0 Views

หานเซิ่นไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเกมเป่ายิ่งฉุบ แต่เขาฝึกฝนและพัฒนาความสามารถจนทำให้เขาคาดการได้อย่างแม่นยำ ไม่ใช่เพื่อเล่นเกม แต่ว่าเพื่อที่เขาจะได้คาดเดาการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์ได้

 

สำหรับนักธนู มันเป็นความสามารถที่สำคัญอย่างไม่ต้องสงสัย

 

คนจำนวนมากสามารถยิงเป้านิ่งได้อย่างแม่นยำ อย่างเช่นคนส่วนใหญ่ในบูลอาย พวกเขาสามารถยิงเป้าในระยะ 150 ฟุตได้ แต่ถ้าเป็นมอนสเตอร์จะแตกต่างออกไป เพราะพวกมันไม่ได้อยู่นิ่งๆให้ยิงได้ง่ายๆ การคาดเดาการเคลื่อนไหวของพวกมันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

 

การคาดเดาการเคลื่อนไหวเป็นสิ่งที่หานเซิ่นถนัด ไม่งั้นเขาคงไม่เลือกที่จะเอาดีด้วยยิงธนู

 

ตอนที่เขาเข้าไปในก็อตแซงชัวรี่แรกๆ เขายังไม่มีธนูดีๆใช้ เขาจึงต้องฝึกฝนการลอบโจมตี ซึ่งต้องใช้การการคาดการณ์และปฏิกิริยาสูงเช่นเดียวกัน ความผิดพลาดเพียงแค่นิดเดียวอาจจะทำให้เขาไม่สามารถฆ่ามอนสเตอร์ได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว และอาจจะทำให้ถูกโจมตีสวนกลับได้

 

หลังจากผ่านเดือนแรกในก็อตแซงชัวรี่ หานเซิ่นไม่เคยพลาดการโจมตีปิดชีวิตมอนสเตอร์ในครั้งเดียว นั่นพิสูจน์ให้เห็นพรสวรรค์ของเขา

 

ตอนนี้ด้วยจีโนพ้อยจำนวนมากที่เขามี ปฏิกิริยาการตอบสนองของหานเซิ่นยิ่งดีขึ้นไปอีก มันยากที่จะมีใครเอาชนะเขาได้ในเกมแบบนี้

 

“ค้อน- กระดาษ- กรรไกร..”

ทันทีที่เฟิงจินซีพูดว่า ‘กรรไกร’ หานเซิ่นและถังเตียงลิ่วยื่นมือออกไปพร้อมกันอีกครั้ง หานเซิ่นออกค้อน ขณะที่ถังเตียงลิ่วออกกรรไกร

 

ถังเตียงลิ่วไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะแพ้ มันทำให้เขาไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะคว้าจาน เขาตั้งใจจะคว้าแก้วไวท์ให้ไวที่สุด ทำให้เขาไม่สามารถเอาจานมาบังหน้าได้ทัน

 

“เตียงลิ่ว เสีย 1 คะแนน” เฟิงจินซีจดมันลงไปในกระดาษโน้ต

 

แน่นอนว่าถังเตียงลิ่วยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆแน่ หลังจากที่เขาเช็ดหน้าด้วยผ่าขนหนู เขาก็จ้องมองไปที่หานเซิ่นและพูด “ขออีกรอบหนึ่ง”

 

แน่นอนว่าหานเซิ่นรู้สึกยินดีอยู่แล้ว พวกเขาเริ่มเกมกันอีกครั้ง ที่ถังเตียงลิ่วอ้างว่าเขาเป็นราชาเป่ายิงฉุบคงจะไม่โม้ซ่ะทีเดียว เพราะว่าเขาสามารถเอาชนะได้ถึง 40% แต่ทุกรอบที่เขาชนะหานเซิ่นสามารถเอาจานมาป้องกันเขาได้ทุกครั้ง และทุกครั้งที่เขาแพ้ เขากลับถูกหานเซิ่นเทไวน์ใส่โดยที่ไม่สามารถป้องกันได้ทัน ตอนนี้ตัวของเขาเปียกโชกไปด้วยไวน์

 

ในตอนแรก ถังเตียงลิ่วยังเช็ดไวท์ออก แต่หลังๆมาเขาจดจ่ออยู่กับการเอาชนะให้ได้ เขาเริ่มปล่อยมันไว้โดยไม่เสียเวลาเช็ดออก

 

“พอก่อน! เดียวฉันขอคิดกฎใหม่ แบบนี้มันอาจจะมีการโกงกันได้”

ถังเตียงลิ่วแพ้ 8 ครั้งติดต่อกันแล้วทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อ

 

“ก็ได้ แล้วจะใช้กฎอะไร” หานเซิ่นพูด

 

“ง่ายๆ ก่อนจะออกค้อน กรรไกร กระดาษให้เอามือไว้ที่หน้าอกก่อนแบบนี้จะได้ไม่มีโอกาสโกงได้” ถังเตียงลิ่วอธิบายกฎ

 

หานเซิ่นไม่เคยเล่นเป่ายิ่งฉุบด้วยวิธีนี่มาก่อน ทำให้เขาแพ้ 4 รอบติดต่อกัน แต่ถังเตียงลิ่วก็ยังไม่สามารถเทไวน์ใส่เขาได้แม้แต่ครั้งเดียว

 

