0 Views

แปล: Tae

ปรับสำนวน: Fundus


แสงแดดสีม่วงส่องสว่างผืนแผ่นดินอันแห้งแล้งของเมืองตงลู่ ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาเล็กน้อยให้กับเมืองเล็กๆ แห่งนี้ที่ตั้งอยู่นอกเขตปลอดภัย

เมื่อยืนอยู่บนสนามที่เละเทะในรอยแยกขนาดใหญ่ของเมืองตงลู่ ใครๆ ก็สามารถมองเห็นโครงร่างอันเลือนรางของภูเขาลูกใหญ่ผ่านท้องฟ้าที่เหมือนกับแก้วแตกเป็นเสี่ยงๆ ได้

เหล่านักวิทยาศาสตร์ได้ข้อสรุปว่าภูเขาลูกใหญ่เหล่านั้นไม่ได้อยู่ภายในช่องว่างมิติ (Void)

มียอดเขาแห่งปีศาจ “ถ้าเจ้าไม่เชื่อฟัง เจ้าจะถูกโยนออกไปจากภูเขานั่น!” นี่คือสิ่งที่พวกผู้ใหญ่พูดเพื่อทำให้เด็กน้อยตกใจกลัว

มียอดเขาแห่งความมั่งคั่ง “ใครก็ตามที่สามารถปีนขึ้นไปได้ จะได้รับทรัพย์สมบัติที่ไม่มีวันหมดสิ้น” คำพูดอันตื่นเต้นเหล่านั้นถูกเปล่งออกมาโดยเหล่านักผจญภัย

มียอดเขาทลายจิตวิญญาณ เหล่าเด็กกำพร้าและแม่ม่ายต่างมองไปยังยอดเขาเหล่านี้ด้วยความไม่พอใจ พ่อและสามีของพวกเขาต่างถูกฝังอยู่ในหินผาเหล่านั้น

“เสิ่นอวี้ลั่ง 354 จิน ผ่าน!”

“จูหมิง 261 จิน ต่ำกว่ามาตรฐาน!”

“หลัวหยุนหยาง 542 จิน ยอดเยี่ยม!”

บนสนามฝึกอันราบเรียบซึ่งถูกสร้างจากดินสีม่วงและสีดำ ชายหนุ่มที่ดูธรรมดาคนหนึ่งซึ่งสวมใส่เสื้อคลุมสีฟ้าหยาบๆ ได้เหวี่ยงกำปั้นของเขาเข้าใส่เป้าซ้อม ส่งผลให้เสียงโห่ร้องปะทุขึ้นมา

“สหายหยุนหยางผู้นี้สุดยอดไปเลย เขาเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาเป็น 500 จิน ในเวลาแค่เดือนเดียว บางทีเขาอาจจะกลายเป็นนักสู้ได้ในอนาคต”

“ใช่ เขาอายุแค่ 15 ปี เมื่อเขาอายุ 20 ปี เขาก็อาจจะชกได้ถึง 1,000 จิน การกลายเป็นนักสู้คงจะเป็นเรื่องง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปากสำหรับเขา”

“ฉันสงสัยเหลือเกินว่าเขามีคนรักแล้วหรือยัง เขาต้องเป็นที่ดึงดูดใจใครต่อใครแน่ๆ!”

ในขณะที่ผู้ชมกำลังซุบซิบกันอยู่นั้น ชายหนุ่มอีกคนก็ก้าวออกมาข้างหน้า เสื้อผ้าของเขาเหมือนกับคนอื่นๆ ในสนาม แต่วัสดุและฝีมือของช่างทำให้พวกมันดูวิจิตรขึ้นมาก ชายหนุ่มคนนี้หล่อเหลามาก แต่เขากลับมีสีหน้ามุ่งมั่น รอยยิ้มเย้ยหยันของเขาทำให้ผู้ชมรู้สึกไม่สบายใจนัก

“เขา เขา… 542 จิน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่มันก็ไม่นับว่าเป็นอะไรเมื่อเทียบกับความแข็งแกร่งของฉัน!”

ในทันทีที่เขาพูดจบ ชายหนุ่มก็ก้าวเข้าไปหาเป้าซ้อมอย่างรวดเร็ว และเหวี่ยงหมัดอันหนักหน่วงออกไป

“เลี่ยนอวี้ปี้ 783 จิน ยอดเยี่ยม!”

