0 Views

 

“พี่ชาย คุณสังกัดอยู่หน่วยไหน?” ในพื้นที่สำหรับวอร์มอัพก่อนการแข่ง ทหารหนุ่มถามหานเซิ่นที่นั่งอยู่ข้างๆ

 

“ฉันมาจากยานรบ เป็นทหารในห้องครัว” หานเซิ่นตอบ

 

เมื่อทหารหนุ่มได้ยินว่าหานเซิ่นมาจากยานรบ เขาก็คิดว่าหานเซิ่นจะต้องเป็นพวกหัวกระทิหรือไม่ก็พวกแนวหน้าของกองทัพแน่ แต่พอได้ยินว่าเขาเป็นทหารในห้องครัวท่าทีของทหารหนุ่มก็เปลี่ยนไปทันที

 

มันเป็นธรรมดาที่ทหารในห้องครัวจะถูกมองว่าอ่อนแอ ปรกติแล้วทหารที่ทำงานในครัวจะได้ฝึกน้อยกว่าคนอื่นๆ ดังนั้นทุกคนจึงเข้าใจว่าพวกเขาอ่อนแอกว่าทหารหน่วยอื่นๆ

 

“ฮาฮา ยานรบที่พี่ชายสังกัดอยู่จะต้องเป็นยานระดับสูงแน่ พวกเขาถึงส่งทหารในห้องครัวมาเป็นตัวแทน” ทหารหนุ่มพูดติดตลก เขาไม่ได้เจตนาจะดูถูกหานเซิ่นแต่อย่างใด

 

“หน่วยอื่นๆค่อนข้างยุ่งกันมีแค่พวกทหารในครัวที่พอจะมีเวลา นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาส่งฉันมา” หานเซิ่นยิ้ม

 

“ดูแล้วพวกเราต้องเหนื่อยแน่พี่ชาย พวกเราถูกมองเป็นแค่ไม้ประดับ พวกเราทหารสังกัดกาแล็กซี่ทางตะวันตกเฉียงใต้คงต้องหวังพึ่งเจิ้งหยู่แล้ว ผมหวังว่าเขาจะเอาชนะทหารเสือบลูบลัดที่ส่วนกลางส่งมาได้” ทหารหนุ่มพูด

 

“เจิ้งหยู่งั้นหรอ?” หานเซิ่นครุ่นคิด เหมือนว่าเขาจะเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน เจิ้งหยู่คือ 1 ในคู่แข่งชิงตำแหน่งบอดี้การ์ดของจีเหยียนหรัน

 

หลังจากที่เขาพูดคุยกับทหารหนุ่มอยู่สักพัก อยู่ๆโซนที่จัดไว้ให้คนมาวอร์มอัพก็เงียบสงัด ทุกคนมองไปทิศทางเดียว หานเซิ่นเองก็เช่นกัน ทหารรูปร่างกำยำเดินเข้ามา ซึ่งมันสร้างแรงกดดันให้กับทุกคนมาก เมื่อมองไปที่เขา ทุกๆคนก็อยากจะวิ่งหนี

 

“ทหารเสือบลูบลัด เถี่ยอี๋…” ทหารของกาแล็กซีทางตะวันตกเฉียงใต้เริ่มซุบซิบกัน

 

เถี่ยอี๋กวาดสายตามองทหารของกาแล็กซี่ตะวันตกเฉียงใต้ และในที่สุดดวงตาสีดำของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่ทหารวัยประมาน 40 เขาพูดอย่างจริงจัง “นายคือเจิ้งหยู่ใช่ไหม?”

