0 Views

 

Chapter 1 – เรดเกรซอินน์

 

กระเป๋าขนาดใหญ่สองใบอยู่บนไหล่ของ นอตัน ลอลิส เขามีกระเป๋าเป้สะพายไหล่กว้างขนาดใหญ่อีกหนึ่งใบห้อยลงมาจากกระเป๋า แขนซ้ายของเขาถือกระป๋องหวายสีเขียวอมเหลืองในขณะที่ด้านขวาถือหนังสัตว์ที่ถูกห่อ พ่วงอยู่บนบ่าของเขา

ประตูคู่สีแดงถูกเปิดโดยนอตัน ลอลิส เขาดูคล้ายหมีตัวใหญ่ที่ดูเงอะงะในขณะที่เขากำลังเดินและพยายามที่จะบีบตัวเองผ่านประตูเพื่อให้มันกว้างพอที่จะให้ชายสองคนด้านในโรงแรมได้เดินผ่านออกไปด้วยในเวลาเดียวกัน

ในตอนบ่ายสามโมงเย็น นี่เป็นช่วงเวลาที่โรงแรมเงียบสงบที่สุด ห้องโถงใหญ่ของโรงแรม มีแค่เพียงพวกเขาสามคนเท่านั้น นักกวีชายผิวดำที่อายุน้อยคนหนึ่งซึ่งเป็นคนที่ดื่มเหล้าหนัก เขาเมามากจนล้มตัวลงบนโต๊ะ ด้านข้างเตาผิงเก่า นักปีนเขานายทหารเก่าที่เกษียณอายุ ทอม  กำลังนั่งเล่นเกมส์การ์ดหยุดเล่นแล้วหันมาจ้องมองที่ ลอลิส ที่เดินเข้ามา ลอลิสตัวเกร็งได้แต่เดินก้มหัวผ่านไป แล้ววางกระเป๋าลงบนพื้นด้านหน้าเคาน์เตอร์และซ้อนกันไว้เป็นกอง เขาวางหมวกคลุมขนหมีไว้บนโต๊ะและทิ้งแจ็คเก็ตหนังสีดำและถอดดาบสองเล่มที่มีความยาวแตกต่างกันออกจากเอวและวางไว้บนโต๊ะ เขาถอนหายใจยาวก่อนจะเคาะบนโต๊ะและเรียกพนักงาน

“คารันโด คุณอยู่มั้ย  ? … ”

“พระเจ้านั่นมัน ลอลิส … ”

ทอมนายทหารเก่า พูดในขณะที่เขาได้ยินเสียงของ ลอลิส ความกังขาไม่สามารถต้านทานได้อีกต่อไปเขายืนขึ้นแล้วพูดขึ้นมาว่า

“เฮ้ ลอลิส. มันนานแค่ไหนแล้วประมาณครึ่งปีมั้ยน่ะ ? เราคิดแต่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับนายรึเปล่า.. แล้ว…นายได้เอาหนังกวางตัวผู้มาบ้างไหม?”

ลอลิสชี้ไปที่หนังสัตว์

“ผมผูกมันไว้ข้างใน  ”

ชายชรารูปร่างสูงโผล่ขึ้นมาจากประตูหลังเคาน์เตอร์ เมื่อเห็น ลอลิส กำลังยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์

ใบหน้าแห่งความโศกเศร้าของเขาสว่างขึ้นด้วยรอยยิ้ม

“คุณกลับมาแล้ว!”

