0 Views

 

“พวกคุณทุกคนต่างก็เป็นนักวิจัยของสหพันธ์ พวกคุณไม่ได้คิดถึงผลที่จะตามมาหรอ?” จีเหยียนหรันขมวดคิ้ว ขณะมองไปที่พวกผู้เชี่ยวชาญ

 

“ผลที่ตามมา? กัปตัน คุณมันไร้เดียงสาเกินไป คุณคิดหรอว่าพวกเราจะอยู่ในสหพันธ์ดวงดาวต่อ หลังจากที่พวกเราทำสำเร็จแล้ว?” ผู้เชี่ยวชาญพูด

 

“เพื่อของที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร พวกคุณถึงขนาดยอมสละทุกสิ่งทุกอย่างที่มีในสหพันธ์ดวงดาวทิ้งเชี่ยวหรอ?” จีเหยียนหรันถาม

 

ตอนนี้จีเหยียนหรันเข้าใจแล้วว่าคนพวกนี้มีแผนอะไรบางอย่างกันมานานแล้ว ถ้าพวกเขาไม่ได้รับการสนับสนุนที่ดีพอ พวกเขาคงจะไม่กล้าทำถึงขนาดนี้

 

“ฮาฮา คุณรู้หรอว่าโบราณสถานแห่งนี้มีอะไรอยู่?” ผู้เชี่ยวชาญยิ้ม พวกเขารู้สึกขบขัน

 

“ก็แค่คริสตัลธรรมดาไม่ใช่หรอ จะมีอะไรอย่างอื่นอยู่ในโบราณสถานคริสตัลไลเซอร์ได้?” จีเหยียนหรันถาม เธอรู้สึกงง

 

“ฮาฮา สิ่งที่อยู่ข้างในมันยิ่งกว่าจิตนาการของคุณ” ผู้เชี่ยวชาญพูดพร้อมกับยิ้ม

 

จีเหยียนหรันต้องการถามอีกครั้ง แต่ผู้เชี่ยวชาญหยุดพูดกันแล้ว และหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญก็เอาเทปกาวมาปิดปากจีเหยียนหรัน

 

“คุณเคยเป็นกัปตันที่ยิ่งใหญ่ ถ้าจะให้ดี คุณควรจะทำตัวดีๆหน่อย ไม่งั้นจะหาว่าพวกเราหยาบคายไม่ได้นะ” เมื่อเขาเห็นใบหน้าที่งดงามของจีเหยียนหรัน เขาก็ไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้ เขาต้องการจะสัมผัสใบหน้าของเธอ

 

จีเหยียนหรันหน้าซีดทันที เธอพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง และพยายามจะเดินถอยไปข้างหลัง แต่ทว่าเธอก็ไม่สามารถทำได้ มือของผู้เชี่ยวชาญเกือบจะสัมผัสใบหน้าของเธออยู่แล้ว

 

โอ้ย!

ในตอนนั้นเองมีใครบางคนพุ่งเข้ามา และตัดมือของผู้เชี่ยวชาญคนนั้น ผู้เชี่ยวชาญเอามืออีกข้างจับแขนที่ขาด และกรีดร้องออกมา

 

“แกเองหรอ?” เมื่อผู้เชี่ยวชาญคนอื่นเห็นคนคนนั้น พวกเขาก็ตกตะลึง

 

“จะเป็นใครไปได้อีกล่ะ?” หานเซิ่นตัดโซ่ที่มัดตัวจีเหยียนหรันอยู่

 

ผู้เชี่ยวชาญรีบชักปืนเลเซอร์ของพวกเขาออกมา แต่ทว่าก่อนที่พวกเขาจะได้เหนี่ยวไก หิมะเจ้าเสน่ห์ก็ยืนอยู่ข้างหลังพวกเขาเรียบร้อยแล้ว เธอกวัดแกว่งหอกของเธอ ทำให้พวกเขาล้มลง

 

หานเซิ่นพุ่งไปหาพวกเขาราวกับสัตว์ร้าย จากนั้นเขาก็ชกหน้าผู้เชี่ยวชาญทีละคน ทำให้พวกเขาไม่สามารถต่อสู้ได้อีก

 

“นายมาที่นี่ได้ยังไง? แล้วหลี่หมิงถังกับคนอื่นๆไปไหนแล้ว?”