ในเวลาที่ตัวเลขนั้นถูกเปล่งเสียงออกมา เหล่านักเรียนและครูผู้รับผิดชอบในการประเมินก็พากันประหลาดใจ

“เป็นไปได้อย่างไรกัน? ในการประเมินก่อนหน้านี้ เลี่ยนอวี้ปี้ทำได้แค่ 324 จินเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าฉันอีก เขาทะลุถึง 783 จิน ในเวลาแค่ 2 อาทิตย์ได้อย่างไร? เขาต้องโกงแน่ๆ!” เสิ่นอวี้ลั่งผู้จ้ำม่ำออกความเห็น

นักเรียนครึ่งหนึ่งร้องเอะอะโวยวายขึ้นมา แต่มันก็ยังมีบางคนที่ไม่ได้พูดอะไร หลายๆ คนมองไปยังหลัวหยุนหยางโดยไม่รู้ตัว

หลัวหยุนหยางซึ่งสวมชุดผ้าลินินสีน้ำเงินเริ่มอารมณ์ไม่ดีขึ้นมา ความคิดหนึ่งได้ผุดขึ้นมาในใจของเขา

“พวกนายไม่ควรกล่าวหาลอยๆ ท่านพี่อวี๋ปี้ได้ใช้ยาหลอมกายเมื่อ 10 วันก่อน สิ่งที่พวกนายเห็นในตอนนี้คือความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขา” ชายหนุ่มร่างผอมบางกล่าว และดูยินดีกับตัวเองเป็นอย่างยิ่ง

ในทันทีที่คำว่า ‘ยาหลอมกาย’ ถูกเอื้อนเอ่ยออกมา เหล่านักเรียนที่กำลังตะโกนก็พากันตกใจ แม้แต่ครูที่ยืนอยู่ตรงสนามก็ดูตะลึงงันเป็นอย่างยิ่ง

“ยาหลอมกายมีราคา 100,000 ต้าหยวน ครอบครัวของเลี่ยนอวี้ปี้เต็มใจจ่ายเงินจำนวนมากขนาดนี้เลยเหรอ?”

“ฉันได้ยินมาว่ายานั่นทำขึ้นมาจากการสกัดโลหิตของอสูรร้าย ฉันเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ฉันไม่เคยคิดเลยว่ายาแบบนี้จะมีอยู่จริงๆ”

เลี่ยนอวี้ปี้ไม่ได้ใส่ใจกับผู้คนที่กำลังพูดคุยกัน เขาแค่เดินเข้าไปหาหลัวหยุนหยางอย่างหยิ่งผยองและฉีกยิ้ม “อย่างที่ฉันเคยกล่าวไว้ หนังสือแนะนำของเมืองตงลั่วต้องเป็นของฉัน”

“แกมีพรสวรรค์อยู่บ้าง ทว่าหนอนที่น่าสงสารเช่นแกซึ่งกินได้แค่แท่งพลังงานระดับหนึ่ง จะเทียบกับฉันได้ยังไง?”

“แกคิดว่าคนจากครอบครัวที่ยากจนจะโดดเด่นขึ้นมาแบบนี้ได้เหรอ?”

หลัวหยุนหยางกำหมัดของเขาด้วยความไม่พอใจในขณะที่เขามองดูเลี่ยนอวี้ปี้ที่กำลังเดินวางท่าออกไป ความมานะพยายามหลายวันของเขาเทียบกับยาขวดหนึ่งไม่ได้เลย

“หยุนหยาง นายได้รับหนังสือแนะนำเข้าวิทยาลัยฉีเทียนโดยเป็นตัวแทนของเมืองตงลั่วจากการได้ที่หนึ่งในการแข่งขันของเทศมณฑลตงชาน ไม่มีใครแย่งชิงมันไปได้!” อ้วนน้อยเสิ่นอวี้ลั่งเดินเข้ามาหาหลัวหยุนหยางด้วยความพยายามที่จะปลอบใจเขา

ก่อนที่หลัวหยุนหยางจะพูดอะไรได้ ครูใหญ่สงเจิ้นชาน ผู้มีผมกลางกระหม่อมบางตา ก็หันไปยังทิศทางของหลัวหยุนหยาง และตะโกนออกมา “หลัวหยุนหยางมานี่หน่อยสิ!”

