0 Views

 

“เจิ้งหยู่ทำได้ดีมาก” บนที่นั่งระดับ VIP ประธานของกาแล็กซี่ตะวันตกเฉียงใต้พยักหน้าอย่างพอใจ

 

“ท่านประธาน ผมไม่คิดว่าเขาจะเอาชนะเถี่ยอี๋ได้ เจิ้งหยู่ใช้แรงทั้งหมดในการทุบกลอง ขณะที่เถี่ยอี๋ดูเหมือนยังไม่ได้ใช้ความแข็งแกร่งออกมาทั้งหมด” เลขาพูด

 

ประธานไม่ได้ถือสาคำพูดของเลขา “หน่วยพิเศษบลูบลัดทุ่มเทงบประมาณและทรัพยากรไปเท่าไหร่ในการสร้างทหารเสือของพวกเขา? และดูทรัพยากรที่พวกเรามี แค่เจิ้งหยู่โชว์ฟอร์มได้ขนาดนี้ก็คือว่าดีมากแล้ว”

 

“แต่ถ้าเป็นแบบนั้น พวกเราจะไม่มีโอกาสใกล้ชิดทาญาติตระกูลจี” เลขากระซิบ

 

“พวกเราไม่ได้มีโอกาสมาตั้งแต่แรกแล้ว”

ประธานครุ่นคิดและถาม “แล้วอีก 2 คนที่เหลือเป็นยังไงบ้าง?”

 

“พันตรีหวังกาง ถึงเขาจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหน่วย แต่ก็ยังด้อยกว่าเจิ้งหยู่ ส่วนอีกคนเป็นคนที่จีเหยียนหรันเสนอชื่อด้วยตัวเอง ผมสืบข้อมูลของเขามาแล้ว”

เลขาดูข้อมูลในคอมของเขาและพูด “จีเหยียนหรันและหานเซิ่นเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนกัน และยังเป็นคู่รักกันด้วย หานเซิ่นไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่ จีเหยียนหรันใช้เส้นสายเพื่อให้เขาไปทำงานที่ยานเเดฟเน่ เขาเพิ่งเข้าในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 ได้ไม่ถึงปี เขาเป็นผู้วิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิ เขามีพื้นฐานที่ดี แต่ตามข้อมูลที่หน่วยข่าวกรองได้มา เขาถูกสุ่มไปอยู่เมืองเล็กๆที่ห่างไกล มีคนอยู่แถวนั้นราวๆ 2000-3000 คน ดังนั้นมันคงจะยากสำหรับเขาที่จะเก็บจีโนพ้อย”

 

“ผมคิดว่าจีเหยียนหรันคงต้องการให้หานเซิ่นเป็นบอดี้การ์ดของเธอ แต่เธอทำไม่สำเร็จ เพราะแรงกดดันจากพวกระดับสูงของกองทัพ ในบรรดาผู้ชิงตำแหน่งทั้ง 4 คนผมคิดว่าหานเซิ่นมีโอกาสน้อยที่สุด” เลขาสรุปข้อมูลให้ประธานฟัง

 

ประธานพยักหน้า “โชคร้ายที่ครั้งนี้ส่วนกลางสั่งคนมาร่วมด้วย ไม่งั้นคนของเราคงจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับคนของตระกูลจี”

 

ขณะที่พวกเขากำลังคุยกันก็ถึงตาของหานเซิ่นแล้ว

“พี่ชาย ไม่ต้องกังวล แค่ทำให้ดีที่สุด” ทหารหนุ่มที่คุยกับเขาก่อนหน้านี้ให้กำลังใจหานเซิ่น

 

“โอเค” หานเซิ่นตอบและเดินขึ้นไปบนเวที เมื่อมาถึงหน้ากลอง หานเซิ่นสูดลมหายใจเข้าลึก หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับเครื่องยนต์ และกระดูกของเขาก็ส่งเสียงร้องออกมา จากนั้นเขาก็ทุบกลองอย่างแรง

 

ตูม!