หลังจากที่ผ่านไป 4 รอบ หานเซิ่นก็เริ่มเชี่ยวชาญ ในรอบที่ 5 หานเซิ่นใช้การคาดเดาและปฏิกิริยาที่เหนือกว่าเอาชนะ และเทไวน์ใส่หน้าของ ถังเตียงลิ่วได้สำเร็จ

 

ซึ่งทำให้ถังเตียงลิ่วโกรธมาก เขายิ่งอยากจะเอาชนะให้ได้ ตอนนี้เขาตัวของเขาเปียกชุ่มไปทั้งตัว ราวกับว่าเขาพึ่งจะขึ้นมาจากถังเก็บไวน์ไม่มีผิด มันชุ่มไปจนถึงกางเกงของเขา

ถังเตียงลิ่วคิดกับตัวเอง ‘นี่ไม่น่าเป็นไปได้ คนอย่างฉันเนี่ยนะแพ้ มันต้องมีอะไรผิดพลาดสักอย่าง’

 

เมื่อเฟิงจินซีเห็นว่าถังเตียงลิ่วเปียกไปทั้งตัวแล้ว เขาก็พยายามเข้าไปห้ามถึง 2 ครั้ง แต่ถังเตียงลิ่วไม่สนใจ เขาต้องการจะเอาคืนให้ได้

 

‘ฉันต้องการเอาคืน! ฉันต้องทำให้มันเปียกชุ่มไปด้วยไวน์เหมือนกับฉัน’

‘ฉันจะต้องชนะรอบหน้าอย่างแน่นอน!’

‘ขอแค่ครั้งเดียว ฉันต้องการชนะสักครั้ง’

‘ให้ฉันชนะสักครั้ง แค่ครั้งเดียวแล้วฉันจะหยุด…’

ถังเตียงลิ่วเริ่มคาดหวังน้อยลงเรื่อยๆ เพราะตอนนี้เขายังไม่ชนะแม้แต่รอบเดียว

 

ในช่วง 2-3 รอบที่ผ่านมา ถังเตียงลิ่วไม่สามารถชนะแม้กระทั่งเป่ายิ่งฉุบสักครั้ง หานเซิ่นควบคุมสถานการณ์ไว้ทั้งหมด

 

ฉวี้หวังเกอเห็นว่ามันเย็นมากแล้ว เธอเลยพาหานเหยี่ยนกลับมาที่ห้อง เธอคิดว่าหานเซิ่นคงกำลังตกอยู่สถานการณ์ที่ลำบาก เพราะต้องเล่นเกมรินไวน์กับถังเตียงลิ่ว

เมื่อเธอเข้ามาใกล้ห้องและไม่ได้ยินเสียงอะไร ทำให้เธอคิดว่าหานเซิ่นคงเมาจนหลับไปแล้ว

 

หลังจากผลักประตูเข้าไปในห้อง เธอก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น

หานเซิ่นกับเฟิงจินซียังคงนั่งอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับดื่มชาและกินอาหารอย่างสบายใจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่ถังเตียงลิ่วนั่งอยู่บนโซฟาอย่างหมดสภาพ เนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยไวน์

 

“เตียงลิ่วเกิดอะไรขึ้นกับนาย?”

ฉวี้หวังเกอช็อคกับสิ่งที่เห็น เธอไม่เคยคิดว่าถังเตียงลิ่วจะแพ้อย่างหมดรูปขนาดนี้

 

ถังเตียงลิ่วพึ่งจะเข้าใจ เขาไม่ได้ตอบอะไรฉวี้หวังเกอ แต่หันไปพูดกับเฟิงจินซี

“จินซี นายจงใจให้ฉันมาเจอกับเรื่องแบบนี้ใช่ไหม…”

 

หานเซิ่นมองที่ฉวี้หวังเกอที่ทำหน้างงๆและถาม

“คุณฉวี้ แพคเกจอาหารเสริมระดับพรี่เมียมราคาเท่าไหร่?”

 

“ตอนนี้แพคเกจที่หานเหยียนใช้ราคา 1 แสนดอลลาร์ต่อเดือน คุณภาพของมันไม่ได้สูงมากนัก ถ้าอยากจะใช้อันที่เทียบเท่ากับคนอื่นๆในชั้นเรียน อย่างน้อยเธอต้องใช้แพคเกจที่ราคา 3 แสนดอลลาร์ต่อเดือน ไม่งั้นผลการเรียนและสมรรถภาพทางร่างกายของเธอจะพัฒนาช้ากว่าคนอื่นๆ” ฉวี้หวังเกออธิบาย

 

“ถ้าจะใช้ระดับพรีเมี่ยมเลย และขอครูสอนพิเศษระดับ s ผมจะต้องจ่ายปีละเท่าไหร่ ผมขอแบบรายปี” หานเซิ่นถามอีกครั้ง

 

“ถ้าแบบนั้นค่าใช้จ่ายคงจะอยู่ที่ปีละ 15 ล้าน” ฉวี้หวังเกอตอบ

 

“เยี่ยม จัดตามที่ผมพูดเมื่อกี้ให้กับเหยี่ยนได้เลย”

หานเซิ่นพูดหลังจากที่เขาเห็นว่ามีเงินโอนเข้ามาในบัญชีของเขา 16.7 ล้านดอลลาร์

 

 


 Facebook Page : https://www.facebook.com/SuperGodGene/

ตอนนี้กลุ่มลับถึงตอน 264 แล้วครับ