0 Views

“อสูรฟันทองแดงระดับเลือดศักดิ์สิทธิถูกกิน  ได้รับ 1 จีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิ”

“อสูรฟันทองแดงระดับเลือดศักดิ์สิทธิถูกกิน  ได้รับ 1 จีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิ”

“อสูรฟันทองแดงระดับเลือดศักดิ์สิทธิถูกกิน  ได้รับ 1 จีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิ”

“…..”

 

หานเซิ่นโยนซากทุกอย่างลงในหม้อ ไม่เหลือแม้แต่กระดูก แล้วต้มมันนานกว่า 2 วัน ก่อนที่เขาจะกินมันทุกอย่าง

 

เขาได้รับจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิทั้งหมด 7 บวกกับก่อนหน้านี้ที่เขามี 18 จีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิ ทำให้ตอนนี้หานเซิ่นมีจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิทั้งหมด 25 แล้ว และความแข็งแกร่งของร่างกายของเขาตอนนี้ก็พัฒนาขึ้นไปอีกระดับ

 

เมื่อหันมองไปที่มอนสเตอร์โบราณอีกตัวที่อยู่ในกรง หานเซิ่นก็ยิ้มออกมา

 

มอนสเตอร์ตัวที่เขาซื้อมานั้นตัวเล็ก และไม่มีขน ขอแค่มันวิวัฒนาการเป็นมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิ เขาก็สามารถโยนมันลงหม้อได้ทันทีโดยไม่ต้องเตรียมอะไรมาก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมหานเซิ่นถึงซื้อมอนสเตอร์ตัวนี้มา

 

เมื่อวานซินเสวียนจัดแบ่งเนื้อมังกรปีกม่วงเลือดศักดิ์สิทธิให้กับสมาชิกในทีมบูลอาย ส่วนแบ่งที่พวกเราได้มาไม่ถึงครึ่งตัว ทำให้ซินเสวียนต้องหั่นแบ่งเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆแล้วแบ่งให้สมาชิกในทีม หานเซิ่นเลือกที่จะรับเงินรางวัล 2 แสนดอลลาร์แทนเนื้อ เพราะเขารู้ว่าถึงกินมันไปก็อาจจะไม่ได้จีโนพ้อยเลย ถ้าโชคดีก็ได้อย่างมาก 1 จีโนพ้อย

 

ช่วงนี้หานเซิ่นยิ่งขาดแคลนเงินอยู่ด้วย เงินสามารถช่วยให้เขาและครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ ถึงจะได้เงินมา 2 แสน แต่เมื่อเช็คดูในบัญชีเขายังมีเงินไม่ถึง 3 แสนดอลลาร์

 

‘ลูกธนูราคา 3 แสนถึงจะแพง แต่ก็คุ้มค่า’ หานเซิ่นยิ้ม เขายังเก็บลูกธนูที่ถูกเซินเทียนจื่อหักเป็น 2 ท่อน เพราะเขาคิดว่าอาจจะหาคนที่ซ่อมมันได้

 

‘ผมต้องหาวิญญาณอสูรประเภทลูกธนูสักดวง ไม่งั้นผมคงต้องใช้เงินเพื่อซื้อลูกธนูแพงๆอีกมาก แถมมันยังพกพาไม่สะดวก ถ้าเป็นวิญญาณอสูรแบบที่ม่านลี่กับเซินเทียนจื่อใช้ก็จะไม่ต้องหาลูกธนูใหม่ เพราะสามารถยิงได้เรื่อยๆ’ หานเซิ่นคิด

 

เขาไม่ได้สนใจวิญญาณอสูรระดับโบราณ เพราะว่ามันก็ไม่ได้ดีไปกว่าธนูโลหะzมากนัก สิ่งที่เขาต้องการคือวิญญาณอสูรระดับกลายพันธ์ ระดับเดียวกับที่เซินเทียนจื่อ และม่านลี่ใช้

 

