0 Views

 

แม้ชื่อมันคือ มีดสายฟ้า แต่มันก็ไม่ใช่วิชาที่ต้องใช้มีดจริงๆ มันคือวิชาไฮเปอร์จีโนที่เปลี่ยนเซลล์ในร่างกาย โดยเน้นไปที่ส่วนของสันมือให้มันคมเหมือนกับใบมีด

 

แน่นอนว่าในการต่อสู้จำลอง วิชานี้อาจจะใช้ได้ไม่เต็มที่นัก แต่อย่างไรก็ดีวิชามีดสายฟ้าก็เพิ่มความเร็วให้กับผู้ใช้ได้อย่างมาก ซึ่งถือว่าเป็นวิชาที่มีประโยชน์มากทีเดียว

 

ซินเสวียนใช้มือฟันไปที่หานเซิ่นด้วยความเร็วสูงที่มาก ซึ่งทำให้หานเซิ่นรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นทันที

 

หานเซิ่นไม่มีเวลาพอที่จะหลบ หัวไหล่ของเขาถูกฟัน ทำให้HPของเขาลดลงไป 64% ทันที ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการโจมตีของซินเสวียนนั้นรุนแรงขนาดไหน ถึงเขาจะไม่ได้ถูกโจมตีที่จุดตาย แต่หานเซิ่นก็ยังเสีย HP ไปมากกว่าครึ่ง หลังจากโดนการโจมตีแค่ครั้งเดียว

 

หานเซิ่นเริ่มรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น เขารู้ว่าการที่จะทดสอบสิ่งที่เขาเรียนรู้มาได้นั้นจำเป็นต้องใช้กับคู่ต่อสู้เก่งๆเท่านั้น ถ้าคู่ต่อสู้ยิ่งแข็งแกร่งกว่าเขาก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี

 

แต่อย่างไรก็ตาม HP ที่เขาเหลืออยู่ตอนนี้มันไม่พอให้เขารับการโจมตีครั้งที่ 2 ได้ หานเซิ่นต้องระวังการโจมตีครั้งต่อไปให้มาก และเขาก็ต้องเริ่มผสานสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มาจากศาสตร์ตงเสวียนเข้ากับฟุตเวิร์คและการเคลื่อนไหว ในช่วงแรกๆเขายังสู้ได้อย่างสบายๆ แต่หลังจากที่ซินเสวียนใช้วิชามีดสายฟ้าแล้ว หานเซิ่นก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากทันที แต่ทว่าขณะที่หานเซิ่นค่อยๆใช้สิ่งที่เขาเรียนรู้มา เขาก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเห็นประสิทธิภาพของมัน เหมือนกับเขาได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่ เขาได้เห็นสิ่งต่างๆมากมายที่เขาไม่เคยจินตนาการมาก่อน

 

หานเซิ่นเริ่มซึมซับสิ่งต่างๆที่เขาเรียนรู้มา ในช่วงแรกเขายังรู้สึกว่าคู่ต่อสู้สร้างแรงกดดันให้เขาได้มาก แต่ตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกกดดันอีกแล้ว และเขาก็เริ่มเชี่ยวชาญเทคนิคที่กล่าวไว้ในศาสตร์ตงเสวียน

 

คู่ต่อสู้ไม่ได้อยู่ในสายตาของหานเซิ่นอีกแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เขาเริ่มใช้วิชาใหม่ คู่ต่อสู้ของเขาก็ไม่ใช่ Ms. Perfume แต่เป็นโลกใบใหม่ที่เขาได้เห็น

 

ในตอนแรกซินเสวียนรู้สึกโกรธมาก เธอต้องการใช้ทุกอย่างที่มีในการเอาชนะคู่ต่อสู้ที่กวนประสาทคนนี้ให้ได้ แต่เมื่อสู้ไปนานๆ ความรู้สึกของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ และสุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนเป็นตกตะลึง

 

ความจริงข้อหนึ่งที่ซินเสวียนรู้ก็คือ ระดับความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ต่ำกว่าเธอ หรือไม่เขาก็จงใจกดระดับความแข็งแกร่งของตัวเองเพื่อมาสู้กับเธอ

 

แต่ไม่ว่าจะยังไง ฟุตเวิร์คของเขาก็ทำให้เธอเริ่มสิ้นหวัง เพราะฝีมือของเธอกับเขาห่างชั้นกันเกินไป

