0 Views

 

เพราะเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ระหว่างการสำรวจ ยานแดฟเน่จึงได้รับคำสั่งให้เดินทางกลับทันที และพวกระดับสูงจะต้องถูกพิจารณากันว่าพวกเขาจะได้รับโทษอะไรหรือไม่

 

โชคดีที่คริสตัลทั้ง 2 ชิ้นที่หานเซิ่นเอากลับมา เป็นของที่ล้ำค่ามาก ซึ่งถือเป็นผลงานของจีเหยียนหรันด้วย ทำให้สหพันธ์อาจจะลดหย่อนโทษให้เธอบ้าง

 

สำหรับทหารในห้องครัว พวกเขาไม่ได้มีส่วนร่วมกับการสำรวจโบราณสถาน เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงไม่ต้องรับโทษในครั้งนี้ด้วย

 

“คอร์น มานี่มา” ขณะที่หานเซิ่นกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาก็เห็นด้วงต่อสู้กับขาโต๊ะอยู่ มันพยายามจะล้มโต๊ะให้ได้ด้วยเขาของมัน

 

แต่มันอ่อนแอเกินไป แค่จะทำให้โต๊ะขยับสักนิด มันก็ยังทำไม่ได้เลย หานเซิ่นพยายามเรียกมัน แต่เหมือนมันจะไม่เข้าใจ มันยังคงสู้กับโต๊ะต่อไป

 

“บอกให้มานี่!” แม้หานเซิ่นจะรู้ว่าด้วงคริสตัลตัวนี้ไม่เข้าใจที่เขาพูด แต่เขาก็ขี้เกียจลุกออกจากเตียง ทำให้เขายังคงตะโกนใส่มันอีกครั้ง

 

ด้วงไม่สนใจเขา แต่ทว่าอยู่ๆตัวของมันก็เหมือนถูกอะไรบางอย่างจับ และมันก็เริ่มลอยมาหาหานเซิ่น

 

“เห้ยย!” หานเซิ่นมองที่ด้วงด้วยความประหลาดใจ ขณะที่เขาเปลี่ยนความคิด ด้วงก็ตกลงไปบนพื้นทันที

 

หานเซิ่นช็อคมาก เขาพยายามตั้งสมาธิอีกครั้ง และเพ่งสมาธิไปที่ด้วง ไม่นานมันก็ลอยมาหาเขาอีกครั้ง

 

หานเซิ่นเอามือจับด้วง เขารู้สึกดีใจและประหลาดใจ จากนั้นเขาก็ลองเพ่งสมาธิกับสิ่งของอื่นๆดูบ้าง เช่นแก้ว

 

ผลปรากฏว่าเขาสามารถควบคุมหรือขยับสิ่งของเล็กๆได้ด้วยจิตของเขา เขาสามารถทำให้แก้วลอยไปมาในระยะ 6 ฟุตได้ ถ้าไปไกลกว่านั้นมันจะเกินกำลังของเขา เมื่อลองทดสอบสิ่งที่หนักขึ้น ปรากฏว่าเขาไม่สามารถทำให้มันขยับได้

 

ตอนแรกหานเซิ่นก็รู้สึกตื่นเต้นมาก แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พบว่าความสามารถนี้ไร้ประโยชน์ ระยะการควบคุมมันสั้นมาก และแรงที่เขาสามารถใช้ได้ก็อ่อนมากๆ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะเอามันมาใช้ในการต่อสู้

 

‘เหมือนว่าคริสตัลสีแดงจะทำให้สมองของเขาพัฒนาไปอีกขั้น ตอนนี้เราสามารถใช้พลังจิตขยับสิ่งของได้ แต่ยังไงพลังมันก็ยังอ่อนเกินไป’ ไม่นานหานเซิ่นก็เลิกสนใจความสามารถใหม่ของเขา

 

แต่ทว่าประโยชน์อีกอย่างที่เขาได้รับจากคริสตัลสีแดง มันทำให้เขาดีใจจนอยากจะกระโดดไปรอบๆ เมื่อหานเซิ่นเริ่มอ่านหนังสือสอนวิชาภาษาโบราณอีกครั้ง เขาพบว่าความจำของเขาดีขึ้นมาก และเขายังสามารถเข้าใจได้เร็วกว่าเดิมมาก