ตามปกติแล้ว สงเจิ้นชานจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มไม่ว่าเมื่อใดก็ตามที่เขามองไปยังหลัวหยุนหยาง อย่างไรก็ดี ในคราวนี้ สีหน้าท่าทางของเขากลับขึงขังเหลือคณา

“หลัวหยุนหยาง หนังสือแนะนำของวิทยาลัยฉีเทียนสามารถมอบให้กับนักเรียนที่แข็งแกร่งที่สุดของโรงเรียนเราเท่านั้น ถ้าเจ้าไม่พัฒนาตัวเองอยู่เป็นนิจ เช่นนั้นเจ้าก็ไม่อาจตำหนิโรงเรียนที่ทำร้ายความรู้สึกของเจ้าได้”

หลัวหยุนหยางหน้าแดงด้วยความโกรธ เขาปฏิบัติต่อผู้คนด้วยความเคารพและสุภาพอยู่เสมอ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทนต่อการถูกทำให้อับอายขายหน้า

“เจ้าไม่ต้องน้อยใจไป หนังสือนั่นไม่ได้ถูกมอบให้กับเจ้า มันถูกมอบให้กับโรงเรียนของพวกเรา ข้าแค่บอกให้เจ้ารู้ ข้าไม่ได้จะถกเรื่องนี้กับเจ้า” สงเจิ้นชานเอ่ยพูดก่อนที่จะเดินออกไป

หลัวหยุนหยางกัดริมฝีปากล่างของเขาอย่างแรง หัวใจของเขาไม่ยอมรับ แต่เขากลับรู้สึกว่ามีแรงกดดันอันมหาศาลที่กำลังกดทับลงมาบนร่างของเขา มันทำให้เขาหายใจได้ไม่เต็มที่

“รีบกลับไปที่ห้องเรียนกันเถอะ หยุนหยาง! คลื่นอัลตร้าไวโอเล็ตกำลังมา!” เสิ่นอวี้ลั่งวิ่งเข้ามาหาและดึงหลัวหยุนหยางไปด้วย ทั้งสองคนวิ่งตรงไปยังห้องเรียน

จริงๆ แล้วคลื่นอัลตร้าไวโอเล็ตคือกลุ่มของรังสีอัลตร้าไวโอเล็ตที่มาพร้อมกับการพังทลายของช่องว่างมิติ รังสีอัลตร้าไวโอเล็ตอ่อนๆ แบบเดิมได้ก่อตัวขึ้นเป็นคลื่นอัลตร้าไวโอเล็ต คลื่นอัลตร้าไวโอเล็ต ซึ่งคงอยู่ 4 ชั่วโมงต่อวัน ได้กลายเป็นช่วงเวลาที่ไม่อาจทนทานได้ที่สุดของวันของคนธรรมดาทั่วไป

วิธีการเดียวที่สามารถหลบหลีกการจู่โจมของมันได้ก็คือการซ่อนตัวอยู่ภายในอาคาร

“ฉันจะไปพักสักหน่อย” หลัวหยุนหยางพูดอย่างหนักแน่นเมื่อพวกเขามาถึงทางเดินนอกห้องเรียน

เขาวิ่งไปยังหอพัก แม้ว่าเสิ่นอวี้ลั่งจะเซ้าซี้ให้เขาอยู่ก็ตาม พอมาได้ครึ่งทาง หลัวหยุนหยางก็จำได้ว่าจะมีนักเรียนบางคนที่หลบซ่อนจากคลื่นอัลตร้าไวโอเล็ตอยู่ในหอพัก

เขาไม่ได้ต้องการเห็นสีหน้าอันน่าสงสารบนใบหน้าของนักเรียนเหล่านั้น!

