0 Views

เย่เชียนยิ้มอย่างสะอิดสะเอียดและแววตาก็เปลี่ยนเป็นกระหายเลือดจากนั้นเขาก็เดินเข้าไป

เจิ้งต้าฟูไม่รับรู้หายนะที่กำลังมาเยือนเขายังคงเริงร่าและมีความสุขกับเด็กสาวที่บริการแก่เขาในมณฑลซานซีเขาเป็นที่รู้จักของคนหมู่มาก สมัยยังเด็กเขาไม่เรียนหนังสือและใช้เวลาออกไปเล่นนอกบ้านเป็นประจำทำให้พ่อของเขาโกรธอย่างมากที่เขาใช้ชีวิตแบบนี้ ต่อมาเขาได้บริหารเหมืองถ่านหินและเกิดรุ่งเรืองในไม่กี่ปีต่อมา บ้านของเขาราคาหลายร้อยล้านมีคนรวยที่รวยกว่าเขาเช่นกันแต่ถ้าเทียบกันแล้วเขากลับเหนือกว่า เขาพึ่งได้รับกำไรจากการพนันและลงทุนกับอหังสาริมทรัพย์ในเมืองใหญ่ถึงแม้ว่าเขาจะมีความรู้ในด้านนี้เพียงน้อยนิดก็ตามแต่เขากลับรู้สึกว่าตราบใดที่เขายังมีเงินโอกาสก็จะเข้ามาหาเขาเองด้วยความคิดนี้เองจึงผลักดันให้เขาเป็นสมาชิกของกลุ่มอหังสาริมทรัพย์

อาพาร์ทเมนท์ที่อยู่อาศัยสำหรับเขาเป็นสิ่งที่ให้แก่คนรัก ตั้งแต่เขารวยใบหน้าของภรรยาเก่าที่ทำให้รำคาญก็เริ่มเลือนหายไปในทางเดียวกันเด็กสาวคนนี้หน้าคล้ายคลึงกับคนรักเก่าของเขาแต่ไม่เหมือนทั้งหมดเพราะเธอยังเด็กและสวยกว่าแต่ทว่าเธอยังเป็นเด็กนักเรียนวิทยาลัยเขาจึงต้องการส่งเสียเลี้ยงดูให้เธอเข้ามหาวิทยาลัยด้วยเงินของเขาเอง เขามีข้อสงสัยว่าเขาจะเคารพตนเองได้อย่างไรหากถ้าเขาไม่ทำ ดังนั้นเขาควรทำมัน ทุกอย่างจะดีเองตราบใดที่เขายังรวย

เมื่อวานเขาได้พิสูจน์แล้วว่าความคิดเขานั้นถูกต้อง ในสนามบินเขาได้ทุบตีชายแก่เก็บขยะและเรื่องราวก็จบลงโดยที่เขาจ่ายเพียงสองพันหยวนเท่านั้นซึ่งขนหน้าแข้งไม่ร่วงสักเส้น*
(*ต้นฉบับมา : เทน้ำลงในมหาสมุทร ผมจึงปรับเปลี่ยนให้เป็นแบบที่เราคุ้นหู)

เย่เชียนเคาะประตู

เจิ้งต้าฟูที่ได้ยินก็โวยวายทันที “ใครวะเฮ้ย!!” จากนั้นก็ตามคำสบถ “ควxเถอะใครแมร่งมารบกวนข้าตั้งแต่เช้าเนี่ย โอ้ว โอ้วว อ่าาาห์……”

“ผมมาจากหน่วยงานอหังสาริมทรัพย์เปิดประด้วยครับผมต้องมาตรวจสอบอะไรเล็กๆน้อยๆ” เย่เชียนพูด

ไม่นานหลังจากการเคาะประตูก็เปิดออกเป็นเด็กสาวนั่นเองเมื่อเธอเห็นเย่เชียนตาเธอก็เป็นประกายราวกับฤดูไม้ผลิมาเยือน เจิ้งตาฟูนั่งพิงอยู่บนโซฟา เท้าทั้งสองพาดบนโต๊ะกาแฟ เขากระดิกขาแล้วพูด “เร็วสิวะ รีบๆทำสิงที่แกต้องการแล้วไสหัวกลับไปได้แล้ว”

เย่เชียนเย้ยหยันเขาเหวี่ยงขาอย่างรวดเร็วหวดเข้าไปที่ตัวของเจิ้งต้าฟูอย่างรุนแรง

“อ้าก!”