 

“ใช่” เจิ้งหยู่พูด พร้อมกับพยักหน้า

 

“เยี่ยม” เถี่ยอี๋พูด และก็นั่งลงโดยไม่พูดอะไรเพิ่มเติม

 

เมื่อเห็นการกระทำของเถี่ยอี๋ หานเซิ่นก็รู้ว่าเถี่ยอี๋ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา รวมถึงคู่แข่งอีกคนก็เช่นกัน ในสายตาของเถี่ยอี๋มีแค่เจิ้งหยู่ที่มีค่าพอให้เขาสนใจ

 

หานเซิ่นไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ สุดท้ายก็ต้องวัดกันด้วยกำลังว่าใครแข็งแกร่งที่สุด การที่พวกเขาไม่สนใจเขาเลยจะเป็นเรื่องดีซะอีก

 

ไม่นานการแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขันเดินเข้ามาในสถานที่รวมพล เมื่อมองดูทหารจำนวนมากที่เหมือนกับคลื่นทะเล มันค่อนข้างเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่อลังการ

 

กาแล็กซี่ทางตะวันตกเฉียงใต้นั้นประกอบไปด้วย 2 กาแล็กซี่หลักๆก็คือ กาแล็กซี่ซีเก้อลี่กับกาแล็กซี่หนานซานซวน และก็มีกาแล็กซี่เล็กๆอีก 16 กาแล็กซี่ ในเขตนี้มีแค่กาแล็กซี่ซีเก้อลี่และกาแล็กซี่หนานซานซวนที่มีดาวที่เป็นที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก ส่วนกาแล็กซี่อื่นๆมีแค่ 2 จาก 16 กาแล็กซี่ที่มีฐานทัพของทหารตั้งอยู่ กาแล็กซี่พวกนั้นมีมนุษย์อาศัยอยู่ไม่มาก เพราะในกาแล็กซี่มีดาวที่เหมาะต่อการดำรงชีวิตน้อย

 

ในบรรดาโซนต่างๆของสหพันธ์ดวงดาว โซนตะวันตกเฉียงใต้ถือเป็นโซนที่เล็กที่สุด แม้กระนั้นกองทัพของโซนนี้ก็ยังมีทหารถึง 100 ล้านคน ส่วนคนที่เข้าแข่งจะถูกคัดเลือกจากแต่ละหน่วยงานเพื่อหาตัวแทน แต่ถึงจะคัดมาแล้วก็ยังมีจำนวนที่มากอยู่

 

เหตุผลที่มนุษย์ครองความเป็นใหญ่ในจักรวาลได้ นอกเหนือจากสติปัญหาแล้ว รองลงมาก็คือจำนวน

 

การแข่งขันไม่ได้เป็นการแข่งแบบสู้กันตัวต่อตัว เนื่องจากจะใช้เวลานานมาก ดังนั้นการแข่งจึงจัดแข่งเป็นหลายสถานี นอกเหนือจากการต่อสู้แล้ว

 

สถานีแรกก็คือการทดสอบความแข็งแกร่ง ในสถานที่จะมีกลองขนาดใหญ่ตั้งอยู่

 

ผู้เข้าแข่งขันจะต้องทุบไปที่กลองให้แรงที่สุด และจะมีหน้าจอที่แสดงคะแนนที่ดีที่สุดของคนคนนั้น

 

แม้จะไม่มีใครถูกตัดสิทธิจากการที่ได้คะแนนน้อย แต่คะแนนของแต่ละสถานีจะถูกนำมารวมกันในตอนสุดท้าย และคนที่มีคะแนนไม่ติด 1 ใน 4 ก็จะไม่สามารถเข้าร่วมการต่อสู้เพื่อชิงฉายา ทหารราชัน

 

ไม่นานการทดสอบในรอบแรกก็เริ่มต้นขึ้น ทหารที่ถูกเรียกชื่อต้องเดินขึ้นไปบนเวที และก็ทุบกลอง

 

เนื่องจากผู้เข้าแข่งเป็นตัวแทนที่แต่ละหน่วยงานส่งมา พวกเขาจึงเป็นผู้วิวัฒนาการที่มีระดับความแข็งแกร่งอยู่แถวๆ 100 หลังจากดูไปสักพักหานเซิ่นก็สังเกตเห็นว่าคะแนนส่วนมากจะอยู่ที่ 100-105 ไม่ค่อยมีใครได้คะแนนโดดเด่นจากนี้

 