โดยปกติแล้ว ถ้ำหลังโรงเรียนคือสถานที่ที่หลัวหยุนหยางฝึกศิลปะการต่อสู้ ทันทีที่เขามาถึง เขาก็มุ่งหน้าไปยังเสาไม้ที่ชำรุดที่อยู่กลางถ้ำ และชกมัน

หนึ่งหมัด สองหมัด สามหมัด…

หลัวหยุนหยางไม่รู้ว่าเขาชกออกไปกี่หมัดแล้ว พละกำลังของเขาถูกใช้ไปจนหมดกับกำปั้นอันบ้าคลั่งจำนวนมาก

ตลอดหลายปีแห่งความขมขื่นและความพยายามอย่างหนัก ไม่อาจเทียบได้กับยาเพียงแค่ขวดเดียว

ความล้มเหลวครั้งนี้ทำให้หลัวหยุนหยางรู้สึกโศกเศร้าสุดจะพรรณนาอยู่ลึกๆ ถึงแม้จะโศกเศร้า ทว่าสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกแย่ลงไปอีกก็คือความไร้พลังที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ

ถ้าเขาได้ยาหลอมกายขวดนั้นมา ความแข็งแกร่งของเขาก็จะเพิ่มไปถึงระดับนักสู้

แต่เขาจะได้ยาหลอมกายมาได้อย่างไร?

มันเป็นไปไม่ได้เลย เงิน 100,000 ต้าหยวนคือจำนวนที่ครอบครัวของเขาไม่อาจหาได้เลยแม้ว่าจะใช้เวลา 100 ปี

แม่ของเขาซักรีดในร้านซักรีดของคนอื่นเพื่อให้ครอบครัวของพวกเขาพออยู่ต่อไปได้ ความคิดอวดดีเช่นนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเขาได้ยังไง?

หยดเลือดรินไหลจากบาดแผลบนกำปั้นของหลัวหยุนหยาง แต่เขาถูกความโกรธครอบงำจนไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดแม้เพียงเล็กน้อย

ปัง!

ในจังหวะที่หมัดสุดท้ายของเขาปะทะเข้าใส่เสาไม้ที่ชำรุดอย่างแรง หลัวหยุนหยางก็เสียการทรงตัวและศีรษะของเขาก็กระแทกเข้าใส่ยอดของเสาไม้

หลัวหยุนหยางได้ฝึกซ้อมด้วยพละกำลังทั้งหมดของเขา จนถึงจุดที่เขาหมดแรง ทั้งหมดที่เขามองเห็นตรงหน้าในขณะที่เขาล้มลงก็คือขุมนรกสีดำ

วินาทีที่เขาล้มลงไปบนพื้น ลำแสงอันพร่างพรายก็ปะทุขึ้นมาจากศูนย์กลางของเสาไม้ที่ชำรุด เสาไม้แตกเป็นเสี่ยงๆ ภายใต้แสงสว่างอันเจิดจ้า ทรงกลมสีทองเข้มที่มีขนาดพอๆ กับกำปั้นของเด็กทารกก็ปรากฏขึ้น แล้วลอยเข้ามายังร่างของหลัวหยุนหยาง

“โฮสต์: รูปแบบของสิ่งมีชีวิตระดับต่ำ…”

“พลังงานอ่อนแอ ไม่เหมาะสม…”

เสียงของเครื่องยนต์กลไกดังออกมาจากภายในถ้ำ

หลังจากเวลาผ่านไปเท่าใดไม่ทราบ หลัวหยุนหยางก็ตื่นขึ้นมา เขารู้สึกปวดศีรษะอย่างยิ่ง

เขาจะไม่ระบายความคับแค้นของเขาด้วยวิธีการแบบนี้อีกในอนาคต เมื่อทบทวนทั้งหมดแล้ว เขาก็เป็นแค่คนเดียวที่เจ็บตัว

ถึงแม้ว่าครอบครัวของเขาจะไม่ได้มีภูมิหลังที่ร่ำรวย และมันก็คงเป็นเรื่องยากมากๆ สำหรับเขาที่จะได้รับยาหลอมกายมา แต่เขาก็ยังคงต้องการกลายเป็นนักสู้!

หลัวหยุนหยางส่ายหัวอย่างแรงในขณะที่เขาพยายามจะลุกขึ้น ทันใดนั้นเอง เขาก็ตระหนักได้ว่าเสาไม้ที่เขาเก็บมาเมื่อนานมาแล้วได้หายไป

ใครจะมาขโมยเสาไม้ที่ชำรุดกัน?

