0 Views

 

อย่างไรก็ตาม เถี่ยอี๋นั้นไม่ได้อวดดีหรือหยิ่งยโส เหตุผลที่เขาทำแบบนี้ก็เพราะเขาต้องการแสดงความมั่นใจออกมา ไม่ใช่เพราะว่าเขาดูถูกคู่ต่อสู้

 

สำหรับเถี่ยอี๋ การเอาชนะหานเซิ่นไม่ได้มีความสำคัญอะไรมาก เป้าหมายหลักของเขาก็คือการได้รับการยอมรับจากจีเหยียนหรันและก็ตระกูลจี ไม่งั้นแล้วถึงเขาจะได้เป็นบอดี้การ์ดของจีเหยียนหรัน เขาก็จะไม่ได้รับความสนใจมาก

 

ดังนั้นเถี่ยอี๋จะต้องโชว์ความแข็งแกร่งออกมาให้มากที่สุด ไม่ใช่แค่ทำให้จีเหยียนหรันพอใจ เขายังสามารถทำให้ตระกูลจียอมรับในตัวเขา

 

เมื่อเห็นเถี่ยอี๋ยืนรับหมัดของเขาด้วยซุปเปอร์ไดมอน หานเซิ่นก็ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร ตรงกันข้ามเขารู้สึกดีที่ได้เห็นแบบนี้

 

ถ้ามีคนโง่ๆกำลังยืนรับหมัดของเราก็คงจะไม่มีใครโกรธอย่างแน่นอน หานเซิ่นใส่พลังทั้งหมดเข้าในหมัด และชกไปที่หน้าอกของเถี่ยอี๋ พลังทะลุทะลวงอันน่ากลัวของหมัดหานเซิ่น ทำให้ชุดสำหรับต่อสู้ของเถี่ยอี๋ฉีกขาด และเผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่กำลังเปล่งประกายเหมือนกับโลหะ

 

ปัง ปัง ปัง!

การปะทะกันระหว่างหมัดและกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดเสียงดังเหมือนกับโลหะปะทะกัน ซึ่งทำให้คนดูรู้สึกช็อค

 

หลังจากโจมตีไปชุดใหญ่ หานเซิ่นก็ดึงหมัดของเขากลับ และขยับถอยหลังออกมา หมัดที่ดูเหมือนกับหยกของเขามีเลือดอาบ ดูเหมือนหมัดของเขาจะได้รับบาดเจ็บ

 

แต่กระนั้นเถี่ยอี๋ก็ยืนปักหลักอย่างมั่นคง กล้ามเนื้อของเขาไม่มีแม้รอยขีดข่วน ดูเหมือนกับว่าเขาจะไร้เทียมทานจริงๆ

 

“น่ากลัวมาก โดนหมัดไปตั้งขนาดนั้น แต่เขาไม่เป็นอะไรเลยงั้นหรอ?”

“แน่นอน เขาคงไม่เป็นอะไร เขาใช้ซุปเปอร์ไดมอน ซึ่งมันคือวิชาไฮเปอร์จีโนที่ติด 1 ใน 10 วิชาที่ดีที่สุด ฉันเคยได้ยินมาว่าแค่ฝึกสำเร็จขั้นแรก พวกเขาก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บเลย ถ้าไม่โดนคนที่มีระดับความแข็งแกร่งมากกว่า 120 โจมตี”

“โห นั่นมันสุดยอด ถ้าฉันรู้เร็วกว่านี้ฉันคงจะเลือกฝึกวิชานี้แล้ว”

“ฮาฮา ลืมมันไปดีกว่า มันเป็นวิชาไฮเปอร์จีโนที่ฝึกยากมาก ถึงนายจะได้รับยาปรับปรุงพันธุกรรมมา มันก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฝึกสำเร็จขั้นแรก ถ้าไม่ใช้เวลา 50-60 ปี ถ้านายไม่มีพรสวรรค์จริงๆ นายยังจะกล้าเสี่ยงอยู่อีกไหม?”

“เถี่ยอี๋อายุเท่าไหร่? เขาน่าจะประมาน 30 ไม่ใช่หรอ? แล้วเขาฝึกมันมานานเท่าไหร่?”