แม้จะเป็นการแข่งที่รวมหลายกาแล็กซี่ แต่ก็มีการจำกัดอายุของผู้เข้าแข่ง และพวกหน่วยพิเศษบางหน่วยก็จะไม่อนุญาตให้เข้าแข่ง

 

ไม่นานก็ถึงตาของเถี่ยอี๋ สายตาของผู้เข้าแข่งทุกคนจับจ้องไปที่เขา แม้แต่กองเชียร์ก็ยังหยุดส่งเสียง พวกเขาต้องการดูฟอร์มของเถี่ยอี๋

 

ภายใต้สายตาของคนจำนวนมาก เถี่ยอี๋ดูจะไม่ได้กังวลอะไรเลย เขาเดินขึ้นไปบนเวทีแบบสบายๆ และทุบกลองทันที

 

ตูม!

เสียงดังซะจนคนฟังรู้สึกปวดแก้วหู ตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าจอก็คือ 113.7584

 

ทุกคนอ้าปากค้าง ความแข็งแกร่งระดับนี้ถือว่าเป็นระดับท็อปในหมู่ผู้วิวัฒนาการ

 

ตอนเข้าไปในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 ผู้วิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิจะมีความแข็งแกร่งราวๆ 30 ถึงจะเก็บจีโนพ้อยสามัญ โบราณและกลายพันธ์ได้เต็ม ระดับความแข็งแกร่งก็จะอยู่แถวๆ 90

 

การจะทำให้ระดับความแข็งแกร่งถึง 110 จะต้องเก็บจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิเพิ่มอีกอย่างน้อย 40-50 ท่าทีของผู้เข้าแข่งเปลี่ยนไปทันที เจิ้งหยู่ทำหน้าตาเคร่งเครียด ความแข็งแกร่งระดับนี้สร้างแรงกดดันให้กับผู้เข้าแข่งคนอื่นได้มาก

 

เท่าที่ดูหานเซิ่นคิดว่าเถี่ยอี๋คงยังไม่ได้ใส่สุดแรง เขาน่าจะสามารถทำคะแนนสูงกว่านี้ได้อีก

 

‘ดูเหมือนเถี่ยอี๋จะแข็งแกร่งกว่าที่คิด หวังว่าเราจะสามารถทะลวงการป้องกันของเขาได้ ไม่งั้นเราแย่แน่’ หานเซิ่นคิด

 

ถ้าระดับความแข็งแกร่งต่างกันมากเกินไป พวกเขาก็ยากที่จะสู้กันได้ ตัวอย่างเช่นตอนที่อยู่ในก็อตแซงชัวรี่เขต 1 หานเซิ่นเคยลองพยายามโจมตีไปที่ตาของลูกโกลเด้นโกรวเลอร์ แต่เขาก็ทำไม่สำเร็จ นั่นเป็นเพราะระดับความแข็งแกร่งห่างกันมากเกินไป

 

อย่างไรก็ตามระดับความแข็งแกร่งของหานเซิ่นตอนนี้ก็ถึง 100 แล้ว ด้วยมนตรานอกรีตและโอเวอร์โหลด เขาเองก็สามารถทุบกลองให้ได้คะแนนพอๆกับเถี่ยอี๋ ซึ่งถือว่ายังสู้กันได้

 

ที่หานเซิ่นกังวลจริงๆก็คือวิชาซุปเปอร์ไดมอนของเถี่ยอี๋ มันคือวิชาไฮเปอร์จีโนที่ถือว่าดีติด 1 ใน 10

 

หลังจากนั้นก็ถึงตาของเจิ้งหยู่ เจิ้งหยู่เดินขึ้นไปบนเวที เขาสูดลมหายใจเข้าลึก เขาส่งเสียงคำรามออกมาแล้วก็ทุบกลองอย่างรุนแรง

 

ตูม!

ตัวเลขที่แสดงบนหน้าจอคือ 114.2584 ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาจากกองเชียร์ได้เป็นอย่างดี คะแนนของเขาดีกว่าเถี่ยอี๋ซะอีก ซึ่งมันสร้างกำลังใจให้กับทหารของกาแล็กซี่ตะวันตกเฉียงใต้ได้มาก