0 Views

 

หลังจากเข้ามาในประตู หานเซิ่นก็ยังรู้สึกแสบตาจนแทบจะมองอะไรไม่เห็น จีเหยียนหรันส่งแว่นให้กับหานเซิ่น ซึ่งมันทำให้หานเซิ่นมองอะไรได้ง่ายขึ้นมาก

 

หลังจากเดินมาถึงอุโมงค์ หานเซิ่นก็มองดูลวดลอยบนอุโมงค์อีกครั้ง แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจหมายความของมัน หลังจากที่ผ่านอุโมงค์มา พวกเขาก็มาถึงทางเดินที่มีห้องอยู่ทั้ง 2 ข้างของทาง เท่าที่หานเซิ่นดูมีหลายห้องถูกเปิดเอาไว้แล้ว

 

หานเซิ่นขยิบตาให้จีเหยียนหรัน และพวกเขาก็ลอบเข้าไปในห้องแรกที่เปิดอยู่ เมื่อเข้าไปดูข้างใน พวกเขาพบว่าในห้องว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย มันเป็นห้องที่ค่อนข้างเล็ก มีพื้นที่แค่ประมาน 100 ตารางฟุตเท่านั้น

 

พวกเขาลองไปเช็คดูหลายๆห้องอย่างระมัดระวัง แต่ก็พบว่าทุกห้องว่างเปล่าหมด

 

“หลี่หมิงถังเอาของข้างในไปหมดแล้วหรอ?” จีเหยียนหรันพูด

 

“ปรกติจะมีอะไรอยู่ในห้องพวกนี้งั้นหรอ?” หานเซิ่นถาม

 

“ฉันศึกษาอารยธรรมคริสตัลไลเซอร์มาบ้าง จากที่ฉันรู้มาห้องพวกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเก็บของ ถึงจะไม่ได้บรรจุสมบัติมากมายนักก็ตาม แต่ปกติก็ต้องมีของมีค่าบ้าง”

จีเหยียนหรันชี้ที่ไปรูกลมๆบนพื้นห้อง และพูดต่อ “รูพวกนี้จริงๆแล้วเป็นอุโมงค์สำหรับขนส่ง แต่อย่างไรก็ตามมีแค่พวกคริสตัลไลเซอร์ที่สามารถเปิดพวกมันเพื่อขนส่งสิ่งของเข้าไปที่ห้องเก็บโดยตรงได้”

 

หานเซิ่นไม่ค่อยเข้าใจ หลังจากที่เขาตั้งใจฟังจีเหยียนหรัน เขาก็ถาม “แล้วทำไมบางห้อง พวกเขาถึงยังไม่เปิดมัน?”

 

จีเหยียนหรันเดินไปห้องที่ยังปิดอยู่ เธอสังเกตดูลวดลอยและพูด “ฉันยังรู้เกี่ยวกับคริสตัลไลเซอร์ไม่มากพอ ฉันไม่เข้าใจว่าลวดลายพวกนี้หมายความว่ายังไง แต่ฉันคิดว่าที่พวกเขาไม่เปิดมันก็เพราะว่ามันมีลวดลายที่บอกว่าห้องนี้มีอันตรายอยู่”

 

“ฟังดูมีเหตุผล” หานเซิ่นพยักหน้า และตามจีเหยียนหรันไป

 

เนื่องจากหานเซิ่นใช้วิญญาณอสูรบีทเทอิลไนท์หลอกล่อกลุ่มของพวกเขาเข้าไปข้างใน เขาจึงไม่ได้กังวลมาก เขาสามารถเดินต่อไปได้อย่างสบายใจ เขาจะหยุดก็ต่อเมื่อดอพเพลแกงเกอร์ถูกกลุ่มของพวกเขาทำลายแล้วเท่านั้น

 

ดอพเพลแกงเกอร์เดินทางไปถึงที่กว้าง ซึ่งมีรูปปั้นเทพที่พวกคริสตัลไลเซอร์บูชาตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก

 

หานเซิ่นจึงตัดสินใจให้ดอพเพลแกงเกอร์ปีนขึ้นไปซ่อนอยู่หลังหูของรูปปั้นขนาดใหญ่

 

ไม่นานหานเซิ่นก็เห็นหลี่หมิงถัง หวังโฮว่และคนอื่นๆเข้ามาในห้อง เหมือนพวกเขาจะขนอะไรบางอย่างมาด้วย หานเซิ่นกำลังสงสัยอยู่ว่าพวกเขาไปเอาของพวกนั้นมาจากไหน

 

“หานเซิ่น มันวิ่งหนีไวจริงๆ ดูเหมือนมันจะกลัวตายเหมือนกัน”

ผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งพูดขึ้นมา หลังจากที่หาหานเซิ่นไม่เจอ

 

“ที่มันยังมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะมันวิ่งหนีเร็ว ถ้าพวกเราจับมันได้เมื่อไหร่ มันก็ต้องตายอย่างแน่นอน ถ้าฉันเป็นมัน ฉันก็วิ่งเหมือนกัน” หวังโฮว่พูด

 

“มีทางแยกมากขนาดนี้ แล้วเราจะรู้ได้ไงว่ามันไปทางไหน? ถ้าพวกเราเลือกทางผิด มันก็อาจจะกลับออกมาแล้วหนีออกจากที่นี่โดยที่เราไม่รู้ ถ้าเป็นแบบนั้นเราไม่แย่หรอกหรอ?” ผู้เชี่ยวชาญพูด

 

หลังจากตรวจดูเส้นทางต่างๆแล้ว หลี่หมิงถังส่ายหัวและพูด “ทางพวกนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ถ้าเขาเลือกทางผิด เขาก็จะไม่สามารถรอดชีวิตกลับมาได้”

