0 Views

 

หานเซิ่นที่กำลังเหนื่อยล้าและขี้เกียจจะขยับ แต่หลังจากที่เขาได้ยินจากผู้หญิงคนนี้ว่ามีเมืองมนุษย์อยู่ใกล้ๆ เขาก็ตัดสินใจพักอยู่บนหลังของเธอ เขาปล่อยเธอแบกเขาไปที่อีกฝากหนึ่งของภูเขาหิมะ

 

ผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างสูงเกือบจะพอๆกับพวกผู้ชาย มันยากที่จะบอกว่าเธออายุเท่าไหร่ หานเซิ่นรู้สึกว่าเธอไม่น่าจะอายุต่างกับเขามาก ระดับความแข็งแกร่งของเธอดูแล้วธรรมดาๆ เขาคิดว่าระดับความแข็งแกร่งของเธอน่าจะไม่ถึง 30 เธอน่าจะวิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยกลายพันธ์ และเพิ่งจะเข้ามาในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 ได้ไม่นานนัก

 

ตามข้อมูลของสหพันธ์ดวงดาวในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 จีโนพ้อยสามัญ 100 จะเพิ่มระดับความแข็งแกร่งให้มนุษย์ได้ 8-10 จีโนพ้อยโบราณ 100 จะเพิ่มระดับความแข็งแกร่งให้มนุษย์ได้ 15-20 จีโนพ้อยกลายพันธ์ 100 จะเพิ่มระดับความแข็งแกร่งให้มนุษย์ได้ 25-30 และจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิ 100 สามารถเพิ่มระดับความแข็งแกร่งให้มนุษย์ได้ 40-50

 

นี่เป็นแค่การประมาณแบบคราวๆ ค่าจริงๆนั่นจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย มันอาจจะมีความคาดเคลื่อนอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

 

ขอแค่หานเซิ่นสามารถเก็บจีโนพ้อยสามัญและโบราณได้เต็ม เขาก็จะมีระดับความแข็งแกร่งแตะหลักร้อยได้ เนื่องจากระดับความแข็งแกร่งเริ่มต้นของหานเซิ่นคือ 70

 

สำหรับคนธรรมดาๆมันไม่ง่ายเลยที่จะมีระดับความแข็งแกร่งเกิน 100 ได้ แม้จะเป็นผู้วิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิ และเก็บจีโนพ้อย สามัญโบราณและกลายพันธ์ได้เต็มก็ยังไม่ถึง 100 การจะทะลุ 100 ได้จำเป็นต้องเก็บจีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิให้ได้ด้วย

 

ส่วนคนที่วิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยกลายพันธ์การจะมีระดับความแข็งแกร่งเกิน 100 ก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก ส่วนพวกที่วิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยโบราณแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีระดับความแข็งแกร่งเกิน 100 ได้ สำหรับพวกเขาแค่เอาชีวิตรอดให้ได้ก็ยากแล้ว

 

เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาจากตระกูลหรือครอบครัวฐานะดี เธอต้องพึงพาตัวเอง เธออาจจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากเหมือนกับตอนที่หานเซิ่นเข้าไปในก็อตแซงชัวรี่เขต 1 ใหม่ๆ

 

คนส่วนมากไม่สามารถมีระดับความแข็งแกร่งถึง 100 ได้ แม้จะใช้เวลาทั้งชีวิตก็ตาม ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าเข้าไปในก็อตแซงชัวรี่เขต 3 พวกเขาขอแก่ตายอยู่ในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 ดีกว่า

 

แม้ว่าบางคนจะเลือกเสี่ยงวิวัฒนาการเพื่อไปก็อตแซงชัวรี่เขต 3 แต่ถ้าหากพวกเขามีระดับความแข็งแกร่งไม่ถึง 100 ละก็ พวกเขาก็ยากที่จะเอาชีวิตรอด มีแค่ 1 ใน 1000 คนเท่านั้นที่จะรอดอยู่ในก็อตแซงชัวรี่เขต 3 ถ้าระดับความแข็งแกร่งไม่ถึง 100

 

