0 Views

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!! อย่าหนีนะ!” เย่เชียนได้ยินเสียงร้องที่ดูอ่อนแรงอยู่นอกบาร์

เมื่อเขามองไปก็ถึงกับแปลกใจเมื่อเห็นวัยรุ่นอายุราวๆยี่สิบปีในมือมีกระเป๋าผู้หญิงและวัยรุ่นคนนี้กำลังวิ่งตรงมายังเขาและยังมีผู้หญิงที่ยังดูสาวใส่เครื่องแบบตำรวจเหมือนว่ากำลังพยายามจับกุมชายวัยรุ่นเธอตะโกนไล่หลังมาด้วยเสียงที่ดัง

ต่อให้โง่แค่ไหนหากเห็นสถาณการณ์แบบนี้ เย่เชียนก็เดาได้ว่าเรื่องเป็นมาอย่างไร ชายวัยรุ่นที่ถือกระเป๋าอยู่คงจะเป็นโจรวิ่งราว

ในฐานะที่เขาเป็นพลเมืองดีก็ต้องให้ความร่วมมือกับตำรวจแม้ว่าจะไม่เต็มใจก็ตามยังดีกว่าปล่อยไปให้ผู้อื่นเดือดร้อน

ชายวัยรุ่นที่เข้าใกล้เขาสบถออกมา “สัxว์เอ้ย” ชายวัยรุ่นผลักเขา เขาจึงถือโอกาสนี้ในการคว้าแขนและกดลงกับพื้นได้ยินเสียงเหมือนกระดูกหักตามมาวัยรุ่นรู้สึกว่าแขนตนด้านชาไปหมด

ตำรวจสาวมองไปยังเย่เชียนที่จับโจรด้วยความรู้สึกขอบคุณเธอพูด “ขอบคุณค่ะ” แล้วเดินไปใส่กุญแจมือโจรและเธอก็หันมาเย่เชียนอีกครั้ง “ท่านคะ กรุณาตามดิฉันไปที่สถานีตำรวจในการให้ปากคำเพื่อจดบันทึกเหตุการณ์ด้วยค่ะ”

เย่เชียนมองอย่างระแวงไปที่สาวที่นัยน์ตาสีแดงดุจนกฟินิกซ์คิ้วโค้งได้รูป ใบหน้าวงรี กับเครื่องแบบตำรวจทำให้ดูน่าเกรงขาม เย่เชียนรู้สึกแปลกใหม่ที่ได้เจอเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงแถมเด็กสาวคนนี้ยังสวยอีกด้วย

เย่เชียนไม่สนใจพวกตำรวจและเกลียดอย่างจริงจังแล้วเขายังมาถูกขอให้ไปให้ปากคำอีกเย่เชียนไม่ไปอย่างแน่นอนเขาไม่อยากเสวนากับตำรวจ

การที่ตำรวจให้ความช่วยเหลือในการรักษาความสงบมันเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ ตำรวจมันเป็นเพียงพวกสารเลวในเครื่องแบบที่คดโกงประชาชนรากหญ้า

“ไม่จำเป็น!!”เย่เชียนพูดแล้วก็หันตัวเดินเพื่อจากไป

หวังหยู่ ช่วยไม่ได้ที่จะรู้สึกงุนงงกับท่าทีที่ไม่แยแสและดูโกรธเคืองต่อเธอที่เป็นตำรวจ เธอเป็นตำรวจหญิงผู้มากความสามารถที่มีแต่คนห้อมล้อมแถมพื้นเพของเธอยังเป็นผู้รักษากฎหมายอีกถึงเธอพึ่งจะอายุ 22 ก็ตามแต่เธอก็มาเป็นตำรวจไม่น้อยกว่าครึ่งปีแถมเธอยังเป็นผู้กำกับการขั้นหนึ่งแล้วอีกไม่นานเธอก็คงเลื่อนขึ้นเป็นผู้กำกับการชั้นสาม

เธอยังไม่เคยเจอคนหยาบคายเช่นนี้มาก่อนขนาดเธอพูดจาสุภาพด้วยชายคนนี้ยังจะทำเป็นไม่แยแสต่อเธอทำหยั่งกับเธอน่ารำคาญอีกเธออดไม่ได้ที่จะรู้สึกโกรธในใจเธอคิดว่าเขาทำตัวรักษาระยะห่างกับตำรวจแบบนี้ต้องมิใช่คนดีเป็นแน่ด้วยความคิดนี้เองทำให้เธอร้องออกมาด้วยน้ำเสียงรุนแรง “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!”

เย่เชียนหยุดแล้วหันกลับมายิ้นอ่อนจากนั้นก็พูดว่า “ทำไมล่ะ? จะจับกุมฉันไปสถานีตำรวจหรือไร?” ลึกๆลงไปแล้วเขาคิดอยู่เสมอว่าใต้สรวงสวรรค์มักมีอีกาดำอยู่เสมอเขากลัวว่าตำรวจสาวแสนสวยข้างหน้านี้ก็คงไม่ต่างกับตำรวจคนอื่น เธอดูหัวอ่อนที่รู้เพียงแค่ บริการประชาชน ? ปกป้องผู้คน ? ให้ความปลอดภัย? คำขวัญเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องลวงหลอก หนักกว่าการหลอกประชาชนคือการหลอกตัวเอง

หวังหยู่อยากจะจับกุมเขากลับไปแต่เธอไม่มีหลักฐาน ถ้าไม่มีก็ไม่สามารถจับกุมได้ เวลาผ่านไประยะหนึ่งเธอจึงพูดออกมา “ฉันว่านายลักลอบพกอาวุธ ขอค้นตัวด้วย!!”