“นั่นทำให้เขาเป็นอัจฉริยะไง อย่าเอาคนธรรมดาไปเทียบกับเขา”

“ถ้ามีแค่คนที่มีระดับความแข็งแกร่งเกิน 120 ถึงจะสามารถทำให้เขาบาดเจ็บได้ล่ะก็ งั้นหานเซิ่นก็ไม่มีโอกาสเลยสิ? ดูเหมือนเขาจะมีระดับความแข็งแกร่งแค่ 110”

“ดูเหมือนจะใช่ พวกนายไม่เห็นหรือว่าเถี่ยอี๋ไม่เห็นหานเซิ่นอยู่ในสายตา เขาไม่แม้แต่จะป้องกันการโจมตีของหานเซิ่น? ความห่างของพวกเขามีมากเกินไป”

“เฮ้อ งั้นหานเซิ่นก็คงไม่มีโอกาสชนะ”

“ถ้าพูดถึงเรื่องอัจฉริยะ พวกนายต้องดูอายุของหานเซิ่นด้วยว่าเขาอายุเท่าไหร่? ถ้าเขาอายุเท่ากับเถี่ยอี๋ เขาจะต้องแข็งแกร่งกว่าเถี่ยอี๋แน่นอน เสียดายที่อายุของเขายังน้อยเกินไป”

“ไม่ต้องเอาอายุมาอ้าง แพ้ก็คือแพ้ พวกเราคือทหารของกาแล็กซี่ตะวันตกเฉียงใต้ พวกเราต้องยอมรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ร่วมกัน”

ทหารจำนวนมากที่กำลังดูการต่อสู้ต่างก็แสดงความเห็นกัน ส่วนมากทึ้งในความแข็งแกร่งของวิชาซุปเปอร์ไดมอน และพวกเขารู้สึกว่าหานเซิ่นหมดหวังแล้ว

 

เมื่อเห็นฟอร์มของเถี่ยอี๋ เลขาก็รู้สึกโล่งอก ครั้งนี้เขาทำพลาด แต่ยังโชคดีที่ผลลัพธ์ไม่ได้ต่างจากการคาดการณ์ของเขา เถี่ยอี๋ยังเอาชนะหานเซิ่นได้อยู่ดี ซึ่งมันทำให้เลขารู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

 

ถ้าเถี่ยอี๋แพ้หานเซิ่น งั้นข้อมูลที่เขาสืบมาก็จะกลายเป็นเรื่องตลกทันที ถึงหัวหน้าจะไม่ได้ตำหนิ แต่เขาก็รู้สึกแย่อยู่ดี

 

สิ่งที่สำคัญก็คือมันอาจจะมีผลกับความไว้วางใจของหัวหน้าที่มีต่อเขา ถ้าแค่สรุปผลยังทำได้ไม่ถูกต้อง แล้วหัวหน้าจะไว้วางใจให้เขาทำงานสำคัญกว่านี้ได้ยังไง?

 

สำหรับเลขาแล้วเรื่องที่เขากังวลที่สุดก็คือสูญเสียความไว้วางใจจากเจ้านาย

 

“ดูเหมือนนายจะโล่งอกนะ” ประธานหันไปทางเลขา

 

“เปล่าครับ… ผมแค่…” เลขาประหลาดใจ

 

“นายคิดว่าหานเซิ่นจะแพ้งั้นหรอ?” ประธานถาม

 

“ผม…” เลขาพึมพำ เขาไม่รู้ว่าควรจะตอบยังไงดี

 

“มันไม่ใช่ความผิดของนายหรอกที่สืบข้อมูลมาผิดพลาด ยังไงนายก็ไม่ใช่คนที่ไปเจอหานเซิ่นมาด้วยตาตัวเอง แต่ถ้านายยังไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างถูกต้อง หลังจากที่ได้ดูเขาสู้แล้ว งั้นนายก็คงต้องเรียนรู้อะไรอีกมาก” ประธานพูด

 

“ท่านประธานคิดว่าหานเซิ่นจะชนะงั้นหรอครับ?” เลขาหน้าซีดทันที แต่หัวหน้าของเขาไม่พูดอะไร เขากำลังจ้องมองไปยังทหารทั้ง 2 คนบนเวที

“จบแค่นี้ใช่ไหม?” เมื่อเห็นหานเซิ่นถอยกลับไป เถี่ยอี๋ก็พูดออกมา

 