ชายชราคนนี้เป็นเจ้าของโรงแรมเรดเกรซอินน์ชื่อ เบรนนอน คารันโด ซึ่ง ลอลิส เรียกเขาว่า คารันโด ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่าชายชราคนนี้เป็นคนยังไง คนส่วนใหญ่มองว่าชายชราคนนี้เป็นคนที่เงียบๆที่อยู่หลังเคาท์เตอร์แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นนักดาบทองระดับ 1 ดาว คนที่มาพักที่โรงแรมส่วนใหญ่เลยไม่ค่อยกล้าที่จะมีปัญหาอะไร

“เฮ้  คารันโด ผมขอเบียร์แบล็กเคอร์แรนท์”

“โอ้และขอให้ แม็ค ไปทำอาหารมื้อใหญ่ให้ผม ครึ่งปีที่ผ่านมาผมได้รับการแบ่งอาหารในกองทัพที่น้อยมาก … ผมคิดถึงอาหารที่นี่มาก ๆ !” ลอลิส พูดโดยไม่ลังเลใจ

คารันโด ทำหน้าที่ของเขา โดยเขานำแก้วเบียร์ขนาดใหญ่และนำเบียร์แบล็กเคอร์แรนท์รินให้ ลอลิส

“อ้อ.. คุณช่วยตรวจสอบสินค้าของผมได้รึเปล่า ผมนำสิ่งต่างๆกลับมาจากการท่องเที่ยวครั้งนี้ ผมสงสัยว่ามันจะตรงกันรึเปล่า ”

ลอลิส พูดขณะที่เขานึกถึงหน้าของ ‘โฮบ’ ชายที่รับซื้อหนังสัตว์  คารันโด พยักหน้าแล้วก็เดินไปที่ประตูหลังเคาท์เตอร์

“ห๊าวว…”  ผู้หญิงคนนึงเธอพึ่งจะตื่นและเธอก็เดินออกมาจากประตูหลังเคาท์เตอร์

“คุณเป็นใคร? คุณไม่เห็นรึไงว่าทุกคนกำลังพักผ่อน !!!!! ?

ผู้หญิงคนนี้สวมใส่เสื้อผ้าที่แน่นเพื่อที่จะเน้นรูปร่างของเธอนี่คือหัวหน้าหญิงสาวที่อยู่ในโรงแรม ชื่อ “หลุยส์”

“อะแฮ่มม…”

ลอลิส กระแอมไอขึ้น ไม่ว่าใครที่พูดถึงนั้นก็ไม่มีทางที่จะสงบสติอารมณ์ได้เมื่อต้องเจอกับผู้หญิงที่พูดแบบนั้น โดยเฉพาะในกรณีนี้ที่ หลุยส์ หงุดหงิดใส่ ลอลิส ย้อนกลับไปในช่วงวันเกิดปีที่ยี่สิบของ ลอลิส เขาเมาและเสียพรหมจรรย์ครั้งแรกของเขาจาก ‘หลุยส์ ‘ผู้ซึ่งกล่าวว่านี่คือของขวัญของคุณสำหรับ “การเดินทางเข้าสู่วัยผู้ใหญ่” ความกลัวบางอย่างยังคงอ้อยอิ่งอยู่ในใจของ ลอลิส ถึงแม้มันจะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม

“โอ้ คุณพระ !! ลอลิส ของฉัน  ฉันคิดถึงคุณมากตลอดเวลาช่วงหกเดือนที่ผ่านมา… มาเถอะมาให้พี่กอด ”

ดวงตาของหลุยส์เปร่งประกายในขณะที่เธอเห็น ลอลิส และร่องรอยของความง่วงหงาวหาวนอนก็หายไป  ในขณะที่เธอกางแขนขึ้นและกระโจนเข้าหาเขา หลุยส์ กอด ลอลิส ผ่านเคาน์เตอร์และจูบบนแก้มทั้งสองข้างของเขา

“เพิ่งกลับมาเมื่อเร็ว ๆ นี้เหรอ? คุณไม่ได้ส่งจดหมายมานาน เรารู้สึกเป็นห่วงคุณมากกลัวว่าอันตรายต่างๆจะเกิดขึ้นกับคุณ …”

หลุยส์และลอลิสเริ่มคุยกัน

“ที่ผม ไม่กลับมาที่นี่เพราะมันไม่ปลอดภัยและมันเสี่ยง… การเดินทางครั้งนี้นำผมไปยังเกาะแห่งหนึ่งนำผมไปไกลจากบ้านไม่มีทางใดที่ผมจะสามารถติดต่อคุณได้ และคุณไม่รู้รึไงว่าเรือข้ามฟากมายังเกาะนี้ใช้งานได้ทุกๆหกเดือนเท่านั้น? ที่คุณกังวลเกี่ยวกับผม? คุณไม่มั่นใจในความสามารถของผมใช่มั้ย?”