เย่เชียนยิ้มเย็นชานัยน์ตาคมดุจดั่งใบดาบจ้องไปยังหวังหยู่แล้วพูดขึ้น “ค้นตัว? สมองเธอมีแต่น้ำหรือไง? นี่มันล่วงละเมิดชัดๆ!”

เมื่อเผชิญหน้ากับเย่เชียนช่วยไม่ได้ที่เธอจะตัวสั่นเหมือนความเย็นยะเยือกผุดมาจากในหัวใจ เธอรวบรวมความกล้าและพูดออกไป “ตามกฎหมายของจีนแล้วเจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ค้นตัวบุคคลน่าสงสัย ท่านคะ โปรดให้ความร่วมมือด้วยค่ะ” เธอทำท่าจะค้นตัวเขา

เย่เชียนมีอาวุธแอบพกไว้จริงมันชื่อว่า หมาป่าสีเลือด มันไม่เคยห่างตัวเขาถึงเขาจะบอกว่ามันแค่มีดก็จริงแต่มันก็มีความผิดอยู่ดีแล้วเรื่องนี้ตำรวจสามารถใช้ประโยชน์จากมันเพื่อให้เขามีปัญหาได้อีกด้วยและถ้าพวกมันมาติดตามเรื่องของเขาบ่อยครั้งตัวตนของเขามีโอกาสจะถูกเปิดเผย เย่เชียนไม่ต้องการแบบนั้นเขาเพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตที่ราบลื่น ดูแลพ่อและพักผ่อนหย่อนใจ

เย่เชียนเลิกคิ้วขึ้นในใจคิดอย่างรอบคอบปากของเขาโค้งขึ้น “จะค้นตัว? เป็นเรื่องที่เยี่ยมไปเลย ฉันสามารถแก้ผ้าแล้วให้เธอค้นได้นะ” เขาปลดเข็มขัดแล้วก็เตรียมถอดเสื้ออย่างจริงจัง

หวังหยู่ไม่เคยเจอผู้ชายประเภทนี้เธอรู้สึกหมดหนทางเธอพผุดตะกุกตะกักออกมา “นายจะทำอะไรหน่ะ?”

“อ้าวไม่ค้นตัวแล้วเหรอ? ฉันก็จะถอดให้เธอค้นไง” เย่เชียนพูดอย่างเจ้าเล่ห์

“นาย…..” หวังหยู่รู้สึกโกรธกับการกระทำของเขาแต่ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเธอคงจะจับโจรไม่ได้ ทั้งๆที่เธออย่างจะพูดขอบคุณเขาแท้ๆ “ตกลง! นายไปได้!!” หวังหยู่ต้องยอมประนีประนอมทั้งๆในใจเธอโกรธมากเพราะมันไม่มีทางอื่นแล้วที่จะแก้ปัญหานี้

เย่เชียนแอบยิ้ม คิดดูแล้วตำรวจหญิงคนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยหากมีข้อตกลงแลกเปลี่ยนกับพวกจิ้งจอกเฒ่าในกรมตำรวจพวกนั้นเธอจะไม่มีวันได้เปรียบ “หืม? ทำไมไม่ค้นตัวแล้วล่ะ? ถ้าเธอไม่ค้นแล้วจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าฉันบริสุทธิ์”

“นาย….” เธอรู้สึกหมดท่าอย่างแท้จริงในที่สุดเธอก็ค่อยๆทำใจเย็นลงการทำงานเป็นเจ้าหน้าทีอย่างไรก็ต้องเจอทั้งโจรและพวกปลิ้นปล้อนหรือไม่ก็พวกนักเลงตัวเบ้งแบบเย่เชียนแต่เธอไม่รู้ว่าทำไมวันนี้อารมณ์เธอถูกทำให้แปรปรวนโดยเขาไม่ว่าเขาจะพูดอะไรเธอก็โกรธไปหมดเธอจ้องเขม็งมายังเย่เชียน “ในอนาคตนายอย่าคิดจะก่ออาชญากรรมดีกว่านะไม่งั้นฉันจะจับกุมนายด้วยมือของฉันเอง อย่างไรก็ตามฉันจัดการนายได้ เอ้า!!มัวมองอะไรอยู่ไปกันได้แล้ว”ประโยคสุดท้ายเธอตะโกนใส่โจรและแล้วเธอก็จากไปพร้อมกับโจรที่ถูกจับกุม

เย่เชียนมองแผ่นหลังหวังหยู่แล้วยักไหล่ “เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่น่ารักเสียจริงนะ”

เมื่อดูเวลาก็ห้าทุ่มครึ่งเสียแล้วเย่เชียนซื้ออาหารรองท้องและนั่งแท็กซี่ตรงไปโรงพยาบาล

ฮันเซ่วเธอบอกจะดูแลพ่อเองแต่เธอก็ยังต้องทบทวนบทเรียนมันคงทำให้เธอเหนื่อยถ้าเป็นไปได้เธอควรกลับไปพักผ่อนแล้วให้เขาอยู่กับพ่อแทน แปดปีที่ไม่เจอกันเขามีเรื่องมากมายที่จะคุยด้วย

 

******************

จะลงสองวันต่อหนึ่งตอนครับ ตอนนี้แถมให้

ส่วนมากผมอ่านไปแล้วค่อยมานั่งแปลแบบเรียบเรียง

ผิดพลาดประการใดขออภัย