นี่เป็นเหตุผลที่หานเซิ่นลงทุนลงแรงวางรากฐานตั้งแต่ก็อตเเซงชัวรี่เขต 1 มันไม่ใช่แค่ทำให้เขาได้เปรียบตอนอยู่ในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 เท่านั้น แต่มันยังส่งผลไปถึงก็อตแซงชัวรี่เขต 3 และ 4 ด้วย การที่เขามีสภาพร่างกายที่ดีกว่า มันก็จะเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตมากขึ้น

 

การที่จะไปให้ได้ไกลๆก็ต้องวางรากฐานให้ดี ถ้าเริ่มต้นได้ไม่ดี หนทางข้างหน้าก็จะมีแต่ความยากลำบาก

 

ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่ช่างพูด เธอเข้ากับคนได้ง่าย เธอชวนหานเซิ่นคุยตลอดทาง ขณะที่กำลังแบกเขาไว้บนหลัง หลังจากที่ได้คุยกับเธอ หานเซิ่นก็ได้รู้อะไรหลายๆอย่าง

 

ผู้หญิงคนนี้ชื่อว่า กวนถง อายุ 29 ปี เธอเข้ามาในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 ตั้งแต่เมื่อ 3-4 ปีก่อน เธอโชคดีที่ลงจุดที่เป็นเมืองขนาดกลาง ซึ่งมีประชากรประมาณ 1 หมื่นคน ทำให้การใช้ชีวิตของเธอไม่ได้เสี่ยงมากนัก

 

อย่างไรก็ตามครอบครัวของกวนถงเป็นครอบครัวธรรมดาๆ ดังนั้นมันค่อนข้างยากกกว่าเธอที่จะวิวัฒนาการด้วยจีโนพ้อยกลายพันธ์ พอเข้ามาในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 ชีวิตของเธอก็ยิ่งยากลำบากขึ้นไปอีก จนกระทั่งตอนนี้ระดับความแข็งแกร่งของเธอยังไม่ถึง 30 เลย

 

เมืองที่เธอยู่มีชื่อว่าสตาร์วีล ผู้ครองเมืองมีชื่อว่า หลี่ซิงหลุน เมื่อได้ยินเสียงที่ดูชื่นชมและยำเกรงของกวนถง เวลาพูดถึงหลี่ซิงหลุน ทำให้หานเซิ่นอยากจะรู้จักหลี่ซิงหลุนบ้างซะแล้ว

 

หลังจากที่กวนถงแบกหานเซิ่นเดินทางผ่านภูเขามาถึง 2 ลูก ในที่สุดหานเซิ่นก็มองเห็นเมืองสตาร์วีล สิ่งที่เห็นทำให้เขาต้องประหลาดใจ

 

มันไม่ใช่เพราะเมืองดูยิ่งใหญ่อลังการ จริงๆแล้วเมืองสตาร์วีลก็เกือบจะเหมือนกับเมืองเทพธิดาของหานเซิ่น ดังนั้นมันน่าจะเป็นเมืองของสปิริตขุนนางเช่นกัน

 

เหตุผลที่หานเซิ่นต้องประหลาดใจก็เพราะพื้นที่รอบๆเมืองสตาร์วีลเต็มไปด้วยมอนสเตอร์

 

นกอินทรีย์ขนาดใหญ่กำลังบินโฉบลงมาจากท้องฟ้า ฝูงมอนสเตอร์จำนวนมากกำลังวิ่งตรงเข้าไปที่กำแพงเมือง ศพและเลือดเปลี่ยนพื้นใกล้ๆเมืองเป็นเหมือนกับสุสาน

 

มอนสเตอร์ที่ตัวสูงกว่ากำแพงเมืองกำลังทุบกำแพงเมืองด้วยมือ มันพยายามจะทำให้กำแพงเมืองเกิดรูขนาดใหญ่

 

เสียงคำรามของมอนสเตอร์และเสียงกรีดร้องของมนุษย์เป็นเหมือนบท บรรเลงแห่งความตาย ชิ้นส่วนร่างกายสามารถเห็นได้ทุกๆที่ ไม่ว่าจะเป็นของมอนสเตอร์หรือมนุษย์

