0 Views

 

ฮุ่ยไห่เฟิงรับคำขอเป็นเพื่อนของหานเซิ่น หลังจากนั้นเขาส่งข้อความไปถามหานเซิ่น “วิชาที่ใช้เมื่อกี้มีชื่อว่าอะไร?”

 

หานเซิ่นนั่งคิดคำตอบอยู่ประมาน 1 นาที จากนั้นเขาก็ตอบไปว่า “อีเลฟเฟ่นเร็กซ์สไตล์”

หานเซิ่นไม่ค่อยมีพรสวรรค์ในด้านการตั้งชื่อ สำหรับชื่อนี้เขาใช้กฎง่ายๆในการตั้งมันขึ้นมา เขาเอาส่วนประกอบของท่านี้มาตั้งชื่อให้มัน คำหนึ่งมาจากเร็กซ์สไปค์เพลิงอัคคี ส่วนอีกคำก็มาจากช้าง

 

“อีเลฟเฟ่นเร็กซ์สไตล์เป็นวิชาที่ทรงพลังจริงๆ ดูจากชื่อแล้วมันคงจะได้รับพลังมาจากช้างและทีเร็กซ์”

ฮุ่ยไห่เฟิงคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนที่เขาจะถาม “คุณเป็นทหารรุ่นเก่าใช่ไหม”

 

“ใช่” หานเซิ่นตอบ เขาอยู่ในกองทัพมา 1 ปีแล้ว ดังนั้นเขาก็เลยคิดว่าน่าจะเรียกว่าทหารรุ่นเก่าได้เช่นกัน

 

น่าเสียดายที่หานเซิ่นไม่รู้ความหมายจริงๆของคำว่า ‘ทหารรุ่นเก่า’ ซึ่งมันทำให้ฮุ่ยไห่เฟิงเข้าใจผิด และคิดว่าหานเซิ่นเป็นทหารรุ่นเก่าจริงๆ

 

“คุณกำลังฝึกใช้อาวุธแปลกๆนั้นอยู่ใช่ไหม?” ฮุ่ยไห่เฟิงถาม

 

“ใช่ ผมกำลังฝึกอยู่ ผมดันไปได้อาวุธวิญญาณอสูรเลือดศักดิ์สิทธิเบอร์เซิร์กมา ซึ่งผมก็ชอบมันมากด้วย แต่น่าเสียดายที่ไม่มีวิชาที่เหมาะกับมัน” หานเซิ่นตอบ

 

“อาวุธเลือดศักดิ์สิทธิเบอร์เซิร์กงั้นหรอ? นั่นโชคดีสุดๆไปเลย ดูมันเป็นอาวุธเฉพาะทางมากๆ คุณคงจะต้องคิดค้นวิชาขึ้นมาเอง พวกเรามาฝึกกันอีกสักครั้งดีกว่า!” ฮุ่ยไห่เฟิงส่งคำชวนต่อสู้ให้หานเซิ่น

 

“พี่ชาย ผมก็อยากจะต่อสู้เหมือนกัน แต่ผมคงจะสู้อีกไม่ได้ หลังจากที่ใช้อีเลฟเฟ่นเร็กซ์สไตล์ พลังงานของผมก็เกือบจะหมดแล้ว ผมคงจะต่อสู้อีกไม่ได้ กระดูกของผมเหมือนจะแหลกอยู่แล้ว” หานเซิ่นพูด

 

เนื่องจากอีกฝ่ายมีฝีมือสูงมาก เขาเสียเปรียบตั้งแต่ต้นจนจบ ถ้าจะต้องมาต่อสู้กันในสภาพหมดพลังแบบนี้ หานเซิ่นคิดว่าเขาไม่น่าจะได้ประโยชน์จากการฝึกซ้อมครั้งนี้

 

“ไม่เป็นไร พวกเราแอดเพื่อนกันไว้แล้ว ถ้าคุณต้องการคู่ซ้อมเมื่อไหร่ก็ทักมาหาผมได้” ฮุ่ยไห่เฟิงตอบอย่างมีความสุข

 

“แน่นอนครับ ขอบคุณมาก” หานเซิ่นพูด

 

“ด้วยความยินดี ผมสนใจอาวุธของคุณมากจริงๆ” ฮุ่ยไห่เฟิงพูด

 

หลังจากหานเซิ่นออกจากเซิร์ฟเวอร์ของกองทัพ ในหัวของเขาก็คิดแต่เรื่องของพลังช้าง

 

ถ้าศาสตร์ตงเสวียนสามารถลอกเลียนแบบพลังภายในของช้างได้ งั้นก็หมายความว่ามันจะต้องเลียนแบบพลังภายในของหมีสีดำ จิ้งจอกสีเงินหรือแม้แต่ผลน้ำเต้าได้ด้วยสิ?