เกิดเสียงดังสนั่นจนทำให้คนปวดแก้วหู ตัวเลขที่แสดงบนจอคือ 111.1111

 

มันเป็นตัวเลขที่ดูไม่น่าเชื่อ เหมือนกับเรื่องโกหก ทุกคนอ้าปากค้าง แน่นอนไม่ใช่แค่ตัวเลขมันจะสวยอย่างเดียว แต่คะแนนก็ถือว่าสูงมากด้วย จนถึงตอนนี้คะแนนของเขายังถือว่าติด 1 ใน 3

 

ทหารเริ่มส่งเสียงเชียร์หานเซิ่น เพราะเขาเองก็เป็นตัวแทนของกาแล็กซี่ตะวันตกเฉียงใต้เหมือนกัน

 

‘บ้าเอ้ย ตัวเลขนี้มันอะไรกัน? มันเหมือนถึงเราต้องเป็นโสดไปตลอดชีวิตรึเปล่า’ หานเซิ่นค่อนข้างรู้สึกผิดหวัง เขาทำเท่าที่ทำได้แล้ว แต่เขาไม่ได้คิดว่าตัวเลขจะเป็นแบบนี้

 

แม้ตัวเลขจะเหมือนกับไม่ค่อยเป็นมงคลเท่าไหร่ในความคิดหานเซิ่น แต่เขาก็ค่อนข้างพอใจกับคะแนน ด้วยคะแนนระดับนี้ เขาก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในระดับท็อปของผู้วิวัฒนาการเหมือนกัน นี่ยังไม่ได้รวมถึงว่าเขายังมีศักยภาพในการพัฒนาได้มากกว่าใคร เพราะเขาพึ่งเก็บจีโนพ้อยได้ไม่มาก

 

“สุดยอดไปเลยพี่ชาย ทหารในห้องครัวแข็งแกร่งแบบนี้กันทุกคนเลยหรอ?” เมื่อหานเซิ่นกลับมาที่นั่ง ทหารหนุ่มก็ยกนิ้วให้เขา

 

“ทหารในห้องครัวก็เป็นทหารเหมือนกัน” หานเซิ่นพูดพร้อมกับยิ้ม

 

เพราะฟอร์มของหานเซิ่นเมื่อสักครู่ ทำให้ทหารหลายๆคนประทับใจในตัวเขามาก แต่เถี่ยอี๋ก็ไม่แม้แต่จะมองหานเซิ่นด้วยซ้ำ

 

แค่มองแวบเดียว เขาก็รู้แล้วว่าหานเซิ่นใช้สุดแรงเกิดแล้ว แถมเขายังต้องใช้วิชาไฮเปอร์จีโนเพื่อเพิ่มพลังด้วย ถึงคะแนนของเขาจะดี แต่ก็ยังไม่มีค่าพอให้เถี่ยอี๋สนใจ

 

“หานเซิ่นคนนี้ไม่ธรรมดาเลย” ประธานพูดด้วยความประหลาดใจ

 

เลขาเอามือปาดเหงื่อบนหน้าผากของเขา ระหว่างฟอร์มของหานเซิ่นกับข้อมูลที่เขาได้มา มันไปกันคนละเรื่องเลย แม้หัวหน้าของเขาจะไม่พูดอะไร แต่เลขาก็เข้าใจดีว่าข้อมูลที่เขาได้รับมามันผิด และหัวหน้าของเขาก็คงไม่อยากความผิดพลาดแบบนี้เกิดขึ้นอีก

 

“ผมต้องขอโทษครับท่านประธาน ผมจะรีบให้คนไปสืบข้อมูลมาใหม่” เลขารีบพูด

 

“ไม่จำเป็น นี่เป็นการทดสอบที่ดีที่สุดแล้ว มารอดูกันดีกว่า” ประธานพูด

 

“ครับ” แม้เลขาจะดูการแข่งขันต่อไป แต่เขาก็เช็คข้อมูลของหานเซิ่นอยู่เรื่อยๆ

 

ถึงหัวหน้าจะไม่ว่าอะไร แต่ยังไงเขาก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ไม่งั้นเขาก็อาจจะหลุดจากตำแหน่งได้

 