 

เพราะเกิดอุบัติเหตุระหว่างภารกิจ ทุกๆคนบนเเดฟเน่จึงถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าไปในก็อตแซงชัวรี่ หานเซิ่นเลยใช้เวลาส่วนมากเรียนรู้ภาษาโบราณ เพราะสมองของเขาพัฒนาขึ้นมาก ทำให้เริ่มเข้าใจวิชาภาษาโบราณ

 

แม้เขายังไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาหลักของศาสตร์ตงเสวียน แต่ตอนนี้หานเซิ่นก็สามารถเข้าใจส่วนที่อ่านได้ง่ายๆแล้ว

 

ส่วนนี้คือส่วนเทคนิคประเภทฟุตเวิร์ค การขยับอย่างง่ายๆเดินหน้า ถอยหลัง ซ้ายและขวา คนสามารถผสานการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดตามคำสอนของเต๋า

 

ยิ่งกว่านั้น หานเซิ่นยังคิดว่าเทคนิคที่เขียนอยู่ในคัมภีร์ตงเสวียนคล้ายๆกับเทคนิคการไคท์ติ้งของควีน หานเซิ่นเพียงแค่เรียนรู้เทคนิคมาจากควีน แต่เขายังไม่เคยได้เรียนรู้อย่างเป็นระบบจริงๆ แต่ทว่าหลังจากที่เขาอ่านบางส่วนของคัมภีร์ตงเสวียนแล้ว หานเซิ่นก็รู้สึกระทึกใจมาก เพราะเขายังไม่เคยเห็นวิชาอะไรสุดยอดแบบนี้มาก่อน

 

ยิ่งอ่านมากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนว่าเขาฝันไป เขาไม่คิดว่าจะมีวิชาสุดยอดแบบนี้อยู่ เพียงแค่เทคนิคอย่างเดียวก็ให้ความรู้กับเขาหลายอย่าง ซึ่งทำให้หานเซิ่นอ่านเนื้อหาหลักเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น

 

หานเซิ่นเอาสมุดมาจดไปด้วยในขณะที่กำลังอ่าน แต่หลังจากอ่านไปสักพัก เขาก็รู้สึกว่าถ้าอ่านอย่างเดียว มันจะยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ และเขาก็รู้สึกเบื่อถ้าต้องฝึกคนเดียว เขาตัดสินใจไปสู้กับคนอื่น เพื่อทดสอบว่าความคิดของเขาถูกต้องหรือเปล่า

 

แต่อย่างไรก็ตามเพราะคำสั่งห้าม ทำให้เขาไม่สามารถใช้งานเน็ตได้ รวมถึงเขาจะไม่สามารถล็อคอินเข้าในกลาดิเอเตอร์ได้

 

แต่มันก็ยังพอมีวิธีที่จะทำให้เขาได้ทดสอบ หานเซิ่นใช้เครื่องฝึกโฮโลแกรมเพื่อเชื่อมต่อกับระบบจำลองการต่อสู้เซิร์ฟเวอร์ของกองทัพได้

 

หานเซิ่นไม่รู้จะใช้ชื่ออะไรดี ทำให้เขายังคงใช้ชื่อ ทหารคนหนึ่งบนยานรบ เหมือนในเซิร์ฟเวอร์เดิม

 

แม้ยศของเขาคือพันตรี แต่เขาก็ยังคงเป็นผู้เล่นมือใหม่ในเซิร์ฟเวอร์กองทัพ

 

หานเซิ่นเลือกจับคู่แบบสุ่ม และไม่นานเขาก็ได้คู่ต่อสู้

หานเซิ่นพบว่าคู่ต่อสู้ของเขาคือผู้หญิงตัวสูงที่ใช้ฟังก์ชันเบลอหน้า ชื่อของหล่อนคือ Ms. Perfume

 

ในเวลาเดียวกันที่สถานีเทเลพอร์ตของดาวรูก้า ซินเสวียนเองก็ใช้เครื่องฝึกโฮโลแกรมล็อคอินเข้ามาในเซิร์ฟเวอร์ของกองทัพเช่นเดียวกัน และชื่อไอดีของเธอก็คือ Ms. Perfume

 