เจิ้งตาฟูกรีดร้องตัวอ้วนๆของเขากลิ้งเป็นลูกขนุนเขามองอย่างตื่นตระหนกมายังเย่เชียน

“แก…เป็นแกนั่นเอง!? แกคิดจะทำอะไร?”

มันเป็นที่กระจ่างชัดเย่เชียนคือที่นั่งถัดจากเขาบนเครื่องบินนอกจากนี้เย่เชียนยังเป็นคนฆ่าผู้ก่อารร้ายส่งผลให้ใจของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“เมื่อวานที่สนามบินมีคนแก่บาดเจ็บแกเป็นคนทำถูกต้องสินะ?”เย่เชียนถามและเตะไปที่ชายอ้วนอีกครั้ง คนรักของชานอ้วนที่อยู่ใกล้ๆเมื่อเห็นเจิ้งต้าฟูเลือบอาบใบหน้าก็สลบไป

“หยุดตีข้า หยุดตีข้า!!!” ข้าจะให้เงินเจ้า เจ้าต้องการเท่าไหร่? เจิ้งต้าฟูร้องออกมาด้วยความกลัว

“ควx นี่แกคิดว่าจะแก้ทุกอย่างได้ด้วยเงิน?” เย่เชียนพูดแล้วเหยียบซ้ำอย่างเหี้ยมโหด คนจำพวกนี้มีแต่จะใช้ประโยชน์จากคนยากไร้และคนซื่อสัตย์เย่เชียนระบายความโกรธลงไปที่ชายอ้วนทั้งหมด

เจิ้งต้าฟูร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด “พี่ชาย…อย่าตีผม อย่าตีผม ผมขอร้องล่ะปล่อยผมไปเถิด สงสารผมเถิด”

เย่เชียนฉุดกระชากลากเจิ้งต้าฟูมาหน้าโซฟา เขานั่งบนโซฟาคาบบุหรี่แล้วจ้องมองเจิ้งต้าฟูที่ตกอยู่ความเงียบ

เจิ้งต้าฟูสูญเสียความอวดดีของตนไปช่วงเวลาหนึ่ง น้ำตา น้ำมูก เลือด ผสมปนเปอยู่บนหน้าเขา เขามองเย่เชียนด้วยความหวาดกลัวและพูดขึ้น “พี่ชายผมผิดไปแล้วปล่อยผมไปเถิด ผมยอมทำทุกอย่าง”

เย่เชียนเตะไปที่เจิ้งต้าฟูที่พยายามลุกขึ้นอีกครั้งจากนั้นก็พูดว่า “ทำไมล่ะ ไหนแกลองอธิบายมาสิว่าแกจะทำอะไรบ้าง?”

“ผะ..ผะ..ผมไม่รู้จริงๆว่าควรทำอะไร!!”หลังจากมองสายตาของเย่เชียนที่เต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกเขาก็เรียกสติกลับมาครู่หนึ่งแล้วบอกว่าจะให้เงินจากนั้นจึงโดนเตะไปที่ลำตัวอีกครั้งเขาจึงไม่มีความคิดจะพูดอะไรอีกได้แต่อาลัยอาวรณ์

“ที่โรงพยาบาลเพื่อประชาชน นำเงินไปให้พ่อของฉันและขอโทษท่านซะ!”เย่เชียนตะโกนด้วยความเกรี้ยว

“ผมจะทำ ผมจะทำมันผมจะไปที่นั่นแล้วทำ….มัน”เจิ้งต้าฟูตอบซ้ำๆเขากลัวว่าถ้าเขาไม่ทำมันชายคนนี้คงจะระเบิดออกอย่างรุนแรง

เย่เชียนพอใจกับคำตอบเขาวางบุหรี่ลงยืนขึ้นแล้วเดินออกจากห้องเมื่อเขาออกไปจากห้องเขาชะงักและหยุดคิดเรื่องบางอย่างจากนั้นวกกลับมาเดินตรงไปหาเจิ้งต้าฟู

เจิ้งต้าฟูมองเย่เชียนที่เดินเข้ามาเต็มไปด้วยบรรยากาศน่าสยอง

“ปัง!” เท้าของเย่เชียนตรงเข้าไปที่หน้าของเจิ้งต้าฟูทำให้เขาสลบไป

“ถุย” เย่เชียนถ่มน้ำลายด้วยความโมโหแล้วเดินจากไป
เมื่อเขาออกมาจากสวนเชี่ยนเจียง รปภ.ถามเขาว่า “จะกลับหรือครับ?”