“หรือด้วยระดับพลังเหล็กสามดาวของคุณรึเปล่า? คุณถึงยังไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับ นักดาบเงิน ที่เสียชีวิตในหมู่เกาะเรคติค … เราได้ยินเรื่องราวมากมายแบบนี้อยู่ในโรงแรม” หลุยส์พูดโดยไม่ถือสาอะไรเลย

“เอ๊ะ?แต่  ผมเป็นนักดาบเหล็กสามดาวไม่เคยแพ้การแข่งขันกับนักดาบเงินน่ะ… ”  ลอลิส พูดในขณะที่เขาเองก็เขินๆหน่อย

“นั่นเป็นแค่การซ้อมในสถาบัน! จะไปเปรียบเทียบกับชีวิตและความตายได้ยังไง? คู่แข่งของคุณเป็นเพียงแค่ระดับที่ง่ายเท่านั้นเอง”

“ผมไม่ได้รับการแต่งตั้ง จากคนพวกนั้นที่โรงเรียนเก่าแบบที่คุณคิด”

“พวกเขาอาจจะได้เพียงแค่หยิบดาบเงินออกมาจากที่นั่น … ทำไมพวกเขาไม่นำคุณไปเป็นบอดี้การ์ดแทน?”

หลุยส์เริ่มรู้สึกว่ามันไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งกับ ลอลิส สำหรับเขาควรที่จะได้รับความคาดหวังว่าจะได้ดำเนินงานที่มีความหมายที่จะได้เป็นนักดาบเงิน แต่ได้รับตำแหน่งของเขาในฐานะที่เป็นแค่นักดาบเหล็ก

ลอลิส เท่านั้นที่จะหัวเราะอย่างขมขื่น หลุยส์เป็นเพียงความกังวลเกี่ยวกับเขา แต่ เพื่อเข้าร่วมการสำรวจที่ผ่านมา                               ลอลิส ต้องเพิกเฉยต่อเธอ และตื้อหัวหน้าสำนักแต่ต้องได้รับคำสั่งให้ยอมรับเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมหลายอย่างรวมทั้งทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทีมในการเดินทางทั้งหมด ก่อนที่จะมีคนตกลงเพื่อพาเขาไป

นักผจญภัยของ ทวีปกรินเดีย ทุกคนรู้ว่ามันเป็นเหมือนการฆ่าตัวตายเพื่อไปเยือนเกาะแห่งนั้นโดยปราศจากพลังนักดาบเงิน  นักวิจัยที่ไม่ใช่นักสู้ได้รับการคุ้มครองโดยเจ้าหน้าที่คุ้มกัน แม้ว่า ลอลิส จะต้องให้ปกป้องคุ้มครองนักวิจัยตลอดการเดินทาง แต่เขาก็กล้าหาญมากไม่ต่างจากคนอื่นๆและคนที่ตำแหน่งเหนือกว่า เช่น นักดาบเงิน เขาสามารถเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆได้แม้แต่พื้นที่นั้นอาจจะมีอันตรายต่อพวกเขาเอง

เวลาที่ใช้เดินทางไปและกลับจากหมู่เกาะเรคติคใช้เวลาไปสองเดือนขณะที่เวลาพวกเขาใช้คือสี่เดือน ลอลิสเองก็ยังรู้สึกว่าความสามารถของเขาดีขึ้นมาก อย่างไรก็ตามหลังจากประสบการณ์ชีวิตทั้งหมดและการต่อสู้กับสัตว์ร้ายที่มีมนต์ขลังหลายครั้ง ดาบของเขามีความแข่งแกร่งและการเคลื่อนไหวของเขาคล่องแคล่วขึ้น แม้ความไวในของความรู้สึกของเขาดีขึ้น แต่เป้าหมายเดียวที่เขาปรารถนาที่จะเข้าถึงในระหว่างการเดินทางครั้งนี้ก็ไม่ประสบความสำเร็จ กองกำลังรบของเขาไม่สามารถผ่านทะลุไปในระดับอื่นได้ เขายังติดอยู่ที่ระดับเหล็ก