จีเหยียนหรันรู้สึกดีใจ และประหลาดใจ เธอกระโดดเข้าไปในโอมแขนของหานเซิ่น

 

“เธอยังอยู่ที่นี่แล้วจะให้ฉันไปไหนได้?” หานเซิ่นลูบผมของเธอ และพูดต่อ “พวกเขาเข้าไปในใจกลางของโบราณสถานแล้ว ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะออกมาในเร็วๆนี้ ”

 

จากนั้นจีเหยียนหรันก็เดินเข้าไปหาพวกผู้เชี่ยวชาญ และปลุกหนึ่งในพวกเขาให้ตื่นขึ้นมา เธอเอาปืนเลเซอร์จ่อหัวของเขาและพูด

“ตอบคำถามของฉันมา ไม่งั้นนายคงจะรู้นะว่าจะเป็นยังไง”

 

“ฮาฮา” ผู้เชี่ยวชาญยิ้มแปลกๆให้จีเหยียนหรัน จากนั้นก็มีเลือดไหลออกมาจากตา หู จมูกและปากของเขา ชายคนนั้นตายในทันที

 

หานเซิ่นและจีเหยียนหรันช็อค ทุกคนย่อมกลัวตาย แต่ทว่าผู้เชี่ยวชาญคนนี้เด็ดเดี่ยวมาก เขาใช้พิษกับตัวเองทันที ซึ่งเป็นอะไรที่ผิดปรกติมาก

 

พวกเขาปลุกผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆขึ้นมา แต่ผลลัพธ์มันก็เหมือนเดิม พวกเขาเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองทันที หลังจากที่พวกเขาตื่นขึ้นมา

 

“แปลก แปลกจริงๆ คนพวกนี้ไม่ได้กลัวตายกันเลย ถ้าพวกเขาถูกจับกลับไป พวกเขาก็แค่ถูกส่งเข้าคุก อย่างน้อยๆพวกเขาก็ยังมีโอกาสได้รับอิสระ ทำไมพวกเขาถึงได้เลือกฆ่าตัวตายแบบนี้? เรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่” จีเหยียนหรันช็อค ขณะจ้องมองศพของผู้เชี่ยวชาญ

 

แม้แต่นักฆ่าที่เลือดเย็นยังไม่เด็ดเดี่ยวแบบพวกเขา การกระทำของพวกผู้เชี่ยวชาญดูไม่เหมือนกับมนุษย์ธรรมดาทั่วไป

 

“คนพวกนี้แปลกจริงๆ ฉันอยากจะรู้นักว่าพวกเขากำลังหาอะไรกันอยู่”

หานเซิ่นถอดเสื้อของผู้เชี่ยวชาญออกมา แต่ก็ไม่มีอะไรน่าสงสัยเลย พวกเขาไม่มีแม้กระทั่งของใช้ส่วนตัว พวกเขามีเพียงแค่เครื่องมือทั่วๆไปที่เอาไว้ใช้ทำงาน แต่ทว่ามีของอย่างหนึ่งที่เตะตาหานเซิ่น ผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนจะมีกระเป๋าใส่นามบัตรของตัวเอง ซึ่งพวกเขามีคริสตัลการ์ดอยู่หลากหลายชนิด มีทั้งเมมโมรี่ชิป บัตรเครดิต บัตรผ่านและก็บัตรประจำตำแหน่ง

 

แต่ทว่าในบรรดาบัตรต่างๆที่พวกเขามี มีบัตรหนึ่งที่สะดุดตาหานเซิ่นมาก ซึ่งบัตรจำพวกนี้จะเอาไว้สแกนเพื่อเปิดประตูบ้านหรือสถานที่ทำงาน

 

แต่ทว่าผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนพกบัตรแบบนี้พกบัตรรูปแบบเดียวกันนี้ทุกคน แม้พวกเขาจะมีกันคนละสี แต่แค่ดูหานเซิ่นก็บอกได้เลยว่ามันคือบัตรผ่านแบบเดียวกัน