 

ซินเสวียนเคยรู้สึกแบบนี้มีก่อน ในตอนที่เธอสู้กับพวกยอดฝีมือ ดังนั้นเธอจึงคิดว่าคู่ต่อสู้คนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ เขาจะต้องเป็นนายทหารระดับสูงที่ปลอมตัวมาเป็นมือใหม่แน่ๆ ดังนั้นความโกรธของเธอจึงหายไปหมด ตอนนี้เธอแค่ต้องการรู้จักคู่ต่อสู้คนนี้ให้มากขึ้น เธอสังเกตฟุตเวิร์คและเทคนิคที่เขาใช้อย่างละเอียด

 

หลังจากที่เธอสังเกต เธอก็ยิ่งประหลาดใจขึ้นเรื่อย ‘ทหารคนนี้เป็นใครกันแน่ ฟุตเวิร์คของเขาเกือบจะเทียบกับหมากล้อมสวรรค์ได้เลย แต่มันยังต่างกันนิดหน่อย นี่มันมหัศจรรย์มาก วิชาฟุตเวิร์คนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่? นี่เป็นวิชาที่คิดขึ้นใหม่หรือเป็นวิชาโบราณ?’

 

หานเซิ่นไม่รู้ว่าซินเสวียนกำลังคิดอะไร เขาแค่ฝึกวิชาตามคัมภีร์ตงเสวียนไปเรื่อยๆ ตอนนี้หานเซิ่นมีแรงบันดาลใจอย่างมาก ด้วยความรู้ใหม่ของเขา ฟุตเวิร์คของเขาตอนนี้อยู่ในระดับที่สูงกว่าตอนที่เขาเลียนแบบควีนมาก และยิ่งฝึก เขาก็ยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ

 

ขณะที่หานเซิ่นกำลังตื่นเต้น เขาก็พบว่าคู่ต่อสู้หยุดเคลื่อนไหวแล้ว

เขางงและไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆหล่อนถึงได้หยุดต่อสู้ไป

 

“ฉันขอถามหน่อยได้ไหมคะว่าคุณเป็นใคร?” ซินเสวียนพูด พร้อมกับทำความเคารพหานเซิ่น

 

ฟุตเวิร์คของหานเซิ่นเหนือชั้นเกินไปในสายตาของซินเสวียน เธอเลยคิดว่าเขาจะต้องเป็นพวกระดับสูงในกองทัพแน่

 

“ไม่ต้องทำความเคารพผมหรอก ผมแค่ทหารธรรมดา” หานเซิ่นตอบ

 

ไม่มีทางที่ซินเสวียนจะเชื่อที่หานเซิ่นพูด เพราะทหารธรรมดาไม่มีทางมีฟุตเวิร์คที่สุดยอดแบบนี้ได้ เธอรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่ส่งออกมา ถึงเขาจะไม่ได้โจมตีเธอเลยก็ตาม ฟุตเวิร์ดในระดับที่เขาใช้จะเรียกว่าเป็นขั้นปรมาจารย์เลยก็ได้ มันไม่ใช้ระดับที่คนธรรมดาๆจะทำได้ มันจะต้องมาจากการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญจริงๆ

 

หานเซิ่นยังไม่ถึงขั้นฝึกจนเชี่ยวชาญ แต่ความมหัศจรรย์ของศาสตร์ตงเสวียนก็ทำให้ซินเสวียนทึ่งมาก มันทำให้เธอคิดว่าเขาเป็นพวกระดับสูงในกองทัพปลอมตัวมา

 

เนื่องจากคู่ต่อสู้ไม่อยากยอมรับความจริง ซินเสวียนก็จะไม่ถามอีก ตอนนี้เธอเชื่ออย่างสนิทใจว่าหานเซิ่นเป็นพวกระดับสูงในกองทัพ เธอมองหานเซิ่นและพูด “งั้นฉันขอถามหน่อยได้ไหมว่าฟุตเวิร์คที่คุณใช้มีชื่อว่าอะไร? คุณสามารถสอนให้ฉันได้ไหม?”

