0 Views

 

ผู้ใหญ่และเด็กต่างจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างการปรากฎตัวของเขาไม่ต่างกับฮีโร่ ใบหน้าอันหล่อเหลามีแผลเป็นเล็กน้อยแต่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณมันก็เป็นเวลา 8 ปีแล้วที่เย่เชียนออกจากจีนตอนอายุ 17 เขามิใช่เด็กหนุ่มไร้เดียงสาอีกแล้วแต่เขาก็ยังกระวนกระวายใจเมื่อใกล้ถิ่นเกิดเข้าเรื่อยๆ

“ท่านคะ ต้องการดื่มอะไรไหมคะ?” สาวสวยแอร์โฮสเตสเดินรอบๆเย่เชียนก่อนจะเข้าไปยืนข้างๆชายวัยกลางคนในชุดสูทที่นั่งถัดไป

เคบินเฟิร์สคลาส เต็มไปด้วยผู้คนที่เรียกว่า ‘สังคมชั้นสูง’ ชายวัยกลางคนในชุดสูทยิ้มเยาะกับการแต่งกายของเย่เซียน

เย่เซียนแต่งกายง่ายๆเพียงสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงสีคลุมเครือที่ยัดขากางเกงลงในรองเท้าบูทที่ดูฝุ่นเครอะ ชายวัยกลางคนเหลือบมองเย่เชียนก่อนพูดออกมาอย่างโอ่อ่ากับแอร์โฮสเตสว่า “ไม่ล่ะ ขอบคุณ!” จากนั้นเขาเหลือมองเย่เชียนอีกครั้งแล้วพูดว่า “มีเด็กเลี้ยงแกะมาอยู่ในเคบินเฟิร์สคลาสได้อย่างไรนะ?”

เย่เชียนนิ่งเฉยทำหูทวนลมใส่ชายวัยกลางคนในชุดสูทเขาเจอคนจำพวกนี้มานักต่อนักในโลกใบนี้ คนจำพวกที่สนุกกับการดูแคลนผู้อื่นอย่างไรก็ตามคนทำให้คนพวกนี้พบจุดจบด้วยน้ำมือของเขามามากมาย

แอร์โฮสเตสสาวยิ้มตอบอย่างสุภาพให้ชายวัยกลางคนและถามคำถามแบบเดียวกันแก่เย่เชียน ลูกค้าคือพระเจ้า แม้นว่าเย่เชียนเป็นเด็กเลี้ยงแกะหรือไม่ก็ตามแต่เขาก็จ่ายเงินสำหรับที่นั่งของเขา เธอควรปฏิบัติอย่างสุภาพต่อเขาเฉกเช่นเดียวกับทุกคนในเคบินนี้ อีกอย่างเย่เชียนหล่ออย่างมากแถมยังดูมีราศีอีกตะหาก ในสายตาของแอร์โฮสเตสสาวเขาก็ไม่ต่างจากชาวชนบทผู้น่ารัก

“ปัง!” ทันใดนั้นเองก็มีเสียงปืนดังขึ้นจากห้องเครื่อง มีชายวัยกลางคน 4 คนเดินถือ AK47 ออกมาจุดที่ผู้โดยสารอยู่ ผู้ก่อการร้ายอาวุธครบมือทำให้เหล่าผู้โดยสารตื่นตระหนกตกใจ

“อย่าขยับ!” หนึ่งในผู้ก่อการร้ายตะโกนขึ้น

“พวกเรานั้นมิได้อยากฆ่าใคร เพียงแค่ต้องการของมีค่าในมือพวกคุณและทำตามที่เราสั่งแค่นั้น”

เย่เชียนเหลือมองไปยังกลุ่มผู้ก่อการร้ายก่อนจะหันกลับมามองที่นั่งของชายวัยกลางคนที่ตอนนี้ตัวสั่นเทาไปด้วยความกลัว

ผู้ก่อการร้ายคนหนึ่งพูดกับผู้ก่อการร้ายร่างเตี้ยแล้วชี้มายังเคบินของเครื่องบิน ผู้ก่อการร้ายร่างผอมเตี้ยพยักหน้าเล็กน้อย

เข้าใจล่ะ ผู้ก่อการร้ายคนนั้นคือหัวหน้ากลุ่มและเขามิได้โง่ เขาต้องรู้หากคุมเครื่องบินจอดลงที่สนามบินในจีนแล้วล่ะก็ก็มีแต่รอความตายเท่านั้น การไฮแจ็คเครื่องบินของจีนถือเป็นการก่อการร้ายโทษตายสถานเดียว

หลังจากผู้ก่อการร้ายร่างผอมเตี้ยเดินตรงมายังเคบินแล้ว หัวหน้าก็ให้คำสั่งกับอีกสองคน “ไปเก็บเงินมาซะ!”

สถานการณ์ปัจจุบันนับได้ว่าน่าเศร้าอย่างมากสำหรับพวกเขา พวกเขายื่นของมีค่าให้อย่างหมดความหวังเมื่อมีปืนมาจ่อที่หน้าผาก หนึ่งในผู้ก่อการร้ายมาหยุดด้านข้างเย่เชียนแล้วพูดขึ้น “เอาเงินออกมา เร็วๆเข้า!”