 

แต่ที่มันสะดุดตาของหานเซิ่นก็เพราะว่าข้างหลังคีย์การ์ดเหล่านั้นมีรูปสัตว์ป่าสีแดง ที่หางและหัวของมันเชื่อมต่อกัน มันดูเหมือนแมวหรือไม่ก็สุนัขจิ้งจอก หานเซิ่นคุ้นซะยิ่งกว่าคุ้น รูปพวกนี้ก็คือแมว 9 ชีวิต

 

แม้รูปแบบบนหลังคีย์การ์ดจะดูซับซ้อน แต่รูปแมว 9 ชีวิตก็ถูกสลักไว้ที่มุมของบัตร ถ้าไม่สังเกตดีๆก็ยากที่จะดูออก แต่กระนั้นเนื่องจากหานเซิ่นอ่อนไหวกับรูปแมว 9 ชีวิตมาก ทำให้เขาสามารถมองเห็นมันได้ทันที

 

หานเซิ่นประหลาดใจ และก็รู้สึกงงในเวลาเดียวกัน

“นายพบอะไรอย่างงั้นหรอ?” เมื่อเห็นหานเซิ่นอึ้ง จีเหยียนหรันก็นั่งยองๆข้างหานเซิ่น และถาม

 

“ไม่มีอะไร” หานเซิ่นส่ายหัว และเอาบัตรต่างๆเก็บเข้าที่

 

บัตรพวกนี้มักจะมีชิปติดเอาไว้ ดังนั้นมันง่ายมากที่จะแกะรอยหรือติดตามเขา ถ้าเขาเอามันไปด้วย ยิ่งกว่านั้นพวกมันก็แค่คีย์การ์ด และหานเซิ่นก็ไม่รู้ด้วยว่าพวกมันเอาไว้ใช้ที่ไหน การที่แต่ละคนมีการ์ดแบบนี้หมด แสดงว่ามันไม่ใช่การ์ดที่สำคัญมาก ถ้าเอาพวกมันไปด้วยอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย

 

“แล้วพวกเราควรทำยังไงต่อไปดี?” จีเหยียนหรันรู้สึกสับสน

 

“พวกเราต้องเข้าไปดูใจกลางของโบราณสถาน” หานเซิ่นพูดอย่างลังเล เขาต้องการเข้าไปข้างในคนเดียว แต่ถ้าให้จีเหยียนหรันรออยู่ข้างนอกคนเดียว มันก็จะเป็นอันตราย

 

“งั้นฉันจะไปกับนายด้วย” จีเหยียนหรันพูด

 

“เธอมีวิชาไมโครคริสตัลงั้นหรอ?” หานเซิ่นมองที่จีเหยียนหรันด้วยความประหลาดใจ การที่เขาฝึกวิชาไมโครคริสตัลได้สำเร็จก็เพราะเขาโชคดี ด้วยอายุแค่นี้ถ้าจีเหยียนหรันเองก็ฝึกสำเร็จ มันก็เป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก

 

“ฉันไม่เคยฝึกไมโครคริสตัล แต่วิชาโบนเอนเนอจี้ของตระกูลฉันสามารถต้านแสงได้เหมือนกัน” จีเหยียนหรันพูดอย่างภูมิใจ

 

“เธอแน่ใจนะ?” หานเซิ่นไม่เคยได้ยินวิชาโบนเอนเนอจี้มาก่อน ทำให้เขาต้องถามจีเหยียนหรันอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ

 

“ไม่งั้นนายคิดว่าทางบ้านจะยอมให้ฉันมาทำงานแบบนี้งั้นหรอ?” จีเหยียนหรันพูดพร้อมกับยิ้ม

 

“งั้นพวกเราเข้าไปข้างในด้วยกัน ไปดูให้เห็นกับตาว่าพวกเขากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่” หานเซิ่นสงสัยมากว่าแมว 9 ชีวิตกับสถานที่แห่งนี้มันเกี่ยวข้องกันยังไง

 

ตอนนี้มีสิ่งที่หานเซิ่นสงสัย และต้องหาคำตอบมากมายเหลือเกิน