0 Views

 

“ผมต้องขอโทษด้วยครับหัวหน้าที่ผมทำพลาดโง่ๆ” เถี่ยอี๋พูดอย่างขมขื่นกับชายรูปร่างน่าตาดีที่นั่งอยู่ข้างๆเตียงของเขาในโรงพยาบาล

 

“ลูกแมว ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก คนเราจะเติบโตจากความผิดพลาด ถ้าคนไม่เคยทำผิดเลย เขาก็เหมือนกับดอกไม้ที่ไม่เคยเจอพายุฝน แม้ตอนนี้คุณจะยังเป็นแต่ลูกแมวอยู่ แต่หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากความผิดพลาด คุณจะกลายเป็นเสือจริงๆในสักวันหนึ่ง ความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป ตราบใดที่คุณยังไม่ตาย ความผิดพลาดก็จะช่วยพัฒนาคุณ” ชายหน้าตาดีพูด พร้อมกับยิ้ม

 

“หัวหน้า…” เถี่ยอี๋ถึงกับสะอื้น

 

“การร้องไห้หลังจากพ่ายแพ้ไม่ใช่สไตล์ของบลูบลัด” ชายหน้าตาดีลูบหัวของเถี่ยอี๋ด้วยความรัก

 

ถ้ามีใครมาเห็นฉากนี้ พวกเขาต้องรู้สึกแปลกหรือรู้สึกขำอย่างแน่นอน ชายรูปร่างหน้าตาดีคนนี้ดูเหมือนจะอายุประมาน 20 กว่าๆ เขาอายุน้อยกว่าเถี่ยอี๋มาก แต่กระนั้นเถี่ยอี๋ก็ดูเหมือนกับเด็ก เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา

 

แต่ถึงมันจะดูแปลก แต่มันก็แสดงถึงความผูกพันระหว่างพวกเขาได้เป็นอย่างดี

 

สำหรับคนที่รู้จักชายรูปร่างหน้าตาดีคนนี้ พวกเขาจะไม่รู้สึกแปลกกับเหตุการณ์นี้

 

หลูฮุย คือหัวหน้าที่ดูแลกองกำลังสำรองของหน่วยบลูบลัด เขาอายุเพียง 27 ปีเท่านั้น เขามีฉายาว่า กัปตันปีศาจ

 

ไม่มีใครรู้ว่าหลูฮุยนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน แต่สมาชิกในกองกำลังสำรองของหน่วยบูลบลัดจะเป็นเหมือนกับเด็กเมื่ออยู่ต่อหน้าหลูฮุย แม้แต่เถี่ยอี๋ก็ไม่มีข้อยกเว้น

 

หลูฮุยเป็นคนออกแบบโปรแกรมฝึกซ้อมทั้งหมดของกองกำลังสำรองหน่วยบลูบลัด

 

ชื่อเล่นของเถี่ยอี๋คือ เสือของบลูทลัด ซึ่งเป็นชื่อเล่นที่หลูฮุยตั้งให้ แต่กระนั้นตัวหลูฮุยเองก็จะเรียกเถี่ยอี๋ว่า ลูกแมวของบลูบลัด ยกเว้นหลูฮุยใครก็ตามที่เรียกเถี่ยอี๋แบบนั้นจะถูกลงโทษอย่างหนัก

 

“รีบหายเร็วๆ โปรแกรมฝึกพิเศษกำลังรอคุณอยู่ ไม่ต้องไปคิดเรื่องที่ทำให้แพ้ แต่หลังจากกลับไป แค่ฝึกให้หนักเป็น 2 เท่าก็พอ” หลูฮุยพูด

 

“ครับหัวหน้า ผมจะฝึกให้หนักขึ้น ครั้งหน้าผมจะไม่แพ้หนุ่มคนนี้อีก” เถี่ยอี๋กัดฟันพูด

 

“เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคุณอีกแล้ว แต่การที่คิดได้แบบนั้นก็ดีแล้ว” หลูฮุยยิ้ม เขากำลังนึกถึงการต่อสู้ของหานเซิ่นทุกรายละเอียด หลังจากนั้นเขาก็ยิ้มแบบแปลกๆ

 

เมื่อหานเซิ่นกลับมาที่ยานแดฟเน่ เขาก็ไปรายงานตัวที่ห้องทำงานของจีเหยียนหรัน หลังจากที่เข้าไปในห้องของเธอ เขาก็ได้กลิ่นน้ำหอมทันที ก่อนที่เขาจะมองเห็นอะไร แฟนของเขาก็กระโดดเข้ามาหาเขาเรียบร้อยแล้ว เธอเอาแขนข้างหนึ่งโอบเอวของหานเซิ่นเอาไว้ และใช้มืออีกข้างจับที่ใบหน้าของหานเซิ่น จากนั้นเธอก็จูบเขา

 

“ที่รัก ทำได้ดีมาก ฉันรักนายจริงๆ” จีเหยียนหรันไม่คาดคิดเลยว่าหานเซิ่นจะเอาชนะเถี่ยอี๋ และคว้าตำแหน่งบอดี้การ์ดมาได้ เธอจูบกับเขาอย่างตื่นเต้น

 

จีเหยียนหรันที่ปรกติจะขี้อาย แต่ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะอารมณ์ดีมากๆ เธอถอดเสื้อของหานเซิ่น และเริ่มไซร้คอของเขา

 

เมื่อหานเซิ่นเดินออกมาจากห้องทำงานของจีเหยียนหรันด้วยขาที่อ่อนแรง เขาก็ได้ยินเสียงที่ยั่วยวนของจีเหยียนหรัน “นี่เป็นรางวัลพิเศษสำหรับนาย”

 

