0 Views

แต่เดิมแล้วหยางเว่ยที่เห็นว่าเย่เชียนวางท่ายิ่งยะโสก็นึกว่าเขามีคนหนุนหลังที่มีอำนาจจึงได้ลองสืบดูถึงข้อมูลจะไม่ครบถ้วนนักแต่ก็ได้รู้ว่าเขาเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่คนเก็บขยะชราเก็บมาเลี้ยง

คนประเภทนี้มีเหรอที่จะมีคนหนุนหลังหยางเว่ยจึงสมเพสเย่เชียนหลังจากนั้นเขาจึงคิดขึ้น นี่มันบัดซบชัดๆเดี๋ยวจารย์ผู้นี้จะเล่นกับแกเองคอยดูเถิดว่าฉันจะทำอะไรแกบ้าง

เมื่อหยางเว่ยออกจากการท่องอินเทอร์เนทก็เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจร่างผอมเข้าพบ้วพูดอะไรบางอย่างกับเขาหลังจากเจ้าหน้าที่ร่างผอมออกไปหยางเว่ยก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มอย่างภาคภูมิ

ตำรวจร่างผอมเดินเข้ามายังห้องสอบสวนแล้วนำพาเย่เชียนไปยังห้องขัง “เข้าไป!!” เขาตะโกนขึ้นขณะที่ยืนหน้าประตู เย่เชียนเหลือบมองด้วยสายตาใส่เขา เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวั่นเกรง

พอเย่เชียนเข้าไปแล้วเขาก็ล็อคห้องอย่างแน่นหนาแล้วจากนั้นก็ตรงไปทางนักโทษคนอื่นๆเขาพูดอย่างอารมณ์ดี “มีเด็กใหม่มาดูแลด้วย!”

ผู้กระทำผิดโทษสถานหนักจะถูกกักตัวไว้ที่นี่รอจนกระทั่งถูกเรียกไปเพื่อว่าความกันในศาลจึงเป็นธรรมดาที่หยางเว่ยต้องการให้นักโทษที่นี่สั่งสอนบทเรียนให้แก่เย่เชียน นักโทษมักตบตีชกต่อยกันเป็นเรื่องปกติไม่ใช่ปัญหาที่จักต้องเข้าไปดูแล

เย่เชียนกวาดสายตาไปยังเหล่าเพื่อนร่วมห้องขังก็เข้าใจได้ในบัดดลว่ามีใครบางคนต้องการแก้แค้นเขาโดยใช้คนพวกนี้ ในกรมตำรวจมีเพียงสองคนเท่านั้นไม่หวังหยู่ก็หยางเว่ย หวังหยู่เธอเป็นพวกโง่แบบใสๆไม่น่าทำเรื่องแบบนี้เป็น ฉะนั้นก็ต้องเป็นหยางเว่ย “มานี่!” หนึ่งในนักโทษที่เหมือนจะเป็นหัวหน้าเหลือบมองมายังเย่เชียนและพูดขึ้น

เย่เชียนวางตัวให้ดูเกรงกลัวและพูดอย่างน้อบน้อมว่า “พี่ชาย….มีอะไรให้รับใช้ครับ”

หัวหน้านักโทษที่เห็นดังนี้ช่วยไม่ได้ที่จะงุนงงแต่เดิมเขาคิดว่าเย่เชียนมีบุคลิกที่ไม่คิดยอมคนจึงไม่คาดว่าจะเปฌนขี้ขลาดตาขาวเช่นนี้ ทันใดนั้นเองเขาก็หมดอารมณ์ที่จะสั่งสอนเย่เชียนไปในทันที ตั้งแต่ทีตำรวจแนะนำพวกเขาหลังจากได้ยินชื่อเสียงจึงไม่น่าจะเปฌนเรื่องลำบากอันใด “คุกเข่า!!” หัวหน้านักโทษตะโกน

สำหรับผู้ชายแล้วเข่ามีค่าเทียบเท่ากับทองคำในโลกนี้มีเพีงพ่อแม่เท่านั้นถึงจะยอมคุกเข่าให้อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็ค่อยย่อเข่าลงต่อหน้าพวกเขา

ขณะที่พวกเขากำลังยิ้าเยาะก็มีลูกเตะบังเกิดขึ้นอย่างรุนแรงหัวหน้านักโทษสำรอกอาหารที่พึ่งกินเข้าไปออกมา นักโทษคนอื่นตกใจถึงกับยืนแน่นิ่งมิอาจตอบสนองต่อสถานการณ์ตรงหน้า

จากนั้นเย่เชียนก็เหยียบหัวหน้านักโทษและมองไปยังคนอื่นๆ นักโทษไม่รอช้าวิ่งไปเขย่าลูกกรงและจะโกนขึ้น “ช่วยด้วย ช่วยด้วย ข้าถูกทำร้าย ข้าถูกทำร้าย!!”

เจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ได้รับคำสั่งจากหยางเว่ยว่าวันนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ทำเปฌนไม่เห็นเสีย ถึงเขาจะได้ยินเสียงน้องแต่ก็ทำหูทวนลมอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ เย่เชียนเห็นดีงนี้จึงยกยิ้มขึ้นดุจปิศาจ

นักโทษคนอื่นๆในห้องขังก็เข้าใจได้ว่าเจ้าหนุ่มนี่มิใช่ลูกไก่เขาเพียงแสดงละครเท่านั้น แม้ว่าในนี้จะไม่มีอาชญกรหรือฆาตกรแต่พวกเขา ณ ที่นี้ก็เป็นอันธพาลระดังสูงที่น้อยคนนักจะทำให้พวกเขาปวดหัวเย่เชียนที่เป็นถึงหัวหน้ากลุ่มเขี้ยวหมาป่ามีหรือจะไร้ซึ่งพลัง เขาทุบตีคนอื่นและรักษาให้ราวกับการตบหัวและลูบหลัง

นักโทษคนอื่นๆที่ได้ยินเสียงก็สาปแช่งหยางเว่ยไป 18 ชั่วโคตร บัดซบ!! คนที่ยากหยั่งถึงผู้นี้กลับให้สั่งพวกเขาจัดการช่างเผด็จการนัก

เย่เชียนเดินไปหาหัวหน้านักโทษแล้วเหยียบเขา “มีบุหรี่หรือไม่?”