เขารู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจมา แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งเขาเอง เขาตัดสินใจที่จะใช้หลักการคิลิฟินนิ่ง เขาจำได้จากชีวิตของเขาก่อนหน้านี้ที่จะปลูกฝังพลังรบของเขา หนึ่งในนั้นคือมุ่งเน้นไปที่สูตรเส้นเมอริเดียนขณะเดียวกัน ในกองกำลังอื่น ๆ มุ่งเน้นในการต่อสู้และการฆ่า อีกอย่างหนึ่งคือการได้รับการฝึกฝนจากส่วนต่างๆของร่างกาย ในขณะที่คนอื่น ๆ ผ่านการฝึกอบรมจากภายนอก สมองของเขาต้องมีการคิดเพื่อที่จะได้ตัดสินใจที่จะทำ! ในท้ายที่สุดแม้จะมีระดับการต่อสู้ที่สูงและเทคนิคต่างๆ แต่ที่เห็นได้ชัดจากครอบครัวของเขาที่เคยผ่านการเข้าร่วมกับกองทัพที่ผ่านมาจนตลอดชั่วอายุของพวกเขาจบลงที่ความตายและยังคงติดอยู่ที่อันดับเหล็ก

สามปีแล้วไม่มีความคืบหน้าในการจัดอันดับของ นักดาบเงิน ที่นักดาบเมื่อก่อนจะเป็นเหมือนดั่งเป็นอัจฉริยะและจะถูกยกย่องในระดับสากลแต่ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องตลกในสถาบัน..

“เฮ้  พี่ชาย ลอลิส คุณกลับมาแล้ว ดีใจจังในที่สุดก็พบคุณอีกครั้ง …”

คนอ้วนพุงใหญ่ เขาเป็นหัวหน้าพ่อครัวของโรงแรม ชื่อแม็ค สวมผ้ากันเปื้อนสีฟ้าที่มีรอยเปื้อนเล็กน้อยขณะที่เขาพยายามบีบท้องใหญ่ๆของตัวเองผ่านประตูที่หลังเคาน์เตอร์เขามาหา ลอลิส

“สวัสดี แม็ค ผมก็ดีใจที่ได้พบคุณเช่นกัน “ลอลิส พูดขณะที่ยกแก้วเบียร์

“คุณมีอาหารอร่อยๆ ให้ผมมั้ย?ผมเพิ่งกลับมาและยังไม่มีอาหารเช้าและอาหารกลางวันเลย สิ่งเดียวที่ผมได้กลับมาบนเรือคือข้าวสาลี ”

“โอ้ทำไมนายไม่พูดให้เร็วกว่านี้?หยุดดื่มเบียร์นั้นซ่ะมันอาจไม่ดีนักถ้าลงไปในกระเพาะของนายในขณะที่ท้องยังว่างอยู่”

“แล้วคุณพอจะมีอะไรที่คุณสามารถบริการให้ผมตอนนี้มั้ย ? ” ลอลิสถาม

หลุยส์ เลยพูดแทนแม็คว่า

“อืมมม … ก็พอมีห่านย่างอยู่ในเตาอบบ้าง แต่ก็ยังไม่ได้ปรุงแต่งรสชาติ ในกระทะเรามีถั่วและซี่โครงบางส่วน แต่ก็ยังคงเย็นอยู่ งั้นฉันก็คงจะต้องนำมันไปอุ่นก่อนดังนั้นมันจะต้องรอ”