หลังจากเสร็จการทดสอบความแข็งแกร่ง เถี่ยอี๋ เจิ้งหยู่และหานเซิ่นก็คือท็อป 3 ขณะที่หวังกางอยู่อันดับ 100 กว่าๆ ดูแล้วไม่น่าจะเป็นคู่แข่งกับพวกเขาได้

 

สถานีที่ 2 คือการทดสอบสปริ้นท์ ซึ่งมันทำให้หานเซิ่นประหลาดใจมาก

แต่ทว่าอุปกรณ์นี้ถูกปรับระดับให้อยู่ที่ระดับ 10 แถมยังมีแรงโน้มถ่วงที่ระดับ 100 ถ้าผู้เข้าทดสอบไม่มีระดับความแข็งแกร่งเกิน 100 ละก็ แค่เข้าไปวิ่งข้างในก็ยากแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องวิ่งไปตามกำแพงที่ถูกจัดวางเอาไว้

 

หลังจากการทดสอบเริ่ม ทหารก็ทยอยเข้าไปทดสอบทีละคน แต่กระนั้นผลลัพธ์ของพวกเขาก็ไม่ได้ดีนัก ทหาร 8 คนแรกที่เข้าไปทดสอบไม่มีใครผ่านการทดสอบเลย ไม่มีใครสามารถผ่านได้แม้กระทั่งระยะ 1 ใน 3

 

ระดับแรงโน้มถ่วง 100 ถือได้ว่ามหาโหด แม้จะมีระดับความแข็งแกร่ง 100 ผู้เข้าทดสอบก็จะเหนื่อยอย่างรวดเร็ว มันยากมากที่พวกเขาจะรักษาความเร็วและปฏิกิริยาตอบสนอง

 

หานเซิ่นขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าระดับแรงโน้มถ่วงถูกตั้งไว้สูงเกินไป ถ้าจะให้คนที่มีระดับความแข็งแกร่ง 100 ทดสอบก็ควรจะตั้งระดับแรงโน้มถ่วงแค่ประมาน 80-90

 

แม้แต่หานเซิ่นยังต้องขมวดคิ้ว เมื่อเห็นระดับความยากของการทดสอบนี้

ทหารทยอยเข้าไปทดสอบคนแล้วคนเหล่า แต่ก็ไม่มีใครผ่านเลย หลังจากที่ผู้เข้าแข่งทดสอบเสร็จกันไปครึ่งหนึ่งแล้ว ในที่สุดก็ถึงตาของเถี่ยอี๋

 

แม้ทหารของกาเเล็กซี่ตะวันตกเฉียงใต้จะหวังให้เถี่ยอี๋ไม่ผ่านเช่นกัน แต่ไม่นานพวกเขาก็ต้องผิดหวัง

 

ร่างกายที่กำยำของเถี่ยอี๋กระโดดขึ้นลงบนกำแพงเหมือนกับหุ่นยนตร์ที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เหมือนว่าแรงโน้นถ่วงไม่ได้มีผลกับเขาเลย เขารักษาความเร็วของเขาคงที่ และกระโดดผ่านกำแพงแต่ละอันโดยไม่ผิดพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งทำให้หานเซิ่นต้องอ้าปากค้าง เถี่ยอี๋เป็นคนที่ไม่ธรรมดาจริงๆ ร่างกายที่แข็งแกร่ง ประสาทสัมผัสที่ดีและการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยม ทำให้การทดสอบสปริ้นท์ที่ยากขนาดนี้ดูง่ายไปเลย

 

‘เขาแข็งแกร่งจริงๆ’ หานเซิ่นคิด

 

เถี่ยอี๋จบการทดสอบสปริ้นท์ได้อย่างเพอร์เฟค ราวกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาๆ เขาเดินกลับมานั่งที่เงียบๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ทหารจากกาแล็กซี่ตะวันตกเฉียงใต้ได้แต่ฝากความหวังไว้ที่เจิ้งหยู่ แต่น่าเสียดายที่เขาทำเต็มที่แล้วแต่ก็ทำได้แค่ 70% ของการทดสอบสปริ้นท์ ซึ่งทำให้ทหารจำนวนมากถอนหายใจออกมา