“มีครับ มีครับ!!” หัวหน้านักโทษกล้ำกลืนความเจ็บปวดไปหยิบบุหรี่มาใส่ปากเย่เชียนอย่างสุภาพจากนั้นก็พูดอย่างน้อบน้อม “บอส มีอะไรให้ผมรับใช้อีกไหมครับ”

เย่เชียนสูบบุหรี่ในมือก่อนจะพูดว่า “วันนี้ข้าเหนื่อยละ อย่าพักผ่อน บ้าจริงไม่ได้สู้เสียนาน ออกกำลังแค่นี้ร่างกายก็เจ็บไปหมด” นักโทษทั้งหลายหน้าแดงเต็มไปด้วยความอัปยศ ท่าทางที่ดูเหมือนผู้หญิงนี่มันอะไรกัน!! แต่ไม่มีผู้ใดกล่าใออกมา “บอสอยากพักผ่อนมันทำอะไรอยู่มาจัดที่นอนเร็ว!!” หัวหน้านักโทษตะโกนสั่งการก่อนจะหันมาพูดกับเย่เชียยอย่างนอบน้อมอีกครั้ง “บอสนอนตรงนี้เลยครับ มันห่างจากห้องน้ำอากาศดีที่สุด”
การจัดแสดงนิทรรศการเปิดโลก ณ เมือง XX ใกล้เข้ามาแล้ว ศาลากลางจึงให้ความสำคัญกับการจัดงานนี้เป็นอย่างมาก การรักษาความปลอดภัยของเมืองได้ออกคำสั่งไปยังสำนักงานเขตแต่ละแห่งซึ่งพวกเขาต้องทำอย่างถูกต้องเพื่อปกป้องเหตุการณ์นี้เพื่อรับประกันว่างานนิทรรศการโลกจะดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
หลี่ฮ่าวทำหน้าที่เป็นหัวหน้าสำนักงานรักษาความปลอดภัยสาธารณะในเขตพื้นที่ใหม่ของผู่ตง ในขณะที่เขาได้รับคำสั่งเขาก็เริ่มงานที่จะจัดงานให้ทันเวลา แม้ว่าการชุมนุมจะมิใช่การชุมนุมที่มีนัยสำคัญ แต่ก็ห้ามมีความผิดพลาดแม้แต่น้อยนิด

นอกจากนี้ยังมีมาตรการเข้มงวดกับสื่อลามกอนาจาร ยาเสพติดและการพนัน สิ่งเลวร้ายสามอย่างที่ยังคงต้องได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้อง

กว่าหลี่ฮ่าวไต่เต้ามาเป็นตัวเขาในทุกวันนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อไม่นานมานี้ได้ข่าวว่าหน่วยงานจะมีการปรับเปลี่ยนใหม่เขาหวังว่าจะถูกย้ายไปยังสำนักงานในออฟฟิศแม้ว่าตอนนี้เขาจะทำงานได้อย่างราบลื่นก็ตาม

หลายวันแล้วที่เขาไม่ได้กลับบ้านเป็นเพราะภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้า วันนี้ก็เป็นอย่างเช่นเคย 4 ทุ่มตรงก็ยังอยู่ ณ กรมตำรวจ แต่แล้วก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น เดิมทีแล้วเขาจะไม่รับมันแต่ด้วยความที่มันดังมาหลายสายทำให้เขาไม่มีสมาธิในการทำงาน

เมื่อเขายกขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นตาจึงรับสายขึ้น “สวัสดีครับ นั่นใครพูดสายครับ?”

“เยี่ยมไปเลยนะหัวหน้ากรมหลี่ เจ้านี่เป็นคนระดับสูงเสียจริง งานยุ่งมากจนไม่มีเวลารับสายตลอดบ่ายเลยนะ” เมื่อได้ยินเสียงตอบกลับเป็นน้ำเสียงเชิงเหน็บแนมของพ่อ หลี่ฮ่าวรู้สึกเหมือนโดนทุบหัวใจเขารีบตอบกลับ “พ่อ? นั่นพ่อใช่ไหม? พ่อไม่ควรพูดกับผมแบบนี้นะ ผมมีประชุมตั้งแต่บ่ายจึงไม่ได้พกโทรศัพท์และไม่เห็นว่ามีคนโทรมา ขอโทษทีนะพ่อ แล้วพ่อมีอะไรถึงได้โทรมาป่านนี้?”

“เสี่ยวเอ๋อถูกจับแล้วพาไปสถานีตำรวจ เจ้าขะต้องหาทางช่วยเขา” ตามธรรมดาของพ่อแล้วรู้ว่านี้เป็นสิ่งหลี่ฮ่าวจะต้องไม่เมินเฉย ุึงแม้ตัวเขาจะร้อนใจมากตั้งแต่เย่เชียนถูกจับในช่วงบ่าย เขาจึงรีบโทรหาหลี่ฮ่าวแต่ก็ไม่มีใครรับสายเขาจึงเต็มไปด้วยความกังวล

“ว่าไงนะ!!” หลี่ฮ่าวตะโกนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