 

หลังจากคิดได้แบบนั้น มันก็ทำให้หานเซิ่นตื่นเต้นมาก เพราะหลังจากที่เขาเลียนแบบพลังภายในของช้าง เขาก็มีพละกำลังที่ดิบเถื่อนและมหาศาลมาก เขาสงสัยว่าเขาจะได้พลังแบบไหนถ้าไปเลียนแบบพลังของมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ

 

‘ถ้าเราเลียนแบบพลังภายในของจิ้งจอกสีเงิน เราจะปล่อยพลังไฟฟ้าได้รึเปล่า?’ หานเซิ่นเริ่มคิด

 

ถ้าความคิดของเขาถูกต้องล่ะก็ หานเซิ่นเชื่อว่าตอนนี้เขาโชคดียิ่งกว่าถูกล็อตตารี่ ถ้าเขาสามารถเลียนแบบพลังภายในของมอนสเตอร์ขั้นสุดยอดได้ เขาก็จะสามารถทำอะไรได้อีกหลายอย่าง เขาจะกลายเป็นมนุษย์ที่ไร้เทียมทาน

 

ขณะที่กำลังตื่นเต้น หานเซิ่นก็ลองพยายามเลียนแบบพลังภายในของจิ้งจอกสีเงินดู หลังจากเลียนแบบแล้ว ถึงเขาจะรู้สึกว่าพลังเพิ่มขึ้น แต่เขาก็ไม่สามารถปล่อยไฟฟ้าอะไรออกมาได้เลย

 

“แปลกแหะ ทำไมใช่ไฟฟ้าไม่ได้? ถ้าเราเลียนแบบได้จริงก็น่าจะต้องใช้ไฟฟ้าได้”

ขณะที่หานเซิ่นกำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา

“มันคงเป็นเพราะเรายังไม่ได้ปลดล็อคยีนขั้นแรกของศาสตร์ตงเสวียน เราเลยยังไม่สามารถเรียกใช้พลังธาตุได้”

 

แม้จะเป็นแค่สมมุติฐาน แต่มันก็มีโอกาสที่จะเป็นจริงสูงมาก ซึ่งมันทำให้หานเซิ่นอยากที่จะฝึกศาสตร์ตงเสวียนให้สำเร็จขั้นแรกไวๆ เพื่อที่เขาจะได้ดูให้เห็นกับตาว่าเขาจะสามารถใช้พลังธาตุได้จริงๆรึเปล่า

 

แต่ในตอนนี้ศาสตร์ตงเสวียนดูจะพัฒนาไปอย่างเชื่องช้ามาก หลังจากที่พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดในช่วงที่เขาฝึกมันใต้ต้นพีชยักษ์์ บางทีมันอาจจะเป็นเพราะเขาใกล้จะสำเร็จขั้นแรกเต็มทีแล้วก็ได้ เขาอาจจะต้องหาวิธีการบางอย่างเพื่อช่วยให้เขาสำเร็จขั้นแรกให้ได้

 

“กลิ่นของดอกพีชทำให้ศาสตร์ตงเสวียนของเราพัฒนาไปมาก ถ้าเราไปเก็บลูกพีชจากต้นต้นนั้น บางทีเราอาจจะสามารถปลดล็อคขั้นแรกได้” หานเซิ่นกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

 

แต่ถ้าคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ดีๆ มันก็ยังเร็วไป เพราะมันจะต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะที่ลูกพีชจะออกผล และยังต้องรอเวลาให้มันสุกจนสามารถกินได้ด้วย

 

หานเซิ่นพักผ่อนอยู่หนึ่งวันเต็มๆ จากนั้นเขาก็เข้าไปพบกับฮุ่ยไห่เฟิงในเซิร์ฟเวอร์ของกองทัพอีกครั้ง หานเซิ่นขอให้ฮุ่ยไห่เฟิงช่วยมาเป็นคู่ซ้อมให้ ซึ่งฮุ่ยไห่เฟิงก็รีบตอบตกลงทันที

 

หานเซิ่นค่อยๆซึมซับวิชาหอกของฮุ่ยไห่เฟิง แต่วิชาหอกของฮุ่ยไห่เฟิงต้องการวิชาไฮเปอร์จีโนบางอย่างเพื่อสนับสนุน ซึ่งมันทำให้หานเซิ่นไม่สามารถเลียนแบบได้อย่างสมบูรณ์ แต่กระนั้นเขาก็ยังประยุกต์เพื่อเอามาดัดแปลงมังกรพิษทะยานได้ ในตอนนี้วิชานี้ดูจะทรงพลังกว่าตอนที่เขาซื้อมาใหม่ๆมาก และมันก็ถูกดัดแปลงให้เข้ากับเร็กซ์สไปค์มากยิ่งขึ้นด้วย

 

ในช่วง 3-4 วันนี้ หานเซิ่นใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการฝึกใช้เร็กซ์สไปค์ จนเขารู้สึกว่ามันน่าจะใช้การได้จริงๆแล้ว

 

ตอนนี้หานเซิ่้นคิดว่าใกล้ถึงเวลาที่ควรจะออกไปล่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดแล้ว เป้าหมายของเขาจะเป็นมอนสเตอร์ขั้นสุดยอดที่อยู่ตัวเดียว เพื่อการนี้เขาจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อน