 

ตอนนี้สนามรบหลักก็คือหน้าประตูเมือง ชายในชุดเกราะกำลังกวัดแกว่งดาบยาวสีบลอนด์ เพื่อต่อสู้กับลิงสีดำ นกสีเงิน 2 หัวและงูตัวสีแดงๆ เขากำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์ทั้ง 4 ตัวด้วยตัวคนเดียว ซึ่งมันคือเหตุผลที่เมืองยังไม่ถูกตีแตก

 

แต่ทว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเข้าขั้นวิกฤตแล้ว มอนสเตอร์มีจำนวนมากเกินไป พวกมันบุกเข้าตีเมืองเหมือนกับคลื่นมหาสมุทร ในบรรดาพวกมัน มีมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิ 2 ตัว แต่พวกมันถูกขวางทางด้วยพวกผู้วิวัฒนาการที่แข็งแกร่งของเมืองสตาร์วีล อย่างไรก็ตามตอนนี้ฝ่ายมนุษย์เสียหายหนักมาก เมืองจะแตกเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว

 

ทุกคนรู้ดีว่าถ้าพวกเขาเทเลพอร์ตหนีกลับไปที่สหพันธ์ดวงดาวตอนนี้ พวกเขาก็อาจจะไม่มีโอกาสกลับมาที่นี่อีกแล้ว นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมทุกคนถึงได้ร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้อย่างสุดกำลัง พวกเขาเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องเมืองเอาไว้ แต่กระนั้นจำนวนของพวกเขาก็มีน้อยเกินไปถ้าเทียบกับมอนสเตอร์

 

ด้านหลังพวกมอนสเตอร์มีหญิงสาวที่มีผมและดาวตาสีเงินกำลังยืนอยู่บนหัวของมอนสเตอร์ที่ดูเหมือนมังกร เธอกำลังเฝ้าดูสิ่งที่เกิดขึ้น

 

กลุ่มของมอนสเตอร์บุกโจมตีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เธอกำลังกวัดแกว่งไม้เท้าสีเงิน

 

ไม่ว่าจะเป็นความตายของมอนสเตอร์หรือมนุษย์ก็ไม่ทำให้สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย

 

“สปิริตราชวงศ์!” เมื่อเห็นผู้หญิงคนนั้น หานเซิ่นก็อุทานออกมา

 

เขาไม่รู้ว่านี่จะเรียกว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ ในที่สุดเขาก็เจอเมืองมนุษย์เมืองแรก ถ้าไม่นับเมืองที่เขายึดมา แต่ทว่ามันกำลังถูกสปิริตราชวงศ์บุกยึด สปิริตสาวกำลังควบคุมมอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิไม่ต่ำกว่า 7 ตัว เห็นได้ชัดว่ามันไม่ง่ายแน่ที่จะรับมือกับเธอ

 

ตูบ!

กวนถงโยนหานเซิ่นและซากของเฟอเรทลงบนหิมะ และเธอก็วิ่งตรงไปที่เมืองทันที

 

“เธอกำลังจะทำอะไร? ต้องการจะฆ่าตัวตายรึไง?” หานเซิ่นตะโกนใส่กวนถง

 

“พวกเราจะเสียเมืองไม่ได้ บริเวณใกล้ๆนี่ไม่มีเครื่องเทเลพอร์ตอีกแล้ว ถ้าพวกเราเสียเมืองก็เท่ากับชีวิตของพวกเราจบสิ้นแล้ว ดังนั้นฉันจะต้องเข้าไปช่วยพวกเขา” กวนถงตอบโดยไม่หันหน้ากับมามองหานเซิ่น เธอวิ่งตรงไปที่เมือง

 

หานเซิ่นขมวดคิ้ว และหันไปมองสปิริตราชวงศ์ มีทางเดียวที่เขาจะช่วยเมืองนี้ได้ เขาจะต้องฆ่าสปิริตตัวนี้ให้ได้ ไม่งั้นแล้วฝูงมอนสเตอร์ำจำนวนมหาศาลขนาดนี้ ยังไงก็ต้องกวาดล้างมนุษย์ทุกคนจนหมดแน่