หลังจากคิดอยู่ชั่วครู่ เขาก็ตัดสินใจว่าจะไปถามม่านลี่เกี่ยวกับวิญญาณอสูรลูกธนูของเธอ บางทีถ้าเขาไปล่าเองอาจจะโชคดีได้มันมาก็ได้

 

‘แต่หยางม่านลี่ไม่ชอบหน้าผมเอามากๆ ผมกลัวว่าเธอจะไม่คุยกับผม ลืมมันไปดีกว่า เดียวผมค่อยกลับไปหาข้อมูลในกาแลคซี่เน็ตที่บ้านก็ได้’

หลังจากคิดไปคิดมา หานเซิ่นตัดสินใจเทเลพอร์ตออกจากก็อตแซงชัวรี่

 

เมื่อเขากลับมาถึงบ้าน เขาพบว่าแม่ของเขายังคงอยู่ในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 และน้องของเขาก็ยังไม่กลับมาจากโรงเรียน

 

หลังจากอาบน้ำเสร็จ เขาเริ่มหาข้อมูลในกาแลคซี่เน็ตทันที มีคนจำนวนมากที่อยู่ในสตีลอาเมอร์ ที่เขียนเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ที่พวกเขาเจอลงในเน็ต ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเป็นประโยชน์กับหานเซิ่นมากนัก แต่หานเซิ่นก็ค่อยๆไล่ดูข้อมูลต่างๆ

 

ขณะที่หานเซิ่นกำลังอ่านข้อมูลต่างๆอย่างละเอียด เขาก็ได้ยินเสียงกริ่งหน้าประตูบ้านดังขึ้น เมื่อเขาออกไปดู เขาเห็นเสวียซีกับพี่ของเธอ เฟิงจิงซียืนอยู่หน้าประตู

 

“ทำไมพวกเขามาที่นี่ได้?” หานเซิ่นรู้สึกว่าเฟิงจนซีไม่ค่อยชอบเขา และหานเซิ่นก็เพิ่งไปมีเรื่องกับเขามา ทำให้เขาไม่เคยคิดว่าเฟิงจินซีจะมาที่บ้านของเขา

 

หลังจากเปิดประตูออกไปหานเซิ่นยิ้ม และพูด

“ซี เธอไม่ได้มาที่บ้านผมหลายปีแล้วนะ”

 

เสวียซีกระซิบที่ข้างหูหานเซิ่น “เซิ่น ถ้าเวลานี้นายไม่ค่อยสะดวก เดียวพวกเราจะกลับก่อนก็ได้”

 

ถึงแม้ว่าเสวียซีพยายามจะลากตัวพี่ชายเธอกลับไป แต่เฟิงจินซียังคงยืน และยิ้มให้หานเซิ่น

“อะไรกัน นายไม่ยินดีจะต้อนรับเพื่อน?”

 

“อ่า แน่นอนผมยินดีต้อนรับอยู่แล้ว” หานเซิ่นรู้ดีว่าเฟิงจินซีต้องมาหาเรื่องเขาแน่ๆ

 

หานเซิ่นให้ทั้งคู่เข้ามาในบ้าน และยกน้ำมาให้พวกเขา “โทษที ที่มีแค่น้ำมาต้อนรับ”

 

“ไม่มีปัญหา” เฟิงจินซีไม่ได้เตะแก้วน้ำ และพูด

“เซิ่น นายอยู่ที่เมืองไหนในก็อตแซงชัวรี?”