“ฉันชอบรางวัลนี้มาก” หานเซิ่นเดินไปพร้อมกับฮัมเพลงไปด้วย แต่เดินไปได้ไม่นาน เขาก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมา

 

หานเซิ่นมองไปข้างหน้า พร้อมกับตัวสั่น ผู้หญิงในเครื่องแบบทหารกำลังยืนอยู่ข้างหน้าเขา เธอมองมาที่หานเซิ่นด้วยแววตาที่เย็นชาราวกับมองสัตว์

 

เมื่อมองดูสีหน้าหรือแววตาของผู้หญิงคนนี้ หานเซิ่นก็รู้สึกเหมือนว่าเธอไม่ได้กำลังมองคน แต่กำลังมองสัตว์อยู่ ในสายตาของเธอ หานเซิ่นคงไม่ได้ต่างจากหมาหรือแมว

 

ถ้าหยางม่านลี่เรียกว่าทหารที่เย็นชาแล้ว ผู้หญิงคนนี้ก็คงจะเป็นนักฆ่ากระหายเลือด

 

แม้หานเซิ่นจะไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อน แต่เขาก็รู้สึกถึงแรงกดดันจากเธอ เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้น่ากลัวมาก ถ้าเทียบกันแล้ว เถี่ยอี๋ 10 คนก็ยังไม่น่ากลัวเท่ากับผู้หญิงคนนี้

 

ผู้หญิงคนนี้เดินผ่านหานเซิ่นไปเคาะประตูห้องของจีเหยียนหรัน

 

‘ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน? ทำไมเราถึงไม่เคยเห็นเธอมาก่อน?’ หานเซิ่นคิด ดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะไม่ได้เป็นคนของยานแดฟเน่ แต่เธอมาเพื่อพบจีเหยียนหรัน งั้นก็แสดงว่าเธอจะต้องเป็นบอดี้การ์ดอีกคนของจีเหยียนหรันไม่ิผิดแน่

 

แม้หานเซิ่นจะไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้น แต่จากที่เขาสัมผัสได้ ผู้หญิงคนนั้นแข็งแกร่งกว่าเขามาก

 

หานเซิ่นคิดว่าเธอน่าจะเป็นผู้เป็นเลิศ ไม่งั้นเธอคงจะไม่มีสัมผัสพลังที่ดูรุนแรงขนาดนี้

 

ไม่นานข้อสงสัยของหานเซิ่นก็ได้รับคำตอบ ในคืนนั้นจีเหยียนหรันกำลังพูดคุยกับหานเซิ่นผ่านคอม ขณะกำลังนอนอยู่บนเตียง.

 

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นบอดี้การ์ดของเธอหรอ?” หานเซิ่นยังคงคิดเกี่ยวกับเรื่องผู้หญิงคนนั้น

 

“ใช่ พันเอกแอนนี่ หล่อนคือบอดีการ์ดคนใหม่ของฉันเอง อย่าไปทำให้หล่อนโกรธ หล่อนคือผู้เป็นเลิศ ถ้าหล่อนโกรธขึ้นมา ฉันก็อาจจะหยุดหล่อนไม่ได้” จีเหยียนหรันพูด พร้อมกับยิ้ม

 

“ที่รักของผม ครอบครัวของเธอเป็นแบบไหนกันแน่? พวกเขาถึงขนาดหาผู้เป็นเลิศมาเป็นบอดี้การ์ดให้เธอเลยหรอ?” หานเซิ่นถามอย่างอดไม่ได้

 

หานเซิ่นยังไม่เคยถามเรื่องครอบครัวของจีเหยีนหรันมาก่อน แต่ครั้งนี้เขาประหลาดใจจนต้องถาม

แม้แต่กัปตันของยานรบระดับสูงก็ยังไม่มีผู้เป็นเลิศมาเป็นบอดี้การ์ด

 

“นายได้ตามข่าวช่วงนี้บ้างไหม?” จีเหยียนหรันไม่ตอบ แต่ถามกลับไปแทน

 

“ก็ไม่ค่อยได้ตามเท่าไหร่ แต่ฉันอาจจะรู้ก็ได้ ลองว่ามาสิว่าข่าวไหน”

หานเซิ่นอ่านข่าวเป็นบ้างครั้ง ทำให้เขารู้เรื่องเกี่ยวกับข่าวสารบ้านเมืองค่อนข้างน้อย

 

“นายไม่เห็นข่าวเกี่ยวกับตระกูลจีเลยหรอ?” จีเหยียนหรันพูดพร้อมกับยิ้ม

 

“ข่าวเกี่ยวกับตระกูลจีหรอ ข่าวอะไรล่ะ?”

หานเซิ่นครุ่นคิด และอยู่ๆเขาก็เบิกตากว้าง “เธอหมายถึงคนที่ตอนนี้กำลังเข้าสู่การเลือกตั้งน่ะหรอ…”

 

เช้าวันถัดมา หานเซิ่นตื่นขึ้นมา และเขาก็เทเลพอร์ตไปยังก็อตแซงชัวรี่เขต 2 ทันที ครั้งนี้เขายังไม่รีบที่จะออกไปล่า เขาตัดสินใจที่จะไปตลาดของเมืองสตาร์วีล และซื้อวิญญาณอสูรกลายพันธ์มา

 

แม้วิญญาณอสูรกลายพันธ์จะไม่มีประโยชน์สำหรับเขา แต่เขาสามารถอัพเกรดให้มันกลายเป็นวิญญาณอสูรเบอร์เซิร์กได้ด้วยคริสตัลสีดำ ซึ่งเขาสามารถทำกำไรได้มหาศาล มันเป็นสิ่งที่คุ้มค่าและพลาดไม่ได้