 

ถ้าหานเซิ่นให้คริสตัลสีดำกับนกยูงเนตรมรณะ มันจะต้องใช้เวลาเป็นเดือนสำหรับการอัพเกรด หลังจากอัพเกรดแล้ว หานเซิ่นเชื่อว่าความรุนแรงและความเร็วในการส่งลูกธนูออกไปจะต้องสูงขึ้นแน่ ซึ่งมันจะช่วยเขาได้มากในการล่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดในอนาคต

 

หลังจากที่หานเซิ่นออกจากเซิร์ฟเวอร์ของกองทัพ คอมของเขาก็ดังขึ้นมา มีเบอร์แปลกๆที่เขาไม่รู้จักโทรมา ซึ่งมันทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว นี่มันเป็นอุปกรณ์สื่อสารของกองทัพ โดยปรกติคนธรรมดาจะไม่สามารถโทรมาหาเขาได้ คนที่โทรมาจะต้องเป็นคนในหน่วยงาน

 

เขากดรับสาย และภาพโฮโลแกรมที่ปรากฏออกมาก็ทำให้หานเซิ่นต้องช็อค เขาก็คือหลี่ซิงหลุน

 

“ทำไมนายถึงดูประหลาดใจขนาดนั้น? ฉันคือแฮกเกอร์ระดับสูง การจะเจาะเข้าระบบป้องกันของพวกนายมันง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก และการหาข้อมูลเบอร์ของนายก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย” หลี่ซิงหลุนพูด

 

“งั้นนายก็คงรู้ว่าการพูดคุยครั้งนี้จะต้องถูกดัดฟังใช่ไหม?” หานเซิ่นตอบ พร้อมกับยิ้มอย่างขมขื่น

 

“ถ้าเรื่องนั้นไม่ต้องห่วง จะมีแฮกเกอร์คนไหนทำพลาดเรื่องแค่นี้? ไม่ต้องกังวล ไม่มีใครดักฟังเราได้ทั้งนั้น และจะไม่มีใครรู้เลยด้วยซ้ำว่านายรับโทรศัพท์” หลี่ซิงหลุนพูดอย่างมั่นใจ

 

“นายมาหาฉันที่เมืองก็ได้นิ แล้วทำไมถึงต้องโทรมาด้วยล่ะ?”

หานเซิ่นยักไหล่ เขารู้สึกไม่ค่อยดีเพราะนี่มันเป็นการทำผิดกฎหมาย

 

หานเซิ่นคิดว่าถ้ามีคนรู้เรื่องนี้จะต้องเป็นเรื่องแน่ๆ เขาอาจจะต้องขึ้นศาลทหาร ส่วนระบบป้องกันของกองทัพก็ไม่น่าจะหละหลวมขนาดนั้น ยังไงพวกเขาก็น่าจะตามรอยได้ ถ้าเกิดว่าหลี่ซิงหลุนไม่ใช่สุดยอดแฮกเกอร์อย่างที่เขากล่าวอ้างจริงๆล่ะ งานนี้แย่แน่

 

“ที่ฉันต้องติดต่อนายแบบนี้ก็เพราะมันเป็นเรื่องด่วน เนื่องจากนายหายไปจากเมืองหลายวันแล้ว ฉันเลยไม่รู้ว่าจะติดต่อนายยังไง” หลี่ซิงหลุนอธิบาย

แต่เมื่อมองดูท่าทางของหลี่ซิงหลุนแล้ว มันดูไม่เหมือนกับคนกังวลสักเท่าไหร่ หานเซิ่นเลยไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องด่วนอะไรขนาดถึงกับต้องแฮกระบบของกองทัพ แต่มันก็ดูเหมือนเป็นเรื่องปรกติสำหรับหลี่ซิงหลุน อารมณ์และท่าทางในการพูดของหลี่ซิงหลุนดูไม่ได้เกรงกลัวเลย

 

“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ?” หานเซิ่นถาม

 

“ฉันปลดล็อคยีนได้แล้ว!” หลี่ซิงหลุนพูดขณะเชิดหน้าขึ้น

 

“ยินดีด้วย แต่แล้วมันยังไงหรอ?” หานเซิ่นมองหลี่ซิงหลุนด้วยสายตาแปลกๆ เขายังไม่เชื่อว่าหลี่ซิงหลุนจะแฮคระบบเพื่อบอกเขาแค่นี้

 

“ฉันได้ยินว่านายสร้างทีมขึ้นมาเพื่อล่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอด และฉันก็อยากจะร่วมทีมของนาย ซึ่งฉันก็รู้ด้วยว่าเราจะไปหามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดได้ที่ไหน” หลี่ซิงหลุนพูด

.

.

ฝากกดติดตามหรือกดLikeเพจด้วยครับ >>> SSG

(ตอนนี้กลุ่มลับถึงตอนที่ 2087 แล้วครับ)