พอเวลาผ่านไปได้ซักระยะหนึ่ง

“เอาล่ะ ฉันมีห่านย่างและซี่โครง แม็ค ทอดปลาเฮอร์ริ่งให้ และผัดถั่วใส่ไข่ดาวกับกุ้งกับกะหล่ำปลีและผัดเห็ดรวมแล้วก็เบียร์และผลไม้”

ลอลิส พูดเมื่อเมื่อเห็นทุกคนทำให้เขา

“ผมหิวมากผมสามารถกินวัวได้ทั้งตัว เชิญๆทุกคน พอทานเสร็จแล้วเราจะฉลองกัน”

แม็คมองไปที่หนังสัตว์ที่ลอลิสนำมาด้วยจากการเดินทาง

“โอ้โฮ ลอลิส … นี่หนังสัตว์ ! พวกนี้เป็นหนังสัตว์ที่ผมต้องการ! มันดูดีมากๆ …”

ก่อนที่จะมีการจัดการอาหารเพื่อ ลอลิส

ลอลิส ได้รับการยกย่องชมเชยจากหนังสัตว์ทั้งสามผืนที่เขาหามา อย่างสุดซึ้งในอ้อมแขน ของพวกเขา

“โอ้ผมมว่าจะกลับไปรับเงินสด แล้วเดี๋ยวผมจะกลับมา” เขาวิ่งออกจากโรงแรมด้วยความรีบ

“เอ๊ะทำไมเขารีบวิ่งออกไปจัง?” แม็ค พึมพำถึง ลอลิส ในขณะปากของเขาอัดแน่นไปด้วยของกิน หลุยส์ได้แต่เพียงยักไหล่

“นี่ไอ้หนุ่ม แกกำลังพูดถึงเขาไม่หยุดเลย ที่จริงฉันคิดว่าแกเป็นห่วงเขา กลับกลายเป็นว่าแกเพียงรอคอยการกลับมาของเขาเพื่อที่จะทำตามสัญญาที่เขาสัญญากับแก …”

ทอมนายทหารที่เกษียณพูด ในขณะที่เขายกถ้วยเบียร์ของเขาและยกเบียร์ดื่มไปอึกใหญ่

เช่นเดียวกับหลุยส์ที่กำลังเสิร์ฟไส้กรอกเลือดและถั่วเขียวอยู่ ขณะที่หลุยส์เสิร์ฟไส้กรอกพร้อมกับถั่วเขียวให้เขา โฮบเดินเข้ามาที่ประตูและถอนหายใจในขณะที่เดินไปที่โต๊ะของลอริส เขาเอาเหรียญทองสิบห้าเหรียญออกจากกระเป๋าหนังที่ประณีตนับอย่างพิถีพิถันทันทีและพร้อมที่จะนำหนังกวางกลับบ้าน

“เฮ้รอก่อน คุณแน่ใจเหรอว่าคุณกำลังจ่ายราคาที่เหมาะสม” คารันโด ปรากฏตัวต่อหน้าของโฮบ โดยที่ทุกคนไม่ทันสังเกตุเห็นเขา         เขาก็กดหนังสัตว์ลงบนโต๊ะ

“มีอะไรรึเปล่าครับคุณ คารันโด? ลอลิสไม่ได้มีการคัดค้านใดๆ ?” โฮบจ้องและคารันโด จ้องมองกันอย่างดุเดือด

“ที่เขาเงียบไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้มีความคิดเห็นเกี่ยวกับราคาใดๆ ราคาหนังสัตว์ตอนนี้ผิวแบบนี้มีค่าถึง 7 ฟอร์ดทองกับอีก 8

ฟอร์ดเงิน!!     15 ฟอร์ดทองคุณไม่คิดว่ามันจะน้อยเกินไปเหรอกับหนังแบบนี้ทั้งสามผืน? ”

โฮบโมโหหน้าเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง แล้วเขาก็พูดขึ้นว่า

“แต่หกเดือนที่ผ่านมาเราตั้งราคา…”