ขณะที่หลัวหยุนหยางรู้สึกปวดหัว แผงหน้าจออันหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในใจของเขาอย่างฉับพลัน

พลัง: 0.5

ความเร็ว: 0.7

จิต: 1

ความแข็งแกร่ง: 0.9

มันมีของแบบนี้ปรากฏขึ้นในใจของเขาตั้งแต่เมื่อใดกัน?

หลัวหยุนหยางงงงวยเมื่อเขามองไปยังตัวเลข

“ท่านต้องการปรับเปลี่ยนอะไรไหม?” คราวนี้ มีคำหกคำปรากฏขึ้นมาแทน

ปรับเปลี่ยน? หลัวหยุนหยางพยายามที่จะเปลี่ยนพลังเป็น 2 เขาอยากดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เมื่อเขาทำการปรับเปลี่ยน แผงหน้าจอในใจของเขาก็เปลี่ยนไปในทันใด

พลัง: 2

ความเร็ว: 0.2

จิต: 0.5

ความแข็งแกร่ง: 0.4

ตอนแรกหลัวหยุนหยางไม่ได้ใส่ใจอะไรมากกับการเปลี่ยนแปลงบนแผงหน้าจอ แต่ทันทีที่เขาปรับเปลี่ยนเสร็จ เขาก็รู้สึกว่าศีรษะของเขาเกิดเสียงดังอื้ออึง

บางสิ่งที่ชัดเจนมากๆ เมื่อก่อนหน้านี้เริ่มเลือนรางไปในทันที นอกจากนี้ เขายังรู้สึกอ่อนเพลียมากไม่ว่าจะเป็นที่หัวใจหรือจิตใจของเขา

อ่อนเพลีย… อ่อนเพลียมาก…

เกิดอะไรขึ้น?

หลัวหยุนหยางลุกขึ้นและเดินไปยังทางเข้าถ้ำ เขาตระหนักได้ว่าความเร็วของเขาช้าลงมาก โดยปกติแล้ว เส้นทางนี้จะใช้เวลาในการเดินผ่านแค่ 10 วินาที แต่ในตอนนี้ มันกลับใช้เวลาไปถึงครึ่งนาที

อย่างไรก็ตาม เมื่อเท้าของหลัวหยุนหยางกระแทกเข้าใส่ก้อนหินขนาดเท่ากำปั้น ก้อนหินนั้นก็กระเด็นออกไปราวกับจรวด

ปัง!

ก้อนหินนั้นปะทะเข้าใส่หินก้อนใหญ่ที่อยู่ข้างนอกซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม และทำให้มันกระเด็นออกไปด้วย หลัวหยุนหยางอ้าปากค้างด้วยความตกใจ

เขาไปแข็งแกร่งมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

หรือนี่จะเกิดขึ้นจากแผงปรับเปลี่ยนนั่นที่ปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา

หลัวหยุนหยางทำการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมโดยไม่ลังเล คราวนี้ เขาได้เพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นเป็น 1 และลดพลัง ความเร็ว และจิตของเขาลงอย่างละ 0.2…

มันเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเขาทำการปรับเปลี่ยนเสร็จ เขาก็รู้สึกมหัศจรรย์เกินกว่าที่จะพูดออกมา เขาไม่เคยรู้สึกสบายแบบนี้มาก่อน

ตูม!

เขาเหวี่ยงหมัดเข้าใส่กำแพงหินอย่างหนักหน่วง ก่อให้เกิดรอยประทับของกำปั้นหนา 3 นิ้ว

ในอดีต รอยหมัดของหลัวหยุนหยางลึกกว่า 1 นิ้วเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ในตอนนี้ หมัดของเขากลับก่อให้เกิดรอยประทับหนา 3 นิ้ว

นี่เป็นสิ่งที่สามารถทำได้เมื่อมีความแข็งแกร่งเกินกว่า 1,000 จินแล้วเท่านั้น!

ความแข็งแกร่งของเขาต้องทะลุ 1,000 จินแล้วแน่ๆ ดวงตาของหลัวหยุนหยางเปล่งประกายขึ้นด้วยความปิติยินดี

เขาต้องการเงยหน้าขึ้นฟ้าและแผดเสียงออกมาด้วยความสุข แม้ว่าเขาจะไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นการเบิกเส้นทางใหม่ให้กับเขา