เย่เชียนเงยหน้าขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน “พี่ชาย สภาพผมดูเหมือนคนรวยหรือครับ? ถ้าอยากได้เงินจริงๆล่ะก็ไปถามเขานู้น ทั้งตัวเขาเต็มไปด้วยของแบร์นเนม เขาต้องรวยแน่ๆ” เย่เชียนชี้ไปทางชายววัยกลางคนผู้น่ารังเกียจ

เย่เชียนไม่ใช่สุภาพบุรุษที่ว่าสิบปีค่อยแก้แค้นยังไม่สายเขาจักใช้โอกาสที่ได้รับทุกทางเพื่อเอาคืน ชายวัยกลางคนจ้องมองเย่เชียนอย่างโกรธแค้นแต่ต่อหน้าผู้ก่อการร้ายเขาไม่กล้าแสดงออกมากนักเขารีบควักเงินออกมารวมถึงนาฬิกาข้อมือเรือนดังและสร้อยคอที่อยู่ในเสื้อยื่นให้ทั้งหมด

“พี่ชาย! ดูในปากเขาสิมีฟันมองเพียบเลย” เย่เชียนพูดขณะที่ชี้ไปยังชายวัยกลางคน ผู้ก่อการร้ายจ้องเขม็งไปยังชายวัยกลางคนที่ตอนนี้หน้าของเขาเปลี่ยนสี เขาสาปแช่งเย่เชียนและให้สัตย์สาบานว่าจะต้องสั่งสอนบทเรียนให้หากเจอกันอีกในภายหลัง

“เอาออกมา เร็ว! พ่อของเจ้าอยู่นี่แล้วแถมมีปืนอีกด้วย” ผู้ก่อการร้ายยก AK47 จ่อหัวชายวัยกลางคน

“จะให้ผมเอาออกมาอย่างไรครับ” ชายวัยกลางคนตอบอย่างไร้เดียงสา

“ถ้าแกไม่มีปัญญา เดี๋ยวข้าจะช่วยเอง” พูดเสร็จชายวัยกลางคนก็ตีเข้าที่มุมปากของชายวัยกลางคนด้วยพานท้ายของกระบอกปืน ฟันทองทั้งหลายร่วงหล่นมาพร้อมเลือด ชายวัยกลางคนร้องไห้และโหยหวนอย่างรำเค็ญใจ

“ร้องหาแม่มึxเหรอ!! หุบปากเน่าๆของแกซะหรืออยากรู้รสชาติของลูกปืนกันล่ะ” ผู้ก่อการร้ายตะโกนลั่นส่งผลให้ชายวัยกลางคนปิดปากสนิทแม้จะปวดแทบตายก็ตาม

“แกด้วย เร็วๆ!!!” ผู้ก่อการร้ายเล็งปืนมายังเย่เชียน

ชายวัยกลางคนแอบสาปแช่งเย่เชียนเงียบๆหวังว่าผู้ก่อการร้ายจะจัดการเขาแต่มีหรือเย่เชียนจะมิรู้สิ่งที่ชายวัยกลางคนคิดและแล้วเขาก็ตอบอย่างไร้เดียงสาออกไป “พี่ชายกระผมไม่มีเงินจริงๆ”

“ไอแมลงวัน แกคิดว่าข้าจะเชื่อ? แกนั่งในเคบินเฟิร์สคลาสมีหรือจะไม่มีตังค์ เร็วซะ..หากปืนมันลั่นจะกล่าวโทษกันไม่ได้นะ” ผู้ก่อการร้ายตะโกนใส่หน้าเย่เชียน

“ถ้าคุณไม่เชื่อก็ลองค้นตัวผมดูสิ” เย่เชียนยักไหล่ยังหมดหนทางและอ้าแขนออกกว้างๆ

ผู้ก่อการร้ายชะงักไปครู่หนึ่ง “หากแกเล่นลูกไม้ล่ะก็ ปืนผาหน้าไม้หาได้มีลูกตาไม่!!” และแล้วเขาก็เริ่มค้นตัวเย่เชียน

ตอนนี้เย่เชียนแอบสำรวจรอบๆเห็นว่าผู้ก่อการร้ายร้างเตี้ยยังไม่กลับมา ตัวหัวหน้าก็กำลังยืนเฝ้าทางเข้าห้องเครื่อง และคนอื่นก็กำลังรวบรวมของมีค่าที่อื่นอยู่

“นี่อะไร!?” ทันใดนั้นเองผู้ก่อการร้ายตรวจเจอบางอย่างที่บู๊ทของเย่เชียน

เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วลูบรองเท้าเบาๆทันใดนั้นเองก็มีแสงสีแดงวาปขึ้น ผู้ก่อการร้ายไม่ทันได้ตอบสนองใดๆก็ทรุดลงกับพื้นใบหน้าอาบไปด้วยเลือด แท้จริงแล้วสิ่งนั้นคือมีดพกส่วนตัวของเย่เชียนที่พรากชีวิตผู้ก่อการร้ายไป มันมีชื่อว่า เซี่ยเหลียง และมันมีสีแดงดุจดั้งสีของเลือด

ตั้งแต่ที่เขาเผยตัวก็มิได้ลังเลใดๆอีกต่อไปเขาขวางมีดในแนวนอนมุ่งตรงไปหาหัวใจของหัวหน้า ใบมีดจมลึกเข้าไปในอกเหลือเพียงด้ามมีดให้เห็นเท่านั้น เห็นได้ชัดเลยว่าการขว้างมีดของเขารุนแรงถึงเพียงไหน