…….”

ฟังเสียงโปรดของตัวเองแนะนำขนมหวานอย่างอ่อนโยนข้างหูแบบนี้ ความสนใจของเซี่ยเหลียงนั้นโดนหักเหไปจากขนมหวาน

“เป็นอะไรไปน่ะ” ซ่งฉีเหยียนมองเธอ

พอเซี่ยเหลียงรู้สึกตัว เธอก็พบว่าเธอกำลังมองดวงตาสีดำสนิทคู่หนึ่งอยู่ “อ้อ ไม่มีอะไรคะ เอ่อ…….” เธอเหลือบมองเคาท์เตอร์ ตัดสินใจไม่ถูก “ทานอะไรดี” พวกที่มีปัญหาในการเลือกแบบเธอนี่คือตัวอย่างคนราศีคนคู่ที่ดีที่สุดเลย

“แองเจิ้ลดรีมกับสปริงส์อินปารีสอย่างละชิ้นครับ” ซ่งฉีเหยียนตัดสินใจให้เธอ เขาหันมามองเธอ “ดื่มอะไรไหม”

เซี่ยเหลียงตอบ “อืมม์ ชาดำก็ดีค่ะ”

ซ่งฉีเหยียนพยักหน้า “ชาดำสองที่ด้วยครับ”

การออกเสียงภาษาอังกฤษของซ่งฉีเหยียนนั้นเป็นการออกเสียงตามมาตรฐานอเมริกันปนสำเนียงฝั่งตะวันออกนิดๆ

“อะไรเหรอ” เขาสังเกตสายตาของเซี่ยเหลียง

เซี่ยเหลียงส่ายศีรษะ เอียงคอยิ้มน้อยๆ “ฉันคิดว่าภาษาอังกฤษในละครจีนน่ะมีแต่พวกคนเขียนบทห่วยๆเขียน เมื่อไหร่ที่มีคนต่างชาติพูดภาษาอังกฤษ ตัวละครจีนมักจะพูดภาษาอังกฤษง่ายๆหรือตอบเป็นภาษาจีน หรือไม่ก็หาคนมาพากย์ภาษาอังกฤษทับทีหลัง ฉันคิดว่าคงเป็นเรื่องง่ายสำหรับเป้ยเหยียนต้าต้าถ้าจะพากย์เสียงบทภาษาอังกฤษน่ะค่ะ”

ซ่งฉีเหยียนยิ้ม “ไม่มีโอกาสให้ทำเท่าไหร่หรอก ฉันไม่รับพากย์ละครทีวีปัจจุบัน ฉันอัดเฉพาะละครโบราณหรือเกมส์เท่านั้น”

“ความสนใจของคุณเหรอคะ”

“จะพูดแบบนั้นก็ได้”

“อ้อ……”

อันที่จริงเซี่ยเหลียงฟังงานเป้ยเหยียนมาเกือบหมดแล้ว ไม่มีงานไหนที่เป็นละครยุคปัจจุบันเลย เขายังทำตัวติดดิน ไม่เคยแม้แต่ให้สัมภาษณ์ด้วยซ้ำ

แล้วพอเธอคิดถึงตัวเอง ก็อดกระแอมน้อยๆไม่ได้ เหมือนว่าเธอจะเข้าใจเหตุผลของซ่งฉีเหยียนเช่นกัน

เพราะเธอก็เป็นแฟนคลับละครโบราณเต็มตัว และไม่เคยรับละครปัจจุบันยกเว้นแต่ว่าเพื่อนสนิทเธอจะขอร้องมา……