 

“ศาสตราจารย์ ทางพวกนี้สามารถพาเราไปที่ไหนได้บ้าง?” หวังโฮว่ขมวดคิ้ว และถาม

 

“เส้นทางพวกนี้ปรกติจะตรงไปสู่ห้องเรียนของพวกคริสตัลไลเซอร์เด็กๆ พวกคริสตัลไลเซอร์ใส่ใจกับเด็กๆของพวกเขามาก ดังนั้นทางจะเข้าไปต้องมีกับดักรออยู่แน่ แม้แต่ผู้เป็นเลิศก็ไม่การันตีว่าจะรอดชีวิต ถ้าเจอกับดักพวกนั้น”

 

“มีพวกคริสตัลไลเซอร์อยู่ข้างในจริงๆงั้นหรอ?” หวังโฮว่ถามอีกครั้ง

 

“น่าจะเป็นซากของพวกเขามากกว่า พวกเรายังไม่เคยเจอคริสตัลไลเซอร์ที่มีชีวิตมาก่อน” หลี่หมิงถังตอบ

 

“แล้วทางไหนถึงจะพาพวกเราไปหาสมบัติได้?” เมื่อได้ยินว่าไม่น่ามีคริสตัลไลเซอร์ที่มีชีวิตอยู่ หวังโฮว่ก็เลิกสนใจ และถามทางที่ไปหาสมบัติ

 

“ที่จะเข้าไปหาสมบัติจริงๆ มันไม่ใช่เส้นทางพวกนี้” หลี่หมิงถังพูดและเดินตรงไปที่รูปปั้น หลังจากสังเกตมันอยู่ชั่วครู่ เขาชี้ไปที่รูปปั้นพีระมิดและพูด “ทางเข้าน่าจะอยู่ใต้รูปปั้นนี้ มาช่วยกันดันมันออกไปหน่อย”

 

ผู้เชี่ยวชาญ 2 คนรีบเปิดกระเป๋า และใช้วอเฟรมของพวกเขาผลักรูปปั้นที่สูงกว่า 15 ฟุตออกไปข้างๆ

 

เป็นจริงตามที่หลี่หมิงถังพูด หลังจากดันรูปปั้นออกไป ทางเข้าก็ปรากฏออกมาให้เห็น

 

แต่ทว่าก่อนที่จะได้เข้าไป พวกเขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังออกมาจากข้างใน หลี่หมิงถังตื่นตระหนก เขารีบพูด “ถอยออกมาเดี๋ยวนี้”

 

แต่กระนั้นผู้เชี่ยวชาญทั้ง 2 คนก็ไม่สามารถตอบสนองได้ทัน มีเงาสีทองพุ่งออกมาจากทางเข้า มันคือคริสตัลสีทอง ลูกร่างเหมือนกับรูบิคแบบ 12*12 มันกำลังหมุนอย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยีอะไรบางอย่าง ทำให้มันลอยอยู่บนอากาศได้

 

หลังจากรูบิคสีทองปรากฏตัวออกมาก็มีดาบแสงสีทองที่มีความยาวประมาน 10 ฟุตยื่นออกมาจากตัวมัน จากนั้นรูบิคก็เคลื่อนไหว ดาบแสงสีทองตัดวอเฟรมของผู้เชี่ยวชาญเป็นชิ้นๆทันที

 

ผู้เชี่ยวชาญอีกคนหน้าซีด เขารีบชักปืนเลเซอร์ออกมายิงรูบิค แต่ทว่ารูบิคก็สามารถหลบการโจมตีของเขาได้อย่างรวดเร็ว และมันก็พุ่งตรงเข้าหาวอเฟรมของเขา

 

มีเสียงดังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่รูบิคหมุน ดาบแสงสีทองตัดวอเฟรมขาดเป็นชิ้นๆ ไม่มีทางที่คนที่อยู่ข้างในจะรอดชีวิตไปได้

 

หลังจากทำลายวอเฟรมไปแล้ว รูบิคก็ส่งเสียงอีกครั้ง และพุ่งตรงเข้าไปหาหลี่หมิงถัง

 

หลี่หมิงถังหยิบอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายระเบิดออกมา และเขาก็ขว้างมันไปไกลๆ มีเสียงดังมาจากระยะไกล จากนั้นรูบิคก็ปล่อยหลี่หมิงถัง และพุ่งตรงไปทางเสียงนั้นอย่างน่าประหลาด

 

“ตอนนี้แหละ” หลี่หมิงถังรีบวิ่งลงไปที่ทางเข้าทันที ส่วนหวังโฮว่ก็ตามเขาไปติดๆ

 

หลังจากที่มันไปถึงจุดที่ระเบิด รูบิคสีทองก็รู้แล้วว่ามันถูกหลอก มันหันไปรอบๆ และก็รีบตามพวกเขาไปในทางเข้า

 

‘ดีที่เลือกซ่อนอยู่ตรงนี้ ไม่งั้นถ้าตัวจริงของเรามาถึงที่นี่ เราก็อาจจะตายโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น’ ขณะที่หานเซิ่นกำลังใช้ความคิด เขาก็เห็นอะไรบางอย่างกำลังปีนออกมาจากจุดที่ระเบิด

หานเซิ่นจ้องมองมัน จากนั้นตัวของเขาก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ

 

จากช่องว่างที่เกิดจากแรงระเบิด มีอะไรบางอย่างเล็กๆ สีเขียวและดูโปร่งใส คล้ายๆกับด้วงกำลังปีนออกมา