“ใช่” หานเซิ่นขยับแขนเพื่อคลายกล้ามเนื้อ เขาชกเถี่ยอี๋ไปหลายครั้งมาก ทำให้กล้ามเนื้อของเขาแทบจะฉีก แถมกระดูกของเขายังร้าวอีกด้วย วิชาซุปเปอร์ไดมอนน่ากลัวจริงๆ

 

“นายต้องการไปห้องพยาบาลไหม?” เถี่ยอี๋ถาม

 

“ไม่จำเป็น ผมสบายดี” หานเซิ่นส่ายหัวและพูด

 

“งั้นก็ถึงตาฉันบ้าง” เถี่ยอี๋พูด และยกหมัดขึ้นมาเตรียมที่จะชกหน้าของหานเซิ่น

 

“ผมคิดว่าคุณไม่ควรจะขยับตัวตอนนี้” หานเซิ่นพูดอย่างเคร่งขรึม

 

“ทำไม?” เถี่ยอี๋ขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจความหมายของหานเซิ่น

 

“เพราะคุณแพ้เรียบร้อยแล้ว” หานเซิ่นพูดกับเถี่ยอี๋อย่างจริงจัง

 

“ฮาฮา เหลวไหลสิ้นดี” เถี่ยอี๋ไม่อยากจะพูดกับหานเซิ่นอีกต่อไป เขายกหมัด และชกไปที่หานเซิ่น

 

เหมือนกับเถี่ยอี๋ หานเซิ่นเองก็ยืนนิ่งรับหมัดของเถี่ยอี๋เช่นกัน

“หรือว่าหานเซิ่นเองก็มีวิชาซุปเปอร์ไดมอนเหมือนกัน?”

“บ้าน่า ดูด้วยว่าเขาอายุเท่าไหร่? ถึงเขาจะมีพรสวรรค์ขนาดไหน มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะฝึกมันสำเร็จได้”

“แล้วทำไมเขาถึงได้ยืนนิ่งแบบนั้น?”

“ใครจะรู้ล่ะ? เขาบอกว่าเถี่ยอี๋แพ้เรียบร้อยแล้ว มันคงจะมีเหตุผลบางอย่าง”

 

ทหารทุกคนมองไปที่หานเซิ่นด้วยความงง หมัดของเถี่ยอี๋เกือบจะถึงหน้าของเขาอยู่แล้ว แต่หานเซิ่นก็ยังยืนอยู่อย่างสงบ ราวกับว่าเถี่ยอี๋ไม่ได้พยายามจะโจมตีเขา

 

เมื่อหมัดของเถี่ยอี๋อยู่ห่างจากหน้าของหานเซิ่นไม่ถึง 5 นิ้ว หัวใจของทุกคนก็แทบจะหยุดเต้น เพราะอยู่ๆเถี่ยอี๋ก็หยุดนิ่งไป

 

แม้หมัดของเขาจะอยู่ห่างจากหน้าของหานเซิ่นแค่ 1 นิ้ว แต่เถี่ยอี๋ก็หยุดเคลื่อนไหว และทำหน้าตาน่ากลัว จากนั้นหน้าของเขาก็ซีด และมีเหงื่อไหลออกมาจากหน้าผากของเขา ถ้าดูใกล้ๆจะเห็นว่าร่างกายของเถี่ยอี๋กำลังสั่นอยู่

 

“ผมอุส่าแนะนำแล้วว่าไม่ควรจะขยับตัว แต่คุณก็ไม่ฟัง ตอนนี้ผมคิดว่าคุณจะต้องทรมานมากแน่ๆ” หานเซิ่นถอนหายใจและพูด

 

“แก..” เถี่ยอี๋อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เลือดก็ไหลออกมาจากปากของเขาซะก่อน ร่างกายที่เหมือนกับโลหะของเขาซีดลงในทันที และบริเวณที่ถูกหานเซิ่นชกก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง

 

เถี่ยอี๋พยายามอย่างหนักที่จะชกหน้าของหานเซิ่น แต่เขาก็เริ่มอาเจียนออกมาเป็นเลือด ร่างกายที่กำยำของเขาล้มลงต่อหน้าหานเซิ่น และเขาก็ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีกเลย มีเลือดไหลออกมาจากปากของเขาอย่างต่อเนื่อง ทั่วทั้งสนามแข่งขันเงียบกริบ ทุกคนมองไปที่พวกเขาด้วยความช็อค