 

“สตีลอาเมอร์” หานเซิ่นตอบ

 

“เซิ่น นายอยู่ที่สตีลอาเมอร์หรอ ทำไมฮ่าวถึงไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย” เสวียซีพูดขึ้นมา

 

“บางทีพวกเราอาจจะยังไม่เคยพบกัน เมืองมันค่อนข้างกว้าง” หานเซิ่นตอบ

 

“ดูเหมือนว่าอดีตเพื่อนร่วมห้องที่โรงเรียนของฉันก็อยู่ที่นั้นด้วย เขาชื่อ เฉวียนเกอ นายเคยได้ยินมั้งไหม?” เฟิงจินซีพูด

 

“แน่นอน เขาเป็น 1 ใน 3 ผู้ยิ่งใหญ่ของสตีลอาเมอร์ มันเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะไม่เคยได้ยินชื่อเขา” หานเซิ่นตอบ

 

“เยี่ยมเลย” เฟิงจิซียิ้มให้หานเซิ่น

“ครั้งก่อนนายทักทายฉันได้แสบมาก วันนี้ฉันมีของขวัญมาให้ ไม่แน่ในว่านายจะสนใจรึป่าว”

 

“ผมขอไม่รับของขวัญ การที่พวกคุณมาเที่ยวบ้านผมก็มีทำให้ผมมีสุขมากแล้ว”

หานเซิ่นตอบ ขณะมองไปที่เสวียซีที่มีสีหน้าไม่ค่อยมีความสุข

 

“วิญญาณอสูรกลายพันธ์ นายยังไม่สนใจอีกหรอ?” เฟิงจินซีถาม

 

“วิญญาณอสูรกลายพันธ์!”

หานเซิ่นหันไปมองเฟิงจินซีด้วยท่าทางประหลาดใจ เขาเข้าใจทันทีว่าทำไมเฟิงจินซีถึงเอ่ยถึงเฉวียนเกอ

 

เฟิงจินซีมองที่หานเซิ่นพร้อมกับยิ้ม

“ไปสนามต่อสู้ และดวลกับฉันตัวต่อตัว ฉันข้องใจเมื่อคราวก่อน ฉันไม่สนผลแพ้ชนะ ถ้านายยอมมาสู้กับฉัน ฉันจะบอกไปเฉวียนเกอให้เขามอบวิญญาณอสูรกลายพันธ์กับนาย เซิ่น นายคิดว่ายังไง?”

 

จริงๆหานเซิ่นต้องการจะตอบรับเขา แต่เขารู้สึกว่าเสวียซีไม่อยากจะให้เขาสู้กับพี่ของเธอ ดังนั้นเขาจึงพูดว่า

“ผมขอปฏิเสธ ผมไม่สนใจวิญญาณอสูรกลายพันธ์ ถ้าพวกคุณยังไม่ได้กินอะไรเดียวผมจะทำอาหารเย็นให้”

 

เฟิงจินซีคิดว่าหานเซิ่นคงไม่เชื่อที่เขาพูด ดังนั้นเขาหยิบคอมขนาดพกพาออกมา และต่อสายไปหาใครบางคน ทันใดนั้นมีภาพโฮโลแกรมปรากฏออกมาทันที คนนั้นมองมาที่เฟิงจินซี และพูด

“จินซี นานแล้วนะที่ไม่ได้เห็นนาย นายคิดยังไงถึงโทรมา…”

 

“เฉวียนเกอ ฉันต้องการให้นายช่วยอะไรหน่อย ฉันมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งที่สตีลอาเมอร์ ฉันอยากจะให้นายช่วยดูแลเขาหน่อย นายพอจะมีวิญญาณอสูรกลายพันธ์สักดวง เพื่อแบ่งให้เขาได้ไหม”

 

“อืมม ถ้าเป็นคนอื่นมาขอฉันแบบนี้ฉันคงด่ามันกลับไปแน่ แต่ในเมื่อมันเป็นคำขอของนายก็ช่วยไม่ได้ บอกให้เพื่อนของนายมาหาชั้นที่สตีลอาเมอร์ได้เลย แล้วบอกว่านายเป็นคนส่งมา” เฉวียนเกอตอบ

 

หลังจากวางสาย เฟิงจินซีหันไปมองหานเซิ่น และถาม

“ตอนนี้เริ่มอยากจะรับคำท้าขึ้นมารึยัง?”

 

 


 Facebook Page : https://www.facebook.com/SuperGodGene/

ตอนนี้กลุ่มลับถึงตอน 145  แล้วครับ