0 Views

เย่เชียนกลืนน้ำลายอย่างเงียบเชียบสาตายจ้องเขม่งไปยังหน้าอกของหวังหยู่แล้วเขาก็ถามขึ้น “นี่เธอต้องการให้ฉันจับพวกมันจริงๆน่ะหรือ?”

“แน่นอนสิ ฉันต้องการให้นายจับพวกมัน ทำไม? นายกลัวงั้นหรือไร?”หวังหยู่ตอบ

“บ้า! มีหรือที่ฉันจะกลัวที่จะจับพวกมัน ปลดกุญแจมือนี่ออก!!” เย่เชียนตอบกลับ

หวังหยู่เดินไปยังเขาแล้วปลดกุญแจมือออกจากนั้นมายืนหน้าเย่เชียนแล้วแอ่นอกที่แสนภาคภูมิใจ มีหรือตัวสารเลวอย่างเย่เชียนจะปล่อยผลประโยชน์ที่ได้รับเขาค่อยๆยื่นมือเคลื่อนอย่างช้าๆไปที่หน้าอกหวังหยู่

เขาไม่อยากเชื่อว่าสาวน้อยจะกล้าถึงเพียงนี้ไปเพียงแต่ยืนเฉยไม่ลุกลี้ลุกลน ไม่แม้กระทั่งหลบสายตา ตาเธอกลับเต็มไม่ด้วยความยั่วยุแล้วตรอบสอบความกล้าของเย่เชียน

“บัดซับ เรากำลังตกบ่อโชค ไม่นะ ไม่ เราต้องไม่จับเต้านี้ ม่าย!!” เย่เชียนคิดในใจแต่มือของเขาก็ขยับเข้าหาเรื่อยๆ

เมื่อเห็นว่าเข้าจนใกล้หน้าอกของตนหวังหยู่ก็เผยรอยยิ้มขึ้นเย่เชียนสบถออกมาอย่างเศร้าโศก “โชคร้ายเป็นบ้า” มันสายเกินไปที่เขาจะชักมือกลับ “แกร๊ก!” เสียงกุญแจมือล็อคเข้าที่ข้อมือของเขาโดยหวังหยู่ “ตอนนี้ฉันก็สามารถฟ้องนายในข้อหาล่วงละเมิดเจ้าหน้าที่ได้แล้ว” หวังหยู่พูดออกมาด้วยความภูมิใจ

เย่เชียนส่ายหัวอย่างช่วยมิได้ เขาเหมือนกำลังเล่นกับห่านป่าแต่ห่านป่าตัวนั้นมัวแต่จ้องจิกกัดเขา เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าตกอยู่ในกำมือของสาวน้อยด้วยวิธีนี้ หากเธอจะจัดการเขาด้วยวิธีนี้ล่ะก็แสดงให้เห็นชัดเลยว่าเธอเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ไก่อ่อน เย่เชียนขยับกุญแจมือที่ข้อมือของตนแล้วพูดว่า “คิดจะตีกรอบฉันหรือ? เธอว่าฉันล่วงละเมิดสินะ? เอาล่ะ ก่อนอื่นก็แสดงหลักฐานออกมา”

“ฮึ่ม!!” หวังหยู่คิดไว้แล้วว่าเขาต้องมาไม้นี้เธอเอาก็ได้เตรียมการไว้แล้วจึงเริ่มพูดอย่างภาคภูมิ “สถานีเราสามารถตรวจกล้องวิดีโอในห้องสอบสวนได้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้ถูกบันทึกไว้เพียงแค่ฉันเอาเสียงออกนั่นแหละคือหลักฐาน เข้าใจนะ?”

เย่เชียนจ้องด้วยความตกใจเขาไม่คิดว่าสาวน้อยคนนี้ยังพอมีพิษสงอยู่บ้าง “แต่เธอบังคับฉันนะ”เย่เขียนมิได้โกรธอย่างที่เธอวาดไว้เขาเพียวยิ้มอย่างมีเลศนัยมองมาที่เธอ

“นะ…นายจะทำอะไรได้?”หวังหยู่เริ่มกังวลอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอลืมแม้กระทั่งการวางมาดในฐานะเจ้าหน้าที่เพียงครู่เดียวเธอรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นสาวน้อยที่มากไปด้วยความกังวลใจ

“ในเมื่อเธอฟ้องฉันแล้วแสดงว่าหลังจากนี้ฉันจะจับมันเมื่อใดก็ได้ที่ใจอยาก”เย่เชียนยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วยักไหล่

“นายกล้าเหรอ!!”หวังหยู่ค่อยๆถอยหลังทีละก้าวๆใจเธอเต็มไปด้วยความกังวลแต่เธอวางท่าให้ดูใจเย็น

“อะไรที่ทำให้ฉันมิกล้าล่ะ? ถ้าเธอไม่เอ่ยเรื่องตกงานล่ะก็มันก็นะ…”เย่เชียนฉีกยิ้ม

หวังหยู่ถอยหลังจนกระทั่งชนกับกำแพงใบหน้าที่แสนลุกลี้ลุกลนกล่าวโต้ตอบว่า “นายไม่สามารถแก้ต่างได้หรอกนะ ฉันจะไม่ปล่อยนายไป”

เย่เชียนค่อยๆยกมือทั้งสองวางไปที่กำแพงรอบตัวเธอทั้งสองข้างและจ้องใบหน้าที่แสนบริสุทธิ์ระยะประชิด หวังหยู่เธอกระสับกระส่ายลมหายใจแรงทำให้ช่วงอกขยับขึ้นลง