“อืม บายครับ!” เย่เชียนพูดแล้วยิ้มลา

เขาไม่ควรใช้บัตรเพชรและบัตรทองแต่ก็ต้องใช้เพื่อให้พ่อเขาสบายและพักผ่อนกับชีวิต เขาคิดบ้างว่าจะหางานทำดีหรือไม่แต่เขาเองก็ไม่ได้มีการศึกษาที่สูงและไม่มีประสบการณ์ทำงานฉะนั้นการหางานมันไม่ใช่เรื่องง่าย

ขณะก้มหน้าเดินอยู่ริมถนนเขาก็คิดถึงปัญหาที่หลากหลายการมีชีวิตอย่างสามัญชนมันไม่ได้ง่ายเลย ก็มีกลุ่มคนมาหยุดข้างหน้าเขาพอเงยหน้าขึ้นมองก็พบกลุ่มวัยรุ่นชายเจ็ดคนจ้องมองเขาอย่างประสงค์ร้าย หนึ่งในนั้นหน้าเหมือนโจรในคืนวาน เขาไต่ตรองแล้วคิดได้ว่าคงจะพาพวกมาแก้แค้นแต่เขาเองก็ไม่ได้หวังว่าพวกนี้จะปล่อยเขาไปง่ายๆเช่นกัน

“พี่ใหญ่ตง หมอนี่แหละ!! ผมคงไม่โดนจับถ้าไม่ใช่เพราะเขา ” โจรคนนั้นพูดแล้วชี้มายังเย่เชียนด้วยความโมโห

“จับเขาไว้!!” พี่ใหญ่ตงตะโกนขึ้นส่งสัญญานให้คนอื่นๆ เสียงตะโกนยังไม่ทันหาย เย่เชียนก็ส่งพวกของเขาคนหนึ่งลอยขึ้นด้วยเท้า เหมือนเสือโคร่งในฝูงแกะเขาระเบิดความเร็วออกมาเพียแค่ไม่กี่วิก็ส่งคนทั้งเจ็ดร่วงหล่นสู่พื้น เย่เชียนเห็นว่ากลุ่มโจรพวกนี้ไม่มีใครสามารถรับการโจมตีของเขาได้ก็จริงแต่คงไม่บาดเจ็บร้ายแรงอย่างมากก็ไม่กล้ามเนื้อฉีกก็กระดูกหัก

เย่เชียนเดินช้าๆไปหาพี่ใหญ่ตงเขานั่งยองๆแล้วพูด “พี่ใหญ่ตงใช่ไหม? ผมเย่เชียน เชียนที่มีความหมายว่าอ่อนน้อมถ่อมตนน่ะครับ มีอะไรจะพูดกับผมไหม?”

“มะ มะ มะ ไม่มีครับ!”พี่ใหญ่ตงตอบอย่างกระวนกระวาย “พี่ชาย….พี่ชายที่แสนอ่อนน้อม ผมชั่งต่ำต้อยนักที่ไม่เห็นความยอดเยี่ยมของพี่ ยกโทษให้ผมสักครั้งนะครับ!!”

“พี่ใหญ่ตงต้องล้อผมเล่นเป็นแน่ ผมตะหากที่ควรขอโทษไม่ใช่หรือครับ?”เย่เชียนตอบกลับอย่างเย้ยหยัน

“พี่เชียนหยุดเล่นมุขเถอะครับ” ตงตอบอย่างเกรงกลัว

“แปะ” เย่เชียนแตะตัวของคง

“แหมๆ ดูเหมือนผมเล่นมุขงั้นหรือครับ? วันนี้ผมอารมณ์ไม่ดีเสียด้วยสิ พวกคุณนี่โชคไม่ดีเอาเสียเลยตั้งแต่ที่พวกคุณจะทำร้าผม ผมก็ไม่คิดปล่อยพวกคุณไปง่ายๆ” เย่เชียนตบบ่า ตง อย่างเยาะเย้ยแล้วล้วงเข้ากระเป๋าของเขาหยิบกุญแจขึ้นมา “ผมจะเอารถไปและขายมันทิ้ง ถ้าคุณมีความสามารถพอลองตามหาผมดูสิ โอเคไหม?”


ผมขอลดจำนวนการลงนิยายนะครับขอเป็น อาทิตย์ละ 2-3 ตอน

ช่วงนี้งานเยอะครับ ผมอ่านไปไกลอยู่ครับแต่ไม่ค่อยได้มานั่ง แปลเรียบเรียง

 

ขออภัย <3