 

“คุณต้องการเรียนวิชานี้งั้นหรอ?” หานเซิ่นประหลาดใจ

 

“ใช่ค่ะ” ซินเสวียนพยักหน้า

 

“แน่นอนว่าผมสามารถสอนให้คุณได้ แต่นี่มันไม่ใช่วิชาไฮเปอร์จีโนของกองทัพ ดังนั้นจะให้ผมสอนฟรีๆคงไม่ได้” หานเซิ่นครุ่นอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพูดออกมา

 

ตอนนี้หานเซิ่นเพียงแค่เรียนรู้บางส่วนของคัมภีร์ตงเสวียน การฝึกคนเดียวจะทำให้ก้าวหน้าช้า และเขาอาจจะไม่สามารถหาจุดบกพร่องของตัวเองได้ มันก็เหมือนกับการเล่นหมากล้อมหรือหมากรุก ถ้าเล่นคนเดียวมันก็จะบอกไม่ได้ว่าเราเก่งแค่ไหน

 

ถ้าMs. Perfumeตั้งใจจะจ่ายค่าเรียนจริงๆ หานเซิ่นก็คิดว่าการสอนให้เธอก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร มันจะเป็นการดีเสียอีกที่จะได้ใช้เธอเป็นตัวทดลองวิชา

แน่นอนว่าหานเซิ่นไม่คิดจะถ่ายทอดวิชาทั้งหมดอยู่แล้ว

 

“บอกราคามา ฉันยินดีจ่ายถ้าเป็นราคาที่ฉันจ่ายไหว” ซินเสวียนรีบพูด เธอรู้ดีว่าแค่มีเงินอย่างเดียวไม่สามารถหาซื้อสุดยอดวิชาแบบนี้ได้

 

“งั้นต้องขอบอกไว้ก่อนว่าผมสามารถสอนให้คุณได้แค่บางส่วนเท่านั้น ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน”

เนื่องจากคู่ต่อสู้ดูจะเคารพและจริงใจมาก หานเซิ่นเลยไม่อยากโกหก เขาพูดออกไปตามตรง

 

“แน่นอน ฉันเข้าใจเรื่องนั้น” เพราะวิธีการที่หานเซิ่นพูด ทำให้ซินเสวียนยิ่งเชื่ออย่างสนิทใจว่าเขาต้องเป็นพวกแนวหน้าของกองทัพแน่ การที่ได้เรียนรู้จากเขาเป็นเรื่องที่เธอคิดว่าโชคดีมาก ขณะที่หานเซิ่นคิดว่ามันโอเคที่จะสอนให้เธอ แต่เขาคงจะไม่มีเวลาสอนเธอแบบส่วนตัว

 

“งั้นก็ตกลง ถ้าคุณต้องการเรียน ผมจะสอนครั้งละครึ่งชั่วโมง ผมจะอธิบาย และคุณแค่ฟังอย่างเดียว ไม่ต้องถามอะไร เรื่องเวลาการสอนแต่ละครั้ง ผมจะเป็นคนกำหนดเอง ส่วนค่าเล่าเรียนก็…” หานเซิ่นลังเล

 

ตอนนี้เงินมันอยู่นอกประเด็น เขาไม่สามารถรับมันได้ เพราะถ้าจะให้โอนเข้าบัญชี อีกฝ่ายก็จะรู้ตัวจริงของเขา และตอนนี้เขาก็อยู่บนยานแดฟเน่จะให้ไปรับเงินหรือสิ่งของอื่นๆตรงๆก็ทำไม่ได้

 

“งั้นเรามาแลกวิชากันดีกว่า ในคลาสแรกผมอยากให้คุณสอนวิชาฝ่ามือที่คุณใช้ให้ผม และครั้งหน้าเราค่อยมาคุยกันอีกทีว่าจะแลกเปลี่ยนอะไร คุณคิดว่ายังไง?” หานเซิ่นแนะนำ แต่หานเซิ่นก็รู้สึกว่าเขาอาจจะขอมากไปรึเปล่า

 

วิชาฝ่ามือที่เธอใช้ไม่ธรรมดาเลย สำหรับการสอนให้เธอแค่ครึ่งชั่วโมง แต่เขากับขอวิชาที่น่าจะเป็นระดับSของผู้วิวัฒนาการ เห็นได้ชัดว่าเป็นค่าเรียนที่แพงมาก

 

“ตกลง” ซินเสวียนตกลงโดยไม่ลังเล