ยังไม่ทันพูดจบ คารันโดก็พูดสวนกลับทันทีว่า

“คุณไม่ได้กำหนดราคาที่แน่นอน เมื่อคุณรับซื้อหนังสัตว์ในเวลานั้นและตัดสินใจโดยพลการให้เป็นราคาตลาดตั้งแต่นั้นมา คุณจะต้องหน้าด้านมาก เพียงแค่แนะนำราคาตลาดตั้งแต่หกเดือนที่ผ่านมาตอนนี้อุปทานของ หนังกวาง ในตลาดจะได้รับน้อยลงโดยวันที่ให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญกับค่าของมันฉันเชื่อว่าเขาสามารถได้รับ 8 ฟอร์ดทองสำหรับหนึ่งในหนังเหล่านี้ในตลาด หนังกวางพวกนี้ที่คุณซื้อคุณสามารถนำไปทำรองเท้าได้ถึง 10 แบบ ถ้าคุณไม่เห็นด้วยคุณควรล้มเลิกในการซื้อมันและฉันซื้อมันเพื่อที่ ลอลิส จะได้ราคาที่ดีกว่า”

“ถูกตัอง สองวันที่ผ่านมามีทหารรับจ้างสองคนที่บอกว่าซื้อหนังกวางดาวด่างแบบนี้จากหมู่เกาะที่ระลึกจะมีค่าใช้จ่าย 5 ฟอร์ดทอง ต่อ 1 ผืน คิดเกี่ยวกับค่าจัดส่งและนำเข้า คุณไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเขาใช่ไหม?ลอลิสมีหนังกวาง 3 ผืน ที่มีคุณภาพจากแดนไกล! คุณไม่สามารถทำแบบนี้กับเขาได้! ”

หลุยส์พูดสวนขึ้นมา ทำให้โฮบจ้องมองเธอด้วยสายตาที่น่ากลัว

โฮบรู้สึกเจ็บแสบ ก่อนที่จะเดินกลับไปที่โต๊ะของลอลิสและนำเงินอีก 7 เหรียญทองออกมาวางไว้

“ฉันเอาเงินติดตัวมาแค่นี้…”

1 เหรียญฟอร์ดทองมีมูลค่ามากกว่า  20 เหรียญเงิน ซึ่งโฮบก็ยังคงมีเงินไม่พอ

ลอลิส เดินเขามาในโรงแรมแล้วพูดขึ้นว่า

“ไม่เป็นไร.”

ลอลิส ยักไหล่กับความไม่เห็นแก่ตัว

เมื่อเห็นดังนั้น โฮบจึงรีบวิ่งเอาหนังสัตว์ออกไป ทำให้ หลุยส์ รู้สึกไม่พอใจจริงๆ

“คุณไม่จำเป็นต้องใจดีขนาดนั้น !!! ”

ลอลิส ยิ้มและพูดว่า

“คืออะไร? โฮบเขาปั่นประสาทคุณรึเปล่า?”

หลุยส์โมโหและพูดขึ้นทันที

“นั่นไอ้ตระหนี่ขี้เหนียว… เขามีความรู้สึกกับสาวๆที่ให้บริการทั้งหมดของเรา! เขาสั่งให้สาวๆดื่มเบียร์แค่ห้าแก้วและอยู่ที่โต๊ะตลอดทั้งบ่าย! ”

มันก็ไม่แปลกสำหรับการให้บริการจากสาวในโรงแรมที่ลูกค้าจะรู้สึก มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานของพวกเธอที่จะให้บริการ  แต่ลูกค้าที่ไม่ดีก็ควรได้รับความรังเกียจจากสาวๆ อยู่เสมอเมื่อมาใช้บริการ ‘ลูกค้าแบบนี้เป็นที่ไม่น่าพอใจมากที่สุด !!! ‘

 

ปล.นี่เป็นการแปลครั้งแรกของผมผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ แนะนำติชมได้เพื่อที่จะได้รีบแก้ไขให้ทุกคนได้อ่านอย่างเข้าใจ ขอบคุณครับ