เมื่อเช็คดูชื่อไอดีของฝ่ายตรงข้าม เธอก็ประหลาดใจ เพราะชื่อของเขาค่อนข้างมีชื่อเสียงในหมู่ทหาร หลังจากที่คลิป 8 สังหารถูกปล่อยออกไป

 

แต่ทว่าเมื่อเธอดูประวัติการต่อสู้ เธอก็พบว่าเขาเป็นมือใหม่ ชนะ 0 แพ้ 0 ดังนั้นเธอจึงคิดว่าน่าจะไม่ใช่ตัวจริงที่ทำ 8 สังหาร

 

หานเซิ่นไม่รู้ว่าคู่ต่อสู้ของเขาคือซินเสวียน ขณะที่ซินเสวียนเองก็เช่นกัน เธอไม่รู้ว่าคู่ต่อสู้คือหานเซิ่น อดีตเพื่อนร่วมงานเข้าสู่ลานประลอง โดยไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย

 

ซินเสวียนนับว่าโชคดี หลังจากที่เธอวิวัฒนาการ เธอก็ถูกส่งไปอยู่ในเมืองใหญ่ที่ถูกมนุษย์ยึดครองอยู่แล้ว ภายในเมืองมีมนุษย์อยู่นับล้าน ในจำนวนนั้นมีผู้วิวัฒนาการที่แข็งแกร่งหลายคน

 

ที่นั่นยังมีหน่วยพิเศษอยู่ด้วย ซึ่งมีคนที่มีพรสวรรค์หลายคนอยู่ในหน่วย หลังจากที่ซินเสวียนไปถึง เธอก็ได้รับการสนับสนุนเป็นเนื้อจำนวนมาก เธอสามารถเก็บจีโนพ้อยสามัญ โบราณและกลายพันธ์ได้เต็มแล้วด้วย และยังได้จีโนพ้อยเลือดศักดิ์สิทธิมาจำนวนหนึ่ง ระดับความแข็งแกร่งของเธอพุ่งทะลุ 100 ได้ใน 2 ปี หลังจากที่เธอเข้าไปในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 ซึ่งถือว่าไวมาก และตอนนี้เธอก็ถือว่าเป็นผู้วิวัฒนาการระดับแถวหน้าคนหนึ่ง

 

เมื่อเห็นคู่ต่อสู้เป็นแค่มือใหม่ ซินเสวียนเลยไม่อยากจะจริงจังมาก เธอคิดว่าเธอสามารถจบการต่อสู้ครั้งนี้ได้ง่ายๆ

 

แต่ทว่าหลังจากที่การต่อสู้เริ่มขึ้น มันก็ต่างจากที่เธอคิดไว้คนละเรื่องเลย จากอารมณ์สงบเยือกเย็นก็กลายเป็นหัวร้อนทันที เธอเกือบจะกรีดร้องออกมา

 

ซินเสวียนคือหนึ่งในคนที่ถือว่ามีพรสวรรค์ในหลายๆด้าน แต่กระนั้นนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอคู่ต่อสู้แบบนี้

 

ทหารคนหนึ่งบนยานรบไม่ตอบโต้อะไรเลย เขาแค่หลบการโจมตีของเธอตลอดเวลา ถึงเธอจะใช้ทุกอย่างที่มีแล้ว เธอก็ยังไม่สามารถโจมตีโดนคู่ต่อสู้ และที่น่าตกใจกว่านั้นคือเธอถูกคู่ต่อสู้ไล่ต้อนให้ไปอยู่ที่มุม โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลย

 

เห็นได้ชัดว่าคู่ต่อสู้สามารถจบการต่อสู้ได้ตลอดเวลา แต่เขาไม่ยอมทำ เธอคิดว่าเขาคงจะปั่นหัวเธอเล่นแน่ๆ ซึ่งนั่นถือเป็นการถูกดูเธออย่างแรง

 

“นายจะต้องเสียใจที่ทำแบบนี้” ซินเสวียนกัดริมฝีปาก เธอใช้อะตอมมิคฟิชชั่นและวิชาไฮเปอร์จีโนที่ชื่อว่า มีดสายฟ้า ซึ่งเธอพึ่งจะเรียนมาหลังจากที่วิวัฒนาการ