“เธอพร้อมแล้วหรือยัง?” เย่เชียนถามด้วยรอยยิ้ม

“พะ…พร้อม…พร้อมเรื่องอะไร?”หวังหยู่ถามอย่างกระสับกระส่าย

“เธอว่ากระไรนะ?”เย่เชียนตอบ

“นาย…”หวังหยู่ปิดเปลืองตาทำใจเผชิญหน้ากับความตาย “เอาสิ ฉันสามารถทนให้มือโสมมจับฉันได้อย่างไรก็ตามขอบอกนายไว้ก่อนเลยฉันจะไม่ปล่อยนายลอยนวลไปอย่างแน่นอน”

“ใจ้ต้นโบตั๋นที่เหี่ยวเฉากลับมีความโรแมนติกที่แสนร้ายกาจ”เย่เชียนพูดแล้วยิ้มจากนั้นก็ประกบริมฝีปากเข้ากับปากของหวังหยู่

หวังหยู่ตัวแข็งราวกลับกลายเป็นหินเธอจ้องเย่เชียนด้วยความไม่อยากจะเชื่อนี่คือจูบแรกของเธอและเจ้าสารเลวนี่กลับขโมยมันไป

เธอดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่ถูกต้องเธอไม่คิดเลยว่าเย่เชียนจะกล้าถึงขนาดลงมือกับร่างกายที่แสนบริสุทธิ์และไร้เดียวสาเช่นนี้

เย่เชียนปล่อยเธอจากนั้นจึงเลียนิมฝีปากของตน “สาวสวย ดูเธอโกรธมากเลยนะ ทว่าเธอควรดื่มชาเธอควรดื่มชาจีนเสียบ้างนะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ปากเธอแหนะ” เย่เชียนพูดจบก็นำมือไปขยำเต้า 36F ของหวังหยู่จนพอใจจึงปล่อยมือ

“กะ..กะ..แก….”เขาทำร้ายเธอยังไม่พอยังจะย่ำยีเธออีกหวังหยู่รู้สึกข้องใจโดยหาที่เปรียบมิได้น้ำเธอเริ่มเอ่อล้นออกมา “ไอสารเลว! ไอชาติชั่ว!!” หวังหยู่พูดด้วยน้ำเสียงสาปแช่งและวิ่งออกประตูไป

พอหวังหยู่ออกไปเย่เชียนมองอย่างุนงงแล้วถามกับตัวเองว่า “เราผิดอะไรกันนะ?”

หวังหยู่ตั้งแต่ยังเด็กก็ถูกประคบประหงมราวกลับเจ้าหญิงไม่มีแม้นครั้งเดียวที่เธอจะไม่ได้รับความสนใจทั้งถูกปกป้องและเอาใจเธอมิเคยรู้สึกอัปยศอดสูกระทั่งวันนี้

น้ำตาไหลพรั่งพรูราวกับเขื่อนแตกหยางเว่ยที่เห็นหวังหยู่ร้องไห้วิ่งออกจากห้องสอบสวนก็ไม่รีรอที่จะวิ่งเข้าไปถาม “เสี่ยวหยู่เกิดอะไรขึ้น?”

“ถ้านายห่วงฉันจริงๆล่ะก็ ไสหัวไป!”เธอผลักเขาแล้ววิ่งออกไป

หยางเว่ยสับสนทำไมเขาจึงถูกด่าเขาสบถด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ฮึ่ม! สักวันพ่อเธอจะผลีกายเธอให้กับฉัน!!”

จากนั้นเขาก็หมุนตัวเดินเข้าไปในห้องสอบสวนถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ชอบหวังหยู่จริงจังก็ตามแต่เขาพยายามชนะใจใจเพื่อล้างแค้นที่เธอไม่ใยดีเขาแต่กระนั้นเขาก็ยังชอบผมหยักศกของเธออยู่บ้าง

เมื่อเข้ามาห้องสอบสวนเขาเห็นเย่เชียนกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่เขาระเบิดเสียงออกมาอย่างดุดัน “ยืนขึ้น!!!”

เย่เชียนชายตามองเล็กน้อยแล้วยักไหล่จากนั้นจึงยืนขึ้น “เจ้าหน้าที่ตำรวจคุณมีสิ่งใดจะปรึกษาผมอย่างนั้นหรือ?”

“เมื่อครู่แกทำสารเลวใส่เสี่ยวหยู่ใช่ไหม!!!?”เขายังคงถามแบบดุดัน

“ไม่ใช่กงการอะไรของคุณ ทำไม? จะแก้แค้นผม?
เย่เชียนมองหยางเว่ยที่เต็มไปด้วยท่าทีเย่อหยิ่งด้วยความดูแคลน

“แกคิดว่าฉันไม่กล้า?”หยางเว่ยยังคงดุดันแล้วก้าวเข้าหา

“คุณสามารถลองดูได้!!”เย่เชียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็น

หยางเว่ยไม่ได้จ้องไปที่ตาของเย่เชียนแต่กระนั้นเองขาเขากลับรู้สึกอ่อนเรี่ยวอ่อนแรงเหมือนถูกดาบทิ่มแทง เขามิใช่คนที่ละทิ้งความสุขุมแต่ก็ไม่ใช่คนที่ขวานผ่าซาก เขาเดาว่าเย่เชียนคงจะมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา ณจุดๆนี้เขาจึงตัดสินใจล่าถอย